King - of - Element

    ตอนที่ 38


      “ฝึกไงอะ?.....^^” ผมยิ้มอ่อนถามเอราก้อนพลันเกาหัวเล่นไปด้วย ทางด้านของเอราก้อนชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมบอกแต่โดยดี การฝึกที่เอราก้อนภูมิใจนำเสนอนั้นเป็นการฝึกเยี่ยงนักรบชาวไวกิ้ง มันคือการฝึกที่เน้นไปที่ความสามารถพื้นฐานของร่างกายเป็นหลัก ความแข็งแกร่งของร่างกาย ความเร็ว ความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ รวมถึงการดึงความสามารถแฝงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยขั้นตอนแรกนั้นเขาให้พวกเราไปสวมกำไลเหล็กที่วางอยู่ไม่ห่างจากจุดที่ยืนอยู่เพื่อถ่วงน้ำหนักของตัวเอง เมื่อสวมใส่กำลังเหล็กแล้วจะทำให้น้ำหนักตัวเราเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว เอราก้อนอธิบายว่าการสวมมันไว้ตลอดเวลาจะส่งผลดีต่อการฝึก ยิ่งใส่เยอะเท่าไหร่ผลลัพธ์ที่จะได้ตอนถอดมันออกก็จะยิ่งสูงมากเท่านั้น และตอนนี้พวกเราโดนบังคับให้ใส่แค่ 4 วงก่อน แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เคลื่อนไหวลำบากพอตัวแล้ว ขั้นต่อไปเอราก้อนพาพวกเราไปยังด่านฝึกแรก มันมีลักษณะเป็นป่าขนาดใหญ่มืดทึบดูวังเวงน่ากลัวแปลกๆ เอราก้อนบอกให้วิ่งถือคบเพลิงน้อยๆทะลุป่านี้โดยห้ามหยุดพักเพราะไม่อย่างงั้นคบเพลิงจะมอดดับไป และจะทำให้พวกเราไร้ซึ่งแสงสว่างนำทางในที่สุด โดยภายในป่าจะเต็มเป้าด้วยกลไกต่างๆ และกับดักหลายหลายรูปแบบที่อันตรายถึงชีวิต รวมถึงสัตว์ดุร้ายอีกจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่แห่งนี้ หากไม่ระวังตัวให้ดีคงต้องโดนส่งไปเกิดใหม่แน่นอน ผมที่ตอนนี้เลือดร้อนอยากฝึกสุดๆ ด้วยความกระหายที่อยากจะเก่งขึ้นไปอีกไวๆ จึงวิ่งโผลเข้าป่าไปอย่างรวดเร็วไม่สนหน้าสนหลังอะไรทั้งนั้น แต่ถึงจะบอกแบบนั้นเท้าของผมมันก็หนักเหลือเกินในการที่จะก้าวในแต่ละก้าว นั่นจึงทำให้ผมเดินเข้าไปไปราวกับเป็นภาพสโลโมชั่นยังไงยังนั้น ซึ่งแวนกัสที่ตามหลังมาก็มีสภาพไม่ต่างกัน พอเข้าป่ามาความมืดก็เข้ามาปกคลุมในทันที ราวกับได้ถูกตัดขาดจากภายนอกไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีเพียงแสงสว่างจากคบเพลิงน้อยๆเท่านั้นที่ส่องแสงนำทางให้อยู่ พวกเราต้องรีบทำเวลาก่อนที่คบเพลิงจะดับลงก่อน ผม กับแวนกัสรีบวิ่งหน้าตั้งเป็นเส้นตรงเพื่อกันหลงทิศอย่างยากลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายเดินหลงป่าอยู่พักใหญ่ๆเหมือนกัน ระหว่างทางก็เจอกับดักมากมายที่ซุกซ่อนเอาไว้ตามจุดอับสายตาจากแสงคบเพลิงที่ไม่สามารถส่องถึง ผมต้องใช้ไหวพริบทั้งหมดที่มีอยู่ในการหลบมัน แต่มันไม่ง่ายเลย ผมไม่สามารถหลบพวกมันได้หมด เฉียดฉิวบ้าง แล้วก็มีบ้างที่โดนโจมตีหนักจนบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ทันระวังตัว อีกทั้งยังต้องคอยหลบการโจมตีจากพวกสัตว์ป่าดุร้ายที่ไม่รู้จัก และไม่รู้ว่ามันจะโผล่มาตอนไหนอีก แม้จะมีสวนกลับไปบ้างแต่พวกมันก็โหดใช่ย่อย แล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะล้มง่ายๆ และความมืดถือเป็นอุปสรรคสุดๆ แต่ท้ายที่สุดพวกเราก็สามารถผ่านด่านแรกนี้ไปได้แม้มันจะยากลำบากมากก็ตาม คบเพลิงทั้งสองหมดก่อนทางออกพอดี เสียงหายใจหอบๆดังถี่ยิบ แต่ไม่ช้าก็หายเป็นปริทิ้งเนื่องจากการฟื้นฟูระดับสุดยอดของสถานที่แห่งนี้ เอราก้อนยิ้มเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ เขาไม่ปล่อยโอกาสให้ได้พักผ่อน และพาไปยังด่านต่อไปทันที สถานที่ต่อไปมันเป็นลานโล่งๆขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งสนามบอล ข้างในมีหุ่นกระบอกมีชีวิตถืออาวุธครบมือนับสิบๆตัว พวกมันจะคงอยู่นิ่งๆอยู่แบบนั้นหากไม่มีใครเข้าไปใกล้ระยะอาณาเขตของมัน ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเข้าเผชิญหน้ากับพวกมัน ทันทีที่ผมเข้าไปใกล้อาณาเขตของมัน หุ่นกระบอกตัวหนึ่งก็เริ่มขยับ เมื่อมีตัวหนึ่งขยับ อีกตัวก็จับการเคลื่อนไหวได้แล้วก็ขยับๆตามกันไปจนครบคล้ายโดมิโน่ และต่อจากนั้นก็ไม่ต้องรอใครให้มาตัดริบบิ้นเปิดงานให้เสียเวลา พวกมันพร้อมใจกันกรูเข้ามาโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ผมที่ตอนนี้กำลังโดนถ่วงน้ำหนักไว้อยู่ทำให้เคลื่อนไหวลำบากจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดังตามใจนึก อีกทั้งยังแทบจะตอบโต้การโจมตีของพวกมันเอาไว้ไม่ได้ หุ่นกระบอกแต่ละตัวนั้นแข็งแกร่งเกือบจะเทียบเท่าพวกดาร์คเอลฟ์โบราณที่พึ่งเจอมาด้านนอกเลย ผมโดนโจมตีใส่อย่างหนักหน่วง พลังชีวิตลดเป็นข้อ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกายจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ที่ยังรอดมาได้ขนาดนี้เพราะพลังการฟื้นฟูอันน่าเหลือเชื่อของที่นี่ล้วนๆ ถึงกระนั้นความเจ็บปวดที่ได้รับอยู่ตลอดนั้นก็เป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้เลย เพราะมันแสนจะทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็นจนแทบจะกลายเป็นบ้าเลยล่ะ ผมใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการผ่านด่านนรกนี้เพื่อเข้าเส้นชัยผ่านด่านไป แวนกัสที่ยืนต่อคิวมองผมด้วยความทึ่ง เขาไม่คิดว่าผมจะบ้าเลือดได้ขนาดนี้ แม้ว่าอาชีพของผมส่วนใหญ่จะเป็นตัวดาเมจอยู่แนวหลัง แต่เพราะความชอบส่วนตัวจึงชอบเอาตัวไปเสี่ยงอยู่แนวหน้าบ่อยๆ ทำให้ผมสามารถทนไม้ทนมือได้ขนาดนี้ ส่วนแวนกัสนั้นไม่ใช่แนวหน้า ไม่ได้เก่งการต่อสู้ระยะปะชิด เขาจึงไม่ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดมากนัก เขาไม่อยากจะตกนรกของความเจ็บปวดแบบนี้ จะตายก็ไม่ได้ โดนแทงโดนฟันก็โดนรักษาอย่างทันควัน แต่มันมีทางเลือกสำหรับเขางั้นหรอ แวนกัสสามารถเลือกที่จะอยู่ในที่ที่ปลอดภัยอยู่ในนี้จนครบกำหนดวันลงโทษก็ได้ แต่เขาไม่ได้เลือกทางนั้น ซึ่งมีเหตุผลเดียวที่เขาไม่ทำแบบนั้น นั่นก็คือ ศักดิ์ศรีของราชันย์ที่ค้ำคอเขาเอาไว้อยู่ แวนกัสตัดสินใจก้าวเข้าไป และก็ต้องพบกับชะตากรรมเดียวกับผม หรือบางทีอาจจะหนักกว่าผมก็เป็นได้ แต่เขาก็สามารถข้ามผ่านมันมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ต่อจากนี้ไปพวกเราไม่มีเวลาได้พักแม้แต่วินาทีเดียว เพราะว่าด่านสุดท้ายมาถึงแล้ว ด่านสุดท้ายนี้เอราก้อนบอกว่าไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ว่ายน้ำไปให้ถึงอีกฝั่งให้ได้ก็พอ โดยระยะทางตั้งแต่จุดเริ่มจนถึงเส้นชัยนั้นห่างกันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร มันอาจฟังดูเหมือนง่ายแต่พอลงมือทำจริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย แขนขามันหนักอึ้งเพราะกำไลถ่วงน้ำหนักจนทำให้ร่างกายมันจมน้ำลงสู่ใต้น้ำในที่สุด คิดว่าเดินในน้ำยังง่ายกว่าว่ายน้ำไปซะอีก แถมยังไม่วายต้องตะเกียกตะกายขึ้นมาบนผิวน้ำอยู่บ่อยๆเพื่อหายใจอีก เพราะแม้ว่าในนี้จะเป็นโลกเสมือนจริงแต่ก็ไม่สามารถหายใจในน้ำได้หากปราศจากไอเทมช่วยเหลือใดๆ ใต้น้ำนั้นมืดสนิท ยิ่งจมลงมาลึกแค่ไหนก็ต้องสู้กับความกดอากาศ และแรงดันน้ำมากเท่านั้น หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าร่างกายมันจะแตกเป็นเสี่ยงๆเพราะแรงดันน้ำที่มหาศาล ยังไม่หมดแค่นั้น ในใต้แอ่งน้ำแห่งนี้ยังมีสัตว์น้ำที่แสนจะดุร้ายซ่อนตัวอยู่ จิตสังหารที่รุนแรงมุ่งเป้ามาที่ตัวผมอยู่ตลอดเวลา มีบ้างที่โดนมันเข้าจู่โจมจนบาดเจ็บไปแต่ร่างกายก็ฟื้นฟูได้ทันเช่นเคย ผมพยายามโจมตีกลับไปบ้างเพื่อป้องกันตัว บางครั้งโดนพวกมันลากลงก้นแม่น้ำลึกจนแทบจะสลัดให้หลุดจากพวกมันไม่ทันขึ้นมาหายใจบนเหนือผิวน้ำ ซึ่งเป็นอะไรที่ชวนทำให้หงุดหงิดเป็นอย่างมาก ผมใช้เวลาอยู่พักใหญ่ๆในการฝ่าอุปสรรคต่างๆมาจนถึงปลายทางจนได้ "แฮกๆ ผ่านมาได้ซักที แฮกๆ" ผมหอบแรงพลันหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าให้เต็มปอด และปล่อยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่พร้อมกับแอนหลังลงนอนเพื่อพักผ่อน แต่แล้วจู่ๆเสียงระบบก็ดังขึ้น ผู้เล่นได้รับค่าสถานะพื้นฐานall +3 โดยปกติแล้วค่าสถานะพื้นฐานของผู้เล่นทุกคนจะมีอยู่ราวๆสามสายหลักๆ คือStr ความแข็งแกร่ง ถึก ทนAgi การเคลื่อนไหว คล่องแคล่วว่องไวInt สติปัญญา เวทมนตร์ เมื่อผู้เล่นเลเวลอัพขึ้นมา 1 ระดับก็จะได้รับพอยท์ขึ้นมาเพื่อค่าอัพสเตตัสในแต่ละสายให้สอดคล้องกับอาชีพของตัวเอง ซึ่งแต่ละสายอาชีพนั้นจะมีค่าพวกนี้ไม่เท่ากันแตกต่างกันไป ยิ่งอัพสายไหนเยอะก็จะยิ่งเด่นในด้านนั้นๆมากขึ้นไปอีก แต่ก็จะด้อยด้านอื่นเป็นข้อแลกเปลี่ยน และการที่ได้ค่า all สเตตัส มาฟรีๆแบบไม่ต้องรอเลเวลอัพถือเป็นอะไรที่กำไรมากๆ เพราะมันหมายความว่าเราจะมีค่าความสามารถพื้นฐานที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันนั่นเอง ผมยิ้มกริ่มทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงของระบบ การฝึกครั้งนี้เริ่มแสดงผลลัพธ์ของมันแล้ว และก็เป็นที่น่าพอใจของผมเป็นอย่างมาก ไม่นานแวนกันก็โผล่ขึ้นเหนือน้ำมา สภาพของเขาไม่ต่างจากผมเลย และผมก็คิดว่าแวนกัสเองก็คงจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับผมเช่นเดียวกัน "นี่...พวกเราฝึกเสร็จแล้วใช้มั้ย? แฮกๆ.." แวนกัสถามเอราก้อนแม้ตัวเองจะยังไม่หายจากอาการเหนื่อยหอบ "พวกเจ้าพูดบ้าอะไรกันอยู่ คิดว่าแค่นี้จะทำให้พวกเจ้าเก่งขึ้นรึไง ไป ไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ด่านแรกเลยไป!!" เอราก้อนไม่ได้สนใจคำถามของแวนกัสเลยแม้แต่น้อย เขากลับตะคอกใส่เสียงดังให้พวกเราไปเริ่มใหม่อีกครั้งทันที แต่ว่าก็เป็นจริงอย่างที่เอราก้อนว่า การฝึกเพียงเท่านี้มันไม่ทำให้ผมเก่งขึ้นมากพอที่จะสามารถล้มมอนสเตอร์ข้างนอกนั้นได้หรอก ผมต้อง ฝืนตัวเองให้มากกว่านี้ เก่งขึ้นมากกว่านี้ ฝึกฝนให้มากกว่านี้ ฝึกจนเชี่ยวชาญแล้วจะไม่มีศัตรูหน้าไหนที่ทำให้ผมต้องเกรงกลัวมันได้อีก เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงหันไปหาเอราก้อนแล้วถามคำถามบางอย่าง "นี่ คุณเอราก้อน พวกคุณมีการแข่งกันทำสถิติความเร็วในการฝึกรึเปล่า?" "โอ๊ะ ต้องมีอยู่แล้วสิ เจ้าถามทำไม?"เอราก้อนถามกลับอย่างสงสัย "เปล่าหรอก แค่หาแรงจูงใจน่ะ แล้วเวลาสูงสุดที่ทำได้นี่เท่าไหร่หรอ?" "กำไล 16 วง เวลา 9.50 นาที" คำตอบของเอราก้อนทำเอาพวกเราตลึงอยู่หน่อยๆ จะไม่ตลึงก็แปลกแล้ว เพราะเวลาที่ผมทำได้ในการฝึกครั้งนี้อย่างน้อยก็ราวๆเกือบ 3 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงจะท้อไปแล้วถ้าได้เห็นตัวเลขที่ต่างกันขนาดนี้ แต่ไม่ใช่กับผม ยิ่งเห็นตัวเลขสถิติน้อยแค่ไหน ความอยากเอาชนะก็มากขึ้นเท่านั้น ในตอนนี้ผมมีความท้าทายใหม่แล้ว เลือดนักสู้ในร่างกายพลันสูบฉีดราวกับเครื่องยนต์ 12 สูบ พร้อมกับใบหน้าที่พึ่งเรียบเฉยจู่ๆก็เกิดรอยยิ้มร้ายขึ้นมาจนแม้แต่เอราก้อน และแวนกัสยังรู้สึกหลอนๆ ผมรีบวิ่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อไปฝึกอีกรอบทันที ในตอนนี้เลือดมันร้อนสุดๆ เวลาทุกวินาทีนั้นมีค่ามาก ในตอนนี้ผมคิดเพียงว่า หากเราฝึกมากก็ได้มาก ฝึกน้อยก็ได้น้อย เมื่อผมกลับมาเริ่มใหม่และได้สำเร็จการฝึกครั้งที่สอง การเคลื่อนไหวของผมเริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว ในด่านแรกนั้นผมเริ่มหลบกับดักได้ดีขึ้น สายตาค่อยๆปรับให้เห็นในความมืดได้บ้าง แต่กระนั้นก็ไม่ต่างจากตอนแรกมากนัก ด่านที่สองก็มีสภาพไม่ต่างจากตอนแรกนัก แต่ที่ดีขึ้นก็คือผมเริ่มตามความเคลื่อนไหวของหุ่นกระบอกได้ดีขึ้นบ้าง และด่านสุดท้าย นรกเหมือนรอบแรกไม่มีผิด คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +3 ระบบแจ้งเตือนทันทีที่ฝึกเสร็จ ผมไม่ได้สนใจเสียงของระบบเท่ากับการวิ่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นเลย และผมเริ่มฝึกมันอีกครั้ง เมื่อฝึกจบก็เริ่มใหม่อีกไปเรื่อยๆครั้งแล้วครั้งเล่า สถิติเวลาตอนฝึกจบก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ผมฝึกจนเริ่มจับสังเกตอะไรบางอย่าง คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +3คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +3คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +3คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +2คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +2คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +2คุณได้รับค่าสถานะพื้นฐาน all +1 ค่าสถานะที่ได้หลังจบการฝึกนั้นน้อยลงเรื่อยๆ หากผมคิดถูกมันคงจะเกี่ยวข้องกับความยากลำบากในการฝึก เพราะยิ่งฝึกหลายรอบขึ้น ผมก็เริ่มปรับตัวได้ และเก่งขึ้น จนตอนนี้กำไลถ่วงน้ำหนัก 4 วงจะเอาผมไม่อยู่แล้ว
    ผมลองใส่กำไลเพิ่มขึ้นอีก 2 วง เป็น 6 วง ปรากฏว่าค่าสถานะที่ได้กลับมา +3 ดังเดิมแล้ว เห็นดังดังผมจึงเริ่มฝึกราวกับคนบ้าต่ออีก ผมฝึกติดต่อกันไม่หยุด ครั้งแล้วครั้งเล่า เก่งขึ้นเก่งขึ้น สถิติก็เริ่มดีมากขึ้น จำนวนกำไลก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ และการฝึกก็ยังคงดำเนินอยู่แบบนี้ต่อไป....ฝึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ......***สำหรับท่านไหนที่อยากอ่านล่วงหน้าก่อนใครเพื่อนนะครับ ผมลงไปอีกสามช่องทางคือ เด็กดื้อ, ธันลัย, ฟริกซัน นะครับ สามารถตามไปอ่านกันได้นะครับ จะได้อ่านล่วงหน้าซัก 10 20 ตอนนี้แหละ ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันนะครับ^^***

    คล้ายกับเรื่องKing - of - Element ที่คุณอ่าน