ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 40 หยกโลหิตมังกรเพลิง

            แต่เดิมแล้ว เหมิ่งโบ๋มาที่ร้านเพื่อกล่าวโทษเรื่องที่ใช้ชื่อตึกราชาเม็ดยาแต่ตอนนี้มันกลับละอายใจ มันรู้สึกยกย่องการกระทำของเฉินเซี่ยงก่อนหน้านี้ ฉะนั้นมันจึงตัดสินใจว่าถ้ามันชนะ..มันจะไม่รับผลวิญญาณโลหะ

             

            โดยทั่วไปแล้ว เม็ดยารัศมีปราณสามเม็ดจะเกิดจากการสกัดกลั่นเพียงหนึ่งครั้งด้วยสมุนไพรหนึ่งชุดแต่สำหรับนักปรุงยาที่แข็งแกร่งมากๆ ในการสกัดกลั่นหนึ่งครั้งจะได้เม็ดยารัศมีปราณสี่เม็ดหลังจากเหมิ่งโบ๋เปิดฝาเตาปรุงยาธาตุหยางออก ปรากฏเป็นเม็ดยาโปร่งใสสี่เม็ดพร้อมกับแสงสีเหลืองนวลกำลังลอยวนไปมาอยู่ภายใน

             

            “เม็ดยารัศมีปราณสี่เม็ด สมกับที่เป็นราชาเม็ดยา!” นักปรุงยาที่ยืนอยู่ใกล้ๆกล่าวยกย่อง “จากสีสันและกลิ่นหอมของสมุนไพรคุณภาพของเม็ดยาสมควรยอดเยี่ยม!”

             

            คราวนี้เป็นทีของเฉินเซี่ยงบ้าง หลังจากเขาเปิดเตาปรุงยาออกและพัดหมอกในเตาปรุงยาออกไปเบาๆในเวลานี้ทุกคนล้วนตกตะลึง ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของพวกเขาอย่างชัดเจน

             

            เม็ดยาห้าเม็ดที่งดงามไร้ที่ติราวกับแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีตปรากฏขึ้นภายในเตาปรุงยามีรอยแกะสลักสีขาวมันวาวอยู่หนึ่งแห่ง ตัวเม็ดยาไร้สิ่งปนเปื้อนใดๆ โดยสิ้นเชิง กลิ่นหอมของสมุนไพรที่โชยมาเข้าจมูกล้วนเป็นสิ่งที่ยากเกินบรรยาย

             

            ไม่เพียงมีเม็ดยาห้าเม็ด แต่คุณภาพของแต่ละเม็ดก็ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นกันการสกัดกลั่นเช่นนี้ช่างห่างไกลจากเหมิ่งโบ๋ยิ่งนัก!

             

            เหมิ่งโบ๋ถอนหายใจยาว ดวงตาทั้งคู่ของมันเต็มไปด้วยความเคารพนับถือเมื่อมันมองไปยังเฉินเซี่ยงก่อนหน้านี้มันคิดว่าเฉินเซี่ยงล้วนมีนิสัยไม่ต่างกับเหยาเทียนหัว แม้จะมีพรสวรรค์แต่ก็ยังเย่อหยิ่งและอวดดีเกินไป แต่ตอนนี้เฉินเซี่ยงได้แสดงการสกัดกลั่นเม็ดยารัศมีปราณที่มีคุณภาพห่างไกลจากเม็ดยาของมันทำให้มันต้องยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มใจ!

             

            “ข้าแพ้แล้ว!” เหมิ่งโบ๋ถอนหายใจพลางกล่าว มันไม่ได้เป็นราชเม็ดยาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งอีกแล้วตอนนี้มันดูเหมือนชายชรามากกว่า หลังจากนี้ข่าวคราวการพ่ายแพ้ของมันคงจะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

             

            “เหมิ่งเหลา ข้ารู้ว่าท่านไม่ค่อยได้สกัดกลั่นเม็ดยารัศมีปราณมากนักแต่ท่านก็ยังสกัดกลั่นได้เม็ดยาคุณภาพสูงในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ในฐานะที่ข้าเป็นผู้เยาว์ข้าประทับใจยิ่งนัก เช่นนั้นให้ถือว่าผลการประลองครั้งนี้เสมอกันเถิด ตัวข้ามิได้ชนะ...ส่วนตัวท่านก็มิได้พ่ายแพ้” เฉินเซี่ยงยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเหมิ่งโบ๋เป็นถึงนักปรุงยาที่ทรงอำนาจในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ มันย่อมดีกว่าที่จะผูกมิตรกับเขา

             

            [note: เหมิ่งเหลา -> (เหลา = คำที่ใช่เรียกคนที่อายุมากกว่าหรือผู้อาวุโสแบบเคารพ)]

             

            เหมิ่งโบ๋พยักหน้าแล้วนำเอาเตาปรุงยาธาตุหยางสีแดงเพลิงส่งให้เฉินเซี่ยง“แพ้ก็คือแพ้นี่...เตาปรุงยาของเจ้า หลายปีมาแล้วที่ข้าเพิ่งพาอาศัยมัน...จนทำให้ข้าหลงลืมบางสิ่งไปเตานี่...สมควรจะมีนายที่ดีกว่าตัวข้า….”

             

            การแสดงออกของเฉินเซี่ยงและเหมิ่งโบ๋ทำให้เหล่านักปรุงยารู้สึกยินดีและต้องทำความเข้าใจบุคคลทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาใหม่อีกครั้ง

             

            เฉินเซี่ยงผายมือออก “เหมิ่งเหลาท่านสมควรเข้าร่วมกับตึกราชาเม็ดยาของเราและเป็นหัวหน้านักปรุงยาของร้านเรา! เตาปรุงยาธาตุหยางจะยังคงอยู่กับท่านและท่านยังจะได้รับผลวิญญาณโลหะด้วย!”

             

            ทุกคนในร้านต่างตกตะลึง...เฉินเซี่ยงต้องการหลอกล่อเหมิ่งโบ๋เข้าร่วมกับตึกราชาเม็ดยา!

             

            ดวงตาเฉินหลู่ซ่งเบิกกว้างพร้อมกับรอยยิ้มเชิงขออภัยแล้วกล่าวอย่างรวดเร็ว“ตึกราชาเม็ดยาแห่งนี้ต้องการหมิ่งเหลาเป็นผู้ดูแล...เพียงเท่านี้ย่อมปราศจากข้อกังขาที่จะเรียกร้านแห่งนี้ว่า‘ตึกราชาเม็ดยา’ !”

             

            เหมิ่งโบ๋ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วกล่าว “ดี!เพียงแต่เจ้าต้องยอมรับเตาปรุงยานี่ เจ้ามีพื้นฐานการปรุงยาที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ด้วยความช่วยเหลือของเตาปรุงยานี่..ผลลัพธ์ในการปรุงยาของเจ้าจะเพิ่มขึ้นสองเท่า...แต่ใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว!”

             

            น่าตกใจยิ่ง!! เหมิ่งโบ๋ยอมรับข้อเสนอ แต่นักปรุงยาคนอื่นๆต่างไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก เนื่องเพราะภาพลักษณ์ของบุคคลที่ทรงอำนาจเช่น ‘ราชาเม็ดยา’ หากพวกเขาได้เข้าร่วมกับตึกราชาเม็ดยาย่อมไม่ต่างอะไรกับ ‘ปลาที่แหวกว่ายในสายธารแห่งความทุกข์’ นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขามิอาจทำได้

             

            ในเวลานั้น ชายชราคนหนึ่งกล่าว “ผู้จัดการเฉินตัวข้า..ชายชราผู้นี้มิอาจเข้าร่วมเป็นนักปรุงยาของท่านได้ ข้าหวังเพียงได้เป็นผู้เฝ้าประตูหรือคนทำความสะอาดก็ดีนอกจากนี้ท่านยังมิต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เข้าแม้เพียงนิด”

             

            เมื่อเห็นการกระทำของชายชรา นักปรุงยาคนอื่นๆล้วนคิดว่านี่คือสิ่งที่เหมาะสม พวกเขาทั้งหมดยินยอมจะอยู่ที่นี่โดยมิต้องการค่าตอบแทนใดๆเนื่องจากพวกเขาจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากราชาเม็ดยา

             

            “งั้น...เหมิ่งเหลา ท่านต้องรับผิดชอบนะ!” เฉินเซี่ยงเกาหัวพลางหัวเราะ

             

            เหมิ่งโบ๋ขมวดคิ้วขณะจ้องมองไปยังนักปรุงยาเหล่านั้นแล้วพยักหน้าพลางกล่าว“พวกเจ้าอยู่ที่นี่ได้”

             

            ถัดจากนั้น เฉินหลู่ซ่งและเหมิ่งโบ๋คัดเลือกนักปรุงยาฝีมือดีสองคนจากทั้งหมดสิบคนและยังให้ผลวิญญาณโลหะเป็นข้าตอบแทนแก่พวกเขาทั้งสอง

             

            เมื่อเหมิ่งโบ๋เข้าร่วมกับตึกเม็ดยาวิญญาณแล้วเฉินเซี่ยงพลันโล่งใจ อย่างน้อยๆ ในตอนนี้ก็ไม่ต้องสกัดกลั่นเม็ดยาด้วยตนเอง เพราะนั่นเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเขาอย่างมาก

             

            “ท่านปู่ ท่านควรจะเป็นผู้จัดการที่นี่นะ ท่านเคยดูแลจัดการตึกเม็ดยาวิญญาณมาหลายปีแล้วและท่านก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมากด้วยเหตุนี้เหมิ่งเหลาและผู้อาวุโสคนอื่นๆ จะได้รับผิดชอบในเรื่องการปรุงยา”

             

            แม้ว่าเหมิ๋งโบ๋จะเป็นราชาเม็ดยา แต่เขายังคงปรุงยาอย่างสันโดษมาโดยตลอดฉะนั้นถ้าพูดถึงเรื่องการดูแลจัดการ ประสบการณ์ของเขาถือว่าเป็นศูนย์

             

            เหมิ่งโบ๋และคนอื่นๆ ต่างไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำอะไรก่อนดังนั้นเฉินหลู่ซ่งจึงทำได้เพียงยอมรับในตำแหน่งนั้น ตอนนี้ภายในร้านมีนักปรุงยาระดับดีอยู่สี่คนและระดับทั่วไปอีกหลายคนถ้าเทียบกับตระกูลเหยาหรือแม้แต่คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง พวกเขามีนักปรุงยามากมายราวกับเป็นขุมกำลังหนึ่ง

             

            เมื่อถึงยามค่ำคืน เฉินเซี่ยงและกลุ่มนักปรุงยาชรานั่งรวมกันเพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวทักษะการปรุงยาซูเหม่ยเหยาเป็นผู้สอนเฉินเซี่ยง และเฉินเซี่ยงก็นำความรู้ได้มาถ่ายทอดอีกที ด้วยทักษะที่ลึกล้ำเหล่านี้รวมกับประสบการณ์ของเฉินเซี่ยงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกลายเป็นดีอย่างมาก ทุกคนต่างนับถือในตัวเฉินเซี่ยงด้วยอายุที่ยังเยาว์กลับสามารถเข้าหลายๆ สิ่งจนทำให้พวกเขาอุทานออกมาด้วยความตกใจ

             

            “เฉินเซี่ยง เรื่องเมื่อเช้านี้ ยกโทษให้ข้าด้วย!ครั้งหนึ่งตระกูลเหยาเคยให้สมุนไพรหายากแก่ข้า ข้าถึงได้ติดหนี้พวกเขา แต่จากนี้เป็นต้นไประหว่างข้ากับพวกนั้น..นับว่าตัดขาดจากกันแล้ว” เหมิ่งโบ๋กล่าวด้วยท่าทางละอายใจ

             

            เฉินเซี่ยงยิ้มพร้อมกล่าว “ที่ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไปเถิดความเกลียดชังที่ตระกูลเหยามีต่อข้านับได้ว่าหยั่งรากลึก เพราะข้าทำให้พวกมันเสียหน้า” เฉินเซี่ยงได้รับเตาปรุงยาที่ดีพร้อมกับนักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณตระกูลเหยา ภายในใจของเขาพลันรู้สึกขอบคุณตระกูลเหยาอย่างลับๆ

             

            “เช่นนั้นเราต้องทำงานให้หนัก เนื่องเพราะงานประลองแห่งเมืองโหวหวางใกล้จะเริ่มแล้วข้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม ข้าต้องได้ที่หนึ่ง ข้าต้องได้เม็ดยาพื้นฐานแท้จริง!!”

             

            ดวงตาของเฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยความมั่นใจในเวลานี้ทุกคนต่างขวัญกระเจิงเพราะเฉินเซี่ยงอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขายอมรับพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาของเฉินเซี่ยงแต่กลับลืมความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงไปซะสนิทเมื่อนึกย้อนถึงเรื่องนี้ พวกเขาพลันนึกได้ว่าเฉินเซี่ยงก็เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดท่ามกลางหมู่คนรุ่นเยาว์!

             

            ด้วยแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงในตอนนี้ เขายังปราศจากอันตรายเมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสตระกูลเหยาที่มีความแกร่งระดับเจ็ดขอบเขตนักสู้และยังสามารถเอาชนะมันได้ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องผิดปกติ!

             

            “ข้าจะออกไปฝึกฝนข้างนอก ทุกท่าน..พักผ่อนเถิด!” หลังจากกล่าวจบเขาก็เดินจากไป

             

            ในป่านอกเมืองโหวหวางเฉินเซี่ยงจ้องมองเตาธาตุหยางที่ปล่อยรัศมีแดงเข้มออกมากเฉินเซี่ยงรู้สึกตื่นเต้น เมื่อแตะไปที่เตาปรุงยา เขารู้ได้ทันทีว่าเตาปรุงยานี้ไม่ธรรมดา

             

            สาวงามล่มเมืองเช่นซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่ก็ออกมาจากแหวนเพื่อดูเตาปรุงยาธาตุหยางที่เฉินเซี่ยงได้มันมาด้วยเช่นกัน

             

            “หยกโลหิตมังกรเพลิง!” เป่ยยู่ยู่ถอยหลังไปเล็กน้อยปกติแล้วสาวงามสง่าเช่นนางจะเย็นชาอยู่เสมอ แต่ตอนนี้นางกลับหวาดกลัวต่อเตาปรุงยาธาตุหยาง

             

            ดวงตาของซูเหม่ยเหยาเป็นประกายขณะที่จ้องมองไปยังเตาปรุงยานางก้มล้มลงพร้อมกับลูบเตาปรุงยาด้วยมือละเอียดอ่อนของนางอย่างนุ่มนวลราวกับกำลังสัมผัสเด็กทารก

             

            เป่ยยู่ยู่ค่อยๆ เดินเข้ามาช้าๆ ขณะที่จ้องเขม็งไปยังเตาปรุงยาธาตุหยางที่วางอยู่บนพื้นร่างที่ละเอียดอ่อนของนางที่ห่อหุ้มด้วยชุดสีม่วงกำลังสั่นเทาเล็กน้อย ดูราวกับนางกำลังเผชิญหน้ากับศัตรู

             

            “ถูกแล้ว สิ่งนี้คือหยกโลหิตมังกรเพลิงจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กบ้าเช่นเจ้าจะได้รับสมบัติที่สุดยอดเช่นนี้!ถ้าเจ้าอ่อนหัดราชาเม็ดยานั่นรู้เข้า มันคงกลั้นใจตายเพราะความโศกเศร้าเป็นแน่” ซูเหม่ยเหยายิ้มใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุขพร้อมด้วยท่วงท่าทรงเสน่ห์ของนางที่ทำให้ผู้คนอดใจไม่ได้ที่จะดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่

             

            เฉินเซี่ยงรีบเก็บเตาปรุงยาเข้าไปในกระเป๋าถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าหยกโลหิตมังกรเพลิงคืออะไร แต่เขาสังเกตเห็นว่าเป่ยยู่ยู่เกรงกลัวเตาปรุงยานี้อย่างมากเขากล่าวด้วยความรู้สึกผิด “พี่ยู่ยู่ข้าขอโทษ ขอไม่ทราบว่าท่านกลัวสิ่งนี้”

             

            ท่าทางของนางผ่อนคลายไปมาก นางกระซิบ “ไม่เป็นไรมันไม่ใช่ความผิดของเจ้า!”น้ำเสียงของนางสง่างามและทรงเสน่ห์ ส่งผลให้เฉินเซี่ยงแข็งค้างไปชั่วครู่ความนุ่มนวลที่ไม่อาจบรรยายได้ล้นทะลักออกมาจากจิตใจอย่างฉับพลันพร้อมกับความสบายที่ไม่อาจอธิบายได้

             

            เป่ยยู่ยู่เห็นท่าทางประหลาดๆ ของเฉินเซี่ยงนางจึงกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าฝึกฝนทักษะปีศาจสุดยอดธาตุหยินในร่างกายข้าขัดแย้งกับสุดยอดธาตุหยางภายในหยกโลหิตมังกรเพลิง”

             

            .................

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน