ตัดกลับมาที่ไป๋ฉีหลังจากที่เขาออกเดินทางมากับสองสาว ในตอนนี้ก็เข้าสู่เขตภูเขาน้ำแข็งเป็นที่เรียบร้อยและกำลังเดินทางต่อท่ามกลางพายุหิมะอันหนาวเย็นสุดขั่วหัวใจโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดพักเลยสักนิด
"หืม บริเวณนั้นมีพลังงานบางอย่าง"
หลังจากที่ผสานพลังจิตเพื่อตรวจสอบไป๋ฉีก็นำสองสาวพุ่งตรงไปยังหุบเขาขนาดใหญ่ และสิ่งที่เขาเห็นภายใต้หุบเขานั้นคือปราสาทน้ำแข็งที่งดงามและน่าหลงไหลแต่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้น
ไป๋ฉี จินอันหราน และเฟิ่งเจียอินพยักหน้าให้กัน จากนั้นพวกเขาพากันบินตรงไปยังประสาทนั้นในทันที ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงที่หมาย
ทั้งสามเรียกอาวุธของตนเองออกมา เตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
ไป๋ฉีหันไปมองยังจินอันหรานอย่างช่วยไม่ได้ เพราะในมือของเธอตอนนี้คือคฑาน้ำแข็งลวดลายมังกรหาใช่หอกเพลิงสวรรค์เหมือนของจินหยาง
"พี่สาวจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของท่านไม่ใช่หอกเพลิงสวรรค์อย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีเอ่ยปากถาม
จินอันหรานยิ้ม "หอกเพลิงสวรรค์คือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่สืบทอดมาจากทางฝั่งบิดา ส่วนคฑามังกรหยินของข้าได้รับการสืบทอดมาจากทางฝั่งของมารดา"
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าไปในปราสาทน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อก้าวข้าเข้าสู่ปราสาทเพียงเท่านั้นความหนาวเย็นก็ทวีคูณขึ้นโดยฉับพลัน ทำเอาชุดเกราะพันธุกรรมของทั้งสามคนเริ่มถูกแช่แข็งช้าๆ
เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏรูปปั้นอัศวินน้ำแข็งนับร้อยกำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
เมื่อเห็นเช่นนั้นไป๋ฉีและสองสามงามก็ตั้งท่าพร้อมรบเช่นเดียวกัน ทว่าในตอนนั้นเองเสียงของหญิงสาวปริศนาก็ดังขึ้นมา
"บททดสอบแรก ทำลายรูปปั้นอัศวินน้ำแข็งหนึ่งร้อยตน"
"บทดสอบ!"
ทั้งสามอุทานออกมาในทันใด ในใจเต็มไปด้วยความงุนงงเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลามาวิเคราะห์สถานการณ์แต่อย่างใด เนื่องจากเหล่ารูปปั้นอัศวินน้ำแข็งเหล่านั้นได้พุ่งทะยานเข้ามาโจมตีของเขาแล้วในตอนนี้
"รูปปั้นเหล่านี้น่าจะอยู่ในระดับนักรบแห่งดวงดาวขึ้นไป น้องชายเจ้าอยู่ด้านหลังของพวกเราเอาไว้ก็แล้วกัน"เฟิ่งเจี่ยอินกล่าว จากนั้นก็ง้างคันศรยิงออกไปกลายเป็นลูกศรนับพันโหมกระหน่ำโจมตีศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง
ส่วนทางด้านจินอันหรานเธอกวัดแกว่งคฑามังกรหยินอย่างงดงามราวกับกำลังร่ายรำ ต่อมาวงเวทย์สีฟ้าครามปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเธอ
จากนั้นมังกรน้ำแข็งขนาดใหญ่สองตนก็ถูกสร้างขึ้นมาและพุ่งเข้าโจมตีเหล่าอัศวินน้ำแข็งจนราบคาบ
มองเห็นภาพนี้ไป๋ฉีตกตะลึงจนตาค้าง ไม่ว่าจะท่วงท่าที่งดงามหรือการควบคุมพลังหญิงสาวทั้งสองเบื้องหน้าของเขาก็ล้วนแต่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเป็นอย่างยิ่ง
เหล่ารูปปั้นอัศวินน้ำแข็งระดับนักรบแห่งดวงดาวตนแล้วตนเล่าถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย ผ่านไปไม่นานนักสองสาวก็จัดการพวกมันได้ถึงห้าสิบตนด้วยกัน ส่วนทางด้านไป๋ฉีตอนนี้เขาเพียงช่วยเหลือพวกเธออยู่ห่างๆเท่านั้นและคอยระวังหลังไม่ให้พวกอัศวินน้ำแข็งเข้ามาโจมตีพวกเธอได้
"ศรร้อยวิหคเริงระบำ"
เฟิ่งเจียอินง้างคันศรอีกครั้ง หลังจากที่ปลดปล่อยมันวิหคน้ำแข็งขนาดเล็กนับร้อยก็พลันพุ่งทะยานเข้าโจมตีใส่อัศวินน้ำแข็งที่เหลือทั้งห้าสิบตนโดยไม่พลาดเป้า
ในขณะเดียวจินอันหรานกระแทกคฑามังกรหยินของตนเองลงพื้นควบคุมมังกรน้ำแข็งให้กลับมาที่ด้านหลังของตนเอง จากนั้นชี้คฑาไปเบื้องหน้าอีกครั้ง
มังกรน้ำแข็งอ้าปากและปลดปล่อยลำแสงสีฟ้าพุ่งเข้าโจมตีซ้ำไปอีกที ใช่! นี่คือทักษะลมหายใจมังกรน้ำแข็งอย่างไม่ต้องสงสัย
ได้เห็นภาพนี้ในใจของไป๋ฉีอดชื่นชมทั้งสองสาวไม่ได้ รูปปั้นอัศวินนั้นแข็งถูกทำลายลงอย่างง่ายดายโดยที่เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่าดูเหมือนมันจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากที่รูปปั้นอัศวินหนึ่งร้อยตัวถูกทำลายลงไป ก็มีวงเวทย์สีขาวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาที่พื้น พร้อมกับการปรากฏตัวของสัตว์อสูรตนหนึ่งที่มีลักษณะเป็นอสรพิษสีขาวขนาดมหึมา มันใหญ่ยิ่งกว่ามังกรน้ำแข็งของจินอันหรานถึงสองเท่าด้วยกัน
'รูปร่างแบบนี้ น่าจะเป็นสัตว์อสูรโบราณอสรพิษหยกขาว'เห็นภาพเบื้องหน้าไป๋ฉีก็คิดขึ้นมาในใจ ทันใดนั้นเองเสียงของหญิงสาวคนเดิมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"บททดสอบที่สอง เอาชนะสัตว์พิทักษ์"
ได้ยินถ้อยคำนี้ทั้งสามคนถึงกับคิ้วขมวดโดยพลัน เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถที่จะระบุระดับของสัตว์อสูรเบื้องหน้าได้ซึ่งนั่นหมายความว่ามันย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
"เมื่อครู่ก็หมดพลังไปเกือบสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว แบบนี้จะไปชนะมันได้อย่างไร" จินอันหรานบ่นพึมพำ ในขณะเดียวกันอสรพิษหยกเขาก็ปลดปล่อยไอพิษสีขาวไปทั่วทั้งบริเวณห้องโถงใหญ่ โชคดีที่ทั้งสามคนมีชุดเกราะพันธุกรรมปกคลุมร่างกาย ไม่เช่นนั้นอาจจะเจ็บปวดทรมานจนตายจากพิษสีขาวนี้
"ฟ่อ!!"
อสรพิษหยกขาวที่เห็นว่าพิษของมันไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ก็แผ่แม่เบี้ยขอคำราม เฟิ่งเจียอินง้างศันศรอีกครั้งจากนั้นก็ปลดปล่อยการโจมตีออกไป
ลูกศรน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งตรงสู่เป้าหมายโดยฉับพลัน ทว่ายังไม่ทันที่ลูกศรนั้นจะถูกตัวอสรพิษหยกขาวมันก็ละลายจนกลายเป็นน้ำไปอย่างง่ายดาย
ไม่ใช่แค่นั้นมังกรน้ำแข็งของจินอันหรานก็ละลายกลายเป็นน้ำเช่นเดียวกัน สิ่งนี้ทำให้สองสาวที่ได้เห็นถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างมาก ในอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ทำไมน้ำแข็งของพวกเธอถึงละลายได้
"พี่สาวดูเหมือนพิษของมันจะมีฤทธิ์กัดกร่อนนะขอรับ" ในขณะที่พวกเธอกำลังสงสัยอยู่นั้น ไป๋ฉีก็ตะโกนเพื่อไขความกระจ่าง ทว่าคำเตือนนั้นกลับทำให้พวกเธอตึงเครียดยิ่งกว่าเก่า
"แบบนี้แย่แล้วสิ ถ้าพิษของมันสามารถกัดกร่อนได้ พลังธาตุน้ำแข็งของพวกเราก็เจอเข้ากับดาวข่มเข้าอย่างจัง"เฟิ่งเจียอินกล่าว หลังจากนั้นเธอก็เก็บคันศรของตัวเองและเรียกหอกสีเงินระดับ A ออกมา
ทางฝั่งของจินอันหรานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เธอเก็บคฑามังกรหยินและเรียกดาบระดับ S จากแหวนมิติเช่นเดียวกัน
แม้พวกเธอจะถนัดอาวุธที่เป็นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของตัวเองที่สุดก็ตาม แต่ตอนนี้คงทำได้เพียงสู้โดยใช้พลังทางกายภาพเท่านั้น
"พี่สาว ข้าจะช่วยสนับสนุนพวกท่าน"ไป๋ฉีปลดปล่อยมีดบินทั้งหมดของตัวเองออกจากมิติโดยฉับพลัน มีดบินสีขาวนับร้อยเล่มบินวนรอบตัวพร้อมให้ชายหนุ่มได้ใช้งาน
"ทักษะแบบนั้น? พลังจิตงั้นหรือ!!"หันไปมองที่ไป๋ฉี เฟิ่งเจียอินก็กล่าวออกมาด้วยความตกใจ
"ฮิฮิ ว่าแล้ว น้องชายเจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ" จินอันหรานกล่าวอย่างขบขัน
"พี่สาวทั้งสองเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังได้หรือไม่ พวกเรารีบจัดการศัตรูเบื้องหน้ากันดีกว่า" ว่าแล้วไป๋ฉีก็บินทะยานนำหน้าไปหาอสรพิษหยกขาวในทันที หญิงงามทั้งสองหลังจากเห็นภาพนี้ก็กระชับอาวุธของตนเองและบินตามไป๋ฉีไปเช่นเดียวกัน