หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 : ความเป็นมาของฝ่ามือหยินหยาง

            ผู้คนต่างก็ตกตะลึง เมื่อครู่วิหคเพลิงยังลอยอยู่บนท้องฟ้าแล้วใช้ตราล้ำค่าโจมตีเข้ามา ทว่าตอนนี้มันกลับเหมือนกับไก่ที่ส่งเสียงร้องโอดโอย

            ฝ่ามือขนาดใหญ่กดทับลงมาอีกครั้งก่อนที่ร่างของวิหคเพลิงจะถูกกดลงไปกับพื้น

            ด้านล่างตีนเขาวิญญาณ ปรากฏรอบนิ้วมือทั้งห้าพื้นดินโดยรอบแตกร้าวเป็นทางยาวทำให้ผู้คนขนลุกซู่ นี่มันวิชามหาอำนาจอะไรกันทำไมถึงได้น่ากลัวมากขนาดนี้?

            “ข้าว่าจะต้องเป็นอาจารย์ของสำนักเป็นแน่รอยฝ่ามือกับอักขระสีทองเมื่อครู่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด”

            “นั่นสิวิหคเพลิงเป็นสัตว์อสูรโบราณ มันที่อยู่ในขั้นสถิตวิญญาณคงจะทระนงตนทำให้อาจารย์เห็นมันแล้วรู้สึกขัดลูกหูลูกตา ก็เลยจัดการมันเสีย”

            ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาต่างๆ นานาเพราะว่าฝ่ามือเมื่อครู่น่ากลัวมากพวกเขารู้สึกว่ามันได้ปกคลุมท้องฟ้าใต้หล้านี้เอาไว้ ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นหนึ่งในวิชามายาสังหารภูเขาวิญญาณลูกนี้เป็นภูเขาวิญญาณระดับสูงซึ่งไม่น่าจะมีคนมีวิชามหาอำนาจที่น่ากลัวเช่นนั้น

            วิหคเพลิงถูกบดทับจนเกือบตาย ทั่วร่างอาบไปด้วยเลือดมันเอาแต่หลบซ่อนอยู่ข้างในไม่กล้าออกมา นี่มันช่างเป็นเรื่องน่าขายหน้ายิ่งนัก

            ที่ไกลออกไปบนยอดเขาสูงตระหง่านเปล่งแสงล้ำค่าสว่างระยิบระยับ ปกคลุมไปด้วยเมฆแสงเรืองรองทั้งยังมีพลังวิญญาณโบราณเก่าแก่ไหลเวียนไปมา ทุกๆที่ล้วนแต่มีร่องรอยกาลเวลาที่ผ่านไปยาวนาน ที่นี่ก็คือภูเขาวิญญาณโบราณบนกำแพงหินมีอักขระเต๋าปรากฏขึ้น มันสามารถช่วยให้ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นสถานที่ฝึกฝนที่หาได้ยากมาก

            บนยอดเขา มีเด็กสาวสวมชุดสีม่วงยืนอยู่ทั่วร่างโอบล้อมด้วยแสงสีม่วงเรืองรอง ใบหน้าสวย ผิวเนียนละเอียด เอวเว้าโค้งในขณะที่ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องไปที่รอยประทับของฝ่ามือ ร่างของนางก็พลันสั่นไหวฝ่ามือเรียวสวยกระชับแน่นขึ้น

            “นั่นเหมือนกับฝ่ามือหยินหยางไม่มีผิด” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ฝีเท้าย่ำลงเขาเพียงก้าวออกไปแค่ก้าวเดียว ร่างเงาของนางก็หายไปจากตรงนั้นด้วยความเร็วที่ไม่อาจจะพรรณนาได้ ราวกับว่าพื้นดินหดเล็กลงเหลือแค่หนึ่งนิ้วอย่างไรอย่างนั้น

            “ดูเหมือนว่าเต้าหลิงจะอยู่ที่นี่”ดวงตากลมโตของจื่ออวี้ฉายแสงออกมาด้วยความปีติ หรือว่าเขาจะฝึกฝนฝ่ามือหยินหยางสำเร็จแล้ว? หัวใจของนางสั่นระรัว พยายามอดกลั้นความรู้สึกที่โลดแล่นอยู่ในจิตใจฝีเท้าเดินมาถึงตรงยอดเขา สายตามองไปที่ร่างเงาร่างหนึ่งที่เดินเข้าไปในวิหาร

            คลื่นพลังที่คลุมเครือพัดลอยเข้ามาเต้าหลิงจึงหันหน้าไปทางต้นตอ ตอนนั้นเขาก็พบกับใบหน้าสวยของจื่ออวี้พลางถามอย่างอดไม่ได้ว่า “จื่ออวี้ เจ้ามาได้ยังไง?”

            หลินซือซือพลันหันไปมองเช่นเดียวกันด้วยสีหน้าประหลาดใจนางรู้จักเด็กสาวคนนี้ ว่ากันว่านางมาจากคลังสมบัติซึ่งเป็นขุมพลังที่น่ากลัวมากในตอนที่นางมาที่สำนักก็พลันเกิดเหตุการณ์อึกทึกเพราะนางได้เข้าไปอยู่ที่ภูเขาวิญญาณโบราณหลินซือซือคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มจะรู้จักกับนาง อีกทั้งจื่ออวี้ยังเป็นคนที่มาที่นี่เองด้วย

            “จะไม่เชิญข้าเข้าไปงั้นหรือ”จื่ออวี้อมยิ้ม ชุดสีม่วงของนางปลิวไสว ผมสีดำสนิท ผิวทั่วทั้งร่างของนางขาวเนียนละเอียดมากจนทำให้โลกทั้งใบดูซีดลงไป

            “ข้ากำลังจะไปหาเจ้าอยู่พอดีคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาที่นี่เอง เจ้าก็อยู่ที่สำนักซิงเฉินเหมือนกันอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงยิ้มแล้วถามขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปข้างในพร้อมๆกับนาง

            “อื้มโถงวิหารซิงเฉินใกล้จะเปิดแล้ว ข้าจึงอยากจะเข้าไปสักหน่อย” จื่ออวี้พยักหน้า ดวงตากลมโตกวาดไปรอบๆจากนั้นสายตาของนางก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของวิญญาณมิงค์ภายในใจรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา นี่มันสัตว์อสูรวิญญาณประเภทไหนกันทำไมพลังที่ส่งออกมาถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้?

            “โถงวิหารซิงเฉินคืออะไรกันแน่?” เต้าหลิงไม่เข้าใจเท่าไรนัก

            “โถงวิหารซิงเฉินเป็นสถานที่โบราณที่อยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนว่ากันว่ามรดกสืบทอดของสำนักซิงเฉินได้มาจากโถงวิหารซิงเฉินมีคนบอกอีกด้วยว่าโถงวิหารซิงเฉินนั้นเป็นแหล่งขุมพลังอำนาจที่น่ากลัวในสมัยโบราณซึ่งสิ่งที่กล่าวออกมานั้นเป็นแค่คำล่ำลือทั้งภายในนั้นยังเป็นโลกเล็กอีกใบหนึ่งที่มีของล้ำค่าจำนวนมาก ใน
    ทุกๆ ครั้งที่เปิดโถงวิหารจะมีคนจำนวนมากมาที่นี่
    ”

            จื่ออวี้หาที่นั่งลงก่อนจะยิ้มออกมา “ทั้งว่ากันว่าข้างในนั้นมีวิชาโคจรดาราที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองยอดวิชามหาอำนาจอยู่มูลค่าของมันไม่อาจจะประเมินค่าได้”

            เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางถามขึ้น “ในเมื่อมีของล้ำค่ามากมายขนาดนั้นตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ คงจะเปิดมาแล้วหลายครั้งข้างในยังมีของล้ำค่าอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?”

            จื่ออวี้ยิ้มพลางใช้มือสางผมแล้วกล่าวออกมา “ก็ไม่เสมอไปภายในโถงวิหารซิงเฉินลึกลับมาก อีกทั้งภายในยังอุดมไปด้วยพลังที่เปี่ยมล้นเป็นไปได้ว่าจะมีสุดยอดของล้ำค่าอยู่ ทุกๆ ครั้งที่เปิดสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากก็มักจะโตเต็มที่หมดแล้วอีกทั้งมีเขตพื้นที่ลึกลับอีกหลายแห่งที่ยังไม่ถูกสำรวจ ดังนั้นคุ้มค่าที่จะเข้าไป”

            “อย่างนี้นี่เองถึงตอนนั้นข้าก็จะลองเข้าไปดู” เต้าหลิงพยักหน้า พลางเกาหัวแล้วกล่าวออกมา “ฝ่ามือหยินหยางทีเจ้าให้ข้ามา ข้ารู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์”

            ได้ยินดังนั้น สีหน้าของจื่ออวี้ก็ฉายสีแห่งความดีใจออกมานางกล่าวออกมาอย่างรีบร้อน “นี่เจ้าฝึกฝนฝ่ามือหยินหยางสำเร็จแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ?”

            “อื้มตอนนี้เจ้าจะบอกที่มาของวิชามหาอำนาจนี้แก่ข้าได้หรือยัง?” เต้าหลิงกล่าวด้วยใบหน้าที่จะยิ้มก็ไม่เชิง

            “ฟังจากน้ำเสียงของเจ้านี่เจ้ากำลังตำหนิข้าอยู่อย่างนั้นหรือ?” จื่ออวี้กลอกตา ทว่าสีหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความปีติอยู่

            “ไม่ใช่เสียหน่อยข้าแค่รู้สึกว่าวิชามหาอำนาจนี้น่ากลัวมาก” สีหน้าของเต้าหลิงพลันหนักอึ้งขึ้นเขาที่ยังไม่ได้เรียนรู้วิชานี้โดยสมบูรณ์ ทว่าพลานุภาพของมันกลับน่ากลัวขนาดนี้หากสมบูรณ์จะเป็นอย่างไรนั้น ยากที่จะจินตนาการจริงๆ

            “มันก็คือสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า”จื่ออวี้กล่าวด้วยแววตาร้อนแรง

            “เป็นไปได้ยังไง?” เต้าหลิงกำหมัดแน่นพลางกล่าวเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ มันเป็นแค่ตำนานเท่านั้นพลานุภาพของมันไม่ใช่สิ่งที่วิชามหาอำนาจเจ็ดสิบสองวิชาจะสามารถเทียบได้

            เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิชาฝ่ามือหยินหยางที่ตนฝึกฝนอยู่จะเป็นสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจแข็งแกร่งที่สุดในตำนานถึงจะเป็นยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งในใต้หล้าก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับหลายวันหลายคืน

            “ข้าไม่ได้โกหกเจ้ามันก็คือสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจ” จื่ออวี้เดินเข้ามาพลางกล่าวด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น“ถึงแม้ว่าวิชามหาอำนาจนี้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหัวแต่ว่ามันสามารถเปิดสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจของจริงขึ้นมาได้ ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะฝึกฝนมันได้สำเร็จ”

            ชุดสีม่วงของนางปลิวไสว รูปร่างของนางอรชรอ้อนแอ้นนางที่มักจะมีใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเจอกับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนแทบจะเสียการควบคุม

            “หมายความว่าไง?” เต้าหลิงสงสัย สิบสุดยอดวิชามหาอำนาจของจริงอย่างนั้นหรือ?

            “วิชาส่วนหัวที่เจ้ากำลังฝึกอยู่นี้แท้จริงแล้วมีพลังมหาศาลแอบซ่อนอยู่” จื่ออวี้สงบจิตใจพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมา “ในอดีตกาลมียอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงโด่งดังในใต้หล้าอยู่คนหนึ่งเขามีวิชาฝ่ามือหยินหยางที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังทิ้งเอาไว้เป็นมรดกสืบทอด”

            ตามตำนานเล่ากันว่า บรรพบุรุษหยินหยางได้ละสังขารไปแล้วทิ้งของสืบทอดที่ทำให้ทั้งโลกต้องสั่นสะเทือนเอาไว้ ขุมพลังอำนาจจำนวนมากล้วนอยากจะครอบครองสุดยอดวิชามหาอำนาจนี้ทว่าน่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถเปิดพื้นที่ลับสวรรค์นั้นออกมาได้ทว่าก็มีคนที่คาดการณ์เอาไว้ หากสามารถฝึกวิชามหาอำนาจส่วนหัวนี้ได้ก็จะสามารถใช้มันเป็นกุญแจในการเปิดพื้นลับที่บรรพบุรุษหยินหยางทิ้งเอาไว้

            ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทว่าเหล่าตระกูลต่างๆก็ได้ฝึกฝนวิชาฝ่ามือหยินหยางนี้อย่างสุดกำลังแต่กลับไม่มีใครสามารถฝึกฝนได้สำเร็จซึ่งจื่ออวี้คิดไม่ถึงเลยว่าตนที่ให้วิชาฝ่ามือหยินหยางกับเขาเขาจะสามารถฝึกฝนมันจนสำเร็จได้จริงๆ

            “แบบนี้นี่เอง” สีหน้าของเต้าหลิงตกตะลึงมาก ตนได้ฝึกฝนมันจนสำเร็จทว่าวิชานี้อันตรายมากเกินไป หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจุดจบของเขาจะต้องไม่สวยแน่

            “เต้าหลิงเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะช่วยเจ้าเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ในตอนนี้มีแค่พวกเราสองคนเท่านั้นที่รู้” จื่ออวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจากนั้นนางก็กล่าวตำหนิออกมา “ทว่าเมื่อครู่เจ้าบ้าบิ่นมากเกินไปเจ้าไม่ควรใช้ฝ่ามือหยินหยางออกมาเช่นนั้น ถ้ามีคนเห็นเข้าเกิดเรื่องยุ่งขึ้นกับเจ้าแน่ ถึงจะเป็นข้าเองก็ไม่สามารถจะปกป้องเจ้าได้”

            “ก็ข้าไม่รู้เจ้าเองก็ไม่ได้บอกข้า” เต้าหลิงกลอกตา ภายในใจรู้สึกบีบรัดขึ้น “เช่นนั้น จะทำอย่างไรดี?”

            จื่ออวี้เดินไปรอบๆ ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งแล้วกล่าวออกมา “เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับก่อนตอนนี้พลังของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป หากเรื่องเกิดรั่วไหลจะเป็นปัญหาใหญ่ข้าว่าเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”

            กล่าวจบ นางก็ยิ้มออกมา “เจ้ามาเข้าร่วมกับคลังสมบัติพลังอำนาจของพวกเราคลังสมบัตินั้น เจ้าเองก็น่าจะเคยได้ยินมาแล้วซึ่งก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับเจ้า”

            เต้าหลิงเห็นด้วยกับคำพูดของนาง คลังสมบัติเป็นเศรษฐีใหญ่ของดินแดนลึกลับทั้งยังมีอำนาจในการซื้อขายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของล้ำค่าจำนวนมากต่างถูกปล่อยออกมาจากพวกเขาถ้าสานสัมพันธ์กับคลังสมบัติเอาไว้ได้ การซื้อขายก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย

            เมื่อเห็นว่าเขาดูตื่นเต้น จื่ออวี้ก็กล่าวออกมาด้วยความลำบากใจว่า“พลังของเจ้าในตอนนี้ต่ำอย่างมากข้าทำได้แค่แต่งตั้งตำแหน่งให้เจ้าได้เท่านั้นซึ่งเทียบได้กับตำแหน่งของผู้อาวุโส”

            “เช่นนั้นข้าต้องทำอะไรบ้าง?” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นเขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องตำแหน่งอะไรมากนัก

            “ไม่ต้องในสถานการณ์ปกติแล้วเจ้าจะไม่ต้องทำอะไรปกติแล้วมักจะมอบให้ชายหนุ่มอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้นซึ่งมันก็เป็นแค่ตำแหน่ง” จื่ออวี้ส่ายหน้ามันก็เป็นแค่วิธีที่ใช้มัดใจคนเท่านั้น

            “อย่างนั้นก็ดี” เต้าหลิงพยักหน้า ตอนนี้เขากำลังต้องการสมุนไพรวิญญาณอยู่ตำแหน่งนี้มาได้เวลาประจวบเหมาะพอดี

            “เหรียญตราสีเงินนี่ข้าให้เจ้า” จื่ออวี้มอบเหรียญตราอันหนึ่งให้กับเขา พลางกล่าวออกมา “ห้ามบอกกับคนอื่นเด็ดขาด เจ้าจะต้องเชื่อข้านะ”

            “อื้ม” เต้าหลิงพยักหน้า

            “แค่นี้ก็แล้วกันเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน” จื่ออวี้ลุกยืนขึ้นพลางกล่าวลา

            เต้าหลิงมองนางเดินจากไป ภายในใจก็พลันร้อนรุ่มขึ้นของสิ่งนี้อันตรายมากเกินไปแล้วหากเรื่องนี้รั่วไหลเดาว่าจะต้องถูกคนเอาไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์แน่

            เขาถอนหายใจออกมา ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้วมีเพียงแค่ต้องเดินต่อไปเท่านั้นจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด ขนาดจื่ออวี้ที่อายุพอๆกับเขายังมีพลังน่ากลัวมากถึงขนาดนั้น

            เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกพลางนั่งขัดสมาธิลงเพื่อจะดูว่าอะไรที่อยู่ภายในท้องของเขา

            จิตสวรรค์ไหลออกมาเหมือนกับดวงตาที่สาม มันปรากฏขึ้นภายในร่างในขณะที่เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในท้องนั้นเต้าหลิงก็พลันตกใจจนสะดุ้งเฮือก

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน