
(1 สัปดาห์ต่อมา)
...หวังอี้ออกเดินทางจากสำนักม่านเมฆาตามคำแนะนำศิษย์พี่ให้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ บัดนี้เขาเป็ชายวัย 17 ปี ด้วยส่วนสูงที่ยืดขึ้นเป็ 6 ฉื่อ 1 ชุ่น (185 ซม.) แต่น้ำหนักตัวยังเท่าเดิมจึงดูผอมซูบยิ่งกว่าเดิม แต่ผิวเขากลับขาวเปล่งปลั่ง ไม่ขาวซีดดังแต่ก่อน
เมื่อหวังอี้กลับลงมาที่เมือง เขาเห็นผู้คนลำบากยากจนลงมาก เหตุเพราะาที่เพิ่งจบไปไม่นานนั่นทางราชสำนักมารีดไถข้าว, พืช, สัตว์จากชาวบ้านเพื่อเอาไปสนับสนุนกองทหารแนวหน้า แล้วมาเจอภัยต่ออีก ทำให้เพาะปลูกผลผลิตไม่ดี ปัญหาความอดอยากหิวโหยจึงเกิดขึ้นตามเมืองต่างๆไปทั่ว
เขาเห็นเด็กสองคนแย่งมันเทศเน่าเพียงครึ่งลูก เห็นหญิงชราต้มเปลือกไม้กินแทนข้าว เห็นชาวบ้านผอมจนโหนกแก้มตอบ
หวังอี้มองแล้วพูดออกมาว่า
"ประชาชนคือรากฐานของแผ่นดิน หากรากเน่า ต่อให้กำแพงเมืองสูงเพียงใดก็พังลงในที่สุด"
หวังอี้เดินกลับบ้านตระกูลหวังของตน ซึ่งตอนนี้เป็เพียงบ้านร้างที่ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่มานานแล้ว เขาปัดกวาดเฉพาะที่และนอนพักที่บ้าน พลางคิดถึงท่านปู่ที่ตายไปแล้ว สักพักหวังอี้จึงลุกไปห้องหนังสือของท่านปู่หยิบหนังสือที่เขาชอบเก็บใส่กระเป๋าสมบัติจนหมด
ในขณะที่หยิบหนังสือจากชั้นนั้นก็มีสิ่งหนึ่งหล่นลงมา เป็จดหมายเก่าๆที่เขียนถึงเพื่อนเก่าสกุลเผยที่อยู่เมืองข้างๆ หวังอี้หยิบมาอ่านแล้วพิจารณา
“ดูเหมือนว่าจดหมายนี้ท่านปู่ยังไม่ได้ส่งไปถึงนะ”
หวังอี้ไม่มีจุดหมายพอดี วันรุ่งขึ้นเราจะออกเดินทางไปเมืองข้างๆเพื่อเอาจดหมายไปส่งที่สกุลเผยแทนท่านปู่
(เมืองข้างๆ)
หวังอี้เห็นประตูบ้านเปิดไว้ จึงเดินเข้าไปพบว่ามีผู้ป่วยหลายคนต่อแถวอยู่ แล้วก็มีหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเดินเข้ามา
“เ้าป่วยเป็อะไร?”
“เอ่อ..ข้าเอ่อ...”
สาวน้อยสำรวจร่างสูงผอมของหวังอี้ แล้วยื่นป้ายไม้เก่าๆให้
“เ้าคงเป็หุยฉงจือจี๋(โรคพยาธิไส้เดือน)ล่ะสิ เอ้านี่ลำดับของเ้า นั่งรอก่อนนะ ท่านหมอชรามากแล้ว อาจช้าหน่อย”
“ข้า...”
“นั่งตรงนี้ได้ ตรงนั้นมีน้ำดื่มนะ ถ้ากระหายก็ดื่มได้เลย”
แล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปในห้องช่วยตาของเธอจัดยาต่อ
หวังอี้เห็นผู้เฒ่ายังไม่ว่าง เลยเอาหนังสือมาอ่านรอไปเรื่อยๆ
กว่าจะถึงคิวหวังอี้(คิวสุดท้าย ไม่มีคนมาต่อแล้ว) หวังอี้ก็เดินเข้าไป พบชายชราที่แก่มากและหลังค่อม เขาจับชีพจรหวังอี้ทันที
“เ้าหนูอ้าปาก”
ชายชราพยายามลืมตาดูลิ้น ดมกลิ่นปาก ดูสีหน้า แล้วจับที่ท้องสักพัก
“เ้าไม่ได้เป็โรคพยาธินะ สบายใจได้”
หวังอี้รีบยื่นจดหมายให้
“ข้าน้อยเป็หลานปู่หวังขอรับ ท่านปู่เสียได้ 3 ปีแล้วแต่จดหมายนี้ยังไม่ได้ส่ง จึงเอามาส่งให้ขอรับ”
ชายชรารับจดหมายด้วยมือสั่นเล็กน้อย หลานสาวเธอก็เขินๆที่ดันเข้าใจผิด หมอผู้เฒ่าอ่านแล้วก็น้ำตาไหล
“เพื่อนยากเอ๋ย รอข้าอีกนิด เดี๋ยวข้าจะตามไปทะเลาะกับเ้าต่อเอง”
หวังอี้จะกลับ แต่ท่านตาเห็นว่าเย็นแล้วจึงให้หวังอี้พักที่บ้านและเลี้ยงอาหาร ผู้เฒ่าไม่ได้ร่ำรวย เป็หมอชาวบ้านที่รักษาราคาถูก (ยากจนก็รักษาฟรี) บนโต๊ะอาหารมีเพียงข้าวและผัดผัก ไม่มีเนื้อ
“ขอโทษด้วยนะหลาน ตามีเลี้ยงเ้าได้เท่านี้”
“ดีมากแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกเมืองแม้แต่ข้าวสารยังหากินลำบากเลย ถือว่าข้าโชคดีแล้วขอรับ”
หญิงสาวแอบมองหวังอี้แล้วเขินๆ มองใกล้ๆเขาก็ดูน่ารักดี
บนโต๊ะกินข้าวท่านตาถามว่าหวังอี้ทำไมเอาจดหมายมาส่งช้าจัง เขาจึงบอกไปว่าเขาไปฝึกอยู่ในสำนักเซียนมา หญิงสาวมองหวังอี้ด้วยแววตาประทับใจทันที นี่เขาเป็ท่านเซียนหรอกหรือนี่
หมอผู้เฒ่าให้หลานสาวไปหยิบตำราเล่มหนึ่งมา
“นี่เป็ตำรับยาบำรุงเซียน สามารถช่วยให้เลื่อนระดับได้เร็วขึ้นได้บ้าง”
“ท่านก็เคยฝึกเซียนหรือ?”
“ฮ่าๆ ถ้าฝึกเป็เซียนได้ป่านนี้ข้าคงไม่แก่ขนาดนี้หรอก อันนี้ได้มาจากเซียนหลอมยาในหุบเขา พวกเราแลกเปลี่ยนวิชากันน่ะ”
“วัตถุดิบหาไม่ยาก แต่ยาจะไม่สำเร็จหาไม่ใช้พลังปราณหลอมมัน”
“เ้ามาพอดีเลย ช่วยข้าทำหน่อยสิ”
“ได้ขอรับ”
ด้วยเหตุนี้หวังอี้จึงอยู่ช่วยงานท่านหมอชราต่ออีกหลายวัน หวังอี้เป็คนไม่อยู่เฉยๆเขาช่วยผ่าฟืนให้(ถอดเสื้อเพราะร้อน) นั่นทำให้ผู้ป่วยที่มาแซวกันใหญ่ว่าหลานเขยท่านหมอสูงยาวหล่ออยู่นะ ทำเอาหลานสาวเขินแก้มแดงเลย
เนื่องจากหวังอี้ยังเป็เพียงระดับ 1 รวมปราณ เขายังปล่อยพลังปราณออกมาใช้ได้ไม่มาก (ต่างกับดึงปราณธรรมชาติมาใช้) การหลอมจึงล้มเหลวหลายครั้ง
จริงๆหวังอี้จะเลิกล้มแล้วแต่เขาสายตาผู้เฒ่าแล้วเขาจึงเอาใหม่อยากให้สำเร็จ
คืนนี้ระหว่างกินข้าวกันนนั้นก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนเดินเข้ามา และผู้เดินมาทีหลังสวมใส่ชุดคนมีฐานะ
“หึ! ท่านอาจารย์ ที่นี่ยังซอมซ่อสกปรกเช่นเดิมนะ”
ผู้เฒ่าถือไม้เท้าจะเข้าไปตีชายคนนั้น แต่ก็ถูกชายฉกรรจ์ขัดขวางไว้ พอหลานสาวเข้าไปช่วยก็โดนพลักจนล้ม
“ข้าบอกท่านแล้วใช่ไหม ว่าให้พักได้แล้ว ผู้ป่วยในเมืองนี้แค่ข้ารักษาคนเดียวก็พอแล้ว”
“ไอ้ศิษย์ชั่ว เ้ารักษาแต่คนรวย ชาวบ้านยากจนโดนเ้ายึดบ้านยึดลูกสาวจ่ายแทนค่ารักษามากี่คนแล้ว!”
หวังอี้เข้าไปช่วยประคองหญิงสาวลุกขึ้น แล้วชี้หน้าไปที่ชายมีฐานะ
“เ้าไร้เมตตา”
“มือหนึ่งเข้ารักษา อีกมือหนึ่งทำร้ายชีวิต”
“เ้ามิใช่หมอ แต่คือพ่อค้าความทุกข์”
ชายฉกรรจ์ 2 คนรีบพุ่งเข้ามาทำร้าย หวังอี้ยิงปราณธาตุไฟเป็ลุกไฟเล็กๆใส่พวกเขา
“โอ้ย!”
แม้จะเป็ไฟเล็กๆที่ไม่ทำให้ใครตายหรือาเ็หนักแต่ก็ทำให้ผิวเกิดร่อยไหม้ได้อยู่ หวังอี้ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะยิงต่ออีกครั้งได้ คราวนี้เขาเล็งไปที่เสื้อผ้าชายมีฐานะ
“เสื้อข้าไหม้แล้วๆ!”
ชายมีฐานะรีบวิ่งกลับออกไป ทำให้ลิ่วล้ออีก 2 คนตามออกไปด้วย
หลานสาวท่านหมอรีบไปปิดประตูบ้านและลงกลอนด้วยไม้ใหญ่อย่างแ่าทันที
“ขอบใจเ้ามากนะ”
“ไม่เป็ไรขอรับ หลายวันนี้ข้าได้รับเมตตาจากท่าให้ที่กินที่นอน ได้รับบุญคุณแล้วควรตอบแทนให้ควรแก่การเป็มนุษย์”
รุ่งเช้าหวังอี้หลอมยาได้สำเร็จเอาไปให้หมอผู้เฒ่าดู เขาจับดู ยิ้ม ชื่นชม แล้วยื่นคืนให้หวังอี้
“ท่านไม่เก็บไว้หรือ?”
“เ้าเอาไปเถอะ”
พอสายๆหวังอี้จึงขอลาเพื่อจะออกเดินทาง
“เ้าจะไปไหนต่อ?”
“ยังไม่รู้เลยขอรับ คงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ”
หมอผู้เฒ่ายิ้มและพูดว่า
“อืม พกกระบี่ไม้ไผ่ เ้าคงชอบวิชากระบี่ งั้นลองไปสำนักกระบี่ป้าเจี้ยนไหม? ไกลหน่อยอยู่แคว้นฉิน แต่คุ้มค่าที่จะไป เพราะที่นั่นได้รับการสืบทอดวิชากระบี่ปรมาจารย์เฟิงเตียนมา”
หวังอี้ใบหน้ามีความสนใจ เขาขอบคุณท่านหมอและออกเดินทางจากเมือง
คืนนั้นหวังอี้นอนพักก้อนหิน เขาสะดุ้งตื่น เงยหน้ามองกิ่งไม้
(ในภาพที่หวังอี้เห็น) มีไอสีดำโพยพุ่งกิ่งไม้ที่นกฮูกเกาะอยู่
เขาเหงื่อออกแล้วรีบวิ่งกลับเข้าเมือง
ด้านนอกข้างๆเมืองตรงป่า ท่านหมอชราใบหน้าฟกช้ำศรีษะเืไหล ส่วนหลานสาวกำลังจะถูกย่ำยี เธอถูกผ้ายัดปากไว้ร้องไห้พยายามดิ้น แต่มุมตรงนั้นไม่มีผู้ใดอยู่เลย
“ไหนว่ามีเ้าเซียนน้อยอะไรนั่นอีกคนไง?”
“ข้าก็ไม่รู้ขอรับ มันอาจไปแล้วก็ได้ เพราะปกติเ้าแก่นี่ก็อยู่กับหลานสาว 2 คนเท่านั้น”
“เชอะ! แล้วเรียกข้ามา!”
ชายมีฐานะโค้งศรีษะมอบเงินถุงให้เซียนผู้นั้น
“อือ รีบๆทำให้เสร็จ ข้าง่วงแล้ว!”
“ขอรับแหะๆ เอ้าพวกเ้ารีบๆหน่อย เสร็จแล้วก็ฆ่ามันทั้งคู่ซะ!”
“ได้ครับเ้านาย มามะน้องสาว มามีความสุขกับพี่ๆดีกว่า”
ชายฉกรรจ์หัวเราะพลางกระชากเสื้อหญิงสาวจนขาด นางดิ้นรนทั้งน้ำตา แต่ไร้ผู้ใดช่วยเหลือ
ปัก!
หวังอี้ะโถีบหัวชายฉกรรจ์คนหนึ่งจนล้ม อีกคนรีบเข้ามาชกหวังอี้ แต่เขาหยิบเข็มมาปักสกัดจุดจนยืนนิ่งค้างในท่าชกขยับตัวไม่ได้
ชายที่ถูกถีบล้มโกรธมากเอาดาบใหญ่ออกมาพุ่งเข้าไปฟันใส่หวังอี้ๆหลบได้เฉียดฉิว
ก่อนจะหมุนตัวใช้เข็มสกัดจุดจนมันนิ่งไปอีกคน (ดาบใหญ่ตกพื้น)
“โห่! เป็วิชายุทธด้วยรึ?”
หวังอี้ก้มลงหยิบดาบใหญ่แต่ยกแทบไม่ขึ้น นั่นทำให้ชายมีฐานะและท่านเซียนหัวเราะเยาะ
“ฮ่าๆขี้ก้างแบบนี้ยังกล้าจะใช้ดาบใหญ่นั่น”
ท่านเซียนหยิบดาบตัวเองออกมา มันมีขนาดปกติน แล้วเขาก็ปล่อยพลังปราณใส่ลงในดาบจนมันเรืองแสง
“แค่ขั้นต้นจะเอาอะไรมาสู้ ข้าขั้นกลางสูงสุดแล้ว!”
ดาบแรกฟันหลบได้แต่ปราณดาบฟันจนต้นไม้ขนาดกลางขาด
แต่ดาบสองหวังอี้หลบไม่พ้น ทำเอาเขาได้รับาเ็ แต่ดีว่าไม่เข้าจุดสำคัญและไม่เป็แผลใหญ่มาก
“หวังอี้กินยาสิ!”
ชายชราะโในขณะที่ตัวเองนอนที่พื้นลุกไม่ขึ้น
หวังอี้หยิบกระบี่ไม้ไผ่ของเขาออกมา นั่นยิ่งทำให้ศัตรูหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ ดูมันสิ ไอ้เด็กนี่บ้าไปแล้ว ใช้กระบี่ไม้ไผ่ธรรมดามาสู้ดาบปราณ ฮ่าๆ”
หวังอี้หลับตาเปิดรับปราณฟ้าดินธรรมชาติ ศัตรูฟาดปราณดาบใส่หวังอี้คราวนี้เขาตั้งใจฟันให้หวังอี้ตายขาดครึ่ง
แต่แล้วหวังอี้ก็ลอยขึ้น 7 ฉื่อครึ่ง(2.5 ม.)
“เห้ย! ระดับ 1 เหาะได้ยังไง??”
หวังอี้ลืมตาฟาดกระบี่ไม้ไผ่ลงไปทันที
ตูม!
ท่านเซียนใช้ดาบรับ ทำให้ดาบหักและกระเด็นไปชนต้นไม้จนสลบ ที่พื้นมีรอยกระบี่ขนาดใหญ่ฟาดเป็รอยยาว
ชายมีฐานะใกลัว หวังอี้ลอยตัวลงมา
เอากระบี่ไม้ไผ่จ่อคอเขา
“ถ้าไม่อยากตายก็เอาสัญญาหนี้ทั้งหมดมา!”
แล้วหวังอี้ก็ตามเขาไปที่บ้านและใช้ปราณไฟเผาสัญญาทิ้งทั้งหมด ชายมีฐานะใบหน้าสิ้นหวังได้แต่คุกเข่าทำอะไรไม่ถูก หวังอี้ใช้ปราณธรรมชาติอีกครั้งฟันชั้นสองบ้านเขาะเิขาดครึ่ง และพูดว่า
“ถ้าเ้ายังกล้าวุ่นวายท่านหมอผู้เฒ่าและหลานสาว ข้าจะกลับมาฆ่าเ้า!”
แล้วหวังอี้ก็กลับมาอุ้มท่านหมอ เขาถอดเสื้อนอกคลุมหญิงสาว แล้วพากลับบ้าน
พอถึงบ้านหวังอี้มอบยันต์ให้ 1 ใบ ในขณะที่หญิงสาวทำแผลให้ท่านตา
“นี่เป็ยันต์ะเิที่ศิษย์พี่ข้าทำให้ พวกท่านเอาไปเถอะ”
“แต่ข้าไม่เป็เซียน จะใช้ได้เหรอ?”
“ได้สิ มนุษย์กับเซียนไม่ได้ต่างกัน ขอแค่เ้าจิตมั่นคงในเต๋า ยันต์นี้ก็จะทำงานได้เช่นกัน”
หญิงสาวยิ้มให้หวังอี้ แววตาเธอมองเขาอย่างลึกซึ้ง หวังอี้ก็ยิ้มตอบ
รุ่งเช้าที่หน้าที่ว่าการ ชายฉกรรจ์ 2 คนถูกเชือกมัดและเขียนความผิดไว้ที่หน้าที่ว่าการ ชาวบ้านหลายคนจำพวกมันได้ต่างเอาก้อนหินขว้างใส่อย่างโกรธแค้น
หวังอี้เดินออกจากเมืองอีกครั้ง ระหว่างอยู่ในป่า เ้าเซียนคนเมื่อวานก็โผล่มา เขาถือดาบที่อัดพลังปราณใส่ไว้รอสู้
“ข้าไม่ยอมรับ ข้าจะล้างอาย!”
“นี่วิถีเต๋าของเ้าหรือ?”
“อย่าเปลี่ยนเื่!
“ ชักกระบี่เ้ามา!”
หวังอี้หลับตาถอนหายใจก่อนจะพูดว่า
“ที่ข้าไม่ฆ่าเ้าเมื่อคืนก็เพราะเด็กชุดหญิงฮั่นฝูแดงเข้ม ผมเปียยาวเส้นเดียวที่อยู่ด้านหลังเ้าหรอกนะ”
“แก้มนุ่มๆ หางตาตกนั่น เธอเศร้าเสียใจอยู่”
ท่านเซียนใมาก น้ำตาไหล
“เ้า...เ้าพูดอะไร?”
“เธอรักและห่วงเ้ามาก”
ท่านเซียนทิ้งดาบคุกเข่าร้องไห้
“ลูกพ่อ ฮือๆ”
แล้วหวังอี้ก็เดินจากไป...