Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่41 เสิงเทียนหยางผู้รักเด็ก

    ไม่กี่นาทีต่อมามู่หลินได้มาถึงหมู่บ้านโคโลอานเขาจึงทําการทักทายผิงเยว่และเรียกวั่งซูออกมาพูดคุยเป็นการส่วนตัว

     

    “ไม่เลวดูเหมือนว่าเธอจะสามารถสร้างตันเถียนพลังจิตภายในร่างได้แล้ว’’ เมื่อเห็นว่าภายในร่างกายของวั่งซูปรากฏตันเถียนพลังจิตให้เห็นมู่หลินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจดูเหมือนว่าเขาจะคิดไม่ผิดที่รับเด็กคนนี้เป็นลูกศิษย์

     

    เหตุผลสําคัญที่มู่หลินรับวั่งซูเป็นศิษย์มาจากความอดทนและประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนธรรมดา ดังนั้นด้วยความที่ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถมองเห็นได้แต่การที่สามารถเคลื่อนไหวโดยไม่เป็นปัญหาต่อชีวิตประจําวันเหมือนมองเห็นนั่นก็หมายความแล้วว่าอีกฝ่ายมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนธรรมดาทั่วไปดังนั้นคนเช่นนี้พอสามารถมองเห็นได้อีกครั้งการเรียนรู้ในด้านอื่นๆและการต่อสู้จะดีว่าคนธรรมดาเสมอ

     

    นี่ล่ะคือเหตุผลที่วั่งซูได้กลายเป็นศิษย์ของมู่หลิน!

     

    “เธอไปจัดการพวกมันมาแล้วใช่ไหม?’’ครู่ต่อมา มู่หลินก็ถามถึงแผลที่บาดลงเล็กน้อยบนมือของเด็กหนุ่ม

     

    “ใช่แล้วครับ’’วั่งซูพยักหน้ายิ้มให้ การจัดการพวกฉิงเฉาไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยทั้งนี้เขายังไม่ได้ใช้อํานาจพลังจิตอีกด้วย แต่เป็นเพียงประสาทสัมผัสล้วนๆเหตุผลก็เพราะเมื่อเขากลายเป็นผู้บ่มเพาะประสาทสัมผัสของเขาก็ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อดังนั้นถ้าไม่ถึงเวลาที่ต้องการมองเห็นจริงๆ เขาจะไม่ใช้มัน

     

    “ก็ดีวันนี้ฉันจะได้มอบภารกิจให้เธอไปทํา’’ มู่หลินกลอกตาเล็กน้อยก่อนเอ่ย“ซึ่งภารกิจมีอยู่ว่าฉันจะให้เธอไป Casino at Venetian Macao เพื่อทดสอบใครบางคนแน่นอนว่าเธอต้องคิดวิธีเอาเองว่าจะเรียกร้องความสนใจของเขาได้ยังไงขอแค่เธอถูกเขาเรียกไปพบ ภารกิจของเธอจะถือว่าสําเร็จและจะได้รับรางวัลจากฉัน!’’

     

    มู่หลินตั้งใจที่จะให้วั่งซูไปทดสอบเทาก้านแน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องคิดหาวิธีเข้าไปและเรียกร้องความสนใจเอาเองทั้งนี้หากเทาก้านมีการตัดสินใจไม่ดีเขาจะไม่ให้รางวัลอีกฝ่ายและยังจะไล่ให้กลับไปอยู่เหมือนเดิมด้วย

     

    “ดังนั้นแล้วก่อนที่เธอจะไปที่นั่นเธอควรไปซื้อเสื้อผ้าดีๆใส่สักหน่อยส่วนนี่เบอร์ฉัน เมื่อไปถึงและถูกเรียกไปพบให้โทรมาบอกแล้วฉันจะบอกเธอเองว่าควรทําอะไรต่อ!’’มู่หลินพูดพร้อมบอกข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจเพิ่มเติม

     

    “เข้าใจแล้วครับ!’’วั่งซูพยักหน้าอย่างตื่นเต้นเขาล่ะอดใจไม่ไหวจริงๆที่จะได้รับรางวัลจากอาจารย์ของเขา

     

    “อืม’’มู่หลินยิ้มบางแล้วอําลาผิงเยว่พร้อมจากไปทันที

     

    หลังจากที่แยกทางกับวั่งซูแล้วมู่หลินก็นั่งอยู่บนแท๊กซี่เตรียมที่จะกลับ แต่ไม่ช้าโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

     

    “มีอะไรซุยหมิง?’’พบว่าเป็นสายของซุยหมิง มู่หลินก็ถามกลับไป

     

    “มู่หลินในที่สุดนายก็ออกไปข้างนอกเสียที!เอ่อ...จริงสิ! ฉันจะบอกนายอย่างหนึ่งวันนี้นายต้องไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่ตระกูลเย่ให้ได้เลยนะ!อีกเรื่องนายก็ต้องไปพบกับผู้อาวุโสเย่ฟางเทียนด้วย ดังนั้นห้ามนายไม่ไปเด็ดขาด!’’ซุยหมิงที่เห็นว่ามู่หลินรับสายก็ดูตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากเพราะในตลอดหลายวันมานี้ชายหนุ่มเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอนจนเขาเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป

     

    “แล้วต้องใช้บัตรรับเชิญอะไรพวกนั้นรึเปล่า?เพราะครั้งก่อนนายน่ะทําเอาให้ฉันเสียหน้าไปเลยนะ!’’มู่หลินเลิกคิ้วแล้วพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจังเขานึกไม่ถึงว่าพอออกมาจากการบําเพ็ญเพียรก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงอีกแล้วแน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งก่อนเขาจําได้เป็นอย่างดีเขาจึงกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่บอกเขาและทําให้เขาเสียหน้าอีกครั้ง

     

    “...’’ ได้ยินซุยหมิงก็หมดคําพูดไปก่อนจะหัวเราะแห้งๆเพื่อแก้ตัว “แหะๆครั้งที่แล้วฉันผิดเองแหละที่ไม่บอกนาย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปงานเลี้ยงครั้งนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ดังนั้นแค่นายไปถึงตระกูลเย่พวกเขาก็เปิดให้เข้าแล้ว!’’

     

    “งั้นก็ส่งที่อยู่มาไว้แล้วกันพอถึงเวลาฉันจะไปเอง!’’ มู่หลินพยักหน้าดูเหมือนว่างานเลี้ยงในคืนนี้จะไม่ต้องยุ่งยากเหมือนคืนนั้น

     

    “อ่อจริงด้วย! นายควรพูดจาดีๆกับผู้อาวุโสเย่ฟางเทียนหน่อยนะเพราะเมื่อเจ็ดวันที่แล้วช่วงที่พ่อของฉันไปเข้าพบและกลับมาเขาได้บอกว่าท่าทีของผู้อาวุโสเย่ฟางเทียนเปลี่ยนไปซึ่งฉันคิดว่าผู้อาวุโสคงจะโกรธนายน่าดูที่ไม่ยอมไปหาเขา!’’ นึกขึ้นได้ซุยหมิงก็เล่า เขาจําได้เป็นอย่างดีเลยว่าพ่อของเขาบอกว่าอย่างไรบ้าง

     

    “โกรธ?เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้ก็โกรธละ ทําตัวเป็นเด็กไปได้!’’ ได้ยินมู่หลินก็เย้ยหยันอย่างไม่แยแส หากเป็นเรื่องใหญ่อย่างกําลังใกล้ตายแล้วถ้าเขาไม่ไปอีกฝ่ายไม่โกรธจนเลือดไปคลั่งสมองตายเลยรึ?

     

    ตลกเป็นบ้า!

     

    “...’’ ซุยหมิงอึ้งดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาคนนี้จะไม่ได้รับรู้ความผิดของตัวเองเลย

     

    “ไม่ต้องเป็นห่วงไปนายก็รู้ดีว่าระดับฉันน่ะ ผู้อาวุโสเย่ฟางเทียนอะไรนั่นไม่กล้าหืออือหรอก!’’เห็นว่าซุยหมิงเงียบไป มู่หลินก็ยิ้มอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะโกรธมาจากไหนพอได้รับการรักษาของเขา คนทุกคนล้วนยกย่องและหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง

     

    เผลอๆอาจจะยกย่องสรรเสริญเลยก็ได้!

     

    “โอเคเดี๋ยวฉันจะส่งที่อยู่ของสถานที่ไป’’ ซุยหมิงก็ไม่มีทางเลือกมากนอกจากจําใจยิ้มฝืนแล้ววางสาย

     

    เมื่อการสนทนาจบลงมู่หลินก็ได้รับที่อยู่ของงานเลี้ยงในคืนนี้และเวลานัดหมายเขาจึงมองมันเพียงครู่หนึ่งก่อนจะบอกกับคนขับรถแท๊กซี่ว่า “ลุง!ไปห้างสรรพสินค้าเทียนหลง!’’

     

    ไหนๆก็จะไปงานเลี้ยงอยู่แล้วขืนใส่ชุดเดิมๆไปมีหวังโดนดูถูกอีกแหงแก๋!

     

    ดังนั้นเขาต้องไปช็อปเสียหน่อย!

     

    …

     

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาCasino at Venetian Macao เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สวมใส่สูทสีดําได้ยืนอยู่เขาคนนี้มีหน้าตาใสซื่อที่เปลือกตาปิดสนิทอยู่ด้านหลังของแว่นกันแดดสีดํา!

     

    เนื่องจากวั่งซูมีอายุเพียงแค่9 ขวบ การที่จะเข้าไปยังคาสิโนจึงเป็นไปไม่ได้ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงเตรียมการที่จะเข้าไปในแบบของเขา!

     

    แบบของวั่งซู!

     

    ครู่ต่อมาวั่งซูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนๆหนึ่ง ฟังจากนํ้าหนักเท้าในการเดินของอีกฝ่ายแล้วเขาสามารถบอกได้เลยว่าชายคนนี้เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน

     

    ถัดจากวั่งซูไปไม่ไกลชายวัยกลางคนๆหนึ่งได้เดินเข้ามา เขามีร่างกายกํายําดั่งทหารผ่านศึกและชายคนนี้ก็คือ เสิงเทียนหยาง!

     

    เจ็ดวันที่ผ่านมาถึงจะรับปากน้องชายว่าจะไม่แก้แค้นแต่เสิงเทียนหยางก็ไม่ได้นิ่งเฉยเขาตามสืบข้อมูลทุกอย่างทั้งหมดของ Casino at Venetian Macao ที่เปลี่ยนแปลงตลอดหลายวันมานี้ดังนั้นเขาจึงทราบว่าปัจจุบันคนที่มาแทนที่น้องชายเขาเป็นเพียงไอ้อ้วนคนหนึ่งเขาจึงต้องการที่จะเข้าไปเจอหน้าและพูดคุยกับมันเสียหน่อย!

     

    “คุณลุง!คุณลุง!’’ ขณะที่เสิงเทียนหยางกําลังครุ่นคิดว่าจะสนทนาอย่างไรดีเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งข้างๆเขาก็ดังขึ้น

     

    เป็นวั่งซูที่เรียกเสิงเทียนหยางเขาต้องการใช้อีกฝ่ายเพื่อเป็นทางผ่าน

     

    “มีอะไรรึหนุ่มน้อย?เธอหลงทางกับครอบครัวงั้นเหรอ?’’ หันไปเจอเด็กหนุ่มที่แต่งตัวดูดีและพูดจาเพราะเสิงเทียนหยางก็ยิ้มให้อย่างอบอุ่น “ต้องการให้ลุงคนนี้ช่วยอะไรไหม?’’

     

    “ใช่!ผมต้องการให้คุณลุงช่วย!’’ ได้ยิน มุมปากของวั่งซูก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย

     

    “ได้สิลุงจะช่วยเท่าที่ลุงทําได้ ดังนั้นลองบอกลุงมาซิว่าเธอต้องการอะไร?’’เสิงเทียนหยางยิ้ม เขาเป็นคนรักเด็กดังนั้นเมื่อเจอเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเขาจะช่วยเท่าที่เขาทําได้

     

    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสิ่งที่เสิงเทียนหยางไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น“ผมต้องการให้คุณลุงเป็นลม!’’

     

    ทว่าด้านเสิงเทียนหยางที่ได้ยินก็ผงะไปเขาดูสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินเป็นอย่างมาก

     

    ต้องการให้ฉันเป็นลม?

     

    เธอนี่นอกจากจะน่ารักแล้วยังเล่นตลกเป็นอีกด้วยนะช่างเป็นเด็กดีจริงๆ!