ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 36 : ถ่ายทอดพลังหยางให้สองสาว

    ปราบมาถึงยังจุดที่แยกกัน แล้วให้อัลตรอนสแกนพื้นที่ มินานนักภาพโฮโลแกรมได้ฉายออก ชายหนุ่มมองยังภาพโฮโลแกรมแล้วทะยานร่างเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

     

    เขาวิ่งหน้าตั้งไปตามทิศทางที่กลุ่มของสองสาววิ่งอย่างมิคิดชีวิต ชายหนุ่มมิรู้ว่ากลุ่มของหญิงสาวทั้งสองวิ่งหนีอะไรเพราะไม่มีสัญญาณบอกว่าเป็นสิ่งใด

     

    เขาให้งุนงงสงสัยยิ่งนักว่านอกจากอสูรระดับสี่แล้ว พวกมันยังใช้อะไรอีกในงานนี้

     

    ชายหนุ่มมาถึงยังจุดที่กลุ่มของหญิงสาวแยกกัน หญิงสาวทั้งสองไปทางขวาส่วนที่เหลือไปทางซ้าย เขาพยักหน้าช้าๆแล้ววิ่งไปทางขวาอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มมาหยุดที่ตำแหน่งสุดท้ายของหญิงสาวทั้งสอง ก่อนที่จะไม่มีพลังปราณ

     

    ชายหนุ่มกวาดตามทั่วอาณาของผืนป่า แล้วหัวคิ้วขมวดมุ่น

     

    “ ผืนป่าเขตนี้มันเย็น “ เขาพึมพำ

     

    “ มันเย็นเพราะมีพลังหยินมาก “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ พลังหยิน “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มมองยังรอยเท้าของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่เดินกันให้วุ่นวาย “ อัลตรอน คัดแยกรอยเท้า “ ปราบเอ่ย

     

    “ รอสักครู่ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ วู๊มม “ พลันปรากฏภาพของรอยเท้าของสองสาวพุ่งเข้าป่าอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มไม่รอช้ากระโจนร่างไล่ตามรอยเท้าไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ ทำไมนางทั้งสองจึงวิ่งแบบไร้สติแบบนี้ “ เขาเอ่ย

     

    “ การวิ่งแบบนี้บอกได้เลยว่ามีแต่ตายกับตาย “ เขาเอ่ย

     

    เมื่อมาถึงยังแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลมาจากน้ำตก ชายหนุ่มกวาดตามองทั่ว

     

    เขาพลันสะท้านทั่วร่างเมื่อข้ามฟากแม่น้ำไปมีดวงตาสีชาดมากมายหลายร้อยคู่ที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดมิด

     

    “ หวังว่านางจะไม่ข้ามแม่น้ำ “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มตัดสินใจเลาะไปตามแม่น้ำฝั่งปลอดภัยอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มใช้เวลาจนรุ่งสางก็ยังมิมีสิ่งใดที่จะบ่งบอกว่าหญิงสาวทั้งสองอยู่ที่ใด

     

    “ ทำไมไม่ทิ้งเศษขนมไว้บ้าง “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    เขามายังแม่น้ำแล้วมองข้ามแม่น้ำเข้าไปในผืนป่าทึบ ชายหนุ่มสูดหายใจออกอย่างแรง แล้วทะยานร่างข้ามแม่น้ำไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตุบ “ สองเท้าของเขาแตะลงยังพื้นทราย

     

    “ โฮกก “ อสรพิษงูเห่าพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ปากกว้างของมันอ้าออกหมายกัดหัวของเขา

     

    ชายหนุ่มวาดมือเรียกกระบี่ออกมาแล้วเบี่ยงตัวหลบ “ ฉับ “ กระบี่ของเขาสะบั้นหัวของมันขาดออกจากตัวดับดิ้นในทันใด

     

    “ อสูรระดับสามอย่างได้สะเออะมาวุ่นวายกับข้า “ ปราบร้องออก

     

    “ ครืนน “ ฝูงอสูรนับร้อยต่างวิ่งหนีเข้าป่าลึกในทันใด

     

    ชายหนุ่มเก็บร่างของอสูรงูเห่าแล้วกวาดตามองทั่วผืนทราย

     

    “ รอยเท้าของนางทั้งสองถูกน้ำพัดหายไปแล้ว “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

     

    เหล่าเจ้าหน้าที่ถึงกับใบ้กินมิรู้จะร้องเป็นภาษาอะไรดี เพราะในป่านั้นเต็มไปด้วยอสูร

     

    “ สามคน นักล่าสามคน มันเป็นความสูญเสียที่มากเกินไป ทั้งๆที่เป็นแค่เพียงการฝึก “ หัวหน้าเจ้าหน้าที่เอ่ย

     

    “ หากไอ้บ้านั่นไม่ทำอะไรเลวๆแบบนี้คงไม่ต้องมาพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ “ เขาพึมพำ

     

    เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ก็ได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ ทุกคนไม่ต้องกังวล นักล่าปราบนั้นเชี่ยวชาญการต่อสู้และค้นหา ผมเชื่อว่าเขาจะพาสองนักล่าออกมาอย่างปลอดภัย “ โตเอ่ย

     

    “ ขอให้เป็นจริงอย่างที่คุณพูด “ ผอ.ศูนย์ฝึกเอ่ย

     

    ปราบทะยานร่างลัดเลาะไปเรื่อยในป่าเขาเข้าค้นในถ้ำที่คิดว่าสองสาวนั้นจะอยู่อาศัยแต่ก็ไม่พบเจอสักครา

     

    จนเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ห้าของการค้นหา ชายหนุ่มก็ได้พบเจอกับรอยเท้าของหญิงสาว

     

    เขายิ้มออกในทันใด แม้นว่าจะปรากฏเพียงรอยเดียวแต่ก็ถือว่าเขามาถูกทางแล้ว

     

    สัมผัสของเขาถูกส่งออกไปในทันใด

     

    “ เอ๋ “ ชายหนุ่มพลันคิ้วขมวดเมื่อพบเจอแท่งหินขนาดใหญ่

     

    เขาเร่งให้อัลตรอนวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว

     

    “ เจ้านายภายในหินนั้นมีร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ถูกผนึกไว้เมื่อนานแสนนาน “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ไป “ ชายหนุ่มทะยานร่างไปยังถ้ำแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อมาถึงเขาเข้าไปในถ้ำแล้วเดินลัดเลาะไปตามซอกหลืบที่คับแคบของถ้ำ

     

    เมื่อหลุดพ้นจากซอกหินร่างของเขาหลุดเข้ามาในโพรงถ้ำที่กว้างใหญ่ แลเย็นเยียบ

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองแล้วพบกับทั้งสองสาวที่นอนหนาวสั่นอยู่ที่พื้น

     

    เขาเร่งเข้าหาสองสาวอย่างรวดเร็ว แลตรวจดูอาการของนางทั้งสอง

     

    “ เจ้านายจากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว นางทั้งสองได้รับพลังหยินมากเกินไปทำให้ร่างของนางทั้งสองหนาวสั่น “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ต้องแก้ยังไง “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เวลานี้ผมมิมียาที่จะใช้รักษาโรคนี้ได้ แต่เจ้านายยังมีพลังหยางที่สามารถถ่ายทอดให้กับพวกนางได้ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ถ่ายทอดพลังหยาง “ เขาพึมพำ

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ เอาวะ “ เขาเอ่ย

     

    ปราบเร่งทำการผสานหยินหยางกับนางทั้งสองทั้งอย่างรวดเร็ว

     

    “ อือ “ ส้มเปลือกตาขึ้นแลมองทั่วถ้ำ นางพลันสะท้านทั่วร่างเพราะความเย็นในถ้ำ ครั้นสำรวจทั่วกายาสองตาของนางพลันเบิกโพลงเมื่อนางร่างของนางเปลือยเปล่าทั้งฟ้านักล่าเขตสิบก็ยังเปลือยเปล่า

     

    นางมองยังน้องสาวของนางที่ปรากฏร่องรอยเต็มทั่ว “ นี่มันอะไรกัน “ นางพึมพำ

     

    “ ข้าถูกข่มขืน “ นางพึมพำ

     

    “ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง “ นางพึมพำ

     

    “ แกร๊ก “ เสียงหนึ่งดังขึ้น

     

    “ ใคร “ นางร้องออก

     

    ปราบเดินเข้ามาหลังจากที่ไปสำรวจหินก้อนใหญ่ เขายิ้มออกแลเดินเข้าหา

     

    ส้มพลันเม้มปากแน่นเมื่อมองยังน้องชายของเขาที่แก่วงไกวไปมา

     

    “ ตื่นแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    แล้วทิ้งร่างลงนั่งเบื้องหน้าของนาง

     

    ส้มมองยังชายหนุ่มเพื่อหาคำตอบจากทั้งหมด

     

    ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวให้นางฟังอย่างละเอียด นางพยักหน้าช้าๆแลมองยังน้องสาวของตน

     

    “ ส้ม มันเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยได้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อึ้ม “ นางพยักหน้าช้าๆ

     

    “ แม้นว่าจะสูญเสียไป แต่สิ่งที่ส้มได้กลับมาก็ถือวาคุ้มค่าอยู่นะ “ ปราบเอ่ย

     

    “ สำรวจที่ฐานพลังดูสิ “ ปราบเอ่ย

     

    ส้มพยักหน้าแล้วทำการสำรวจฐานพลังของตน นางพลันตาโตปากอ้าค้าง

     

    “ สร้างกายาระดับหก “ นางเอ่ย

     

    “ เป็นไปได้เช่นใด “ นางพึมพำ

     

    ปราบยิ้ม

     

    “ แล้วถ้าหากทำกันทุกวันจะเพิ่มพลังปราณได้รึไม่ “ ส้มเอ่ยถาม

     

    “ แน่นอนว่าได้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อ้า “ ส้มร้องออกแล้วทะยานร่างเข้าจัดการชายหนุ่มในทันใด

     

    เสียงครวญครางของทั้งสองทำเอาฟ้าที่สลบไสลฟื้นตื่น ฟ้าทีมิรู้เรื่องราวใดพลันแข็งทื่อ นางมิกล้าที่จะขยับกายาของนางแม้นแต่น้อย เพราะกลัวว่าส้มนั้นจะอายนาง

     

    ยิ่งส้มร้องดังมากเท่าใด ฟ้าก็ยิ่งสะท้านในใจมากเท่านั้น นางปรือตามองยังทั้งสองที่กำลังผสานหยินหยาง นางพลันอ้าปากค้าง

     

    “ ปราบ เป็นเขา “ นางพึมพำ

     

    นางพลันเม้มปากแน่นแลมองยังทั้งสองเริงรักอย่างเร่าร้อน

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน