บริเวณชายฝั่งของท่าเรือท่าหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมื่อท่าที่มีชื่อเสียงเรื่องของการอัดแน่นไปด้วยผู้คนต่างเผ่าพันธุ์และความมีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน
“นครเนเปิลส์”
เซนได้อ่านออกเสียงเบาๆ ชายหนุ่มใช้เวลาเดินทางไกลที่ควรจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ เวลากลับลดเหลือเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ซึ่งต้องขอบคุณความเร็วของอาร์เจนโต้ที่เร็วกว่าเรือลำไหนๆ เมื่อเซนยืนอยู่หน้าทางเข้าเมืองท่าที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าชาวเมืองหรือนักเดินทางที่เดินผ่านไปมานั้นมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
ซึ่งนั่นก็มีสาเหตุเป็นเพราะว่าเครื่องแต่งกายของเซนนั้นค่อนข้างจะดูหยาบและดูเหมือนพวกบ้านนอก บวกกับท่าทางของชายหนุ่มที่ตวัดสายตาไปมามองดูรอบๆ อย่างตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เมืองนี้เท่านั้นที่ทำให้เขาตื่นเต้น แต่เป็นเพราะระดับของผู้คนที่นี่ล้วนแล้วแต่สูงกว่าทวีปเอวาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ระดับพลังวิญญาณที่อยู่รอบๆ ยังหนาแน่นกว่าเป็นสองเท่า
เมืองเนเปิลส์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของทวีปฟ้ากระจ่าง มีผู้ปกครองเมืองเป็นพ่อค้าที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เขาเพียงเป็นกลางเท่านั้นและพ่อค้าคนนั้นยังเป็นเจ้าของสมาคมการค้าที่เซนค่อนข้างคุ้นหูเพราะมันมีชื่อเสียงไปถึงทวีปเอวาของเขาด้วย มันคือสมาคมการค้าเฮเว่น
“เฮ้! ไอ้บ้านนอกจะยืนขวางทางข้าอีกนานไหม!”
เสียงของชายคนหนึ่งฟังดูน่ากลัวได้ดังขึ้นเบื้องหลังของเซน ทำให้เซนรีบหลบไปข้างทางอย่างรวดเร็ว และพบกับขบวนของนักรบที่แต่งตัวด้วยชุดเกราะเต็มยศมีจำนวนมากกว่าร้อยคนกำลังเคลื่อนที่เข้าเมือง
ไม่ใช่กลุ่มเดียวเท่านั้นด้านหลังไกลไปอีกเซนยังเห็นกลุ่มของนักผจญภัยและกองกำลังมากมายที่มาจากที่ต่างๆ และจุดประสงค์ของทุกคนล้วนแล้วแต่เหมือนกันนั่นก็คือการเดินทางเข้าเมืองเนเปิลส์ ด้วยการที่พึ่งมาสถานที่นี้ครั้งแรกทำให้เซนอดที่จะสงสัยไม่ได้ แต่หากต้องเข้าไปถามมันก็ยังไงอยู่เพราะพวกนักรบพวกนั้นล้วนแล้วแต่ดูไม่เป็นมิตรกันสักคน
“ระดับสูงสุดคือ ระดับ 41 ต่ำสุด ระดับ 37!”
เซนค่อนข้างตกใจกับระดับของพวกนักรบที่มาที่นี่อย่างมาก แต่มันก็สงบลงอย่างรวดเร็วเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้มารีนก็ได้เคยกล่าวกับเขาไว้แล้วว่าระดับเฉลี่ยของทวีปฟ้ากระจ่างแห่งนี้คือ 35 ความจริงแล้วจะไม่มีใครสามารถทราบระดับของคนอื่นได้หากอีกฝ่ายไม่ได้ลงมือต่อสู้ แต่เซนนั้นได้เรียนรู้ทักษะที่ชื่อว่าอ่านวิญญาณทำให้เขาสามารถมองเห็นพลังวิญญาณที่อยู่รอบๆ ร่างกายและบอกระดับที่แม่นยำได้ อย่างไรก็ตามยังมีกรณีที่มีคนสามารถปกปิดหรือซ่อนวิญญาณได้ ตัวอย่างเช่นปีศาจแดงที่เจอในดินแดนแห่งการทดสอบนั่น
“เชิญชิมอาหารขึ้นชื่อของเนเปิลส์กันได้ ขายถูกๆ ชิ้นล่ะ 1 เหรียญเงินเท่านั้น!”
เมื่อเซนก้าวเข้าไปในเมืองเขาก็พบกับพ่อค้าตั้งแผงขายของกันมากมาย มีของทุกชนิดขายและของค่อนข้างแปลกตาออกไป ตัวอย่างเช่นสิ่งที่พ่อค้าคนหนึ่งกำลังเสนอขายมันคือเนื้อของมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่าปลาไหลพ่นไฟ มันเป็นมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในน้ำแต่กลับมีวิญญาณธาตุไฟ มันค่อนข้างจะหาได้ยากในทวีปเอวา
ภายในเมืองนั้นตกแต่งไปด้วยดอกไม้และต้นไม้ที่มีใบไม้สีส้มแดง ให้ความรู้สึกร่มรื่นและสบายตาอย่างมาก เมืองแบบนี้เองยังหายากในโลกมนุษย์เช่นกัน
“ก่อนอื่นต้องหาเส้นทางไปที่นครหลวงแอรีสเสียก่อน”
เซนได้กล่าวขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในบาร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จุดประสงค์ที่ชายหนุ่มเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อที่จะไปที่นครหลวงแอรีสและหาทางกำจัดพิษจากอเวจีที่อยู่ในร่างกายของตนให้หมดไป เพื่อให้กลับมาใช้พลังวิญญาณได้อีกครั้ง
เมื่อเซนเดินผ่านประตูบาร์เข้าไป เขาก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าหนวกหู นี่คือเวลาช่วงกลางวันเท่านั้นแต่กลับมีคนเริ่มเมาและแหกปากโวยวายเต็มไปหมด
เซนเดินหลบพวกคนที่กำลังเซมาหาเขาอย่างง่ายดายพร้อมกับเดินไปหามาสเตอร์ที่อยู่ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ของร้าน อย่างไรก็ตามสภาพที่แออัดมากเกินไปทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายนักทำให้ถูกร่างของชายคนนั้นถอยหลังเซมาชนเขา แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะมาชนเซนก็ผลักมือไปเบาๆ ทำให้ชายคนนั้นที่ดูเหมือนจะมีฤทธิ์แอลกอฮอล์เซล้มไปทิศทางข้างหน้า
“เจ้าอยากมีเรื่องอย่างงั้นเหรอไอเวร!”
ชายคนที่ถูกผลักตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับหน้าที่แดงขึ้นของเขามองมาที่เซน ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของเหล้าหรือความโกรธของเขาที่ทำให้เขาหน้าแดง
เสียงตวาดของขายคนนั้นทำให้คนเกือบครึ่งร้านต่างพากันลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงดูเหมือนพวกที่ลุกขึ้นมานั้นจะเป็นพวกพ้องของชายที่เซนผลัก
“ไอหนุ่มนั่นคงไม่รอดแล้ว ดันไปหาเรื่องกับพวกนักผจญภัยแร๊งแพลตตินั่มเข้าให้”
ชายคนหนึ่งที่นั่งจิบเบียร์อยู่ในร้านเงียบๆ มองมายังทิศทางของเซนด้วยหางตาพร้อมกับส่ายหัว แน่นอนว่ามันไม่ได้คิดจะช่วยเหลือหรือสงสารชายหนุ่มแต่อย่างใด มันแค่แปลกใจกับชะตากรรมของเซนเท่านั้น
มาสเตอร์ของร้านเองก็มองมาที่เซนเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะสลับไปมองนักผจญภัยแร๊งแพลตตินั่มที่เป็นคู่กรณีของชายหนุ่มก่อนที่จะส่ายหัวเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามท่าทางของเซนที่แสดงออกมานั้นแทบจะทำให้คนทั้งบาร์ตกตะลึง เพราะเซนนั้นไม่แม้แต่จะสนใจหรือเหลือบมองคนที่หาเรื่องด้วยซ้ำ ชายหนุ่มเพียงเดินผ่านไปเฉยๆ ตรงไปหามาสเตอร์ของบาร์ พร้อมกับกล่าวว่า
“ข้าพึ่งเดินทางมาที่นี่ท่านพอจะช่วยแนะนำหรือให้ข้อมูลบางอย่างแก่ข้าได้หรือไม่ แน่นอนว่าข้ายินดีจ่ายสำหรับข้ามูลที่มีประโยชน์!”
เมื่อเซนกล่าวจบเขาก็พลิกมือรอบหนึ่งก่อนที่ฝ่ามือที่เคยวางเปล่าจะปรากฏเป็นเหรียญทองหนึ่งเหรียญออกมา เมื่อมาสเตอร์เห็นดังนั้นมันก็ได้ตาลุกวาวทันที อำนาจของเงินยังคงใช่ได้ทุกที่
นักผจญภัยที่ถูกเมินแน่นอนว่ามันย่อมต้องโกรธเป็นธรรมดา มันจึงเดินมาเบื้องหลังของเซนก่อนที่มันจะเอื้อมมือมาเพื่อคว้ามาที่ศีรษะของชายหนุ่ม ด้วยมือขนาดใหญ่ของมันสามารถบีบหัวของเซนด้วยมือเดียวได้ ทำให้คนที่เห็นเดากันไปต่างๆ นาๆ ว่าหัวของเซนต้องระเบิดเหมือนแตงโมอย่างแน่นอน
แต่ก่อนที่นักผจญภัยคนนั้นจะเอื้อมมือมาถึงเซน เซนก็ได้หันกลับไปเสียก่อนพร้อมกับใช้นิ้วจี้ไปที่แขนของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ได้ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว
ทุกคนต่างมองเซนด้วยท่าทางงุนงง อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาใบหน้าของนักผจญภัยคนนั้นก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวก่อนที่จะครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด
“อะ…อ้ากกกกก”
ภาพต่อมาทำให้คนทั้งบาร์เบิกตากว้างเพราะแขนของนักผจญภัยอยู่ๆ ก็บิดตัวเองจนผิดรูป แม้แต่เสียงกระดูกก็ดังลั่นออกมาทำให้ผู้คนทั้งบาร์ขนหัวลุก แขนของนักผจญภัยคนนั้นได้ถูกบดขยี้จนเละไม่เหลือชิ้นดี แต่กลับไม่มีเลือดสักหยดไหลออกมา
เมื่อพวกคนที่ยืนขึ้นเห็นพวกพ้องของตนบาดเจ็บก็รีบเข้ามาดูอาการทันที ใบหน้าของพวกมันซีดเผือดเมื่อเห็นอาการของพวกพ้องมัน ก่อนที่มันจะเงยหน้าและมองมาทางเซนด้วยความหวาดกลัว เพราะแขนของเพื่อนมันนั้นพิการเสียแล้ว และยากที่จะรักษาเสียด้วย กระดูกทั่งท่อนถูกบดขยี้เป็นผุยผง นอกจากนี้เส้นเลือกยังถูกสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี บาดแผลแค่นี้มากพอที่จะฆ่าคนได้หากไม่รีบไปรักษา
นักผจญภัยที่ดิ้นรนเพราะอาการบาดเจ็บเริ่มที่จะหยุดนิ่งเพราะหมดสติไปในขณะเดียวกัน พวกพ้องของมันไม่มีใครกล้าที่จะหาเรื่องเซนอีกต่อไป คนกว่าครึ่งร้านต่างพากันออกจากบาร์เพราะหวาดกลัวเซน เนื่องจากการลงมือของเซนนั้นอำมหิตเกินไป
“ตกลงเจ้าจะรับข้อตกลงของข้าหรือไม่?”
เซนหันหน้ากลับมาถามมาสเตอร์ของบาร์ด้วยสีหน้าปกติไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่เจ้าของบาร์นั้นยืนตัวสั่นอยู่พร้อมกับพึมพำ
“หรือท่านจะเป็นกึ่งเทวะ”
เพียงแค่คำนี้หลุดออกมาจากปากของมาสเตอร์บาร์ผู้คนทั้งร้านต่างพากันมองมาที่เซนเป็นสายตาเดียว นักผจญภัยเมื่อครู่นั้นมีระดับอย่างน้อยก็สี่สิบ การที่จะถูกจัดการอย่าง่ายดายขนาดไหนคงมีแต่อำนาจของกึ่งเทวะเท่านั้น ไม่ใช่แค่นั้นจากรูปร่างและหน้าตาของเซนเห็นได้ชัดว่าดูเด็กอย่างมาก นั่นยิ่งทำให้พวกคนในร้านพากันตกตะลึง กึ่งเทวะที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีอาจจะหาคนที่สองไม่ได้แล้วหากไม่นับรวมมารีน