ทีโอ ราชันต์พระเจ้าโลกมืด

    วิกฤติของการหนีออกจากบ้าน

    ผมกลับมาที่บ้านพักรับรอง พร้อมกับเสียงที่ดังอยู่ในหัวอย่างไม่ขาดสายตลอดทาง


    ...เจ้าจะบ้าเหรอ อดเป็นเลาห์คอนเลย ไปพูดกับ เสด็จพ่อเช่นนั้น รีบกลับไปขอโทษ แล้วยอมรับเทพ อาราชิน เป็นพระเจ้าเถอะ  เทพธิดา ฟาเรนเซีย แนะนำ อย่างขำขัน ในความงี่เง่าของ ทีโอ แล้วกล่าวต่อ
    ...เดี๋ยวก็ สาปให้เป็นบ้าเสียหรอก  
    ' ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยย ข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว ฟาเรนเซีย ว่าข้าจะเดินบนเส้นทางสายนี้ ด้วยลำแข้งของตัวเอง '
    ผมรีบรุดเข้าไปในบ้านพัก และเมื่อเจอหน้าของพี่ ไอร่า ผมก็รีบบอกให้เธอเก็บข้าวเก็บของ ออกไปจากวังกับผม
    " ออกจากวัง รึ ทีโอ จะให้พี่ไปที่ไหน "
    " ไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่ "
    " ไม่เอาด้วยหรอก ข้างนอกลำบากจะตาย พี่ทำงานในวังมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว "
    " ผมบอกให้ไปไงล่ะพี่ "
    " ไม่เอา พี่ไม่ไป ถึงตายพี่ก็ไม่ไปตกระกำลำบากกับเธอ "
    " ทำไมละครับพี่ "
    "ชีวิตในวังสุขสบายกว่าเป็นไหนๆ และที่พี่ทำดีกับเธอ ก็เพราะสักวันเธอจะได้ขึ้นเป็นเลาห์คอนนะสิ ถามได้" แล้วพี่ ไอร่าก็กล่าวต่อ
    " พี่ไม่เห็นด้วย ที่เธอ จะหนีชะตากรรม เพราะถ้าหนี ก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต การที่เธอ จะเป็นเลาห์คอน ผู้ยิ่งใหญ่ได้ จะต้องรู้จักระงับความโกรธ และยอมรับเหล่าทวยเทพ กลับไปขอโทษเสด็จพ่อ และสร้างโอกาส ใหม่ๆให้ตัวเองเถอะนะ " พี่ไอร่ากล่าวด้วยความหวังดี
    " พี่ ไอร่า " ผมพูดเสียงอ่อยเมื่อพี่ไอร่าไม่ยอมออกจากวังไปกับผม หรือที่เขาเรียกกันว่า หนีตามชู้รักไป น้ำเสียงของพี่ไอร่า เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ผมต้องทำใจ ออกจากวังตัวคนเดียว ผมรีบเข้าไปเก็บข้าวเก็บของแล้วเผ่นหนีออกมาในคืนนั้น
    ...ไปขอโทษ ตอนนี้ที่บ้านยังอภัยอยู่นะ เทพธิดา ฟาเรนเซียยังคงแนะนำไม่เลิก แล้วกล่าวสืบต่อ
    ...เธอนี่ชอบทำอะไรบ้าๆ จะได้เป็น เลาห์คอน และมีอาจารย์ สาวสวยอย่างจอมปราชญ์คายะเป็นผู้ฝึกสอน มันเป็นฝันของผู้ชายเลยนะ 
    แต่ผมไม่สนใจ ขณะที่ผมกำลังจะ ออกจากวังนั้นเอง จอมปราชญ์ คายะก็มาปรากฏกายต่อหน้า และมอบ สร้อยที่มี อัญมณีสีฟ้าสด เส้นหนึ่งให้ผม
    จากความรู้ที่ได้มาจากการเป็นเทพมืดมานาน ทำให้ผมรู้ว่ามัน คือ ซิลวาเทีย ไอเทมสายรักษา ที่หาได้ยาก
    " เอาติดตัวไปด้วย เผื่อได้ใช้ นี่เป็นของขวัญอำลาขององค์เลาห์คอน เฮเซ็น " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
    ผมรับซิลวาเทีย มาจากจอมปราชญ์ คายะ แล้วเธอก็หยิบถุงที่เต็มไปด้วยเหรียญทอง ถุงหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือผม
    " เอาเงินนี่ไปด้วยถึงมันไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยเกินไป สำหรับการเดินทาง" จอมปราชญ์ คายะ มอบเงินให้ผมจำนวน 3000 เหรียญทองแล้วจากไป โดยไม่ได้ร่ำลาผม
    แล้วผมก็ออกเดินทางทั้งสภาพนั้น โดยเก็บถุงเงินไว้เป็นอย่างดี
    3 วันต่อมา......
    ในขณะที่ผมกินราเม็ง ชามใหญ่ อยู่กลางทุ่ง ก็ได้มีกระต่ายตัวหนึ่ง วิ่งออกมาจากพงหญ้าด้วยความรวดเร็ว ผมสังเกตุเห็นว่ามันมีเขาด้วย มันคงเป็นอสูรพันธสัญญาของใครบางคน หรือเป็นสัตว์เวทย์ ผมตั้งใจว่าจะจับมันมากินแกล้มเหล้า
    " มานี่ เจ้ากระต่าย " ผมไล่จับกระต่ายไปทั่วท้องทุ่ง มันพยายามกระโดดหลบผมไปมา และใช้เขาทิ่มแทงผม
    ฮึบ ฮึบ
    ผมกระโดดหลบมันสองสามครั้ง ก่อนจะคว้าเขาของมันมาได้
    " แกจงมาเป็นอาหาร เติมกระเพาะของข้าให้อิ่มเสียเถอะ " ผมเลียลิ้นน้ำลายไหลด้วยความอยากกินเนื้อกระต่าย
    " จะทำอะไรกระต่ายของข้านะ " สาวน้อยนางหนึ่ง ปรากฏกายขึ้นมา
    " ว่าจะเอาเนื้อกระต่ายไปต้มกินกับราเม็งนะ แกล้มเหล้าก็น่าอร่อย " ผมตอบกลับไปโดยไม่คิด
    เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง
    สาวน้อยชี้มือขึ้นสู่ฟ้า เกิดเป็นกลุ่มเมฆสีดำลอยขึ้นไป ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏ สายฟ้าสามสายฟาดลงมาใส่ผม
    อาคคคคคคคคคคคคค 
    " มันเจ็บนะโว้ย เจ้าเป็นใครกันแน่" ผมหน้าดำเป็นตอตะโก เลย แต่พยายามตะโกนด่าเท่าที่นึกได้
    " ข้าคือ ผู้วิเศษ ผู้มีนามว่า ริเอะ " หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เธอมีตาสีดำ ผมสีเงิน สวมชุดคลุมของจอมเวทย์ระดับสูง หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ชวนให้หลงใหลเลยทีเดียว
    " ผมขอโทษก็ได้อ้าว ผมคืนกระต่ายให้ " ผมส่งคืนกระต่ายตัวน้อยกลับไปที่บ่า ของ     ผู้วิเศษ ริเอะ
    " มันชื่อว่า ฮอร์นจัง " ผู้วิเศษ ริเอะ กล่าว
    " ฮอร์นจังอย่างนั้นหรอ ชื่อเพราะนะ " ผมตั้งใจชมชื่อของกระต่ายที่เจ้าตัวตั้งให้เพื่อลดความโกรธของผู้วิเศษ ริเอะ
    ผู้วิเศษ ริเอะ หันกลับมาถลึงตามองผมแล้วใช้เวทย์มนต์นะจังงัง กับผม ผมตัวแข็งค้างในทันที ถึงแม้ผมจะเป็นจอมปราชญ์ แต่ไม่เคยเรียนเวทย์ บทนี้ จึงแก้ไม่เป็น
    ผู้วิเศษ ริเอะ หยิบแครอทมาป้อนให้เจ้ากระต่ายกิน แล้วหยิบ เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ชื่อ โอฮาโอ้ ออกมาเล่นมันเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมอย่างแพร่หลายใน อาณาจักรโปปุรอน แล้วเธอก็ร้องเพลง
    สายลมหนึ่งลำน้ำใสโลกทั้งใบใสกลมสวยแสงอาทิตย์ มาคู่ควรโอ้มายเวิร์ล โอ้มายเวิร์ล.......
    เสียงของเธอเพราะ ราวกับเสียงแก้วกังวาล
    " บทเพลงนี้ ถือว่าชดเชยให้เจ้าก็แล้วกัน เจ้าเด็กแสบ " ผู้วิเศษ ริเอะ เรียกให้กระต่ายปีนขึ้นไปบนบ่า และเดินจากไป โดยคุณเธอลืมแก้เวทย์มนต์นะจังงัง ที่ใช้กับผมไว้ ผมต้องยืนค้างอยู่ตรงนั้น ไม่ต่างจากหุ่นย์ไล่กาตั้ง 6ชั่วโมงT T
    ****หลังจากผมตัวแข็งค้างเพราะถูก ผู้วิเศษ ริเอะ ใช้เวทย์มนต์ นะจังงังเข้าใส่ ผมก็คิดว่าจะไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมหาเวทย์ อาเธน่า ในอาณาจักรออโดนอส เพราะขึ้นชื่อเรื่องการมีนักเรียนระดับสัตว์ประหลาด แต่ผมก็ต้องหาทุนระหว่างทางเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา
    ผมเลยคิดขึ้นมาได้ว่า ผมมีความสามารถในการเขียนภาษาเทพ ทำไมไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์เล่า *-*
    ผมเลยไปซื้อกระดาษเขียนเมจิกไอเทม กับพู่กันมา แล้วเริ่มเขียน
    ...เจ้าจะเอาเวทย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ใส่ลงในกระดาษนี่เหรอ เจ้าทำได้เหรอ เทพธิดาฟาเรนเซียกล่าว อย่างดูหมิ่นผม
    ' ไม่ลองก็ไม่รู้ ฟาเรนเซีย ' ผมกล่าว
    ผมต้องหางานทำระหว่างเดินทางออกจากเมืองหลวงของอาณาจักรโปปุรอน ผมเริ่มตวัดพู่กัน และเขียนอักษรเทพลงในนั้น อักษรเทพรูปร่างต่างๆ ทั้ง เหิง ซู่ เผี่ย น่า เตี่ยน ผมเขียนได้หมด
    ผมตวัดพู่กัน อย่างบรรจง เกิดเป็นตัวอักษรรูปไฟผลาญเผา บ้างก็เป็นน้ำอันบอบบาง บ้างก็เป็นลมอันอบอุ่น บ้างก็เป็นดินอันแข็งแกร่ง
    4 ชั่วโมงผ่านไป......
    ...โห ทีโอ นี่เจ้ามีฝีไม้ลายมือมากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก  เทพธิดา ฟาเรนเซีย กล่าว
    ผมประกอบม้วนบันทึกเวทย์มนต์ อย่างบรรจงได้หลายม้วนและเอาไปขายที่ตลาด
    " เร่เข้ามา เร่เข้ามาเลยพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย นี่คือม้วนบันทึกเวทย์มนต์ หายาก ที่ผมทำมาขาย "
    ผมทดลองใช้ ม้วนบันทึกเวทย์มนต์ไฟ scroll of fire เกิดไฟพวยพุ่ง เป็นelement ไฟ แผ่พุ่งออกมา ทำให้เหล่าจอมเวทย์ที่มาดู พากันส่งเสียง กริ๊ด กันให้แซ่ด
    เหล่าจอมเวทย์ พากันเบียดเสียด มายังร้านผม ที่ปูด้วยเสื่อผืนเดียว
    เอา 1ม้วน
    ทางนี้เอา 2ม้วน
    3ม้วนโลด
    4ม้วนค่ะ
    ม้วนบันทึกเวทย์มนต์ หมดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผมได้เงินมากกว่า 3000 เหรียญทองเสียอีก ต้นทุนแค่ 500 เหรียญทองเอง
    " เอาละครับพี่น้อง วันนี้ ม้วนบันทึกเวทย์ ก็ได้ขายหมดลงไปแล้ว โอกาสหน้าช่วยมาอุดหนุนใหม่นะ " ผมกล่าว พร้อมกับเก็บเหรียญทองทั้งหมดไว้ในถุงผ้า*-*
    ณ เส้นทางสัญจรไปอาณาจักร ออโดนอส.......
    ...แล้วจะไปอาณาจักรออโดนอสเลยเหรอ  เทพธิดาแห่ง สงคราม ฟาเรนเซียกล่าว
    ' ใช่แล้ว ผมจะไปเรียนรู้เวทย์มนต์ที่นั่น เพราะมีอะไรหลายๆอย่างที่ผมไม่ชอบที่นี่ เพราะเสด็จพ่อ บัดซบนั่น '
    ...เชื่อข้าเถอะ กลับไป ขอโทษ เสด็จพ่อ และเข้าเรียนที่โรงเรียนมหาเวทย์ คาเวียน่า จะสบายกว่านะ เวทย์มนต์ก็ได้เรียนเหมือนกัน แถมยังมีฐานะเจ้าชายอีก 
    ' ไม่ ม่ายยยยยยยยยย ผมได้ตัดสินใจไปแล้ว ด้วยจิตอันมุ่งมั่น '
    ...งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ ข้าเองก็อยากรู้ว่า ถ้าไม่มีใครช่วยเจ้าจะไปได้ซักกี่น้ำทีโอ แม้เจ้าจะเคยเป็นพระเจ้าก็ตาม 5555+ 
    3 เดือนต่อมา.......
    หลังจากระเหเร่ร่อนอยู่นาน 3เดือน ในที่สุดผมก็มาถึง อาณาจักรออโดนอส ที่เมืองหลวง ฟัมลิส
    ...ไม่ได้ อาบน้ำมา 3เดือนเพราะจะประหยัดเงินค่าเดินทางเจ้ารู้สึกเป็นยังไงมั่ง ทีโอ  เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าว อย่างขำๆ
    ' รู้สึกเหม็นสาปนะสิถามได้ ฟาเรนเซีย '
    ...ขืนไปที่โรงเรียนมหาเวทย์ อาเธน่า อย่างนี้ต้องถูกเชิญออกแน่นอน  เทพธิดา ฟาเรนเซีย ขำไม่หยุด
    ' งั้นต้องไปหา Inn(โรงแรม) นอนสักคืนซะแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปสมัครเรียน '
    หลังจากค้นหาอยู่นาน ก็พบโรงแรมระดับ 5ดาว ที่มี ผู้ชายแต่งตัวเหมือนคุณชาย และมีผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคุณหนู ผู้หญิงแต่งชุด โลลิต้า อย่างสวยงามมาก ข้างบนของโรงแรมเป็นห้องโถงที่ประดับด้วยดอกกุหลาบงดงามนับพันช่อ
    ผมเข้าไปหาคนดูแลโรงแรมนี้ หล่อนเป็นผู้หญิง ชื่อ ซายะ ผมเห็นจากนามบัตรของเธอที่ติดอยู่ที่เสื้อ
    " เอ่อ คุณครับ ขอห้องพักให้ผมห้องหนึ่งได้ไหมครับ เผอิญ ระหว่างการเดินทาง ผมถูกพวกโจรป่า ปล้นจี้ เลยหนีมา ทำให้เนื้อตัวมอมแมม "
    ผู้ดูแล ซายะหันมา เธอเห็นรอยปานรูปหยดน้ำที่หน้าผากผมแม้ผมจะพยายามซ่อนแล้วก็ตาม แสดงถึงความเป็นจอมปราชญ์ ของผม และเธอก็มองไปที่เสื้อผ้าของผมที่ดูมอมแมม
    " อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก ท่านจอมปราชญ์ เป็นถึงจอมปราชญ์ จะถูกโจรปล้นจี้ได้อย่างไร "
    "ผมไม่มีความรู้ด้านเวทย์มนต์ ไม่ต่างจากคนธรรมดา เลยสู้ไม่ได้ "
    วิ้ว ตูม
    ซายะร่ายเวทย์จู่โจมอย่างรวดเร็ว ที่แท้เธอก็เป็นจอมเวทย์ระดับสูง โดยที่ผมไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ เพราะผมไม่มีปัญญาจะตอบโต้ ผมเลยโดนเวทย์ระเบิดเพลิงเข้าไปเต็มเปา
    " ทำอะไรนะ คุณผู้ดูแล " ผมถามขณะปัดไฟที่กำลังไหม้เสื้อผ้าอยู่
    " ฉันเชื่อแล้วว่า คุณเป็นจอมปราชญ์ ไม่เอาไหน แต่คุณควรใช้เวทย์บังตาไว้นะ จะได้บังสัญลักษณ์ รูปหยดน้ำนั่นเดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดอีก คิดว่าเป็นจอมปราชญ์ที่เก่งมาก จะเข้ามาหาเรื่อง " ซายะกล่าว แล้วหันไปกดเครื่องคิดเลข
    " ห้องพัก 1ห้องคืนละ 1000เหรียญทอง ถ้าไม่มีจ่ายก็เชิญไปซะ ท่านจอมปราชญ์ "
    " ผมเลยเอาถุงเงินที่มีเหรียญทองอัดแน่น มาวางลงบนมือของ ซายะ "
    1 2 3
    " มีแค่ 3พันเหรียญทองเอง พักได้ 3คืนเท่านั้นนะ ทำไมจอมปราชญ์ อย่างท่านถึงได้จนจัง "
    " ก็ผมมีแค่นี้ อะนะ ฮะ ฮะ ฮ่า "
    " ห้อง เบอร์ 3085 ที่อยู่ชั้นบนด้านซ้าย มีอะไรเรียกชั้นได้นะ ชั้นชื่อ ซายะ แล้ว ท่านจอมปราชญ์ ละ "
    " ผมชื่อ ทีโอ "
    แล้วการแนะนำตัวสั้นๆ ก็ทำให้ผมรู้ว่า ซายะ หน้าเงินกว่าที่คิด
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป