บทที่ 59
ท่ามกลางแสงไฟสลัวของโรงประมูล จะสามารถเห็นประตูบานใหญ่บานหนึ่งที่อยู่แถวหลังสุดของชั้นหนึ่งได้ เหนือประตูมีป้ายติดเอาไว้ว่า ‘ห้องรับสินค้า’ ด้านในมีชุดรับแขกอย่างหรู และเคาน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่สำหรับส่งมอบสินค้า ซึ่งเพลเยอร์สวมฮู้ดดำทั้งสามคนก็ได้เข้ามารอภายในห้องนี้แล้ว หญิงสาวผมดำยาวสุดเซ็กซี่ในชุดบันนี่สีดำรัดรูป บนหัวมีที่คาดผมหูกระต่ายสีขาว เป็นพนักงานต้อนรับในส่วนนี้ ทำให้สองเพลเยอร์สาวที่เห็นดังนั้นรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ตั้งใจแต่งตัวมายั่วยวนเหล่าชายหนุ่มชัดๆ ยิ่งไปกว่านั้นพนักงานคนนี้เป็นเพลเยอร์ไม่ใช่ NPC ทำให้ยิ่งน่าสงสัยไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตามหญิงสาวสุดเซ็กซี่ก็ไม่อาจมาทำให้ชายหนุ่มผมดำสนใจได้เลย ไม่ใช่เพราะว่าเธอสวยไม่พอ หรือเพราะว่ามีเพื่อนสาวอีกสองคนล็อกตัวเอาไว้ ไม่ใช่เพราะใจจดจ่อกับภูตล่องหนที่เพิ่งประมูลได้ แต่เป็นเพราะในใจของเขาตอนนี้มีเพียงพิธีกรสาวชุดแดงเท่านั้น มนต์สะกดจากคำสาปหลงใหลยังไม่คลายลง แม้ว่าตอนนี้โรมมิวลัสจะไม่เห็นตัวของลีน่าเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งเมื่อสินค้าที่ประมูลได้ยังมาไม่ถึง ความร้อนรุ่มในใจของมีมี่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอต้องเป็นคนทำพันธสัญญากับภูตล่องหน ส่วนอีฟก็เริ่มกังวลกับอาการแปลกของชายหนุ่มเช่นกัน“นี่เธอน่ะ ไปเร่งด้านเจ้าหน้าที่ให้หน่อยสิ นี่เราอยู่ในเกมออนไลน์นะ แค่ส่งสินค้าแค่นี้ทำไมชักช้านัก ที่จริงกดปุ่มสองปุ่มภูตล่องหนก็ควรเข้ามาในหน้าต่างไอเทมของฉันได้แล้ว!” จอมเวทย์สาวสายแบ๊วตอนนี้ไม่มีอารมณ์มาแอ๊บแล้ว เธอรู้สึกโมโหมากจนเร่งพนักงานไปหลายรอบเลยทีเดียว“ขอประทานโทษลูกค้าด้วยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปตามให้อีกรอบค่ะ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาแบบนี้เลยนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ” สาวบันนี่หน้าเสียเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเธอต้องเดินไปเดินมาระหว่างโต๊ะของทั้งสามกับเคาน์เตอร์ตั้งหลายรอบ แม้แต่คนที่มาทีหลังยังได้รับสินค้าไปแล้วหลายคน ส่วนตัวของโรมิวลัสตอนนี้ก็ยังพร่ำเพ้ออยากกลับเข้าไปในงานประมูลอีก แต่อีฟก็พยายามดึงตัวเขาเอาไว้อย่างถึงที่สุด ทำให้ห้องรับรองพิเศษห้องนี้เกิดความวุ่นวายเล็กๆนี้ไม่หยุดเสียที แต่เบื้องหลังที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสนไม่หยุดนี้กลับนั่งยิ้มอย่างสบายใจเฉิบอยู่บนหลังคาโดมของโรงประมูล ชายหนุ่มผมดำยาวปลิวไสวไปกับสายลม ไม่มีใครสามารถมองเห็นแววตาขี้เล่นของเขาได้เลยด้วยหน้ากากหนังสีดำที่มีผ้าขาวบางๆปิดบังส่วนตาเอาไว้ มีเพียงรอยยิ้มสะใจที่ได้แกล้งคนของเขาเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกปกปิด เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำตัวยาวรวมทั้งเครื่องแต่งกายหนังสีดำทั้งชุดทำให้เขาดูเหมือนตัวร้าย รอยยิ้มชั่วร้ายเย้ยหยันผู้คนยิ่งฉีกกว้างมากขึ้นเมื่อเขาเปิดหน้าต่างไอเทม เพื่อเลื่อนไปดูไอเทมประเภทสัตว์เลี้ยงที่เขาได้มาใหม่นั่นก็คือ Vanish Fairy แต่ด้านบนรูปภาพของไอเทมนั้นไม่เหมือนไอเทมชิ้นอื่นที่เขามีก็ตรงที่มันมีตัวหนังสือสีแดงเขียนทับเอาไว้ว่า ‘ยังไม่ได้ทำพันธสัญญา’ แต่รอยยิ้มยินดีนี้ไม่ได้เกิดเพราะเขาดีใจที่ได้ภูตล่องหนมา แต่กลับเป็นเพราะดีใจที่คนอื่นเสียมันไปต่างหาก“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็นประมูลได้ และฉันก็ต้องขอโทษเขาด้วยที่ทำให้เสียเวลา แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้สินค้าก็ยังไม่เสียเงิน แต่คนที่ต้องเจ็บปวด และทรมานก็คงหนีไม่พ้นกิลด์แองเจิลไนท์ต้นเหตุแห่งความฉ้อฉลนี้ คงจะต้องเข็ดไปอีกนานเลยทีเดียว จริงไหม? ราเวน่า” ชายหนุ่มกล่าวออกมากับอีกาสาวที่เกาะอยู่บนหลังคาโดมด้านข้างเขา“หึ! ที่ทำสำเร็จครั้งนี้ก็เป็นเพราะข้าอีกตามเคย ถ้าข้าหาทางเข้าห้องสินค้าไม่เจอ เจ้าก็คงไม่มีโอกาสมายิ้มหวานอย่างนี้หรอก” ราเวน่าหมั่นไส้ในท่าทางของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เธอจึงกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนที่ประจำของเธอก็คือบนหัวของเขานั่นเอง“เฮ้ย! เอาอีกแล้วนะ เธอมาอยู่บนหัวฉันแบบนี้ภาพลักษณ์ของเคออส ยอดฝีมืออันดับหนึ่งก็เสียหายหมดสิ” ชายหนุ่มผมดำเริ่มโวยกับอีกาบนหัว“ยอดฝีมืออะไรกัน แค่หัวขโมยกระจอกที่มีดีแค่ความเร็วเท่านั้น” อีกาสาวตอกย้ำอีกครั้ง“แต่ฉันก็ต้องทำ การสั่งสอนพวกโจรก็เพื่อผดุงความยุติธรรมนะ!” ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้“แก้แค้นส่วนตัวชัดๆ นี่แน่!” กล่าวจบราเวน่าก็ใช้ปากจิกลงกลางหัวของเคออสอีกหลายที“โอ้ยๆๆๆ! เจ็บแล้วพอแล้ว แง!” เพลเยอร์อันดับหนึ่งของ BEO วิ่งร้องโวยวายเพราะโดนอีกาจิกหัวไปทั่วทั้งหลังคาโดม สิ่งเคออสทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่ออย่างเดียวคือเอาคืนกิลด์แองเจิ้ลไนท์ เรื่องคำสาปหลงใหล ณ ร้านอาหารบนแกรนด์พลาซ่า จู่ๆเกลผู้เป็นหัวหน้ากิลด์วินด์สตอร์มก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ในขณะที่เธอกำลังติดต่อกับจินนี่ที่ยังคงอยู่ด้านในโรงประมูล นั่นทำให้เหล่าผู้นำกิลด์ก็กังวลไปด้วยเพราะไม่ได้ยินบทสนทนาเลย เนื่องจากเกลใช้โหมดสนทนาส่วนตัว“ว่าไงนะ! หยุดประมูลแต่ไม่ให้ใครออกไปอย่างนั้นเหรอ? ทำไม? เกิดอะไรขึ้น? นั่นเสียงต่อสู้เหรอ?” เกลที่ทั้งคุยไปด้วย และมองภาพผ่านกระจกวิเศษไปด้วยเห็นเหตุการณ์วุ่นวายอย่างชัดเจน“สามคนนั้นจากกิลด์โคลอสซัสต่อสู้กับเจ้าหน้าที่โรงประมูลค่ะ เหมือนกับว่าเขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ความจริงถ้าเขาได้ภูตล่องหนไปแล้วก็ควรจะรีบถอนตัวมากกว่านะคะ ว้าย! อย่ามาทางนี้” จินนี่วิเคราะห์ยังไม่ทันจบดีลูกไฟเวทมนตร์ก็มาระเบิดใกล้ๆตัวเธอ“แล้วกายล่ะ หายไปไหนแล้ว! ทำไมเขาไม่มาช่วยเธอ?” หัวหน้ารีบถามหาน้องชายผู้เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง“คุณกายโดนคำสาปหลงใหลค่ะ เขาก็เลยมาไม่ได้มีแต่นายเอกคนเดียว แต่ตอนนี้เขาหายไปไหนแล้วไม่รู้” หญิงสาวในชุดสีฟ้าเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูกแล้วตอนนี้ เพราะนอกจากประสบการณ์ในเกมที่น้อยแล้ว เลเวลของเธอก็น้อยอีกด้วย“คำสาปอะไรกัน แล้วกายไปโดนมันได้ยังไง?” เกลเริ่มสับสนไปด้วยอีกคน“ค...คือเรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้ค่ะ คือผู้ชายในโรงประมูลนี้มีท่าทางแปลกๆกันหมด เหมือนว่าพวกเขาจะสนใจพิธีกรมากๆ เธอพูดอะไรพวกเขาก็เชื่อไปหมด มีแต่นายเอกที่มีไอเทมป้องกันคำสาปนั้นที่ไม่เป็นอะไร แต่ดูเหมือนตอนนี้ทุกคนคงจะหลุดจากคำสาปแล้วค่ะ เพราะโรมิวลัสก็เข้าไปต่อสู้กับผู้หญิงคนนั้นแล้ว” จินนี่พยายามควบคุมสติแล้วค่อยๆอธิบายที่มาที่ไปให้หัวหน้ากิลด์ได้รับรู้ แต่ตอนนี้หัวหน้ากิลด์วินด์สตอร์มไม่อาจทนเรื่องนี้ไหวแล้ว เพราะตอนนี้ในแววตาของเธอเหมือนเข้าใจอะไรขึ้นมาบางอย่าง สิ่งที่ร้ายเกินกว่าจะทนรับได้ในฐานะหัวหน้าของกิลด์อันดับหนึ่งของเมืองยารอน และกิลด์อันดับ 6 ของ BEO เธอรีบหันไปอธิบายเรื่องราวกับเหล่าแกนนำของกิลด์ทันที“มีกิลด์บางกิลด์แอบมาทำธุรกิจกับโรงประมูลโดยที่เราไม่รู้มาก่อน และเหมือนว่าจะมีปัญหากับพวกโรมิวลัสในโรงประมูลด้วย เพราะทั้งสองฝ่ายกำลังสู้กันอยู่” ด้วยเสียงที่ไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว ที่มาพร้อมกับแววตาดุดันโกรธเกรี้ยว ทำให้เหล่าเพลเยอร์แกนนำเหล่านี้รู้สึกขนลุก และรับรู้ได้เลยว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน“อะไรนะ! เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะครับเนี่ย” บรีสชายขี้กังวลเป็นคนโพล่งขึ้นมาคนแรก“หึ! ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร ถ้ามาสร้างปัญหาในเมืองยารอนละก็ต้องถูกพวกเรากิลด์วินด์สตอร์มตีตูดแรงๆสัก 100 ครั้ง!” โปเซดอนตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับฉีกเสื้อกล้ามที่เขาสวมอยู่ออกเป็นสองส่วน“แล้วพวกบลูมูนล่ะครับ?” เพลเยอร์คนหนึ่งถามขึ้นกับหัวหน้ากิลด์“คิดว่าน่าจะยังอยู่ในนั้น เพราะประตูถูกคนของโรงประมูลปิดกั้นไว้ไม่ให้ออกไป ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร” เกลตอบกลับพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำออกไปจากร้าน“เอ่อ...คุณเกลจะไปไหนครับ?” บรีสรีบถามเพราะตามแผนต้องรอเป้าหมายออกมาด้านนอกก่อน“ฆ่าคน!!!” หญิงสาวตอบกลับเสียงเหี้ยม