ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 204 แข็งแกร่ง

องค์ชายเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่สายตาของเขามองนาฟอย่างเด็ดเดี่ยว

แต่นาฟกลับยังคงนิ่งเงียบดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น

ฝุ่นควันค่อยๆ จางหาย สัตว์จำแลงอีกสี่ตัวขยับเข้ามาใกล้สายตามองเหมือนเห็นเหยื่อที่ติดกับดัก

 

เสียงลมหายใจที่มั่นคงดังก้องอยู่ในความเงียบขณะที่นาฟหันไปมองมฤตยูดำที่ยังคงยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่

“พลังเพียงแค่นี้อย่างนั้นรึ?”

นาฟเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับคำพูดเหล่านั้นคือคำท้าทาย

ทันใดนั้นเอง ประกายพลังที่ออกมาจากตัวนาฟก็เริ่มสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

"ย่างเวหา!"

“ตูมมมม!”

 งูจำแลง แตกสลายออกเป็นผุยผงในพริบตาพลังอันมหาศาลระเบิดออกจากร่างกายช่วงล่างของเขาฝุ่นควันกระจายออกไปทั่วอาณาบริเวณจนบดบังมุมมองทุกสิ่ง

ร่างของนาฟลอยขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง

สายลมที่หมุนวนรอบตัวเขาแหวกออกเป็นวงกว้างทำให้ท้องฟ้าที่มืดมนดูสว่างไสวขึ้นชั่วขณะ

ร่างของนาฟเปล่งประกายพลังมหาศาลมือทั้งสองข้างกางออกช้าๆ เล็งตรงไปยังสัตว์จำแลงสองตัวที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์

 "กลืนสรรพสิ่ง!"

แรงดึงมหาศาลบังเกิดขึ้นรอบตัวเจ้าอินทรีย์กับจิ้งจอกสัตว์จำแลงทั้งสองตัวถูกพลังนั้นดึงดูดจนร่างกายจนมันลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็วและไม่อาจต้านทานได้

ในชั่วพริบตานั้นเอง ในมือของนาฟปรากฏดาบใหญ่ สีเงินมีลวดลายแกะสลักอันซับซ้อนส่องประกายสะท้อนแสงวาววับ ใบดาบอันทรงพลังนั้นแผ่พลังทำลายล้างที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า

“จบกันเถอะ!” นาฟตะโกนขึ้นพร้อมกับกวัดแกว่งดาบใหญ่ในมือฟาดฟันลงอย่างรุนแรง

“เปรี้ยง!”

ร่างของสัตว์จำแลงทั้งสองถูกดาบยักษ์นั้นฟันออกเป็นสองส่วนในพริบตาร่างกายของพวกมันแตกสลายกลายเป็นละอองแสงหายไปในอากาศไม่มีร่องรอยเหลืออยู่แม้แต่น้อย

สายลมสงบลงพร้อมกับฝุ่นควันที่จางหาย นาฟยืนอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคงดาบใหญ่ยังคงอยู่ในมือของเขา ความเงียบเข้ามาแทนที่ความโกลาหล

นาฟไม่รอช้าเหยียบอากาศอย่างมั่นคง ร่างของเขาพุ่งทะยานไปทางองค์ชายอีกครั้งอย่างรวดเร็วสายลมที่เกิดจากความเร็วของเขาตัดผ่านอากาศดังแหวก

"ขัดขวางเขา!"

มฤตยูดำตะโกนสั่งการอย่างเฉียบขาดสัตว์จำแลงที่เหลือรีบเคลื่อนไหวทันที

พวกมันต่างเคลื่อนร่างเข้าใส่นาฟจากทุกทิศทางความเร็วและความดุร้ายของพวกมันทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของมฤตยูดำ

 

 นาฟยกมือซ้ายชี้ออกไป

 "ดัชนีสุญญากาศ" ถูกปล่อยออกมาคลื่นพลังทำลายล้างอันแหลมคมพุ่งตรงเข้าหาเสือดำลายขาวในระยะไกล พลังนั้นรวดเร็วและแม่นยำราวกับเป็นมีดที่ตัดผ่านทุกสิ่งที่ขวางหน้า

แต่ทันใดนั้น อสรพิษเกล็ดหนาก็กระโจนเข้ามาขวางหน้า

“ตูมมม!”

ร่างใหญ่ของมันป้องกันคลื่นพลังที่แหลมคมได้อย่างไม่คาดคิดเกล็ดหนาแน่นของอสรพิษทำให้พลังดัชนีสุญญากาศไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้

“โบวววว!”

เสียงคำรามของอสรพิษดังสะท้อนทั่วทั้งสนามรบ

“แข็งแกร่ง...!” นาฟกล่าวออกมาเบาๆดวงตาของเขาส่องประกาย

สัตว์จำแลงสองตัวสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่ไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่และพลังมหาศาลเท่านั้นแต่พวกมันยังมีกลิ่นอายของความรุนแรงและอันตรายที่มากกว่าสัตว์จำแลงตัวก่อนๆ

ทั้งสองตัวนี้มีพลังเทียบเท่ากับระดับ 5 ซึ่งหมายความว่าพลังของพวกมันสามารถทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้ง่ายดายความแข็งแกร่งและความเร็วของพวกมันไม่สามารถเปรียบเทียบกับสัตว์จำแลงตัวก่อนๆได้เลย

อสรพิษเกล็ดหนาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วร่างกายของมันยืดหยุ่นและลื่นไหลราวกับกระแสน้ำ จนแทบมองไม่เห็นการเคลื่อนไหว

ขณะที่เสือดำลายขาวที่กงเล็บคมกริบ เคลื่อนไหวเงียบงันอยู่ในเงามืดดวงตาของมันจ้องมองนาฟอย่างเหี้ยมโหด พร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ทุกเมื่อความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันนั้นว่องไว คล้ายกับภาพลวงตาที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตา

นาฟไม่กล้าผลีผลาม ดันตัวเองลอยค้างอยู่กลางอากาศอีกครั้งดวงตาของเขาจับจ้องไปยังพื้นเบื้องล่าง รับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังรอคอยอยู่หากเขาลงถึงพื้น มันจะเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงและดุเดือดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

สัตว์จำแลงทั้งสองตัวต่างเตรียมพร้อมเต็มที่พวกมันไม่รีบโจมตี แต่เลือกที่บดบังอยู่เบื้องหน้าองค์ชายและรอคอยการมาถึงของนาฟในท่วงท่าที่พร้อมจะปลิดชีวิตเขาในพริบตาอสรพิษเกล็ดหนาขดตัวแน่น เตรียมจู่โจมด้วยความรวดเร็วส่วนเสือดำลายขาวลับเขี้ยวที่คมกริบในปากรอจังหวะพุ่งเข้า

 

ร่างของนาฟส่ายไหวไปมา อยู่กลางอากาศ พลังลอยตัวใกล้จะหมดลงสายตาจับจ้องลงไปด้านล่าง ขณะที่สมองครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาวีธีรับมือ

แต่ยิ่งเวลาผ่านไปบรรยากาศภายในโลกมิติก็ยิ่งแย่ลงอย่างรวดเร็ว มวลอากาศรอบตัวเริ่มแตกและบิดเบี้ยว เสียงกระหึ่มของพายุที่โหมกระหน่ำดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับยามอรุณอันไร้แสงสว่าง

ไม่มีเวลาเหลือให้เขาคิดอีกต่อไปทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะถึงขีดจำกัดของมัน

นาฟจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่บิดเบี้ยว พลันคิดในใจ

“คงรอช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว!”

นาฟรู้ดีว่าถ้าหากไม่ลงมือทำอะไรตอนนี้ทุกอย่างอาจจะจบลง ด้วยความพินาศ

 

ในชั่วพริบตา นาฟรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างกายสูดหายใจลึก ข่มความกลัวและความกังวลในใจก่อนที่จะพุ่งตัวลงไปยังเบื้องล่างอีกครั้ง