กรุงเทพฯ ตีสองครึ่ง
วรุตยืนถลึงตามองหม้ออัดแรงดันอยู่ในครัวไฟน์ไดน์นิ่งที่เงียบสงัด ในฐานะหัวหน้าเชฟที่กำลังลุ้นดาวมิชลิน เขาเชื่อมาตลอดว่าไม่มีอะไรในครัวที่ควบคุมไม่ได้ แต่ตอนนี้... หม้อซุปวากิวต้นทุนหลักหมื่นที่เคี่ยวมาเจ็ดชั่วโมงเต็ม กำลังส่งเสียงฟู่ๆ สั่นกึกๆ ราวกับเ้าเข้า
"ทำไมมันสั่นแรงขนาดนั้นวะ..."
เขายื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลน้ำมันกระเด็นไปหมายจะหรี่ไฟ แต่ยังไม่ทันได้ัั เสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยแรงอัดมหาศาลที่ปะทุจากก้นหม้อ! แสงสีขาวสว่างวาบกลืนกินทุกสิ่ง แรงะเิอัดกระแทกหน้าอกเขาอย่างจัง ความร้อนลวกผิวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนสติทั้งหมดจะดับวูบ
ความคิดสุดท้ายที่แล่นเข้ามา ไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่แฟนเก่า และไม่ใช่ความเสียดายชีวิต...
เชี่ยเอ๊ย... ซุปวากิวหม้อละหมื่นกู~!!
"ฮึก... คุณชาย... คุณชายสามของบ่าว ฟื้นสิเ้าคะ โธ่~ ์ช่างไร้เมตตานัก"
เสียงสะอื้นน่ารำคาญ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรฉุนกึก ดึงวรุตให้คืนสติ เปลือกตาหนักอึ้งราวกับโดนดัมเบลทับ พอขยับตัว ความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นมาทันที ตามมาด้วยอาการแน่นลำคอจนต้องเกร็งตัวไออย่างรุนแรง
"ค่อก! แค่กๆๆ!"
ทันทีที่อ้าปาก ลิ่มเืสีแดงสดก็พุ่งพรวดออกมาเปรอะผ้าห่มแพรสีขาว!
"ว้าย! คุณชายกระอักเือีกแล้ว! เอากะละมังมาเร็วเข้า!"
วรุตหอบแฮ่ก กะพริบตาถี่ๆ กวาดมองรอบตัว ที่นี่ไม่ใช่ครัวสแตนเลส ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็ห้องนอนไม้แกะสลักสไตล์จีนโบราณ! พร้อมกับยายป้าในชุดย้อนยุคที่กำลังเช็ดปากให้เขาด้วยมือสั่นเทา
สมองเชฟหนุ่มประมวลผลฉับไว หนึ่ง... เขาโดนหม้อะเิอัดหน้าแต่ยังไม่ตาย (มั๊ง) สอง... แขนลีบๆ ขาวซีดนี่ไม่ใช่แขนที่ยกกระทะเหล็กวันละสิบชั่วโมงแน่นอน สาม... ยายป้าโวยวายเป็ภาษาจีนกลาง ซึ่งโชคดีที่เขาด่ากับซัพพลายเออร์ชาวจีนทุกวันจนฟังออกทะลุปรุโปร่ง!
ปัง!
ยังไม่ทันได้ถามอะไร ประตูไม้ก็ถูกถีบเปิดออก ชายหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมหรูหราเดินกระทืบเท้าเข้ามา สีหน้าไร้ความห่วงใย มีแต่ความร้อนรน ชายหนวดแหลมชี้หน้าเขาแล้วตวาดลั่น
"ฟื้นก็ดีแล้ว! เลิกสำออย! จับเขาเปลี่ยนชุดมงคลเดี๋ยวนี้!"
"นายท่าน! แต่คุณชายสามเพิ่งกระอักเืจนสลบไปสามวันนะเ้าคะ!" ยายป้าข้างเตียงโขกหัวอ้อนวอน "ร่างกายอ่อนแอปานนี้ ให้นั่งเกี้ยวไปถึงแดนเหนือ มีหวังคุณชาย..."
"ต่อให้ตายคาเกี้ยว ก็ต้องเอาศพมันไปส่งถึงจวนแม่ทัพหญิง!" สตรีข้างๆ แผดเสียงแหลมปรี๊ด "ราชโองการลงมาแล้ว! หากตระกูลจี้ไม่ส่งบุตรชายไปแต่งงานกับแม่ทัพแดนเหนือ พวกเราจะถูกริบทรัพย์ปะาเจ็ดชั่วโคตร! แกอยากให้พวกเราตายกันหมดรึไง!"
จังหวะนั้นเอง ความทรงจำของร่างนี้ก็ไหลบ่าเข้ามาในหัววรุตราวกับกดปุ่มฟาสต์ฟอร์เวิร์ด
โอเค... สรุปคือตอนนี้เขาคือ 'จี้ฉางเซิง' ฉายา 'คุณชายหน้าหยด' บ้างก็เรียกคุณชายป่วยเจ็ดโรค อ่อนแอชนิดโดนลมพัดก็ปลิว บิดาแสนประเสริฐก็ดันไปลักลอบค้าเกลือเถื่อนจนโดนจับได้ ฮ่องเต้เลยยื่นข้อเสนอให้ส่งบุตรชายไปแต่งงานกับ 'มู่ชิงเยว่' ท่านแม่ทัพหญิงแห่งแดนเหนือ เพื่อเป็ 'ตัวประกัน' ซื้อความภักดี
ปัญหาคือข่าวลือของแม่ทัพหญิงคนนี้น่ะสิ... หน้าตาอัปลักษณ์อย่างกับั์ขมูขี สูงแปดเชียะ ล่ำเป็หมีควาย ยกม้าศึกทุ่มได้สบายๆ แถมยังชอบกินเนื้อคนสดๆ โดยเฉพาะบุรุษหน้าขาวบอบบาง!
คุณชายจี้คนเดิมกลัวจนตรอมใจตายคาเตียง เปิดทางให้ิญญาเชฟอย่างเขาสวมรอยแทนเป๊ะๆ
บัดซบเอ๊ย... วรุตสบถในใจ พล็อตทะลุมิติคนอื่นได้เป็อ๋อง เป็ฮ่องเต้ มีฮาเร็มเป็สิบคน ทำไมของเขาต้องมาสิงร่างคนขี้โรคที่เตรียมถูกส่งไปเป็บุฟเฟ่ต์ให้กอริลล่าั์แดนเหนือด้วยวะ!
"มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! แต่งหน้ากลบรอยซีดนั่นซะ อย่าให้ทัพเหนือหาว่าพวกเราส่งซากศพไปให้ท่านแม่ทัพเด็ดขาดเชียว!" บิดาสั่งทิ้งท้ายแล้วสะบัดก้นเดินออกไป
จ๊อกกกกก~
ท่ามกลางความโกลาหล ท้องของวรุตก็ร้องลั่นห้อง สาวใช้ชะงักกึก
หิว... หิวโว้ย! ร่างนี้ไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว! ในฐานะเชฟมืออาชีพ สิ่งที่ทนไม่ได้ที่สุดไม่ใช่ความตาย แต่คือความหิว!
วรุตประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว โวยวายไปก็โดนตีตายซ้ำสอง แถมถ้ากอริลล่านั่นกินคนจริงๆ ในฐานะเชฟ... เขาเชื่อว่าฝีมือทำอาหารของเขาจะต้องเปลี่ยนใจนางไม่ให้จับเขากินได้แน่! ไปตายเอาดาบหน้า อย่างน้อยที่จวนแม่ทัพก็คงมีข้าวให้กิน!
"ไม่ต้องร้องแล้วป้า ไปเอาเกี้ยวมา!" วรุตสั่งเสียงแหบ
ขบวนเกี้ยวเ้าบ่าว (ที่ดูยังไงก็เกี้ยวเ้าสาวชัดๆ) เคลื่อนออกจากเมืองหลวง วรุตนั่งพิงเบาะนุ่มในชุดมงคลสีแดงสดปักลายวิจิตรหลายชั้น อาการวิงเวียนตีตื้นขึ้นมาทุกครั้งที่ล้อตกหลุม
เมื่อครู่ตอนส่องกระจก เขาแทบกุมขมับ ภาพสะท้อนคือบุรุษหน้าตางดงามราวภาพวาด ผิวขาวซีด ปากแดงระเรื่อ ดูบอบบางน่าทะนุถนอม... เหมือนนายเอกนิยายวายเตรียมไปเป็เมียน้อยไม่มีผิด! ศักดิ์ศรีชายฉกรรจ์ที่ควงกระทะผัดกะเพราไฟลุกท่วมหายวับไปกับตา!
กุกกักๆๆ
"ยกเกี้ยวหรือขับรถไถวะเนี่ย สั่นจนตับกับไตจะไหลมารวมกันอยู่แล้ว!" วรุตบ่นอุบ
เสียงชาวบ้านซุบซิบดังแว่วเข้ามาขณะขบวนผ่านตลาด "ดูสิ ขบวนคุณชายสามตระกูลจี้ น่าสงสารนัก ต้องไปเป็สามีอสูรแดนเหนือ!" "สามีอะไรกัน! คืนนี้คงกลายเป็ 'มื้อค่ำ' มากกว่า!" "ท่านแม่ทัพชอบเคี้ยวกระดูกกร้วมๆ คุณชายบอบบางปานนั้น คงเคี้ยวเพลินพิลึก!"
เออ! ให้มันรู้ไปสิว่ากอริลล่าจะเคี้ยวกระดูกเชฟมิชลินอย่างข้าได้!
แต่เดี๋ยวนะ... สมมุติว่าคืนนี้ต้องเข้าหอจริงๆ ตามธรรมเนียมมันต้องมีเื่ 'อย่างว่า' เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ?
วรุตก้มมองสองมือที่สั่นพั่บๆ และขาเรียวเล็กไร้มวลกล้ามเนื้อของตัวเอง พลางจินตนาการภาพต้องขึ้นเตียงกับผู้หญิงสูงสองเมตร ซิกซ์แพ็กแน่นปึ้ก (และอาจมีขนหน้าอกหนาตึ้บ)
สยองโว้ย! สภาพปวกเปียกแบบนี้ ขืนต้องออกแรงเข้าจังหวะกับนางั์ มีหวังอะไหล่พังคาเตียงั้แ่ห้านาทีแรก! ไม่ได้การ... ในฐานะลูกผู้ชายกลัดมัน เขาจะยอมเสียหน้าให้เมีย (กอริลล่า) ไม่ได้เด็ดขาด! ก่อนถึงจวนต้องหาทาง 'โด๊ป' ตัวเองให้ปึ๋งปั๋งที่สุด!
"หยุดเกี้ยวเดี๋ยวนี้!!"
เขาะโสุดเสียงเท่าที่ปอดพังๆ จะเอื้ออำนวย พร้อมตบผนังเกี้ยวปังๆ!
ขบวนชะงักกึก ทหารองครักษ์แดนเหนือที่คุมกันมาควบม้าเข้ามาขนาบ หัวหน้าองครักษ์ร่างั์กล้ามโต หน้าตาเหี้ยมเกรียมมีแผลเป็บากตานาม 'เติ้งสือ' มองเขาอย่างดุดันแฝงความดูแคลน
"คุณชายจี้ มีปัญหาอันใดขอรับ? ขบวนต้องทำเวลา พวกเราไม่มีเวลาให้พักดื่มน้ำชาหรอกนะ"
วรุตสูดลมหายใจลึก ระงับสัญชาตญาณความขี้ป๊อดของร่างเดิม เลิกม่านขึ้นช้าๆ เผยใบหน้าซีดเซียวแต่ดวงตาสว่างวาบดุดัน
"ข้าไม่ได้จะพักดื่มชา" เขาตวาดเสียงเรียบด้วยมาดหัวหน้าเชฟด่าลูกน้อง "เห็นตลาดข้างหน้านั่นไหม? แวะซื้อของเดี๋ยวนี้!"
"ของอันใดขอรับ? หากเป็แป้งผัดหน้า ข้าเกรงว่า..."
"แป้งพ่อง!" วรุตหลุดด่าภาษาไทยก่อนสวิตช์กลับ "อ่ะแฮ่มๆ ข้าหมายถึงของกิน! กระดูกหมูอ่อนติดซี่โครง รากบัวอวบๆ เก๋ากี้ โสมตังกุย ไก่ดำ! และที่สำคัญ... ซีอิ๊วหมักชั้นเลิศ น้ำส้มสายชู เกลือทะเล และพริกไทยดำป่นหยาบ!"
องครักษ์ร่างั์อ้าปากค้าง คุณชายขี้โรคที่วันๆ เอาแต่ดีดกู่เจิง สั่งให้พวกเขาไปซื้อหมูเนี่ยนะ?!
"ค…คุณชาย พวกข้าไม่มีเงินติดตัวมาซื้อของสดหรอกนะขอรับ"
"ไม่มีก็เอาไอ้นี่ไป!"
ฉึก!
วรุตกระชาก 'ปิ่นทองคำฝังหยก' เครื่องประดับประจำตระกูลออกจากมวยผม โยนทะลุม่านไปกระแทกแผงอกล่ำบึกของเติ้งสือ!
"ราคาปิ่นนั่นเหมาหมูได้ทั้งเขียง! ซื้อมาให้ครบ! ขาดแม้แต่พริกไทยเม็ดเดียว ข้าจะฟ้องแม่ทัพของพวกเ้าว่าลูกน้องขัดคำสั่งสามีนาง!"
เติ้งสืออึ้งกิมกี่ มองปิ่นทองคำสลับกับใบหน้าซีดๆ ของคุณชายที่ดูเหมือนกำลังจะปลิวตามลม
"ยืนบื้อทำไม!" วรุตแผดเสียง เชิดหน้าขึ้นทาบอกอย่างมาดมั่น "ข้ากำลังจะไปเข้าหอกับท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรของพวกเ้า! ถ้าคืนนี้ข้าหมดแรง ขาสั่น สลบเหมือดไปั้แ่ยังไม่ถอดกางเกง มันจะเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของข้า! และทำให้ท่านแม่ทัพของเ้าหมดสนุกนะเว่ย! ข้าต้องโด๊ป! เข้าใจไหม!!"
ความเงียบสงัดปกคลุมทั้งขบวน ชาวบ้านตลาดแตกหยุดกึก อ้าปากค้างกับประกาศศักดาเื่บนเตียงอันลือลั่นของคุณชายสาม!
"ข้าต้องทำซุปบำรุงกำลัง! ข้าต้องปึ๋งปั๋งพร้อมรบ! หน้าที่ปรนนิบัติภรรยาคือเกียรติยศสูงสุดของข้า! รีบไปซื้อมาเดี๋ยวนี้เลยยย~!!"
วรุตะโปิดท้ายแล้วรูดม่านปิดฉับ ทิ้งให้องครักษ์แดนเหนือยืนช็อกตาตั้งอยู่กลางตลาด
ภายในเกี้ยว วรุตทรุดตัวลงหอบแฮ่กๆ กุมหน้าอกที่เต้นรัวตุบๆ แค่ะโด่าคนก็เหนื่อยจนจะอ้วกเป็เื ร่างกายเวรตะไลนี่มันอะไรกันวะ!
เขาพิงศีรษะกับผนังเกี้ยว ริมฝีปากซีดยกยิ้มอย่างฮึกเหิม
รอข้าก่อนเถอะ ยัยั์กอริลล่า... คืนนี้ ไม่ว่าท่านจะตัวใหญ่เท่าตึกหรือมีขนหน้าอกดกดำแค่ไหน ข้าจะขอใช้ซุปกระดูกหมูชามนี้กู้ศักดิ์ศรีความเป็ชาย! จะปึ๋งปั๋งสู้ตาย ไม่ยอมสลบคาอกเมียให้เสียชื่อเชฟกระทะเหล็กเด็ดขาด!
ล้อเกี้ยวเคลื่อนออกไปอีกครั้ง พร้อมกับเติ้งสือที่ต้องจำใจควบม้าแวะเขียงหมู
ตำนานการเอาชีวิตรอดของ 'พ่อบ้าน (ที่พยายามจะ) ใจกล้า' แห่งแดนอุดร เปิดฉากขึ้นอย่างเป็ทางการ ท่ามกลางกลิ่นซีอิ๊วและพริกไทยดำที่ลอยคลุ้งตลอดการเดินทาง!