“เ้าควรเรียกข้าว่าเยี่ยนเฟ่ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน เต็มไปด้วยความปีติยินดีดังขึ้นใกล้ๆ ราวกับอยู่ข้างหูของเขา
ซูตงเฉินหัวเราะแ่เบา "แล้วเ้าควรเรียกข้าว่าอย่างไรดีเล่า"
“ตงเฉิน” น้ำเสียงนั้นดูมั่นใจมาก
ซูตงเฉินพูดอย่างร่าเริง “เยี่ยนเฟ่ย ข้าอยู่ที่โรงน้ำชาข้างประตูเมือง"
เยี่ยนเฟ่ยถอนหายใจ "สถานะของข้ากับเ้าอ่อนไหวเกินไป ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะเจอกันอย่างเปิดเผย"
“ใช่” ซูตงเฉินไม่รู้จะทำเช่นไร “เ้าเพียงผ่านไป ข้าก็เห็นเ้าแล้ว”
"ตกลง" เยี่ยนเฟ่ยพูดพลางแย้มยิ้ม "ข้ากำลังขี่ม้า หากเ้านั่งในตำแหน่งที่เด่นสักหน่อย ข้าก็จะมองเห็น"
"ข้านั่งดื่มชาอยู่ริมหน้าต่าง" จู่ๆ ซูตงเฉินก็นึกอะไรบางอย่างออกมาได้ และพูดเหน็บไปว่า "ข้าได้ยินมาว่า เ้ามีภรรยาหนึ่งคนและอนุอีกสามคน ลูกสาวสี่คนและบุตรชายเจ็ดคน วาสนาเหลือล้นจริงๆ "
"อย่าเอ่ยถึงเลย" เยี่ยนเฟ่ยถอนหายใจยาว "ข้าลืมตาขึ้นมาก็เห็นคนมากมายอยู่เบื้องหน้า ทั้งยังปวดศีรษะมาก เพียงแต่ร่างเดิมป่วยหนัก ข้ามาถึงก็ต้องพักฟื้นอยู่หลายวัน ไม่นานก็พอปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้ คนผู้นั้นมีหนึ่งภรรยาสามอนุ ถือว่ามีรักแท้ ส่วนข้าเป็เพียงตัวเสริมคอยบังหน้า
ข้ายังสงสัยว่า เหตุใดภรรยาผู้นี้ถึงมีคุณธรรมนัก ปีนั้นเพิ่งแต่งงานได้สามเดือน นางก็รวมหัวกับอนุ ที่แท้พวกนางทั้งหมดก็รู้จักกันมาก่อน เพียงแต่พวกนางร่างกายแข็งแรงเป็แม่พันธุ์ที่ดี วันปกติเ้าของร่างเดิมมีเื่ให้ทำมากมาย ไม่ค่อยมีเวลาไปที่เรือนอนุมากนัก ทว่าพวกนางกลับตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าใช้ยาสูตรลับอะไร ทั้งเด็กยังคลอดออกมาแข็งแรงดี
สรุปก็คือ เขามีบุตรมากเกินไป โชคดีที่เ้าของร่างเดิมยังมีสินสอดที่มารดาทิ้งไว้ให้พอสมควร และเขาเองก็มีความสามารถมากเช่นกัน อาจารย์ของเขาไม่ได้แต่งงานและไม่มีบุตร ทั้งยังปฏิบัติต่อเขาเหมือนบุตรชาย จึงมอบทรัพย์สินที่เก็บมาทั้งชีวิตให้เขาครึ่งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเขาคงเลี้ยงดูพวกนางไม่ไหวแน่"
เมื่อซูตงเฉินได้ยินว่าภรรยาและอนุของเขาล้วนเป็บุคคลประเภทหญิงรักหญิง เขาก็รู้สึกโล่งใจทันที เมื่อก่อนที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจ บางครั้งก็ต้องเป็สามีของผู้อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางครั้งก็ต้องสวมบทเป็ผู้ชายที่มีผู้หญิงชุบเลี้ยง หรือไม่ก็ผู้ชายที่มีผู้ชายเลี้ยงดู แต่พวกเขาก็พยายามสลัดให้หลุด และพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนในพื้นที่
สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับการประเมินหลังเสร็จสิ้นภารกิจ แต่เมื่อคุณพลาด เกิดมีความรู้สึกรักใคร่หรือแม้กระทั่งมีบุตรกับคนรัก และใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในมิติเวลานั้น ท้ายที่สุดก็จะเห็นคนรักตายไปต่อหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือตนเองจำต้องแกล้งตายเพื่อหนีไป ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนส่งผลกระทบทางจิตวิทยาเป็อย่างยิ่ง หากได้รับภารกิจให้มาเยือนอีกสองสามครั้ง อาจจะเกิดปัญหาทางจิต ซึมเศร้า จิตใจด้านชา นับเป็แนวโน้มที่เลวร้ายนัก หากถึงขั้นร้ายแรงอาจต้องออกจากภารกิจและย้ายไปทำงานที่แผนกซ่อมบำรุง เพื่อรับการบำบัดทางจิตไปพร้อมกัน ไม่มีหน่วยรบพิเศษใดเต็มใจที่จะยอมรับจุดจบเช่นนี้
ภรรยาของซูตงเฉินเสียชีวิตแล้วหลังจากเขาทะลุมิติมาที่นี่ เขาไม่มีอนุ จึงหลีกเลี่ยงปัญหาพวกนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เขาเป็กังวลนักเมื่อเห็นข้อมูลแจ้งว่าเยี่ยนเฟ่ยมีภรรยาและอนุมากมาย บุตรชายและหญิงยืนเรียงแถวกันได้เลยทีเดียว ตอนนี้เมื่อรู้ว่าเยี่ยนเฟ่ยไม่้าร่วมห้องกับภรรยาและอนุ เขาจึงรู้สึกโล่งใจ
“เ้าสบายใจเช่นนี้ ผู้ที่้าส่งสตรีให้เ้าคงมีไม่มาก หากแม่เลี้ยงของเ้าคิดจะจับสตรีให้เ้าก็คงไม่ง่ายเช่นกัน” พูดถึงเื่นี้ เขาก็ถอนหายใจ “ไม่เหมือนข้า พวกคนที่คิดส่งอนุมาให้ คิดจะให้บุตรสาวแต่งเข้าเรือนข้า พวกที่้ามอบบุตรสาวให้ข้า และพวกที่้าปีนขึ้นเตียงมีมากมายจนน่ารำคาญ"
เยี่ยนเฟ่ยหัวเราะร่า "เื่นี้จัดการได้ง่าย เ้าเพียงพูดไปว่า เ้ามีความรักอย่างลึกซึ้งต่อภรรยาที่ตายไป ไม่คิดจะแต่งงานใหม่อีก คนที่ส่งอนุมา หากปฏิเสธได้ก็ปฏิเสธไป หากปฏิเสธไม่ได้ก็เลี้ยงดูไว้ห่างๆ ส่วนที่เหลือก็ตะเพิดกลับไป”
"ใช่ ข้าส่งให้ทหารของข้าดีกว่า" ซูตงเฉินกล่าว ในไม่ช้าก็เห็นชายหนุ่มรูปงามร่างกายสูงใหญ่ในชุดผ้าไหมขี่ม้าผ่านมา ตามด้วยรถม้าเป็แถวยาวเหยียด ทั้งมีผู้ติดตามจำนวนมาก เขาพูดด้วยความดีใจว่า “ข้าเห็นเ้าแล้ว หันมองมาทางขวา”
เยี่ยนเฟ่ยเงยศีรษะขึ้นเล็กน้อยและมองไปทางขวา เห็นบานหน้าต่างแกะสลักบนชั้นสองของโรงน้ำชา บุรุษรูปงามนั่งอยู่ริมหน้าต่าง จิบชาอย่างสบายอารมณ์ สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้สีเหลืองทองลอยผ่านหน้าต่าง งดงามดั่งภาพวาด
พวกเขาสองคนแตกต่างกันอย่างแท้จริง ซูตงเฉินเป็แม่ทัพ เกิดมาพร้อมกับลักษณะท่าทางและนิสัยใจคอที่ไม่ธรรมดา สง่างามราวกับพระจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้า เยี่ยนเฟ่ยเป็บัณฑิต รูปร่างหน้าตาสูงส่งและเป็วีรบุรุษ หล่อเหลาคมสัน มองแล้วเหมือนวีรบุรุษหนุ่มผู้กล้า
ทั้งสองมองหน้ากันและกัน ชื่นชมภาพลักษณ์ในโลกมิตินี้ของกันและกัน พวกเขายังคงสนทนากันต่อด้วยพลังจิต ชี้แจงตัวตน สถานการณ์ ภูมิหลังของครอบครัว และความลับที่ซ่อนอยู่ของพวกเขาในยุคปัจจุบันนี้ จากนั้นจึงหารือเกี่ยวกับแผนปฏิบัติภารกิจต่อไป ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เยี่ยนเฟ่ยพาภรรยา อนุภรรยา บุตร และบ่าวรับใช้จำนวนมากเข้าไปในจวนอันหย่วนโหว ทำให้ทุกคนในจวนตกตะลึง
เยี่ยนเฟ่ยมีบุตรชายจำนวนมาก ทว่าอาจารย์ของเขาไม่มีภรรยาและไม่มีบุตร เขาจึงให้บุตรของภรรยาเอกสองคนอยู่กับอาจารย์ในฐานะหลาน ไม่ได้พาพวกเขากลับมาที่เมืองหลวงด้วย
เจินซื่อ ภรรยาเอกของเยี่ยนเฟ่ยเป็หลานสาวสายตรงของอาจารย์หลิงปู หลังจากบิดาของนางเสียชีวิต นางก็ถูกคนในตระกูลรังแก มารดาของนางเป็น้องสาวแท้ๆ ของอาจารย์หลิงปู นางจึงไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์หลิงปู หลิงปูส่งคนไปรับตัวพวกเขามาอยู่ด้วยกัน โดยมีน้องสาวคอยช่วยเหลือเขาในเื่ภายใน ต่อมาหลิงปูได้ขึ้นเป็ใหญ่ จึงขอให้เยี่ยนเฟ่ยซึ่งเป็ศิษย์คนสนิทแต่งงานกับหลานสาวของเขา ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาและท่าทางคล้ายกับตนเองมาก
เจินซื่อให้กำเนิดบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคนตามลำดับ บุตรชายคนโตซึ่งเป็บุตรของภรรยาเอกคล้ายกับเยี่ยนเฟ่ยมาก บุตรชายสองคนถัดมามีอายุห่างกันห้าปี และทั้งคู่เหมือนหลิงปูมาก ทำให้เขาปีติยินดียิ่ง ในตอนนี้เยี่ยนเฟ่ยมีบุตรหลายคน เขาจึงให้บุตรชายทั้งสองคนเข้าตระกูลหลิงในฐานะหลานชายของอาจารย์โดยไม่ลังเล เพื่อให้พวกเขารับ่ตระกูลหลิงต่อ ซึ่งทำให้หลิงปูสบายใจและมีความสุขนัก
แม้เยี่ยนเฟ่ยจะมอบบุตรชายทั้งสองคนให้ ทว่าเขายังพาบุตรชายอีกห้าคนและบุตรสาวอีกสี่คนกลับมาด้วย อีกทั้งตอนนี้อนุฟางยังตั้งครรภ์อีกหนึ่งคน และใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลคือการมีผู้สืบสกุล ตามแบบฉบับของตระกูลมั่งคั่งร่ำรวย ทันทีที่เขากลับมาถึงจวนอันหย่วนโหว ท่านโหวที่นอนป่วยหนักอยู่บนเตียงก็กระฉับกระเฉง หายดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาสามารถลุกขึ้นนั่งได้ในวันเดียวกัน และภายในสามวันก็สามารถเดินช้าๆ ได้
ไม่เพียงเท่านั้น ซื่อจื่ออันหย่วนโหวที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงก็อาการดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ดูเหมือนจะมีโอกาสรอด เขามีบุตรสาวเพียงสองคนเท่านั้น เดิมทีสุขภาพของพวกนางก็ไม่ใคร่จะดีนัก คาดว่าพวกนางไม่มีทางให้กำเนิดบุตรชายได้แน่ ซื่อจื่อฮูหยินพยายามจับจ้องบุตรในครรภ์ของอนุฟาง หากเป็บุตรชาย นางก็้าให้อยู่ในเรือนใหญ่ เพื่อให้สามีมีผู้สืบทอดคอยจุดธูปไหว้
มีข่าวซุบซิบออกมาเรื่อยๆ ทั้งจริงบ้าง เท็จบ้าง ไม่นานนักข่าวก็กระจายทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ลือกันว่าบัณฑิตเยี่ยนเฟ่ยสอบได้ตำแหน่งเจี่ยหยวน [1] แม้จะจากบ้านไปั้แ่ยังเด็ก ทว่าแท้จริงแล้วเขาเป็ดาวนำโชคของจวนอันหย่วนโหว เพราะอาการป่วยของบิดาของเขาทุเลาลงทันทีที่เขากลับมา และกำลังจะหายดี นับเป็บุตรกตัญญูอย่างแท้จริง มีเพียงไม่กี่คนที่พูดถึงชื่อเสียงของเขาในเื่การไม่เชื่อฟังและอกตัญญู ทว่าพวกเขาต่างเข้าใจโดยปริยาย แม่เลี้ยงให้กำเนิดบุตรชาย เขาต้องแบกรับความเสื่อมเสียมิใช่หรือ? ตอนนี้เขาได้รับตำแหน่งขุนนางกลับมาบ้านเกิด มีภรรยา มีอนุภรรยา มีบุตรชาย มีบุตรสาว คอยดูกันว่าแม่เลี้ยงของเขาจะจัดการเขาอย่างไร
ภายในสองวันก็มีข่าวออกมาจากจวนอันหย่วนโหว บัณฑิตเยี่ยนเฟ่ยจัดการครอบครัวได้เป็อย่างดี ภรรยาและอนุของเขาเข้ากันได้ดีเหมือนเป็พี่สาวน้องสาว พวกนางสนิทกันมาก บุตรชายฉลาดหลักแหลม บุตรสาวงดงามและน่ารัก อีกทั้งยังแยกไม่ออกถึงความแตกต่างระหว่างบุตรของภรรยาเอกกับบุตรของอนุ พี่น้องรักใคร่ปรองดอง ไม่มีการชิงดีชิงเด่นระหว่างภรรยาเอกกับอนุ เหล่าบุรุษต่างอิจฉาตาร้อน ทว่าเหล่าสตรีส่วนใหญ่กลับไม่เชื่อ
ข่าวในจวนอันหย่วนโหวแพร่สะพัดออกไปได้ไม่นานก็มีข่าวะเืขวัญนองเืว่า แม่ทัพซูตงเฉินที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่สังหารคนในค่ายทหารซีซานไปมากมาย เื่นี้กลบข่าวนินทาเบาสมองเ่าั้ในทันที
……
เชิงอรรถ
[1] เจี่ยหยวน หมายถึง บัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งในระบบการสอบระดับอำเภอ