ณ ยอดเขาเมฆาม่วงอันสูงตระหง่าน ท่ามกลางสายหมอกอันล่องลอยราวกับสายไหม บนลานประลองกว้างใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยเหล่าศิษย์จากสำนักเซียนทั้งหลาย บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและคาดหมายแผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่ง
การประลองครั้งยิ่งใหญ่เพื่อเฟ้นหาสุดยอดศิษย์แห่งแดนเซียนได้ดำเนินมาถึงรอบสุดท้ายแล้ว เหลือเพียงยอดฝีมือทั้งสี่จากสำนักต่างๆ ที่ได้ฝ่าฟันอุปสรรคอันโหดหินมายืนหยัดอยู่ ณ จุดนี้
หนึ่งในนั้นคือ จางเย่ ศิษย์หนุ่มจากสำนักเซียน์ ผู้ซึ่งไม่มีใครคาดหมายว่าเขาจะก้าวมาไกลถึงเพียงนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายและท่าทางที่ไม่สะดุดตา จางเย่จึงถูกมองข้ามไปราวกับมดตัวเล็กๆ ท่ามกลางฝูงสิงโต
แต่ในยามที่กระบี่โกลาหลในมือของเขาถูกชักออกจากฝัก ทุกสายตาก็ต้องจับจ้องไปที่เขาด้วยความตกตะลึง ความเร็วและความแม่นยำในการโจมตีของเขาเหนือชั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงมาจากฟ้า ทำให้คู่ต่อสู้ทั้งสามจากสำนักอื่นๆ ไม่สามารถต้านทานได้
ศิษย์จากสำนักกระบี่สายฟ้าถูกกระบี่โกลาหลฟาดฟันจนร่างกายกระเด็นกระดอนไปไกลหลายสิบเมตร ศิษย์จากสำนักกระบี่หกสายถูกพลังกระบี่ของจางเย่พัดจนร่างกายกระเด็นตกลงจากเวทีส่วนเทพธิดาสาวแสนสวยจางเย่ออมมือให้เธอเธอต้านได้เล็กน้อยลู่ซือซือก็ไม่อาจทานพลังกระบี่ของจางเย่ได้เลยเธอกระเด็นออกจากเวทีแต่ไม่าเ็ก็ถูกจางเย่ใช้กระบี่โกลาหลแทงทะลุหัวใจจนสิ้นชีวิตล้มลง
ความเงียบงันแผ่คลุมไปทั่วลานประลอง เหล่าศิษย์ที่เฝ้าชมการประลองต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจางเย่จะมีฝีมือที่เก่งกาจถึงเพียงนี้
"นี่มันอะไรกันเนี่ย" ศิษย์จากสำนักกระบี่สายฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยความไม่เชื่อสายตา "ไอ้หนุ่มบ้านนอกนั่นมันเก่งขนาดนี้เลยเหรอ"
"ใช่แล้ว" ศิษย์จากสำกระบี่หกสายล่าวเสริม "ข้าไม่เคยเห็นใครใช้กระบี่ได้เร็วและแม่นยำขนาดนี้มาก่อนเลย"
"น่าเสียดายที่เขาเเข็งแกร่งเกินไปข้าไม่คิดว่าศิษย์น่องจางจะมีฝีมือโดเด่นขนาดนี้" ศิษย์พี่จากสำนักเซียน์ผู้มีใบหน้างดงามและเ็ากล่าว "ข้าคิดว่าเขาคงจะอ่อนแอ แต่ที่ไหนได้ กลับเก่งกาจเกินคาด" ลู่ซือซือเทพธิดามองไปที่ชายหนุ่มที่ไม่สะดุดตาบนเวทีด้วยแววตาที่ซับซ้อนอธิบายไม่ถูก
เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างพากันพูดคุยกันอย่างโจษจันถึงความสามารถอันน่าทึ่งของจางเย่ ขณะที่จางเย่เองก็ยืนอยู่ตรงกลางลานประลองด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งหรือโอหัง
"จางเย่แห่งสำนักเซียน์ ยอดเขาเมฆาม่วงชนะเลิศ" เสียงประกาศของปรมาจารย์เสวียนหวังก้องไปทั่วลานประลอง
เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งบริเวณ เหล่าศิษย์จากสำนักเซียน์ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีศิษย์จากสำนักของตนคว้าอันดับหนึ่งในการประลองครั้งยิ่งใหญ่ได้
จางเย่เดินลงจากลานประลองท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาจากทุกทิศทุกทาง เขาก้มหัวให้กับคณะกรรมการและเหล่าศิษย์จากสำนักอื่นๆ เพื่อแสดงความเคารพ
"ข้าไม่คิดว่าจะได้อันดับหนึ่ง" จางเย่กล่าวกับอาจารย์ของตนหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ "ข้าเพียงแค่ทำหน้าที่ของข้าเท่านั้น"
"เ้าทำได้ดีมากจางเย่" อาจารย์ของจางเย่กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "เ้าได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าศิษย์จากสำนักเซียน์ก็เก่งกาจไม่แพ้สำนักอื่นๆ"
"ข้าเพียงแค่ทำหน้าที่ของข้าเท่านั้น" จางเย่กล่าวซ้ำอีกครั้งด้วยความถ่อมตัว
จางเย่เดินกลับไปยังที่พักของตนพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย เขาไม่ดีใจที่ได้คว้าอันดับหนึ่งในการประลองครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้ดีว่าเส้นทางการฝึกฝนของเขาไร้เทียมทานแล้วไม่จำเป็ต้องฝึกฝนอีกการฝึกฝนเ
ป็นเพียงงานอดิเรกของเขาเท่านั้น