ต้าิที่เชี่ยวชาญการทำสมาธิและการกำหนดลมหายใจทำให้มีความสามารถในการเรียนรู้ที่น่าทึ่งเื่นี้เสี่ยวเตี่ยรู้ดี แต่นางก็ไม่คิดเช่นกันว่ามันจะรวดเร็วแบบนี้ ต้องรู้ก่อนว่าต้าิใช้เวลาศึกษาได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง
ต้าิสูดหายใจเข้าพร้อมกับบีบอักพลังเวทย์ให้เร็วยิ่งขึ้น พริบตาที่พลังเวทย์เริ่มมั่นคงแล้วต้าิถึงยิงศรเวทย์ออกไป
“ตูม!!!!!!!!!”
ศรเวทย์ของต้าิไม่ได้แสดงพลังทำลายล้างออกมาแต่มันกลับมีพลังในการเจาะทะลวงอย่างน่าเหลือเชื่อ หินก้อนใหญ่ตรงหน้าของต้าิถูกเจาะจนเป็รูเล็กๆ ต้าิยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“เ้าแน่ใจนะว่าพึ่งมอบหนังสือนั่นให้กับเขา” ชายชราขี้เมากลายเป็ตาสว่างและแสดงสีหน้าตกตะลึง
“ใช่แล้ว และเขาก็พึ่งอ่านมันเมื่อก่อนหน้านี้เอง” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“นี่มันเื่อะไรกัน....จักรพรรดิหญิงท่านกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมคนที่มีพร์ระดับนี้ถึงพึ่งถูกพบตัว บัดซบสองปี เขาเสียเวลาไปตั้งสองปี ถ้าเขาเกิดในตระกูลขุนนางละก็ด้วยพร์แบบนี้เขาจะต้องกลายเป็ตัวตนที่ทรงพลังได้แน่” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น
“นั่นสินะตอนแรกข้าแค่้าให้เขาฝึกฝนการใช้เวทมนต์ผสานกับลูกธนูเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกธนูเท่านั้นเองแต่ใครจะคิดเขาจะใช้พลังเวทย์สร้างมันขึ้นมาเอง และถึงแม้พลังเวทย์ไร้ธาตุของเขาจะไม่ได้มีพลังที่รุนแรงแต่ถ้ามันถูกบีบอักด้วยความหนาแน่นของเวทมนต์ละก็มันก็จะมีพลังเจาะทะลวงที่น่านึ่งมากแน่ๆ” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“เด็กคนนี้เราจะต้องดูแลให้ดีที่สุด เสี่ยวเตี่ยจากนี้เ้าทำหน้าที่ดูแลเขาในเขตของสถาบันอย่าให้ขุนนางคนใหนหาดอกาสสังหารเขาได้ ส่วนด้านนอกจักรพรรดิหญิงจะจัดการเอง” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าเข้าใจแล้ว และอีกอย่างเขาก็เป็ลูกศิษย์ของข้า คอยดูเถอะในปี้นี้ข้าจะทำให้ชั้นเรียนขุนนางต้องอับอาย” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ส่วนเื่สัตว์เวท ด้วยพลังของเขาการที่จะทำให้สัตว์เวทที่แข็งแกร่งยอมรับนั้นเป็เื่ที่ยากเกินไป แต่เมื่อเร็วๆนี้ข้าได้รับไข่ของวิหคสี่ปีกมาซึ่งจากที่ข้าตรวจสอบแล้วมันใกล้จะฟังแล้ว หลังจากนี้เ้านำมันไปมอบให้กับเขาและสอนเขาให้ฟักสัตว์เวทตัวนี้ออกมาให้ได้ ถึงแม้สัตว์เวทตัวนี้จะไม่สามารถช่วยเขาในวันการทดสอบได้มากนักแต่มันก็ช่วยในการลอบโจมตีศัตรูได้ดียิ่งขึ้นแน่” ชายชราขี้เมากล่าว
“นี่ท่านอาจารย์คิดจะหนุนหลังให้กับเขาอย่างเต็มตัวสินะ” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ก็เหมือนกับเ้า ข้าถูกใจเด็กคนนี้มากถึงแม้จะเป็ผู้อัญเชิญแต่แล้วยังไงข้าจะช่วยให้เขาเป็ผู้อัญเชิญที่แข็งแกร่งที่สุดให้ดู” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
หลังจากนั้นพวกต้าิก็ฝึกฝนจนถึงกลางคืนและแยกย้ายกันกลับที่พัก และในคืนนั้นเสี่ยวเตี่ยได้มาหาต้าิทันที
“นี่คือสิ่งที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้กับเ้าเป็รางวัลของการที่เ้าช่วยสอนนักเรียนคนอทานๆ” เสี่ยวเตี่ยกล่าวพร้อมยื่นคันธนูให้กับต้าิ
“อาจารย์จะไม่เข้ามาข้างในก่อนเหรอ” ต้าิกล่าวเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงยืนอยู่ด้านนอกประตู
“โห้ เ้ากล้าเชิญสาวสวยอย่างข้าเข้าไปด้านในนี่เ้ากำลังคิดอะไรอยู่” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“อาจารย์สุดสวย ถ้าเป็ท่านละก็ข้าก็พร้อมจะเชิญชวนท่านเสมอ” ต้าิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เ้าเด็กนี่กล้าหยอกล้อกับข้า” เสี่ยวเตี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพักของต้าิ
“คันธนูนี่ท่านอาจารย์สุดสวยเตรียมเอาไว้ให้ข้างั้นเหรอ” ต้าิกล่าวพร้อมกับมองคันธนูสีดำในมือด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ใช่แล้ว คันธนูในมือของเ้าเป็ถึงอุปกรณ์เวทย์สีม่วงเชียวนะ” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“สีม่วง!!!!!!!!!” ต้าิเบิกตากว้างเขาไม่คิดว่าเสี่ยวเตี่ยจะใจกว้างขนาดนี้
“และนี่คือไข่ของสัตว์เวทวิหคสี่ปีก ซึ่งแต่เดิมสัตว์เวทระดับ 4 ดาว และลูกของมันต่อให้ฟักออกมาก็ยังคงเป็สัตว์เวทระดับ 2 ดาว แต่มันยังอ่อนแอใน่แรกๆเพราะงั้นมันจึงไม่มีความสามารถช่วยเ้าต่อสู้ได้มากนัก แต่ข้ามีทักษะที่เหมาะกับเ้าอยู่” เสี่ยวเตี่ยกล่าวพร้อมกับนำไข่สัตว์เวทย์ขนาดใหญ่วางเอาไว้และยื่นหนังสืออีกเล่มให้กับต้าิ
“การเชื่อมโยงิญญากับสัตว์เวทงั้นเหรอ” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ใช่แล้ว สิ่งนี้เป็สิ่งที่ผู้อัญเชิญสัตว์เวทผู้หนึ่งคิดค้นขึ้นมา ผู้อัญเชิญคนนั้นไม่มีสัตว์เวทที่ทรงพลังทำให้ได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากเหล่าจอมเวทย์ แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้ให้กับสัตว์เวทของตนเองและคอยศึกษาและสร้างทักษะใหม่ๆขึ้นมาและผลของความพยายามของเขาก็สำเร็จเขาสามารถดึงความสามารถของเหล่าสัตว์เวทของตนออกมาได้ถึงขีดสุดทำให้พวกมันพัฒนาขึ้นไปจนมีชื่อเสียง และหนึ่งในทักษะนั้นก็คือการเชื่อมโยงิญญากับสัตว์เวท” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“แบบนี้นี่เอง ถ้าข้าสามารถเชื่อมโยงกับสัตว์เวทที่เป็ประเภทบินได้ข้าก็จะสามารถรับรู้ได้ถึงการมองเห็นของสัตว์เวทของข้าและสามารถวางแผนและซุ่มยิงได้อย่างง่ายดาย” ต้าิกล่าว
“ถูกต้องแล้ว สองสิ่งนี้เ้ามีเวลาฝึกแค่สองเดือนเพราะงั้นเ้าจะต้องทำให้ดีที่สุด” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“อาจารย์้าจะให้ห้องเรียนของเราชนะใช่หรือไม่” ต้าิกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง
“ไม่เพียงแค่ชนะ แต่ข้า้าทำให้พวกนั้นได้รับความอับอายอีกด้วย” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ย่อมได้ ในเมื่ออาจารย์คาดหวังกับข้าแบบนี้ข้าย่อมไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แต่ว่าพลังเวทย์ของข้าตอนนี้ยังเป็แค่ระดับ 1 เท่านั้นข้าเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะต่อสู้กับจอมเวทย์ระดับ 3 ได้หรือไม่” ต้าิกล่าว
“เื่ทรัพยากรเ้าไม่น่าจะต้องกังวลนะ” เสี่ยวเตี่ยกล่าวพร้อมกับัักำไลมิติของตนเอง กองแก่นสัตว์เวทจำนวนมากก็ปรากฏออกมา
“สิ่งนี้ขุนพลข้างกายจักรพรรดิหญิงส่งมาให้เ้า” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“สมกับเป็พี่สาวขุนพลรู้ใจข้าจริงๆ” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เอาละข้าหมดธรุระแล้วเพราะงั้นข้าขอตัวก่อน” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“อ้าว อาจารย์จะไม่ค้างที่นี่เหรอ” ต้าิกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าหนูน้อย เ้าคิดจะนอกใจจักรพรรดิหญิงของเ้างั้นเหรอ” เสี่ยวเตี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล
“นอกใจ ข้าไม่ได้นอกใจอะไรเลย แล้วอีกอย่างต่อให้ข้านอกใจแล้วอย่างไรเพราะข้าและนางยังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“เอาไว้เ้าไปถึงระดับจักรพรรดิได้ละก็ข้าจะยอมเป็อนุของเ้าเลย” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ท่านกล่าวแล้วนะอย่าได้คืนคำแล้วกัน” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เ้าเด็กคนนี้นี่!!!!” เสี่ยวเตี่ยอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและเดินจากไป