เวลา 12.45 น. ใกล้ถึงเวลาที่ผมต้องไปรอรับ ผอ.ธนกฤตแล้ว ผมเดินเรื่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ แต่ทันใดนั้น รถคันหนึ่งที่ดูคุ้นตาก็แล่นเข้ามาพอดี
รถยนต์คันเล็กน่ารักของคุณจ๋า... เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่รถจะชะลอและหยุดนิ่งตรงหน้าผมพอดี
กระจกข้างค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างช้า ๆ จนใบหน้าของคุณจ๋าปรากฏชัดเจนตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ
“สวัสดีครับคุณจ๋า มาทำงานสายจังเลยนะครับ” ผมทักทายด้วยน้ำเสียงหยอก ๆ
จ๋าหัวเราะทันทีที่ได้ยิน “พี่ไม่ได้มาสาย... พี่เพิ่งกลับมาสาธารณสุข”
“ผมล้อเล่นน่ะครับ” ผมหัวเราะตาม ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย “แต่เสียดายจัง ผมกำลังจะไปที่นั่นพอดี”
“แย่จัง... ว่าง ๆ ก็ไปเล่นกับพี่ได้นะ งั้นก็เอาไว้เจอกันใหม่นะ” จ๋าพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนกระจกขึ้นช้า ๆ แล้วรถคันเล็กน่ารักของเธอเคลื่อนตัวไปยังลานจอด
ผมยืนมองตามด้วยรอยยิ้ม ๆ อยู่สักพักแล้วจึงเดินตรงไปที่รถของผม
พักใหญ่จากนั้น รถของผมก็จอดอยู่ที่ทางเข้าสำนักงานเขตสาธารณสุข เลขาของผอ. ยืนรออยู่ที่ประตูทางเข้า สีหน้าเรียบเฉยพลางกอดเอกสารแน่นในอ้อมแขน
เมื่อรถหยุดสนิท ผอ.ก็เลื่อนกระจกฝั่งที่เขานั่งลง แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่ชัดเจน “คุณอริสา เข้าไปก่อน เดี๋ยวผมตามเข้าไป”
“ค่ะ...” อริสาตอบกลับเบา ๆ เสียงแทบจะเลือนหายไปในบรรยากาศ เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในตึก
ผอ. ปิดกระจกลงช้า ๆ ก่อนหันมามองผม “จำได้ไหม ที่ผมบอกคุณไว้ตอนเช้า”
“จำได้ครับ” ผมตอบกลับแทบจะทันที
“พอดีผมมีธุระสำคัญอีกอย่าง แต่ตัวผมไปเองไม่ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความหมาย “คุณช่วยไปทำแทนผมได้ไหม? หลังจากส่งผมที่นี่แล้ว… คุณคงไม่มีธุระอะไรต่อใช่ไหม”
“ไม่มีครับ…” ผมตอบ ทั้งที่ในใจเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจนัก และสงสัยว่าธุระที่ว่า…มันคืออะไรกันแน่
“เอาน่า… ผมมีค่าเสียเวลาให้ และไม่ต้องห่วงเรื่องงาน ผมรับประกันได้ว่าคุณจะไม่เดือดร้อน”
ผอ. เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเขาจับจ้องมาที่ผมเหมือนกำลังประเมินท่าที ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ ที่ดูทั้งสุภาพและเจ้าเล่ห์ในเวลาเดียวกัน
“แต่มีข้อแม้ข้อเดียว…” เขาเอ่ยเสียงนิ่ง “ห้ามเอาเรื่องระหว่างเราไปพูดที่ไหนเด็ดขาด ถ้าผมรู้…หรือเกิดอะไรขึ้นมา ผมเล่นคุณแน่”
ผมนิ่งไปกับคำพูดของเขา แต่ในใจกลับพลุ่งพล่านด้วยความสงสัย เรื่องอะไรถึงต้องปิดเป็นความลับขนาดนั้นกัน?
อีกอย่าง…ผมไม่กลัวเขาหรอก ไม่ว่าจะเป็น ผอ. หรือใครก็ตาม
ผมครุ่นคิดอยู่ไม่นานก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ได้สิครับ อะไรที่ทำให้ผมได้เงิน…ผมทำหมดแหละครับ”
ตาแก่หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “ดี ๆ… ผมชอบคนแบบคุณ”
เขาเงียบไปชั่วครู่ แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้นิดหนึ่ง “คือแบบนี้ ผมอยากให้คุณไปที่อยู่นี้”
ว่าจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นส่งตำแหน่งมาให้ทางไลน์
ผมเปิดดูทันทีที่การแจ้งเตือนเด้งขึ้นบนหน้าจอ “ได้ครับ” ผมตอบโดยไม่ลังเลนัก
“คุณช่วยพาพวกเธอไปดูบ้านแทนผมหน่อยสิ” ตาแก่พูดต่ออย่างเรียบง่าย แต่คำว่า พวกเธอ นั่นแหละ…ทำให้ผมชะงักและเหลือบมองเขาทันที
“ไม่ต้องรู้อะไรมาก ทำตามที่ผมบอกก็พอ” ผอ.เอ่ยเสียงเรียบ “เดี๋ยวผมจะส่งตำแหน่งบ้านที่ดูไว้ให้ คุณก็แค่พาพวกเขาไปดูแทนผมก็พอ”
ไม่นาน ข้อความพร้อมพิกัดบ้านสามหลังเด้งขึ้นในไลน์ของผม “บอกพวกเธอด้วยว่าผมมีธุระด่วน แต่ไม่ต้องห่วง…ผมแจ้งไว้คร่าว ๆ แล้ว”
“ครับผม” ผมพยักหน้ารับ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “แต่ถ้าผมกลับมาไม่ทันล่ะครับ? เพราะตอนบ่ายสามผมต้องรับท่านกลับโรงพยาบาลสาขาใหญ่”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมให้เลขาไปส่ง ส่วนคุณก็จัดการเวลาให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็น แล้วกลับมารับผมอีกที หลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่…โอเคตามนี้นะ ผมฝากคุณด้วย”
เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนเปิดประตูรถ “ค่าเสียเวลา ผมจะจ่ายให้ตอนเสร็จธุระ… อ้อ อีกอย่าง คุณต้องใช้รถของคุณเอง ห้ามใช้รถของโรงพยาบาล มีอะไรก็ส่งข้อความมาหาผม”
พูดจบ เขาก็ลงจากรถแล้วเดินจากไปทันที
ติ๊ง...
[ค่าตอบแทนรับ-ส่ง 100,000 บาท ]
[เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 = 400,000 บาท]
จากนั้นผมก็ขับรถออกไปทันที ในหัวผมพลันผุดความคิดขึ้นมา “ตาแก่นี่...มีเมียน้อยแน่ ๆ” ผมกัดฟันแน่น พลางเอ่ยในใจด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “แกจะเล่นฉันเหรอ ฮึ!..แกเล่นผิดคนแล้วตาแก่เอ้ย”
จากนั้นรอยยิ้มมุมปากก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ หลังจากผมแวะกลับไปเปลี่ยนรถเรียบร้อย ก็ขับตามตำแหน่งที่ ผอ. ส่งมาให้ จนตอนนี้ รถของผมจอดอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ห่างจากโรงพยาบาลสาขาใหญ่ราวยี่สิบกิโลเมตร
ก่อนจะลงจากรถ ผมถอดเสื้อของโรงพยาบาลออก เปลี่ยนเป็นเชิ้ตเรียบ ๆ ตามที่ ผอ. สั่งไว้ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ที่เขาส่งมาให้ ก่อนจะกดโทรออกทันที
เสียงสัญญาณดัง ตื๊ด...ตื๊ด...
ผมพิงตัวกับประตูรถ รอฟังปลายสายอยู่สักพักและไม่กี่วิต่อมาปลายสายก็รับสาย ผมเอ่ยทักทายทันที “สวัสดีครับ ใช่เบอร์ของคุณรุ่งทิวาไหมครับ”
“ใช่ค่ะ” ปลายสายตอบกลับมาเสียงเรียบ
“ผมชื่อวายุนะครับ พอดีว่าท่านธนกฤตบอกให้ผมมารับคุณไปดูบ้านน่ะครับ” ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“อ่อค่ะ... รอสักครู่นะคะ” ปลายสายเอ่ยเบา ๆ
“ครับ” ผมตอบกลับสั้น ๆ ก่อนจะกดตัดสายทันที
ผมรออยู่ราว ๆ ยี่สิบนาที จนกระทั่งผู้หญิงสองคนเดินออกมาจากทางเข้าของโรงแรม คนหนึ่งดูอายุเยอะพอสมควร ท่าทางสุขุมเรียบร้อย อีกคนดูเด็กกว่า ใบหน้าสวยสดใส ผิวออกแทนเล็กน้อย ผมสั้นรับกับรูปหน้า รูปร่างผอมแต่ก็ไม่มากเกินไป
ทันทีที่พวกเธอเห็นผม ก็ส่งรอยยิ้มบาง ๆ มาให้
“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยทักทายพลางเปิดประตูหลังรถให้
“สวัสดีค่ะ” เธอทั้งสองตอบพร้อมกัน น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงด้วยความเป็นกันเอง
ขณะที่เธอทั้งสองกำลังก้าวขึ้นรถ ผมก็เอ่ยขึ้นว่า “ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าผอ.ท่านติดงานมาไม่ได้”
“ค่ะ ไม่เป็นไร เขาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ” รุ่งทิวาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
ผมพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะปิดประตูกลับเข้าไป แล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ จากนั้นผมก็บอกให้ระบบ ตั้งเส้นทางไปยังบ้านหลังแรกที่ได้รับมอบหมายให้พาพวกเธอไปดู จากนั้นรถก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากโรงแรม
ระหว่างขับรถ ผมแอบเหลือบมองพวกเธอเป็นระยะ ๆ บางจังหวะก็เงี่ยหูฟังบทสนทนาที่ดังแผ่วเบาจากเบาะหลัง เสียงหัวเราะของทั้งคู่ฟังดูสดใส มีความสุขเสียจนบรรยากาศในเต็มไปเสียงหัวเราะ
แต่พอนึกย้อนกลับไปตอนก่อนจะออกรถ ขณะที่ผมเอ่ยถึง ผอ. สีหน้าของพวกเธอกลับเปลี่ยนไปทันที ทั้งคู่เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วก็เงียบ ราวกับเรื่องนั้นไม่มีความสำคัญอะไรเลย
ผอ.มีความสัมพันธ์ยังไงกับสองคนนี้กันแน่ ผมต้องรู้ให้ได้ จะว่าเป็นเมียน้อยก็ดูไม่น่าใช่เท่าไหร่ ตาแก่นั่นชอบผู้หญิงอายุน้อย หน้าตาดี ผิวขาว ๆ แต่คุณรุ่งทิวากลับดูเป็นผู้หญิงที่สุขุม นิ่ง เรียบร้อยแบบผู้ใหญ่ที่มีอายุ ส่วนลูกสาวของเธอ ก็ดูเด็กเกินไปสำหรับรสนิยมของเขา
ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก และสิ่งที่ผมสงสัยมากที่สุด... ทำไมต้องพาพวกเธอไปดูบ้านด้วย แต่ก็คงมีแค่เหตุผลเดียว ผอ.จะซื้อบ้านให้พวกเธอแน่ ๆ แต่ทำไมพึ่งมาซื้อตอนนี้ล่ะ ดูแล้วพวกเขาน่าจะรู้จักกันมานานพอสมควร
แล้วทำไมก่อนหน้าพวกเธอถึงพักอยู่โรงแรมระดับกลาง ๆ แบบนี้ ทั้งที่ถ้าเป็นเมียน้อยของ ผอ. พวกเธอน่าจะอยู่คอนโดหรูสักแห่งในเมืองสิ ทุกอย่างมันไม่เข้ากันเลยสักอย่างเดียว