ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 104

    ภายในความฝันของฌอน ตอนนี้เข้ามาปรากฏตัวพบหญิงผู้ลึกลับ คนที่พาเข้ามาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นทุกอย่างก็เพราะเธอคนนี้ ฌอนกลับมาอยู่ที่ห้องตอนที่เขาสมัครงาน มันเป็นอะไรที่ตอกย้ำความทรงจำได้เป็นอย่างดี“ผ่านไปไม่นาน ท่านก็ได้กลับมาหาข้าอีกแล้ว..” บิวตี้ยิ้มออกมา และกล่าวทักทาย“ข้าก็ไม่คิดว่าจะมาพบท่านเร็วขนาดนี้.. ว่าแต่ครั้งนี้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอขอรับ” ฌอนเอ่ยทักเช่นกัน และการที่เขาถูกดึงตัวมาอย่างนี้แน่นอนว่ามันต้องมีเรื่องอะไรที่ให้เขาต้องไปจัดการตามสูตรนิยายแฟนตาซีทั่วๆไป แต่เหมือนว่าเขากำลังเข้าใจผิด“ที่ข้าเรียกท่านมาพบในวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องงานหรือมีอะไรให้ท่านทำเป็นพิเศษ ... ตอนนี้มันเป็นเรื่องภรรยาของท่าน....” ฌอนที่ได้ยินก็นึกแปลกใจว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเฟียร์ภรรยาของเขากัน ถึงตอนแรกจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากเป็นพิเศษ แต่หลังจากที่พวกเขามีความสัมพันธ์กันแล้ว เขาก็ตั้งใจว่าจะซื่อสัตย์กับเธอ และจะรักเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น และถ้าเรื่องมันเกี่ยวข้องกับภรรยาของเขาอย่างนี้มันก็ทำให้เขาลำบากใจไม่น้อย ฌอนคิดไปต่างๆนานา ถึงเรื่องที่เขามีภรรยาในโลกแห่งนี้ คิดถึงโชคชะตาที่เขาอาจจะไปเปลี่ยนแปลงมันโดยบังเอิญ และทำให้โลกวุ่นวายได้ บิวตี้ที่เห็นเหมือนฌอนกำลังกังวลใจก็ได้หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกลับไป“ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป... ถึงตัวตนของท่านจะเป็นคนของระบบ แต่ท่านก็เป็นคนพิเศษของระบบเชียวล่ะ... ข้าจะไม่อ้อมค้อมกับท่านแล้วกัน.. เนื่องจากท่านเป็นคนของระบบท่านทราบดีใช่หรือไม่ ว่าพอจบภารกิจจากโลกนี้ไปแล้ว ท่านจะต้องถูกระบบเรียกตัวกลับคืน นั่นก็หมายความว่าตัวของท่านจะไม่มีทางได้ใช้ชีวิตที่เหลือบนโลกแห่งนี้หลังจากที่ท่านทำภารกิจเสร็จสิ้น...” บิวตี้กล่าวออกมา ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่จะต้องจากคนที่รู้จัก หรือคนที่รัก แต่กฎก็ต้องว่าด้วยกฎเท่านั้น ฌอนที่นั่งฟังก็เศร้าหมองลงชั่วขณะหนึ่ง ถึงตอนนี้ยังจะพอทำใจได้ แต่ถ้าอยู่กันไปนานๆบางทีเขาอาจจะผูกพันธ์กับเฟียร์มากก็เป็นไปได้ เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ “แต่.. ระบบก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น.. เมื่อท่านแต่งงานระบบก็ย่อมมีของขวัญให้กับท่าน อาทิเช่น ท่านสามารถให้คนรักหรือคู่แต่งงานของท่านเพียงหนึ่งคนเท่านั้น เป็นคนของระบบเหมือนกับท่าน แต่มันก็มีข้อเสียเล็กน้อย พวกท่านทั้งสองจะไม่สามารถแยกจากไปทำภารกิจคนเดียวได้อีก หลังจากนี้ท่านจะต้องทำภารกิจเป็นคู่ทั้งหมด.. ท่านฌอน ท่านอยากจะรับของขวัญชิ้นนี้หรือไม่” บิวตี้เอ่ยออกมาถามกับฌอนที่กำลังทำหน้าตาเครียดอย่างบอกได้ชัดเจน หากเขาเลือกที่จะให้เฟียร์เป็นคนของระบบมันก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป ข้อเสียของมันก็อาจจะเป็นเรื่องของการเป็นทาสระบบ และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอิสระอีกต่อไป แต่ข้อดีนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องของการผจญภัยไปต่างโลก ซึ่งข้อนี้เฟียร์น่าจะชอบมัน“แล้วข้ามีเวลาตัดสินใจจนถึงเมื่อไหร่รึขอรับ ท่านบิวตี้... แล้วถ้าหากข้าตกลงของขวัญชิ้นนี้แล้ว ตัวตนของนางก็จะเป็นคนของระบบทันทีหรือไม่...” ฌอนถามในส่วนที่ตัวเองอยากจะรู้ แน่นอนว่าบิวตี้เองก็ตอบคำถามนั้นในทันที“ท่านมีเวลาตัดสินใจจนถึงเมื่อพบเจอข้าอีกครั้งหนึ่ง ถึงตอนนั้นข้าต้องการคำตอบ ส่วนหากว่าท่านรับของขวัญชิ้นนี้ไปแล้ว ตัวตนของนางเดิมทีแล้วเป็นคนของโลกใบนั้น นางจะต้องจะใช้ชีวิตตามอายุไขเสียก่อนถึงจะมาทำงานเป็นคนของระบบได้... ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมท่านถึงไม่ตายแล้วมาเป็นคนของระบบ เพราะตัวของท่านนั้นเรียกได้ว่าเป็นคนพิเศษของระบบ และแน่นอนว่ามันก็ต้องเชิญมาเข้าระบบด้วยวิธีการที่พิเศษเช่นกัน...” บิวตี้ตอบคำถามของฌอน ก่อนที่พวกเขาจะคุยกันต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นบิวตี้ก็ส่งตัวฌอนกลับไปยังโลก และไม่ลืมที่จะเน้นย้ำในเรื่องของการตัดสินใจเรื่องของเฟียร์ในครั้งหน้าที่เจอกัน เธอยังใบ้ให้อีกนิดหน่อยว่ามันจะเป็นเวลาไม่นานมากนัก ที่พวกเขาทั้งสองจะต้องพบเจอกันอีก มันทำให้ฌอนรู้สึกกดดันเข้าไปใหญ่ ฌอนตื่นเช้ามาบนเตียงที่เหลือแต่เขาเพียงคนเดียวด้วยความมึนงง แต่ไม่นานเฟียร์ก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับผ้าชุบน้ำ และกะละมังใส่น้ำอุ่นๆที่เธอเพิ่งจะทำมันเสร็จ“ท่านพี่ ตื่นแล้วรึเจ้าคะ..ข้าเตรียมผ้าอุ่นๆกับน้ำล้างเท้ามาให้ท่านพี่แล้ว เชิญท่านพี่เจ้าค่ะ” มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ที่จู่ๆก็มีคนทำอย่างนี้ให้กับเขา มันเป็นครั้งแรกฌอนกลับรู้สึกเขินๆ เขาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ และคำตอบที่ได้ก็คือมันเหมือนเป็นธรรมเนียมที่ภรรยาจะต้องทำให้กับสามีของพวกนางในทุกๆเช้า ฌอนจึงได้เข้าใจว่าทำไมเฟียร์ถึงต้องทำอย่างนี้“ครั้งหน้าเจ้านำแค่ผ้าอุ่นๆมาให้ข้าก็พอแล้ว...” ฌอนเอ่ย แต่มันกลับสร้างความไม่พอใจให้กับนางเป็นอย่างยิ่ง หน้าของเฟียร์ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับยักษ์ที่โกรธจัด มันทำให้ฌอนถึงกับสะดุ้งตกใจ หรือนี่คือสัญชาตญาณรับรู้ของคนที่เป็นสามีกัน“ท่านพี่เจ้าคะ... น้องบอกกับท่านพี่ไปแล้วนี่เจ้าคะ.. ว่าให้เรียกน้องว่าอย่างไร... ท่านพี่ลืมไปแล้วอย่างนั้นรึเจ้าคะ” การเว้นคำ และการเน้นเสียงของเฟียร์ มันทำให้ฌอนเกิดอาการกลัวเป็นอย่างมาก ชายผู้ยิ่งใหญ่ที่เพียงดีดนิ้วโลกก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ กลับกลัวคำพูดของหญิงสาวตัวน้อยๆที่มีศักดิ์เป็นภรรยา หากใครรู้เข้า ฌอนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฌอนรีบนึกในทันทีว่าเมื่อคืนเขาได้สัญญาอะไรไว้ และในที่สุดก็นึกออก“พี่..ขอโทษด้วย น้องพี่” ฌอนเอ่ยออกมาอย่างเขินๆ แต่มันก็ทำให้เฟียร์ยิ้มออกมาได้ จากนั้นเธอเข้ามากอดฌอนเอาไว้โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำเดียว แต่ฌอนก็สามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจในความรักที่เธอมีให้ ฌอนลูบหัวของเฟียร์อย่างช้าๆภายใต้ความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ทันใดนั้นเอง รถของฌอนที่หน่วยอินทรีย์ขับตรงมารับก็เดินทางมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว พวกเขามาพร้อมกับทหารม้าของอาณาจักรดีไวท์หลายร้อยนาย พร้อมกับธงที่มีสัญลักษณ์แปลกตา เมื่อชาวบ้านเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งมาตามหัวหน้าหมู่บ้าน และฌอนในทันทีด้วยความแตกตื่น ฌอนที่ได้ยินก็นึกแปลกใจ เพราะเขาสั่งให้นำรถมารับ และสั่งเพียงแค่หน่วยอินทรีย์ขาวเพียงเท่านั้น แต่ทำไมถึงมากันเยอะขนาดนี้ ฌอนรีบแต่งตัวพร้อมกับเฟียร์ และเดินออกจากบ้านไปในทันที ชาวบ้านต่างก็หวาดผวาทหารกองที่เขาไม่รู้จัก และไม่ทราบฝ่าย พวกทหารต่างไม่พูดไม่จาเลยสักคำ แม้ว่าจะมีชาวบ้านใจกล้าเข้าไปถาม แต่กลับได้รับคำตอบเป็นความเงียบกลับมาพร้อมกับสายตาที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไร เมื่อฌอนเดินทางมาถึงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน ทหารนับร้อยก็ก้มหัวลงทันทีที่พบเห็น พร้อมกับเสียงของคิริวหัวหน้าหน่วยอินทรีย์ขาวที่ดังขึ้น“เคารพ...องค์จักรพรรดิ  ท่านฌอน คริสเตียน ขอรับ....” คิริวพูดนั้น จากนั้นเสียงของทหารนับร้อยก็ดังตามกันมาราวกับเอคโค่ เมื่อชาวบ้านได้เห็นทหารคุกเข่าลงไปต่างก็พากันคุกเข่าตามๆกันไป ฌอนที่ยังนึกแปลกใจว่าเขาไปเป็นจักรพรรดิอะไรตอนไหนจึงได้เอ่ยถามออกมา“อะไรของเจ้ากัน คิริว... หรือว่า แผนการนั้นสำเร็จแล้ว!!” อยู่ๆเหมือนฌอนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ และก็คงเป็นแนนซี่ที่จัดการเรื่องอย่างนี้ไว้ให้เขา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องอธิบายกับคนที่เขากำลังโอบกอดอยู่ในตอนนี้“นี่มันอะไรกันเจ้าคะท่านพี่... น้องมึนงงไปหมดแล้ว...” เฟียร์ยังไม่เข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แล้วตอนนี้เธอควรคุกเข่าด้วยหรือไม่ แต่คิริวที่ได้ยินอย่างชัดเจน ผสมกับท่าทางปฏิกิริยาที่ท่านฌอนได้แสดงออกกับเธอนั้น ก็ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร เขาจึงเอ่ยออกมาเสียงดังทันที“เคารพ...องค์จักรพรรดินี ขอรับ....” และเสียงมันก็ดังตามมาอย่างกึกก้อง...

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน