ขณะที่พวกฉางเฟิงออกมาจากสุสานก็พบกับกลุ่มคนจำนวนมากซึ่งทั้งหมดเป็นคนของตระกูลฉาง พวกเขาต่างมองฉางเฟิงด้วยสายตาโกรธแค้น
“เป็นเจ้าสินะแซ่ฉางบอกมาเจ้าเป็นสายเลือดของคนทรยศใช่หรือไม่” ชายหนุ่มคนหนึ่งคำรามด้วยความโกรธ
“เป็นเจ้าที่เผยข้อมูลไปงั้นเหรอ”ฉางเฟิงหันไปทางฉางตี้
“ไม่ใช่ข้าข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้นแต่ใครกันละ” ฉางตี้เองก็ตกตะลึง
“ตอบมาเจ้าคือสายเลือดของคนทรยศใช่ใหมและที่มาก็ต้องการขอกลับเข้าตระกูลละสินะ”
“น่าขันเพราะคนทรยศนั่นทำให้พวกเราต้องตกอยู่ในสภาพนี้แล้วยังแสนอหน้ากลับมาอีกงั้นเหรอ”
“บัดซบจับมันส่งให้กับวังสวรรค์”
“เหอะมดปลวกพวกนี้มันกล้ามากที่หยามเกียรติของท่านฉางเทียน นายน้อยให้ข้าฆ่าพวกมันให้หมดดีหรือไม่”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“พวกเจ้าหยุดก่อนพวกเจ้าไปได้ข้อมูลนี้มาจากใหน” ฉางตี้กลัวว่าฉางเฟิงจะสังหารคนของตระกูลฉางจริงๆจึงรีบเข้าไปหยุดทันที
“ท่านผู้นำท่านเองก็รู้ใช่หรือไม่ว่าเจ้านี่มันเป็นลูกหลานของตนทรยศแล้วทำไมถึงไม่แจ้งให้กับพวกเรารู้”
“ใช่แล้วท่านลืมไปแล้วเหรอว่าเพราะใครพวกเราถึงตกอยู่ในสภาพนี้”
“ท่านผู้นำดูเหมือนว่าตำแหน่งผู้นำจะไม่เหมาะกับท่านเสียแล้ว”ผู้อาวุโสหลายคนเผยรอยยิ้มออกมา
ฉางตี้เข้าใจทันทีว่าคนพวกนี้คิดจะใช้โอกาสนี้แย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลส่วนฉางเฟิงหาได้สนใจ แต่แววตากลับเย็นชาเพราะสายเลือดคนทรยศมันไม่เพียงแต่หมายถึงฉางเฟิงแต่หมายถึงมารดาของตนด้วย
“ข้าจะให้โอกาสให้พวกเจ้าหลีกทางไปซะและถ้ายังกล้ากล่าวกล่าวคำว่าสายเลือดคนทรยศอีก ข้าจะฆ่าพวกมันทั้งหมด” ฉางเฟิงเผยจิตสังหารทันที
“ทำไมข้าจะกล่าวมีปัญหาหรือยังไง” ชายหนุ่มระดับจักรพรรดิคนหนึ่งกล่าว
“รนหาที่ตาย”ฉางเฟิงเพียงแค่จ้องมองไป
ดวงตาของชายหนุ่มคนนั้นก็ดับลงร่างล้มลงนอนแน่นิ่งพร้อมกับลมหายใจดับสูญไปแล้ว
“เจ้ากล้าฆ่าหลานของข้า”ชายชราคนหนึ่งพุ่งออกมา
“ข้ากล้าฆ่าเจ้าด้วย”ฉางเฟิงชี้นิ้วออกไป
ปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งตัดร่างของชายชราออกเป็นชิ้นๆในพริบตาคราวนี้คนตระกูลฉางเงียบทันที แววตาของพวกเขาหวาดกลัวมาก ขนาดชายชราอยู่ขั้นเซียนยังตายง่ายๆแบบนี้
“ยังมีใครบอกว่าข้าคือสายเลือดคนทรยศอีกหรือไม่ยังมีใครขวางทางข้าอีกหรือไม่” ฉางเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้ากล้าสังหารคนในตระกูลถือว่าทำผิดกฎท่านผู้นำเราจะปล่อยมันไว้ไม่ได้” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
“ปล่อยไว้ไม่ได้บ้านเจ้าสิเจ้าไม่เห็นหรือไงว่ากิ้งก่าตัวนั้นพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ” ฉางตี้รู้สึกปวดหัวอย่างมาก
“พอได้แล้วพวกเจ้าถอยออกไปให้หมด” ในตอนนั้นเองเสียงชราก็ดังขึ้น
มีร่างหนึ่งเดินออกมาจากรอยสุสานซึ่งเห็นได้ชัดว่าในสุสานยังมีห้องลับที่ปิดกั้นการสัมผัสของฉางเฟิงได้อยู่
“ท่านบรรพบุรุษ”คนของตระกูลฉางคุกเข่าทันที
“ท่านบรรพบุรุษโปรดมอบความเป็นธรรมให้กับพวกเราได้คนทรยศคนนี้มันสังหารคนในตระกูล”
“ใช่แล้วโปรดสังหารคนทรยศนั่นด้วย”
คนในตระกูลฉางพากันกล่าวขึ้น
“ข้าบอกให้พวกเจ้าพอกันได้แล้วไม่ได้ยินหรือยังไง”ชายชราคำรามออกมา
“ท่านบรรพบุรุษ....”คนของตระกูลฉางตกตะลึงอย่างมาก
“เจ้าเองก็ถือว่าเป็นลูกหลานของตระกูลฉางส่วนหนึ่งใบต้องโหดร้ายขนาดนี้ถึงขั้นสังหารพวกเขาด้วย”ชายชรากล่าว
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะว่าอะไรข้าแต่ถ้ากล้าทำให้ท่านตาและท่านแม่ของข้าเสียเกียรติ ต่อให้เป็นพระเจ้าข้าก็ฆ่าไม่ละเว้น”ฉางเฟิงเผยแววตาที่น่ากลัวออกมา
“ดูเหมือนท่านบรรพชนจะคิดถูกที่ปล่อยท่านฉางเทียนออกไปไม่คิดเลยว่าหลายแสนปีมาแล้วกลับเป็นลูกหลานของเขาที่ยิ่งใหญ่กลับกันตระกูลฉางของข้ากลับตกต่ำ”ชายชรากล่าว
“เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับข้าข้าแค่ทำตามคำขอของท่านแม่เท่านั้น จากนี้ตระกูลฉางและข้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก”ฉางเฟิงกล่าว
“เฮ้อการที่มารดาของเจ้าให้เจ้ามาเคารพศพของท่านฉางเซิงไม่ใช่ว่าต้องการให้เจ้ากลับตระกูลฉางหรอกรึ”ชายชรากล่าว
“น่าขันเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ทันความคิดของเจ้างั้นเหรอ พอรู้ว่าเบื้องหลังของนายน้อยแข็งแกร่งก็อยากจะดึงตัวเอาไว้เพื่อฟื้นฟูตระกูลถ้าลองนายน้อยเป็นเพียงระดับจักรพรรดิตัวเล็กๆละก็พวกเจ้าคงสังหาร กักขังหรือไม่ก็ส่งนายน้อยให้กับวังสวรรค์แล้วใช่หรือไม่” เสี่ยวเฮ่ยเหยียดหยามมากเมื่อมองไปยังคนเหล่านี้
แตกต่างกันมากเกินไปไม่แปลกที่ท่านฉางเทียนจะออกจากตระกูล เพราะตระกูลฉางมันบัดซบแบบนี้กันหมด มีแต่พวกโง่ที่คิดจะหาผลประโยชน์คิดแต่จะพึ่งพาคนอื่นอย่างเดียว
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเข้าใจอะไรผิดอยู่นะเฮ้อในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าจะเปิดเผยความจริงของเมื่อหลายแสนปีก่อนให้กับทุกคนในตระกูลได้รู้”ชายชรากล่าวเสร็จก็เปิดใช้ค่ายกลในสุสานเพื่อปิดกั้นไม่ให้ใครได้ยินสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน
จากนั้นชายชราก็นำป้ายหยกอันหนึ่งออกมาซึ่งมันคือป้ายหยกบันทึกภาพชิ้นหนึ่งหลังจากนั้นภาพก็ฉายเป็นภาพของชายวัยกลางคนๆหนึ่ง
“ถึงลูกหลานของข้าและเทียนเอ๋อเมื่อพวกเจ้าได้เห็นภาพนี้แสดงว่าพวกเจ้าได้กลับมายังตระกูลฉางแล้วก่อนอื่นข้าอยากจะบอกเรื่องราวความจริงทั้งหมดให้กับเจ้ารู้ก่อน
ตั้งแต่แรกฉางเทียนบุตรของข้าไม่เคยเป็นคนทรยศและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการจัดฉากของพวกเราบรรพบุรุษทุกคนเพราะพวกเราทุกคนได้รู้ความจริงจากฉางเทียนแล้วว่าวังสวรรค์มีแผนร้ายจริงๆ พวกมันไม่คิดจะรับเทียนเอ๋อไปดูแลหรือฝึกฝนแต่พวกมันคิดจะทำให้เทียนเอ๋อกลายเป็นทาสผู้สื่อสัตว์ของพวกมัน
หลังจากรู้ความจริงนี้พวกเราจึงได้วางแผนส่งตัวฉางเอ๋อออกไปจากโลกใบนี้ให้หนีออกไปใกลๆวังสวรรค์เพราะพวกเรารู้ว่าด้วยพรสวรรค์ของเทียนเอ๋อหากยังไม่ตายก่อนเขาจะกลายเป็นตัวตนระดับจักรพรรดิเทพหรือระดับพระเจ้าเลยก็ได้
ซึ่งพวกเราไม่อาจจะส่งตัวยอดอัจฉริยะแบบนี้ให้กับวังสวรรค์ได้พวกเรายอมตายดีกว่าให้ต้นกล้าที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ต้องเสื่อมเสียดังนั้นพวกเราจึงส่งเทียนเอ๋อออกไปเพื่อหวังว่าสักวันสายเลือดของตระกูลฉางจะปรากฎตัวตนระดับจักรพรรดิเทพหรือพระเจ้าขึ้นมาได้
เพราะงั้นลูกหลานตระกูลฉางอย่าได้โทษเทียนเอ๋อเลยพวกเราจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆแล้วอีกอย่างถ้าหากเราส่งตัวเทียนเอ๋อให้กับวังสวรรค์สถานการณ์ของพวกเราก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอกเพราะเมื่อมีอัจฉริยะปรากฎตัวขึ้นพวกวังสวรรค์ก็คงจะทำแบบเดิมขึ้นอีกไม่จบสิ้นเพราะงั้นมีทางเลือกเดียวค่อส่งต่อความหวังให้กับคนในอนาคตเท่านั้น” ฉางเซิงกล่าวพร้อมกับน้ำตาใหลลินออกมา
ฉางเฟิงที่ไม่พอใจคนในตระกูลฉางก็ยังอารมณ์อ่อนลงเห็นได้ชัดว่าฉางเซิงรักฉางเทียนมากถึงกับยอมให้ตระกูลฉางตกอยู่ในสถานกาณ์ที่ลำบากมาหลานแสนปีเพื่อหวังให้ฉางเทียนกลับมาช่วยในอนาคต