ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 46 ล้อมจับ

            “ท่านลุงจำนวนโอสถที่หลอมกลั่นได้มีจำนวนเท่าไหร่”

            “โอสถทั้งหมดมีจำนวนเจ็ดร้อยขวดมากกว่าที่รับจองเอาไว้สองร้อยขวด”

            “เช่นนั้นก็ดีข้าน้อยต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อน”

            “เฉินคงเจ้าพาเฟยหลงกลับห้องไปพักผ่อนเมื่อเขาตื่นขึ้นมาให้คนในตระกูลจัดหาข้าวปลาอาหารอย่างดีให้นายน้อยเฟยหลงด้วย”

            “ขอรับท่านปู่”

            เมื่อทั้งสี่คนเดินออกมาจากห้องผู้คนตระกูลเฉินที่อยู่ด้านนอกต่างรอฟังคำสั่งจากผู้อาวุโสเฉินลู่เจินส่วนทางด้านเฟยหลงและเฉินคงเมื่อทั้งคู่มาถึงห้องพักของเฟยหลงพวกเขาทั้งสองพลันหลับสนิทในทันที

            ทางด้านตระกูลเฉินเมื่อผู้อาวุโสเฉินลู่เจิน บอกทุกคนว่าโอสถเพียงพอสำหรับผู้สั่งจองพวกเขาทุกคนต่างพากันโล่งอก เพราะหากโอสถไม่เพียงพอ ตระกูลเฉินของพวกเขาจะต้องย่ำแย่อย่างแน่นอน

            เมื่อร้านโอสถไผ่งามเปิดผู้คนจำนวนมากที่สั่งจองโอสถเอาไว้ต่างมารอตั้งแต่เช้า พวกเขาต่างพูดกันต่างๆ  นา นาโดยเฉพาะเมื่อตระกูลเหวินปล่อยข่าวออกไปว่าตำหนักโอสถสวรรค์ไม่สามารถหลอมกลั่นโอสถให้กับร้านโอสถไผ่งามได้ทำให้พวกเขากังวลเป็นอย่างมาก เมื่อผู้อาวุโสเฉินลู่เจิน เดินขึ้นไปบนเวทีพวกเขาต่างพากันเงียบสนิท

            “ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกท่านวันนี้ร้านโอสถไผ่งามของพวกเราขอแจ้งให้กับทุกท่านได้ทราบว่าโอสถเสริมพลังเวทที่สั่งจองจากตำหนักโอสถสวรรค์นั้น ตำหนักโอสถสวรรค์ไม่สามารถหลอมกลั่นให้พวกเราได้”เสียงไม่พอใจดังไปทั่วบริเวณร้านโอสถไผ่งามคนของตระกูลเหวินต่างพากันหัวเราะด้วยความสะใจ

            “ทุกคนเงียบก่อนแม้ว่าโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์ไม่สามารถหลอมกลั่นให้กับพวกเราได้แต่ทางร้านของเราได้นักหลอมโอสถระดับสี่ขั้นสูงสุดหลอมกลั่นโอสถเสริมพลังเวทระดับสองที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนให้กับทางร้านโอสถไผ่งามของพวกเราดังนั้นพวกท่านจะได้โอสถเสริมพลังเวทระดับสอง ความบริสุทธิ์เต็มสิบไปแทนโดยที่พวกท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่เหรียญทองเดียว”

            “ท่านผู้อาวุโสท่านพูดจริงๆ  อย่างนั้นหรือ?”

            “ข้าพูดจริงๆ พวกท่านที่มีใบจองอยู่กับตัวเชิญไปรับโอสถได้เลย”

            คนของตระกูลเหวินรีบออกจากร้านไปในทันทีเขารีบมุ่งหน้าตรงไปยังตระกูลเหวินที่อยู่ไม่ไกลมากนักเพื่อกลับไปรายงานผู้นำตระกูลเหวินในทันที

            “ท่านผู้นำเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ?”

            “มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือทำไมเจ้าถึงได้รีบร้อนขนาดนี้”

            ผู้นำตระกูลที่กำลังนั่งพูดคุยกับนักหลอมโอสถระดับสองที่มาจากตำหนักโอสถสวรรค์พวกเขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อติดสินบนให้กับนักหลอมโอสถคนนี้เพื่อกำจัดตระกูลเฉินโดยเฉพาะโดยนักหลอมโอสถระดับสองคนนี้ชื่อ โอหยางจื่อเป็นนักหลอมโอสถที่คอยดูแลการหลอมกลั่นโอสถระดับสองโดยเฉพาะของตำหนักโอสถสวรรค์

            “ท่านผู้นำตระกูลตอนนี้ร้านโอสถไผ่งามพวกมันสามารถหานักหลอมโอสถหลอมกลั่นโอสถระดับสองออกมาให้กับคนที่สั่งจองได้แล้วขอรับพวกมันอ้างว่าโอสถเสริมเวทระดับสองของพวกมันมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน แถมพวกมันยังบอกอีกว่าตำหนักโอสถสวรรค์ไม่สามารถหลอมกลั่นโอสถให้กับพวกมันได้อีกด้วย”

            “เจ้าว่าอะไรนะจะมีนักหลอมโอสถอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างนี้ได้อย่างไรพวกมันต้องใช้โอสถปลอมมาหลอกผู้คนอย่างแน่นอน เพราะข้าได้เช็คดูก่อนที่จะมาแล้วไม่พบว่ามีนักหลอมโอสถคนไหนที่เดินทางมาเมืองไผ่งามในเวลานี้อย่างแน่นอนอีกอย่างเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่พวกมันจะหลอมกลั่นโอสถออกมาได้ความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนทุกเม็ด”

            “ดีหากเป็นเช่นนั้นพวกเราควรจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ว่าร้านโอสถไผ่งามนั้นหลอกลวงใช้นักหลอมโอสถที่ไม่ผ่านการทดสอบ หลอมกลั่นโอสถที่ไม่ได้คุณภาพออกมาจำหน่ายคราวนี้ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าพวกมันจะเอาตัวรอดไปได้ยังไง ชื่อเสียงของพวกมันต้องพังยับจนไม่สามารถอยู่ที่เมืองไผ่งามนี้ได้อย่างแน่นอน”

            “เจ้ารีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าร้านโอสถไผ่งามหลอกหลวง ขายโอสถที่ไม่ได้รับการรับรอง ทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง”

            “ขอรับท่านผู้นำตระกูล”

            “ไปพวกเรารีบไปร้านโอสถไผ่ทองข้าไม่อยากพลาดโอกาสชมความวุ่นวายของตระกูลเฉินอย่างแน่นอน”

            หลังจากนั้นไม่นานคนของตระกูลเหวินพร้อมด้วยโอหยางจื่อนักหลอมโอสถระดับสองติดตามเจ้าหน้าที่ไปยังร้านโอสถไผ่งามในทันทีเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ล้อมหน้าประตูร้านโอสถไผ่งามพร้อมกับตะโกนด้วยเสียงอันดัง

            เฉินมู่และเฉินลู่เจินเห็นดังนั้นพวกเขารีบออกมาหน้าร้านโอสถไผ่งามในทันที

            “ไม่ทราบว่าท่านผู้ตรวจการต้องการโอสถเสริมพลังเวทของพวกเราด้วยอย่างนั้นหรือข้าน้อยขออภัยที่ออกมาต้อนรับท่านผู้ตรวจการช้าไป” เฉินมู่กล่าว

            “พวกเราได้รับแจ้งว่าพวกเจ้าจำหน่ายโอสถที่ไม่ได้รับการรับรองพวกเจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”

            “พวกเราได้นักหลอมโอสถระดับสี่ระดับสูงเป็นผู้หลอมกลั่นให้ท่านผู้ตรวจการว่าโอสถของพวกเราไม่ได้การรับรองได้ยังไง”

            “ฮ่า  ฮ่า ฮ่า นักหลอมโอสถระดับสี่เช่นนั้นหรือ? พวกเจ้าพูดตลกอันใดกันเจ้าคิดว่านักหลอมโอสถระดับสี่หลอมกลั่นโอสถให้พวกเจ้าแล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันละเชิญตัวเขามาพบกับข้าหน่อยสิ ข้าโอหยางจื่อนักหลอมโอสถระดับสองจากตำหนักโอสถสวรรค์”

            “ตอนนี้เขาพักผ่อนอยู่เกรงว่าจะเป็นการรบกวนหากพวกท่านต้องการพบเขาคงต้องรอท่านเองก็รู้หากนักหลอมโอสถระดับสี่ไม่พอใจใครจะรับผิดชอบ”

            “ข้าจะรับผิดชอบเองข้าโอหยางจื่อจะเป็นผู้รับผิดชอบเองหากคนผู้นั้นเป็นนักหลอมโอสถระดับสี่จริงๆ แต่ข้าเกรงว่าคงจะเป็นนักหลอมโอสถจอมปลอมที่พวกเจ้าอุปโลกน์ขึ้นมาเสียมากกว่าฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “เอาหละพวกเจ้าไม่ต้องพูดมากรีบไปเชิญนักหลอมโอสถจอมปลอมของพวกเจ้าออกมาจะดีกว่าหาไม่แล้วข้าจะจับคนทั้งตระกูลของเจ้าไปให้หมด ในข้อหาหลอกลวงและจำหน่ายโอสถปลอม”

            “ท่านพ่อเอายังไงดีเฟยหลงเพิ่งจะพักผ่อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเอง เขาหลอมโอสถตั้งแต่เมื่อวานแล้วข้าเกรงว่าจะปลุกเขายังไงก็คงไม่ตื่น”

            “ท่านผู้ตรวจการพวกเราไม่ได้หลอกท่านจริงๆ  ตอนนี้เขาพักผ่อนอยู่พวกข้าเองไม่กล้าที่จะรบกวนเขาจริง ๆ”

            “พวกมาสยจะทำยังไงก็แล้วแต่พวกเราตระกูลเฉินไม่ยอมให้พวกท่านรบกวนนักหลอมโอสถของพวกเราอย่างแน่นอน”

            “เช่นนั้นพวกเราก็ไม่เกรงใจเจ้าแล้วพวกเราจับทุกคนในตระกูลเฉินให้หมด อย่าให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”

            “พวกท่านมาเอะอะโวยวายอะไรกันคนเขาจะพักผ่อนไม่ได้หรือไง” เสียงของเฟยหลงดังมาจากในร้านโอสถไผ่งาม

            “เจ้าหนูเจ้าเป็นใครมาวุ่นวายอะไรที่นี่ หลีกไปพวกเราจะจับคนของตระกูลเฉินหรือว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลเฉิน?”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน