ข้าวหอมมองนาฬิกาบนหน้าจอมือถือก็เห็นว่าตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้ว ร่างบางจึงรีบวิ่งขึ้นมาบนห้องเพื่ออาบน้ำ เธอใช้เวลาอาบไม่เกินสิบนาทีก็เดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า
“เอาชุดไหนดีน้า ชุดนี้ก็สวย ชุดนั้นก็ดี หรือชุดนี้ก็น่ารัก เลือกไม่ถูกเลย” ยิ่งรีบก็รู้สึกว่ายิ่งช้า เธอกวาดตามองทั้งชุดเดรส ชุดเอี๊ยม เสื้อยืดที่แขวนเรียงรายอย่างใช้ความคิด เพราะไม่รู้ว่าต้องแต่งตัวให้ดูสุภาพเข้าไปที่ทำงานของเขาหรือไม่
“เอาชุดที่อาฌานซื้อให้ดีกว่า” ในเมื่อเลือกไม่ได้ข้าวหอมจึงเลือกชุดที่มีความสำคัญกับตัวเอง นั่นก็คือเดรสยาวสีขาวที่ฌานเคยซื้อให้ตอนไปเดินห้างด้วยกัน
หญิงสาวรีบแต่งตัวและไดร์ผมอย่างรวดเร็ว ส่วนใบหน้าทำเพียงทาซีซีครีมแล้วปัดแก้มเล็กน้อย และจบด้วยลิปสติกสีชมพู ข้าวหอมทำทุกอย่างเสร็จในเวลาเกือบเที่ยง แล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่างพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างใบสวยสีชมพูที่กฤตตินซื้อให้เป็ของขวัญ
“มาแล้วเหรอคะ” ฌานที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่เมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่งลงบันไดก็เงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเธอ
“ค่ะ อาฌานมานานแล้วเหรอคะ ข้าวหอมขอโทษค่ะ นึกว่าอาฌานจะมาเที่ยงกว่า” พูดจบข้าวหอมเดินไปควงแขนคนตัวสูง
“ไม่นานค่ะ ถึงนานอาฌานก็รอได้”
“อาฌานมาเร็วแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงใช่ไหมคะ” ข้าวหอมเงยหน้าไปถามระหว่างที่ไปหน้าบ้าน
“ยังค่ะ ข้าวหอมล่ะคะ”
“ยังเหมือนกันค่ะ” แม้ว่าเธอจะยังไม่หิวเพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงมาเมื่อกี้ก็ตาม แต่ก็ต้องรีบคว้าโอกาสไว้ก่อน
“งั้นไปทานข้างนอกพร้อมกับอาฌานเลย แล้วเดี๋ยวไปช่วยอาฌานทำงานกัน” ฌานเปิดประตูรถให้หญิงสาวแล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ เมื่อเข้ามานั่งในรถเขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดที่ข้าวหอมสวมใส่นั้นดูคุ้นตา คล้ายกับชุดที่เขาซื้อให้เมื่อไม่นานมานี้
“นี่ชุดที่อาฌานซื้อให้หรือเปล่าคะ”
“ใช่ค่ะ ข้าวหอมไม่รู้จะใส่ตัวไหนดีเลยเอาตัวที่อาฌานซื้อให้มาใส่ สวยไหมคะ” ข้าวหอมเอียงคอถามอย่างน่ารัก
“สวยค่ะ ไม่ว่าข้าวหอมใส่อะไรก็สวยหมดแหละ” เขาแอบโล่งอกที่เธอสามารถใส่ได้พอดี และยังออกมาสวยกว่าที่คิดอีกด้วย
“ขอบคุณค่ะ” ข้าวหอมยิ้มเมื่อได้รับคำชม
“งั้นไปกันเลยไหมคะ ข้าวหอมลืมอะไรหรือเปล่า”
“ไม่น่าลืมอะไรนะคะ งั้นไปกันค่ะ”
“ค่ะ” ฌานมองดูรอยยิ้มหวาน ๆ ที่ส่งมาให้เขาก่อนจะสตาร์ตรถ
“ที่จริงวันนี้ข้าวหอมนึกว่าต้องอยู่บ้านเหงา ๆ คนเดียวซะอีก ดีนะคะที่ตัดสินใจโทรไปหาอาฌาน”
“ข้าวหอมสามารถโทรหาอาฌานได้ตลอดเลยนะคะ ไม่ต้องกลัวรบกวน แต่ถ้ารบกวนเดี๋ยวอาฌานรับจะบอกเองค่ะ” ฌานย้ำอีกรอบเพราะเขาเองก็ดีใจที่เธอนึกถึงเขาเหมือนกัน
“ขอบคุณค่ะ อาฌานน่ารักที่สุดเลย”
“ทานที่ห้างกันนะคะ ร้านเดิมที่เราไปด้วยกันบ่อย ๆ”
“ได้ค่ะ” ข้าวหอมพยักหน้า จะพาไปที่ไหนเธอก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“เอาสปาเกตตีคาร์โบนาราสองครับ แล้วก็เซตนี้ กับเซตนี้อย่างละหนึ่ง น้ำเอาเป็ชาเขียวกับคัปปุชชีโนร้อน” เมื่อนั่งในร้านฌานก็สั่งอาหารทันที
ั้แ่เล็กจนโตเวลามารับประทานอาหารข้างนอกด้วยกัน ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ข้าวหอมจะต้องสั่งเอง เพราะเขารู้ว่าเธอชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร
“แล้วอาฌานจะให้ข้าวหอมช่วยงานอะไรเหรอคะ ยังไม่ได้บอกเลย”
“ไปช่วยเลือกดูพวกต้นไม้ ดอกไม้ค่ะ เอาไปลงโครงการคอนโดที่อาฌานกำลังทำอยู่”
“อ๋อ ปกติอาฌานจะไปเลือกเองเหรอคะ” ข้าวหอมสงสัย เพราะไม่เคยเห็นกฤตตินจะไปดูเองบ้างเลย แด๊ดดี้ของเธอเองก็เป็เ้าของบริษัทโครงการรีสอร์ตและเพนต์เฮาส์เหมือนกัน
“เปล่าค่ะ แต่อยากหากิจกรรมทำกับข้าวหอม หนูจะได้ไม่เบื่อ” เขาตอบยิ้ม ๆ
“อาฌานโม้ ข้าวหอมไม่เชื่อหรอก” ข้าวหอมยู่หน้าใส่
“เื่จริง แต่เหตุผลหลักคืออาฌานี้เีไปนั่งฟังเขาเสนอค่ะ ไหนจะหารือกันงบประมาณอีก สู้ให้อาฌานลงเลือกเองและจัดงบเองเลยดีกว่า จบทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลา”
“อ๋อ อย่างงี้นี่เอง” ข้าวหอมพยักหน้าเข้าใจกับเหตุผลของเขา
“แล้วข้าวหอมบอกแด๊ดดี้หรือยังคะว่ามากับอาฌาน”
“บอกแล้วค่ะ แด๊ดดี้บอกว่าห้ามกลับเกินหนึ่งทุ่ม”
“ไม่อยู่กับข้าวหอมแล้วยังจะมาสั่งกลับเวลานั้นเวลานี้อีก ใช้ไม่ได้เลยนะคะ” ฌานรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนตัวเองที่ทำมาเป็จำกัดเคอร์ฟิว ทั้งที่ลูกสาวก็ไม่ใช่เด็กอนุบาลแล้ว
“คิก ๆ กลัวข้าวหอมไปค้างกับอาฌานมากกว่าค่ะ”
“เดี๋ยวอีกไม่นานมันก็จะคลั่ง” ฌานกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงของขวัญที่เขากำลังเตรียมให้ข้าวหอมนั้น ถ้าเพื่อนรักของเขารู้เข้าคงอกแตกตายแน่ ๆ
“คะ?” ข้าวหอมที่ไม่เข้าใจความหมายขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“เปล่าค่ะ อาหารมาแล้ว ทานกันดีกว่า”
พนักงานเสิร์ฟวางจานและแก้วลงตรงหน้าของทั้งสองคน ฌานและข้าวหอมจึงเริ่มลงมือรับประทานอาหารพร้อมกับอัปเดตชีวิตให้อีกฝ่ายฟัง หลังจากกินเสร็จฌานพาหญิงสาวไปเดินย่อยในห้างสรรพสินค้าเพื่อเดินดูของต่าง ๆ
“อยากได้อะไรไหมคะ” ฌานหันไปถามเ้าของมือนุ่มนิ่มที่กำลังจับมือเขาอยู่
“ไม่ค่ะ ข้าวหอมไม่อยากได้อะไรเลย” ข้าวหอมส่ายหน้า สิ่งที่เธออยากได้ก็คงเป็การได้อยู่กับเขานาน ๆ มากกว่า
“ถ้าอยากได้อะไรก็บอกอานะคะ”
“ค่ะ” ข้าวหอมเดินจูงมือเขาไปเรื่อย ๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับบางอย่าง
“อาฌานคะ” ข้าวหอมหยุดเดินและเรียกคนตัวใหญ่ที่เดินอยู่ข้าง ๆ
“คะ?”
“ข้าวหอมอยากคีบตุ๊กตาค่ะ” เธอใช้มืออีกข้างชี้ไปยังตู้คีบตุ๊กตาที่มีวางมากกว่าสิบตู้ข้างหน้า
“งั้นเดี๋ยวอาไปแลกเหรียญให้นะคะ” เขาเคยพาข้าวหอมคีบเล่นั้แ่เด็ก จึงต้องรู้ว่าต้องไปแลกเหรียญก่อน
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อได้เหรียญที่ฌานไปแลกมาให้ข้าวหอมก็เลือกตู้ที่อยากจะคีบ
“ได้เล่นแค่สิบครั้งนะคะ”
“ค่ะ” ข้าวหอมพยักหน้าโดยไม่งอแง ในสิบครั้งนี้อย่างน้อยเธอก็ต้องได้ตุ๊กตามาสักตัวอย่างแน่นอน เพราะฌานเคยสอนเทคนิคการคีบตุ๊กตาให้เธอมาหลายครั้งแล้ว
ฌานยืนกอดอกมองดูข้าวหอมที่เล่นอย่างตั้งใจ มุมปากหยักเผลอยกยิ้มออกมา และไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหญิงสาวเอาไว้ั้แ่ตอนไหน
“เย่! ข้าวหอมได้แล้วค่ะอาฌาน” เสียงเล็กที่ร้องอย่างดีใจพร้อมกับย่อตัวลงไปหยิบตุ๊กตาหมีสีม่วงออกมา แม้อยากจะได้สีขาวมากกว่าแต่ได้สักตัวเธอก็ดีใจมากแล้ว
“เก่งจังเลยค่ะ” ฌานได้สติจึงรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม แล้วเดินไปลูบศีรษะเล็กของข้าวหอม
“นึกว่าจะไม่ได้ซะแล้ว แต่เหลือเหรียญอีกสองเหรียญค่ะอาฌาน” ข้าวหอมแบเหรียญในมือให้เขาดู
“งั้นอาฌานขอลองคีบบ้างนะคะ” ฌานหยิบเหรียญไปหยอดตู้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ในการคีบเพียงสองครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าโชคไม่เข้าข้าง
“ไม่เป็ไรนะคะอาฌาน” ข้าวหอมเงยหน้าไปยิ้มปลอบใจ และจูงมือเขาออกจากโซนเครื่องเล่น
“ค่ะ สงสัยสนิมเกาะเพราะไม่ได้เล่นนานแล้ว” ฌานยิ้มตอบกลับหญิงสาว รอยยิ้มหวาน ๆ ไร้เดียงสาของเธอ ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ั้แ่เด็กจนโตก็ยังน่ามองเสมอ
“แต่ตุ๊กตาตัวนี้ข้าวหอมตั้งใจคีบให้อาฌานนะคะ” ระหว่างที่เดินไปข้าวหอมก็พูดขึ้นมา
“หืม ให้อาฌานเหรอคะ”
“ค่ะ ข้าวหอมตั้งใจจะคีบให้ได้สีขาว แต่ดันได้สีม่วงแทน” สีม่วงดูหวานจนไม่เหมาะกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“ทำไมถึงคีบให้อาฌานล่ะคะ”
“ก็ั้แ่รู้จักกันมา อาฌานชอบซื้อของเล่นกับตุ๊กตาให้ข้าวหอมตลอด แต่ข้าวหอมไม่เคยซื้ออะไรให้อาฌานเลยนี่” นอกจากของขวัญวันเกิดซึ่งปีก็จะมีแค่หนึ่งวัน แต่เขาซื้อของให้เธอแทบทุกครั้งที่เจอกัน โดยเฉพาะวันเกิดหรือวันพิเศษที่ให้ทีหลักหมื่นหลักแสน เธอจะปฏิเสธน้ำใจก็ไม่ได้
“ก็อาฌานเต็มใจให้ข้าวหอมไงคะ” เธอเป็คนน่ารักน่าเอ็นดูั้แ่เด็ก เห็นทีไรก็อดใจไม่ซื้อของไปฝากไม่ได้ทุกที
“ถึงนี่จะยังเป็เงินที่อาฌานไปแลกมาให้เล่น แต่ข้าวหอมตั้งใจคีบให้อาฌานเลยนะคะ” พูดจบข้าวหอมก็ยื่นตุ๊กตาหมีสีม่วงให้ฌาน
“ขอบคุณนะคะ” ฌานรับตุ๊กตามาแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากของหญิงสาวเมื่อเห็นแล้วว่าบริเวณนี้มีคนไม่มาก
ด้านคนที่ถูกกระทำก็ก้มหน้ายิ้มแก้มปริ ข้าวหอมเขินจนไม่กล้าเงยขึ้นไปสบสายตา
“กินไอติมไหมคะ เดี๋ยวอาฌานซื้อให้” เขาเหลือบไปเห็นร้านไอศกรีมก็เลยถามหญิงสาว
“อืม กินก็ได้ค่ะ” ข้าวหอมพยักหน้า ฌานจึงเดินจูงมือเธอเข้าร้าน
“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวเดินเข้ามาหาทันทีเมื่อทั้งสองคนนั่งที่โต๊ะ
“โคนวานิลลาค่ะ” ข้าวหอมสั่งเสียงใส
“ชุบช็อกโกแลตไหมคะ”
“ชุบค่ะ”
“สักครู่นะคะ” พนักงานรีบทำตามออร์เดอร์ ไม่นานไอศกรีมโคนวานิลลาเคลือบด้วยช็อกโกแลตก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
“อร่อยมากเลยค่ะ” ข้าวหอมฉีกยิ้มมีความสุขออกมาเมื่อได้ทานของอร่อย
“หึ กินดี ๆ ค่ะ เดี๋ยวหกเลอะเสื้อผ้า” ฌานเอามือเช็ดที่มุมปากให้เธอเมื่อเห็นว่ามีคราบไอศกรีมเลอะ
“อ๊ะ อาฌานคะ” ข้าวหอมอุทานที่เห็นเขาเอานิ้วโป้งที่เช็ดคราบไอศกรีมเข้าปากของตัวเอง
“อร่อยจริงด้วย อาฌานขอกินด้วยได้ไหมคะ” เขาชี้ไปยังไอศกรีมโคนที่เธอถืออยู่
“แต่ข้าวหอมกินไปเยอะแล้วนะคะ”
“อย่าหวงของกินสิ” ฌานยิ้มแล้วจับมือเธอเลื่อนมาจนไอศกรีมอยู่ตรงหน้าเขา และไม่รอช้าชายหนุ่มก้มลงไปกินทันที
“ทำไมเอาไปนิดเดียวเองล่ะคะ กินอีกได้นะ” ข้าวหอมถามเพราะเขาชิมแค่คำเดียวก็ปล่อยมือออก
“ไม่เอาแล้วค่ะ ไม่หวานเท่าที่เลอะตรงปากข้าวหอมเลย” ฌานพูดยิ้ม ๆ
“อาฌานพูดอะไรคะ” ข้าวหอมเบือนหน้าหนีทันที
“หึ ๆ เขินเหรอคะ” เมื่อเห็นแก้มที่แดงระเรื่อเขาก็อดแซวไม่ได้
ข้าวหอมไม่ตอบอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินไอศกรีมจนหมด จากนั้นฌานจึงขับรถมุ่งตรงไปยังร้านขายต้นไม้และดอกไม้
ทั้งฌานและข้าวหอมใช้เวลาในการเลือกเกือบชั่วโมงเพราะมีดอกไม้สวย ๆ เยอะมาก จนแทบไม่รู้ว่าจะเอาแบบไหนดี และเป็ครั้งแรกที่ฌานมาเลือกเอง ปกติจะมีคนงานคัดเลือกไปให้ไม่ถึงสิบชนิด แต่ที่นี่มีเป็ร้อย ๆ ชนิดจนเขาตาลายไปหมด ยังดีที่มีข้าวหอมมาด้วย ซึ่งกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เธอเป็คนเลือก เพราะถ้าเขามาคนเดียวป่านนี้คงต้องตามตัวเลขามาช่วยอีกแรงแน่นอน