เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง (มีอีบุ๊ค 8 เล่มจบ ที่meb/ปิ่นโต)

    ตอนที่ 28

            “ตอนนี้พวกเรามีปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้เรากำลังหาหลักฐานเกี่ยวกับพรรคบัวขาว เราพบเบาะแสว่ากำลังมีการเคลื่อนไหวอยู่ในเมืองหลวงแต่ยังไม่สามารถหาหลักฐานได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้มาจากพรรคบัวขาวนี้จริงหรือไม่ และทำไปเพื่ออะไร”เว่ยจงตัดสินใจเล่า เขาเชื่อใจเพื่อนรุ่นพี่ของเขาและเชื่อใจลูกศิษย์ของรุ่นพี่ด้วย และที่สำคัญ เขาตรวจสอบประวัติของเฟิงหลี่เฉียงมาแล้ว

            “ท่านจะให้ข้าช่วยอย่างไรขอรับ”บัณฑิตหนุ่มถามโดยไม่สะทกสะท้านใดๆ

            “เจ้าไม่กลัวรึ”ผู้กองเว่ยถามตรงๆ เด็กหนุ่มส่ายหน้า และไม่ตอบอะไร

            ต้าหวงเหลียนหัวเราะหึหึ“เจ้าเด็กคนนี้มันเสือซ่อนเล็บ เจ้าอย่าประมาทไป”

            เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้เว่ยจงเลิกคิ้วสูง แต่ก็โล่งใจขึ้น เพราะท่าทางภายนอกของบัณฑิตคนนี้ดูสุภาพ สง่างามเหมือนบัณฑิตคงแก่เรียนทั่วไป แต่ถ้ามีจิตใจกล้าหาญด้วย ก็ยิ่งดีกับงานของเขา

            เว่ยจงจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าในตอนนี้ พวกเขาเฝ้าติดตามสมาชิกของพรรคบัวขาวมานาน และล่าสุดพบการเคลื่อนไหวที่บ้านหลังหนึ่งบริเวณชานเมืองพวกเขาจึงปลอมตัวและซุ่มดูอยู่แถวนั้นมาเป็นเวลานานนับเดือนจนทำให้คนกลุ่มนี้เริ่มวางใจ และคิดว่าพวกเขาเป็นชาวบ้านธรรมดา และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้าหวงเหลียนหายไปนานเขาคงจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ติดตามคนของพรรคบัวขาว เฟิงหลี่เฉียงคิดในใจ

            จนวันหนึ่ง ชายที่เป็นเป้าหมายในการติดตามมานานนับเดือนก็ออกจากบ้านไปและพบว่าเขาแลกเปลี่ยนสิ่งของบางอย่างกับชายอีกคน ในช่วงที่ชายคนนั้นออกจากบ้านไปในภายหลังพวกของเว่ยจง จึงแอบเข้าไปในบ้านและค้นหาสิ่งที่พวกเขาสงสัย จนพบเอกสารซ่อนเอาไว้ในช่องลับปัญหา คือ พวกเขาพยายามถอดรหัสแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจ

            ต้าหวงเหลียนจึงพูดขึ้นว่า“ตอนเจ้ายังเด็ก ข้าเห็นเจ้าจดบันทึกสิ่งที่บัณฑิตโม่ชิงเฉิงกับท่านหมอต้วนเจี่ยซินสอนด้วยอักษรพิเศษที่เจ้าประดิษฐ์เอง ข้าก็เลยคิดเอาว่า ด้วยสติปัญญาของเจ้าอาจจะมองเห็นลู่ทางบางอย่างในการถอดรหัสเอกสารนี้ได้บ้าง”

            เมื่อเฟิงหลี่เฉียงตกลงรับปากช่วยแล้วในช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น เว่ยจงจึงพาเฟิงหลี่เฉียงและต้าหวงเหลียนไปที่กองบัญชาการจินอวี่เว่ยซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังหนานจิง แต่อยู่คนละทิศกับฮานหลินหยวน ที่นี่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด เมื่อเดินผ่านเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน พวกเขาเห็นจินอวี่เว่ยหรือองครักษ์เสื้อแพรอยู่ในนั้นหลายคนบางคนทำงานอยู่ตามอาคารต่างๆ บางคนฝึกซ้อมการต่อสู้อยู่ที่ลานด้านข้างเสียงการฝึกซ้อมดังแว่วมาจนถึงด้านหน้า หลายคนที่เดินผ่านผู้กองเว่ยจง ต่างหยุดทำความเคารพเขาและรีบเร่งไปทำงานของตนเอง

            จินอวี่เว่ยหรือองครักษ์เสื้อแพรก่อตั้งโดยจักรพรรดิหงอู่ ต้นราชวงศ์หมิง  หน้าที่ในยุคแรกนั้น เป็นองครักษ์ประจำพระองค์มีจำนวน400 คน หลังจากนั้นจึงเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นและกลายมาเป็นตำรวจลับประจำราชสำนัก กำลังพลจึงเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นกว่าคนในช่วงที่มีอำนาจสูงสุดนั้น มีจำนวนสมาชิกถึงสองแสนคน และได้รับอำนาจจากจักรพรรดิในการล้มล้างกระบวนการพิจารณาคดีมีอิสระในการดำเนินคดีทั้งการจับกุม สอบปากคำ และลงโทษใครก็ได้ รวมทั้งขุนนางและญาติของจักรพรรดิ 

            สำหรับหน้าที่อื่นยังเป็นหน่วยงานที่รวบรวมข่าวกรองทางทหาร มีส่วนร่วมในการสู้รบ การวางแผนเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมในพระราชวัง การลอบสังหาร และอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง

            พวกเขาจะสวมเครื่องแบบสีเหลืองทองด้านล่างเป็นชายยาวมีจีบรอบ ในโอกาสพิเศษจึงจะสวมเครื่องแบบสีแดง อาวุธที่ใช้ คือดาบทำจากโลหะชั้นดีเรียกว่าซิวชุนเต่า ที่ออกแบบมาจากมีดซามูไรและมีดของเส้าหลิน หนึ่งในภารกิจสำคัญของจินอวี่เว่ยคือ การคิดค้นสร้างอาวุธแบบใหม่ และยังมีการคิดค้นสร้างจรวดขึ้นมาเป็นครั้งแรก ในยุคต้นของราชวงศ์หมิงด้วย

            ผู้บังคับบัญชาหรือหว่านหูจะเป็นเครือญาติของจักรพรรดิ หรือนายทหารที่มีความสามารถและทำหน้าที่สนับสนุนจักรพรรดิมาก่อนในหน่วยงานมีแผนกหรือฝ่ายต่างๆ จำนวน 17 ฝ่าย และมีรองผู้บัญชาการหรือที่เรียกว่าเฉิงหู2 ตำแหน่ง แบ่งเป็นฝ่ายเหนือหรือเป่ย มีหน้าที่รับผิดชอบคดีอาญาทั้งหมด และฝ่ายใต้คือ หนาน รับผิดชอบคดีอาญาขององครักษ์และยังเป็นช่างฝีมือทหารด้วย

            ฝ่ายเหนือหรือเป่ยทำงานที่มีความสำคัญกว่า จึงจะมียศสูงกว่าฝ่ายใต้หรือหนาน แต่ทั้งสองฝ่าย จะต้องเชี่ยวชาญการต่อสู้ในระดับสูง 

            ในสมัยของจักพรรดิหย่งเล่อหรือจูตี้ยังคงมีความระแวงว่า ขุนนางเก่าที่จงรักภักดีต่อของจักพรรดิเจียนเหวิน จะลอบทำร้ายและเป็นภัยต่อความมั่นคงเขาจึงเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบของจินอวี่เว่ย ในการสอดแนมและสอบสวนด้วย และยังนำระบบเรือนจำของจักรพรรดิกลับมาใช้อีกครั้งทำให้จินอวี่เว่ยยิ่งมีอำนาจมากขึ้น ในตอนนี้  จี่กัง เป็นผู้บัญชาการจินอวี่เว่ยเขาเป็นคนหัวไว ตื่นตัวและอ่านใจผู้คนได้ดี และยังทำงานได้มีประสิทธิภาพ จึงได้รับความไว้วางใจจากหย่งเล่อเป็นอย่างมาก

            สำหรับผู้กองเว่ยจงเขามีตำแหน่งเป็นเป่ยหู ดูแลรับผิดชอบองครักษ์จำนวน 1 กองร้อย ซึ่งมีลูกน้องจำนวน100 คน และสังกัดอยู่ฝ่ายเหนือ คนที่เดินผ่านเขา จึงต่างทักทาย และมองต้าหวงเหลียนและเฟิงหลี่เฉียงด้วยความสนใจเพราะเห็นได้ว่า คนหนึ่งน่าจะมาจากเจียงหู ส่วนอีกคนแต่งตัวด้วยชุดฮั่นฝูหน้าตาดีและท่าทางสุภาพเหมือนกับบัณฑิต  

            ทั้งสามคนเดินไปที่ตึกสองชั้นหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของจินอวี่เว่ยฝ่ายเหนือ เว่ยจง พาพวกเขาไปที่ห้องของรองผู้บังคับบัญชาฝ่ายเหนือหรือเฉิงหูเขาเคาะประตูและรายงานว่า “ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยพาบัณฑิตเฟิงหลี่เฉียงและต้าหวงเหลียน รุ่นพี่ของข้ามาพบ”

            เสียงชายวัยกลางคนที่ดูมีอำนาจสั่งให้พวกเขาเข้ามาข้างในห้อง

            เมื่อเปิดประตูเข้าไปพวกเขาเห็นชายคนหนึ่งในชุดเฟ่ยอวี้ฝู ซึ่งเป็นเครื่องแบบพระราชทานสำหรับองครักษ์ของพระจักรพรรดิด้านหน้ามีแผ่นผ้าปักลายมังกร 4 เล็บและมีหางแผ่ออกแบบหางปลา ชายคนนี้ คือหวังฉงซาน รองผู้บังคับบัญชาฝ่ายเหนือ เขากำลังอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน

            ทั้งสามคนทำความเคารพจากนั้นเว่ยจงรายงานว่า “ใต้เท้าขอรับข้าพาบัณฑิตเฟิงหลี่เฉียงมาช่วยวิเคราะห์เอกสารลับที่พวกเราพบขอรับ”

            หวังฉงซานซึ่งมีใบหน้าเคร่งขรึมกวาดตามองไปที่บัณฑิตหนุ่มวัย 18-19 ปี และถามด้วยเสียงเข้มว่า“เจ้าอ่านได้จริงหรือ”

            “เรียนใต้เท้าข้าต้องขอดูเอกสารก่อนขอรับ จึงจะบอกได้” เฟิงหลี่เฉียงกลับตอบด้วยเสียงนิ่งสงบ

            ต้าหวงเหลียนซึ่งยืนอยู่ข้างๆก็ยิ้มมุมปากออกมา แต่เว่ยจงสีหน้าไม่ดีนัก เพราะกลัวนายของตนจะไม่พอใจคำตอบ แต่กลับผิดคาดหวังฉงซานกลับพยักหน้า และพูดว่า “เจ้ามาลองอ่านดู”

            ตอนนี้ ทุกคนย้ายมานั่งที่โต๊ะกลางห้องโดยมีทหารยกน้ำชามาวาบนโต๊ะ และเดินออกไปเฝ้าหน้าห้องหวังฉงซานยื่นกระดาษสีเหลืองนวลขนาดยาวหนึ่งศอกที่มีรอยพับมาให้ ในนั้นเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นตัวอักษรและสัญลักษณ์เอาไว้

            เฟิงหลี่เฉียงพิจารณาดูอยู่สักพักและพูดขึ้นมาอย่างระมัดระวังว่า “ดูเหมือนจะเป็นบทกลอน โดยใช้อักษรโบราณมาผสมกับสัญลักษณ์ที่เป็นทั้งรูปภาพและไม่ใช่รูปภาพข้าคิดว่าเขาใช้ ‘รหัสกลอนสามวรรค’ ในการเข้ารหัสข้อความนี้”

            ทุกคนรอฟังเขาพูดต่อจากนั้น บัณฑิตหนุ่มใช้พู่กันจดข้อมูลที่เขาสนใจลงไปบนกระดาษเปล่า เขามีสีหน้าลังเลและพูดว่า“ใต้เท้าขอรับ ข้าจะต้องไปที่ห้องสมุดศาสนาและประวัติศาสตร์ที่ฮานหลินหยวนและบางที่เพื่อหาความหมายของภาพเหล่านี้ขอรับ”

            “เจ้าคิดว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่”หวังฉงซานถามพร้อมกับจ้องหน้าของเขา

            “ข้าจะพยายามแก้ปริศนาให้ได้ภายใน3 วันนี้ แต่ว่า..” เด็กหนุ่มลังเล

            “พูดมาเลย”อีกฝ่ายบอกทันที

            เด็กหนุ่มจึงพูดว่า“ข้าต้องทำงานที่ฮานหลิน แต่ก็ต้องออกไปหาข้อมูลด้วย เกรงว่าหัวหน้าจะไม่พอใจขอรับ”

            หวังฉงซานพยักหน้า“ข้าจะเขียนจดหมายขอยืมตัวเจ้ามาทำงานที่นี่ 3 วัน เจ้านำจดหมายนี้ไปมอบให้หัวหน้าถ้าเขามีปัญหาหรือสงสัยสิ่งใด ให้ติดต่อมาที่ข้าได้เลย”

            ใครจะกล้ามีปัญหากับจินอวี่เว่ยเฟิงหลี่เฉียงคิดในใจ แต่ก็ยินดีรับจดหมายขอยืมตัวมา เขารู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นความลับสูงสุดไม่เช่นนั้นชีวิตของเขาคงจะไม่เหลือ

            เมื่อพูดคุยธุระเรียบร้อยแล้วเฟิงหลี่เฉียงจึงขอตัวกลับ แต่ต้าหวงเหลียนยังคงอยู่ต่อ บัณฑิตหนุ่มพับกระดาษที่จดข้อมูลเก็บใส่ในกระเป๋าผ้าสำหรับใส่ของขนาดเล็ก ที่แม่ของเขาเย็บให้  

            เมื่อเดินออกมานอกพื้นที่ของจินอวี่เว่ยเฟิงหลี่เฉียงเดินเอามือข้างหนึ่งไขว้หลังและคิดถึงปริศนาจากเอกสารที่พบ แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเกือบชนเข้ากับใครคนหนึ่งเฟิงหลี่เฉียงเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจและอ้าปากขอโทษออกไปแต่แล้วเขาก็ชะงักและมองหน้าอีกฝ่าย ซึ่งเป็นชายร่างสูงใหญ่ ท่าทางองอาจใบหน้าหล่อคมเข้ม อายุประมาณ 29 -30 ปี เขาใส่ชุดข้าราชการแบบหม่างฝูสีแดง แสดงว่ามีตำแหน่งขั้น4 ขึ้นไป ซึ่งเป็นชุดของข้าราชการทหาร

            แล้วเฟิงหลี่เฉียงก็ต้องสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ในขณะที่ก้มลงมองเขาว่า“เจ้ามองพอแล้วหรือยัง”

            เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาจากนั้นก็ก้มลงคำนับ “ขอโทษขอรับใต้เท้า ที่เดินไม่ระวังจนชนท่าน”

            ชายหนุ่มหันไปมองจินอวี่เว่ยที่บัณฑิตหนุ่มเพิ่งเดินออกมา เฟิงหลี่เฉียงเข้าใจดีว่า อีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงรีบบอกว่า“ข้าแวะมาหาเพื่อนขอรับ ไม่ได้ทำความผิดอะไร”

            นายทหารหนุ่มในชุดข้าราชการเพื่อเข้าเฝ้ากวาดตามองใบหน้าของเฟิงหลี่เฉียง จากนั้นก็เดินต่อโดยไม่พูดอะไรอีก เฟิงหลี่เฉียงมองตามทหารหนุ่มที่มุ่งตรงไปยังพระราชฐานด้านในพร้อมกับขมวดคิ้ว เขารู้สึกคุ้นหน้านายทหารคนนี้อย่างประหลาดแต่นึกไม่ออกว่าเคยพบที่ใด แต่สักพักก็นึกขึ้นได้ว่า ตนเองจะต้องกลับไปค้นหาข้อมูลเพื่อถอดรหัสต่อเขาจึงรีบตรงกลับบ้านทันที

            วันรุ่งขึ้นเป็นวันทำงานเฟิงหลี่เฉียงไปที่ฮานหลินหยวน เขายื่นจดหมายขอยืมตัวที่เขียนโดยหวังฉงซาน ให้กับหลิวเสวี่ยเทียนหัวหน้าแผนก และแจ้งว่าเขาขอจะไปทำงานให้จินอวี่เว่ยเป็นเวลา 3 วัน

            เฟิงหลี่เฉียงไม่รู้ตัวว่าข่าวที่เขาลาไปทำงานให้กับองครักษ์เสื้อแพร แพร่กระจายไปทั่วฮานหลินหยวน บางคนก็ชื่นชมและบางคนก็อิจฉา โดยเฉพาะเพื่อนร่วมแผนกของเขา ที่กำลังหาโอกาสเล่นงานอยู่ลับหลัง


    นิยายแนะนำ

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912