ตลอดช่วงสายของวันนั้น ลี่อินกับอี้ยังคงทำงานร่วมกันในแปลงชา
อี้สอนเธออย่างอดทน ตั้งแต่การแยกยอดชาคุณภาพดี การดูสีของใบให้รู้ว่าเหมาะเก็บหรือยัง รวมถึงวิธีมัดตะกร้าให้ไม่ล้มเวลาเดินขึ้นเขา
“เจ้าต้องใช้มือสัมผัส แล้วฟังเสียงใบที่ดี มันจะไม่กรอบเกินไป และไม่อ่อนจนหักง่าย” เขาพูดพร้อมกับบีบใบชาเบา ๆ แล้วยื่นให้เธอลอง
ลี่อินพยักหน้า ตั้งใจฟังทุกคำ เธอเก็บเกี่ยวทั้งข้อมูล ทั้งวิธีทำงาน และทั้งการจัดสรรแรงงานที่ไร่ใช้ในแต่ละวัน
“แล้วชาแต่ละชนิดมีวิธีตากหรืออบต่างกันไหม?” เธอถาม
“แน่นอน” อี้ตอบ “ชาขาว ชาเขียว ชาแดง จะต่างกันที่อุณหภูมิและเวลา ทั้งตอนอบและตอนหมัก”
ลี่อินจดจำไว้อย่างจริงจัง ในหัวเธอเริ่มประมวลผล หาวิธีใช้ความรู้สมัยใหม่ให้เข้ากับระบบเก่าที่นี่
‘ถ้าใช้พัดลมลมร้อนหรือพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยอบใบชาโดยไม่เผาไฟ...’ เธอคิด ‘หรือถ้าทำโรงตากใบชาที่ควบคุมอุณหภูมิด้วยฝาสองชั้น จะได้ใบที่หอมและคงคุณภาพมากขึ้น...’
“เจ้าเงียบไปเลย คิดอะไรอยู่?” อี้ถามยิ้ม ๆ
“ข้าคิดว่า...ชาเจ้านี่มีศักยภาพเยอะกว่าที่คนในยุคนี้คิดอีกนะ” เธอตอบพร้อมยิ้มมุมปาก
“พูดแบบนี้ เจ้าคิดจะเปลี่ยนไร่ข้าหรือไง?” เขาหัวเราะ
“ไม่เปลี่ยนหรอก…แค่ ‘อัปเกรด’ ให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง” เธอแกล้งยักคิ้วกลับ
หลังเก็บชาเสร็จ อี้พาเธอเดินต่อไปยังโรงตากใบชา เธอได้เห็นการคลี่ใบให้แห้งบนเสื่อไม้ไผ่ วางเรียงในห้องที่ควบคุมลมธรรมชาติ
ลี่อินสังเกตแทบทุกรายละเอียด แล้วพูดเบา ๆ “ถ้าข้าได้อยู่ที่นี่อีกหน่อย ข้าอยากลองทำ ‘ชาเบลนด์’ สูตรของข้าเองดูสักที”
อี้ยิ้มกว้าง “ถ้าเจ้าทำได้ ข้าจะเป็นคนลองชิมคนแรกให้เลย”
เธอยิ้มกลับ “แล้วอย่าบ่นนะ ถ้ามันแรงจนเจ้าตาค้างทั้งคืน”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นใบชาสดที่อบอวลในอากาศ พร้อมกับจังหวะหัวใจที่เริ่มเข้ากันมากขึ้นทีละนิด