มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากมารวมตัวกันที่หน้าห้องโถงใหญ่ที่สูงตระหง่าน
สัตว์อสูรเหล่านี้กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานพวกมันกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของมรดกของมังกร
เย่เทียนมาถึงที่นี่แล้วเช่นกันและเขาก็ไม่ได้ใช้พรสวรรค์ในการล่องหนแล้ว เพราะถ้าหากเขายังคงล่องหนต่อไป เขาก็จะไม่สามารถเข้าสู่ห้องโถงมรดกมังกรแห่งนี้ได้
ทางเข้าของห้องโถงมรดกมังกรนี้เห็นได้ชัดว่ามีค่ายกลถูกจัดวางไว้อยู่มีเพียงสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านค่ายกลนี้ไปได้และหากเขาต้องการที่จะเข้าไปข้างใน เขาก็ต้องผ่านค่ายกลนี้ไปเช่นกัน
ดังนั้นหากเขายังคงใช้พรสวรรค์ล่องหนต่อไปเมื่อเขาผ่านค่ายกลเข้าไปได้ ร่างจริงของเขาย่อมปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ มันจะดีกว่าถ้าเขาจะปลดเปลื้องพรสวรรค์ล่องหนและปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแทน
ฟึ่บ!
เย่เทียนได้ปลอมตัวเป็นวานรสีทองเดินเข้าไปในห้องโถงมรดกมังกรต่อหน้าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวอื่นที่ไม่สามารถเข้าไปได้
“มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอีกตัวแล้วที่ต้องการจะเข้าไปในห้องโถงมรดกของเผ่ามังกร!”
“ข้าพนันได้เลยว่ามันไม่มีทางผ่านไปได้แน่แม้แต่ตัวข้าเองยังผ่านค่ายกลเข้าไปไม่ได้ แล้วมันจะเข้าไปได้อย่างไร?”
“แล้วถ้ามันแข็งแกร่งมากล่ะ?พวกเราไม่รู้พรสวรรค์ของมันเสียหน่อย ทำไมเจ้าถึงมั่นใจว่ามันจะไม่สามารถผ่านเข้าไปได้?”
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ทรงพลังล้วนแต่มีชื่อเสียงในโลกใบนี้ถ้ามันแข็งแกร่งจริงๆ ทำไมข้าจะไม่เคยได้ยินเรื่องของมันมาก่อน? มันต้องเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อ่อนแออย่างแน่นอน”
แต่ในตอนนั้นเอง
พลังแห่งมิติก็ได้ปรากฏขึ้นและกักขังพื้นที่ทั้งหมดไว้ในทันที
วินาทีนั้น
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิหลายตัวที่ดูถูกเย่เทียนถูกบีบอัดโดยพลังแห่งมิติและในพริบตาต่อมาร่างของพวกมันทั้งหมดก็ถูกบีบจนกลายเป็นหมอกโลหิตลอยไปตามสายลม
เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวอื่นๆก็หดแคบลง ความหวาดกลัวแผ่ซ่านปกคลุมทั่วไปทั้งบริเวณ
ตึก ตึก ตึก!!!!
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิต่างเปิดทางให้เย่เทียนและก้มหัวลง
“ฮึ่ม!”
เย่เทียนแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะเดินไปยังทางเข้าของห้องโถงมรดกมังกรจากนั้นร่างวานรก็ค่อยๆ ผ่านเข้าไปยังห้องโถงมรดก ไม่นานร่างของเขาก็หายไป
ณ จุดนี้เอง
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิหลายตนที่เห็นการกระทำของเย่เทียนต่างตกใจจนตัวสั่น
พวกมันรู้สึกโชคดีมาก โชคดีที่พวกมันไม่ได้กล่าวดูถูกเย่เทียนมิฉะนั้นตอนนี้พวกมันคงได้กลายเป็นหมอกโลหิตไปแล้ว
โลกของสัตว์อสูรให้ความสำคัญกับกฎแห่งป่าเสมอหากไม่มีความแข็งแกร่งมากพอและถูกฆ่าก็จะไม่มีใครทวงความยุติธรรมให้แก่เจ้า
เย่เทียนไม่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งหมดแต่เขาจะไม่ละเว้นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่กล้าดูถูกเขา เขาจำต้องทำแบบนั้นเพื่อที่จะได้ไม่มีสัตว์อสูรตนใดที่กล้าจะดูถูกเขาอีกกฎของโลกของสัตว์อสูรก็เป็นเช่นนี้
ผู้ที่อ่อนแอล้วนถูกกลืนกินโดยผู้ที่แข็งแกร่งกว่า!
ในเมื่อไม่มีพลังมากพอก็อย่าพูดถึงสัตว์อสูรที่ทรงพลังหรือไม่ก็อย่าเข้าใกล้ มิฉะนั้นหากถูกสังหารก็ไม่มีใครสนใจ เพราะมันเป็นการรนหาที่ตายด้วยตนเอง!
ภายในห้องโถงมรดกมังกร
เย่เทียนค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันหนักหน่วง ซึ่งมันก็คือพลังแห่งมังกร
ทันใดนั้น
เย่เทียนก็ถูกย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งและได้พบกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งหมด23 ตัว
“เจ้าแห่งสัตว์อสูรทั้งเจ็ดไม่ได้อยู่ที่นี่!”
เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
“มาอีกหนึ่งตนแล้ว!”
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมองไปที่เย่เทียนและพึมพำจากนั้นพวกมันก็เลิกสนใจเขาและมองไปยังแผ่นศิลาต่อไป แผ่นศิลานั้นดูเก่าแก่เป็นอย่างมากบนแผ่นศิลานั้นปรากฏแค่เพียงรอยกรงเล็บของมังกรเพียงรอยเดียว
จากนั้นเย่เทียนก็มองไปยังแผ่นศิลาด้วยความสนใจ
ตูม!!
ในห้วงความคิดของเขาราวกับว่าเขาเห็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ร่างสีเขียวที่น่าเกรงขามมังกรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งหมู่ดาวนับล้าน มันยื่นกรงเล็บออกมาอย่างแผ่วเบาจากนั้นก็คว้าไปยังความว่างเปล่า ทันใดนั้นพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ถูกกรงเล็บฉีกกระชากแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ในขณะเดียวกัน
ข้อความหนึ่งก็ได้ไหลเข้ามาในสมองของเย่เทียน
“เจ้าต้องสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมา!”
เย่เทียนประหลาดใจ
นอกจากนี้เขายังไม่รู้เลยว่ามิตินี้คือสถานที่อะไรกันแน่แต่เห็นได้ชัดว่ามันคงจะเป็นพื้นที่ทดสอบผู้ที่จะสืบทอดมรดกของเผ่ามังกร และมันน่าจะมีการทดสอบมากกว่าหนึ่งครั้งเพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งเจ็ดเลย
ทักษะกรงเล็บยังแบ่งออกเป็นระดับเหล็กดำระดับทองแดง ระดับเงิน ระดับทอง และระดับตำนาน และการทดสอบครั้งนี้ก็ง่ายมาก เพียงแค่สร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำขึ้นมาก็จะสามารถผ่านการทดสอบได้
ภายใต้สถานการณ์ปกติ มีเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์กรงเล็บเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาได้แต่มันก็ไม่มีอะไรแน่นอน ตราบใดที่มีความเข้าใจที่ดีพอ บางทีก็อาจจะสามารถสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาได้
เย่เทียนสามารถสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำขึ้นมาได้แต่เขาไม่สามารถที่จะฝึกฝนมันได้
เขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีเพราะตัวเขานั้นไม่มีพรสวรรค์กรงเล็บ ต่อให้เขาสามารถสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกฝนมันจนสำเร็จแต่มันก็ไร้ประโยชน์ เพราะมันไม่อาจแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้
ถ้ามีเวลามากพอ ต่อให้ทักษะกรงเล็บระดับเงินหรือระดับทองเย่เทียนก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ แต่เขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ในเมื่อบททดสอบนี้ต้องการให้เขาสร้างแค่ทักษะระดับเหล็กดำขึ้นมาเท่านั้น
นอกจากนี้บนแผ่นหินนี่ยังปลดปล่อยพลังตราประทับออกมาทำให้ผู้คนได้เห็นว่ามังกรศักดิ์สิทธิ์ร่างสีเขียวใช้ทักษะกรงเล็บอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งแม้ว่าเย่เทียนจะเข้าใจทักษะนั่นเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาได้
หากสัตว์อสูรตัวใดก็ตามที่ไม่สามารถสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาได้มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าความเข้าใจ พลังบ่มเพาะ และความรู้ของมันยังมีไม่เพียงพอ
เย่เทียนมีระดับการบ่มเพาะสูงพอและเขายังมีความรู้มากมาย แน่นอนว่าสำหรับเขาแล้ว การสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านี้มาถึงที่นี่เป็นเวลานานแล้วแต่พวกมันยังคงพยายามอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีความเข้าใจไม่มากพอ พวกมันจึงไม่สามารถสร้างทักษะกรงเล็บได้
แต่สำหรับเย่เทียนแล้วมันง่ายมาก!
เขามีพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุดเขาสามารถเพิ่มความเข้าใจได้ถึง 20 เท่า อย่าว่าแต่ทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำเลย แม้แต่ระดับทองแดง เขาก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ในระยะเวลาอันสั้น
“จะสร้างระดับเหล็กดำตามมาตรฐานหรือระดับทองแดงดี?”
เย่เทียนเริ่มลังเล
เขารู้สึกว่าการทดสอบครั้งนี้เกี่ยวข้องกับมรดกมังกรหากว่าเขาสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำที่อ่อนแอขึ้นมา มันอาจจะทำให้เขาไม่ได้รับมรดกของมังกรมาเช่นนั้นเขาจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน!
หลังจากคิดอยู่ไม่กี่วินาทีเย่เทียนก็ตัดสินใจ
เขาตัดสินใจที่จะสร้างทักษะกรงเล็บระดับทองแดง!
เขามีพรสวรรค์ด้านเวลาระดับสูงที่สามารถเร่งความเร็วของเวลาได้ถึง10 เท่าโดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาจะไม่พอ
บวกกับพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุดที่สามารถเพิ่มความเข้าใจให้แก่เขาได้ถึง20 เท่า แล้วเขายังจะต้องกังวลเรื่องอะไรอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากว่าเขาไม่สร้างทักษะกรงเล็บระดับทองแดงขึ้นมาจนทำให้เขาไม่ได้รับมรดกมังกรมาครอบครองเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะต้องตบหน้าตนเองซักสองฉาดอย่างแน่นอน
“ทักษะเร่งเวลา!”
เย่เทียนหลบออกไปด้านข้างและแอบเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านเวลา
จากนั้นเขาก็กระตุ้นพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุดทำให้ความเข้าใจของเขาเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าในพริบตา
“เรียนรู้เกี่ยวกับแผ่นศิลาทักษะกรงเล็บ!”
สายตาของเย่เทียนจ้องคงมองไปที่แผ่นศิลาและเริ่มทำความเข้าใจเพื่อสร้างทักษะกรงเล็บขึ้นมาใหม่
ทักษะกรงเล็บที่มังกรศักดิ์สิทธิ์ได้แสดงออกมาบนแผ่นศิลานั้นสมควรที่จะเป็นทักษะกรงเล็บระดับตำนานเพียงแต่ว่าพลังฝีมือของฝ่ายตรงข้ามนั้นสูงส่งมาก แน่นอนว่ามันต้องเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าระดับเทพอย่างแน่นอนดังนั้นจึงทำให้เกิดภาพแห่งการทำลายล้างอันน่าสยดสยองขึ้นเช่นนี้
ด้วยการทำความเข้าใจทักษะกรงเล็บระดับตำนานการจะสร้างทักษะกรงเล็บระดับทองแดงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากจนเกินไป
ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเย่เทียนและพรสวรรค์ความเข้าใจ มีโอกาสสูงที่เขาจะสามารถสร้างทักษะด้านกรงเล็บระดับทองแดงได้
เวลาผ่านไปทีละนิด
พริบตาเดียว โลกภายนอกก็ผ่านไปหนึ่งวันและด้วยพรสวรรค์ด้านเวลา มันก็เท่ากับว่าเย่เทียนได้ใช้เวลาสร้างทักษะกรงเล็บไปแล้วเท่ากับ10 วัน
หลังจากผ่านวันที่ 10 ในที่สุดเขาก็สามารถสร้างทักษะกรงเล็บระดับทองแดงได้สำเร็จ
เย่เทียนตั้งชื่อทักษะกรงเล็บนี้ว่า“กรงเล็บมังกรน้อย!”
เพราะทักษะกรงเล็บนี้ถูกสร้างขึ้นจากทักษะกรงเล็บของมังกรเขียวมันจึงเหมาะที่จะใช้ชื่อกรงเล็บมังกรน้อย
เมื่อทักษะกรงเล็บถูกสร้างขึ้นเย่เทียนก็ได้ปลดเปลื้องพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ความเข้าใจของเขา
จากนั้นเขาก็ป้อนเนื้อหาเกี่ยวกับกรงเล็บมังกรน้อยลงบนแผ่นหินด้วยจิตสำนึกของเขา
วินาทีต่อมา
แสงสายหนึ่งก็ห่อหุ้มเย่เทียนและส่งเขาออกจากพื้นที่แห่งนี้
“อะไรกัน?วานรสีทองตัวนั้นสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำขึ้นมาและได้ผ่านการทดสอบแล้ว???”
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากตกใจ
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจนหนึ่งคาดเดา“บางทีฝ่ายตรงข้ามอาจจะมีพรสวรรค์กรงเล็บ ดังนั้นมันจึงสามารถสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำได้เร็วขนาดนี้?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วยมิฉะนั้นพวกมันคงไม่เชื่อว่าวานรสีทองที่มีระดับการบ่มเพาะพอๆ กันกับพวกมันจะสร้างทักษะกรงเล็บระดับเหล็กดำได้เร็วขนาดนี้
พวกมันจึงคิดว่าเย่เทียนจะต้องมีพรสวรรค์กรงเล็บอย่างแน่นอนมีเพียงคำพูดนี้เท่านั้นที่สมเหตุสมผล!
น่าเสียดายที่พวกมันไม่รู้ว่าเย่เทียนนั้นมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันและยังมีพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุด และเขายังเป็นมนุษย์อีกด้วย