โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 33 – ทอง ดี กิน!!

            “ในนี้แกก็ออกมาไม่ได้อย่างงั้นเหรอ? อืม… เข้าใจแล้ว”


            หลังจากเข้ามาในถ้ำที่ 4 บนหน้าผาชั้นที่ 3 ออสการ์ก็ถามและได้คำตอบที่… ไม่น่าพอใจนัก


            ดำเกิงออกมาจากดาบไม่ได้!


            นั่นหมายถึง… เจ้าตัวน้อย ไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณสำหรับช่วยต่อสู้โดยตรง แต่เป็นวิญญาณเสริมพลังอาวุธ จะบอกว่าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ใช่ แต่… เขาอยากให้มันเป็นมากกว่านั้น

            

            เจ้าดำเกิงผู้สง่างามปรากฏตัวออกมาได้เฉพาะตอนอยู่ในห้องพักเท่านั้น และที่นั่นห้ามใช้เวทมนตร์ ทำให้ฝึกหรือตรวจสอบความสามารถอื่นของมันไม่ได้เลย


            4-5 วันที่ผ่านมาเจ้าตัวน้อยตื่นขึ้นมาเพื่อกินกับนอน จะเข้ามาคลอเคลียด้วยตอนอ้อนขอกินดาบยาวที่เด็กหนุ่มซื้อมาใหม่เท่านั้น และมันกินดาบยาวไป 5 เล่มแล้ว โดยที่ขนาดตัวไม่ได้ใหญ่ขึ้นจากเดิมเลยแม้แต่มิลเดียว


            ข้อมูลที่รวบรวมได้จากคำสั้น ๆ ที่เจ้าดำเกิงตอบไม่ได้ช่วยให้ออสการ์กระจ่างแจ้งเกี่ยวกับ ‘สัตว์เลี้ยงวิญญาณ’ มากนัก มันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไปอยู่ในดาบ ตื่นขึ้นมาก็อยู่ในนั้นแล้ว สิ่งที่กระตุ้นปลุกมันขึ้นมาคือการฆ่าเหล่าวิญญาญอันเชิญอย่างที่คิดเอาไว้


            เจ้าตัวน้อยใช้เวทมนตร์ที่เขามีอยู่ได้ทุกเวทย์ หรืออย่างน้อย ๆเด็กหนุ่มก็คิดเช่นนั้น ปัญหาคือมันจะควบคุมผลหรือปริมาณมานาที่ต้องใช้ไม่ได้ในช่วงแรก ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนพอสมควรกว่าจะใช้ในการต่อสู้จริงได้


            ดาบยักษ์ของออสการ์ซ่อมแซมตัวเองได้อยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่เจ้าดำเกิงบอกมา มันแค่ช่วยใช้เวทย์วารีบำบัดเร่งให้เร็วขึ้นเท่านั้น มีเพียงความสามารถดูดพลังชีวิตไปเพิ่มน้ำหนักเท่านั้นที่เป็นของเจ้าตัวน้อยล้วน ๆ แต่มันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำได้อย่างไร? แค่รู้ว่าน่าจะทำได้ และลองทำมันจนเด็กหนุ่มเกือบตาย จากคำถามที่เหมือนกับการอนุญาตในตอนนั้น


            อ้อ… ยังมีอีกคำที่สัตว์เลี้ยงวิญญาณของเขาเอ่ยออกมา ‘ห้วงจิต’ ดูเหมือนว่าจะเป็นที่อยู่จริง ๆ ที่เจ้าดำเกิงควรจะอยู่ ไม่ใช่ในดาบยักษ์แบบตอนนี้ ออสการ์ไม่รู้ว่าจะเปิด ‘ห้วงจิต’ แล้วเก็บเจ้าดำเกิงเข้าไปได้อย่างไร และไม่มั่นใจว่าเก็บเข้าไปแล้วจะเรียกกลับออกมาได้อีกมั้ย?


            เขาเลยไม่พยายามที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากนัก มันยังไม่จำเป็น!


            “ทอง! ดินบวกสายฟ้า!? ทำไมถึงเป็นดินอีกแล้วล่ะ? หมดมุขแล้วหรือไง?”


            ออสการ์พึมพำออกมาเมื่อเห็นว่าศัตรูที่ต้องเผชิญในถ้ำนี้คือธาตุอะไร


            ‘โกเลมทอง’ หุ่นกระบอกตัวขนาดสูงเท่าเอว ผิวนอกทอประกายเหลืองอร่าม ไม่มีปาก ไม่มีหู ไม่มีตา ไม่มีนิ้วมือ มีแค่หัว แขน 2 ข้าง และขา 2 ข้างเท่านั้น


            “อืม… ดูเหมือนว่าแกจะไม่ต้องออกโรงเร็วนักนะ ดำเกิง!”


            เด็กหนุ่มสะพายดาบยักษ์กลับขึ้นไปที่กลางหลัง กระตุ้นเวทย์ ‘อินทรีย์ทอง’ จนผิวหนังของตัวเองทอประกายเหลืองอร่ามออกมาบ้าง เขาคิดจะยืนอัดกับพวกมันแบบตรง ๆ ใน 2-3 โถงถ้ำแรก


            เพราะนี่เป็นโอกาสเหมาะที่จะทำให้ความกลมกลืนกับเวทย์ดินขยับจาก 4 เป็น 5 แต้มได้


            โกเลมทองตัวเล็ก ๆ แค่ 12 ตัว ไม่น่าจะคณามือเลย

            …


            “เฮอะ! ไม่ได้กินกันง่าย ๆ หรอก…”


            เสียงที่ออกจากปากเต็มไปด้วยความทะนงตน แต่ในใจของออสการ์เริ่มเป็นกังวลอยู่บ้างแล้ว เขาสู้ด้วยมือเปล่าได้ แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะยิ่งคิดถึงว่าจะต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นซากลงไป


            หมัดป่นศิลาของเด็กหนุ่มทำให้พวกมันแหลกเป็นชิ้น ๆ ได้ แต่นั่นไม่ถือว่าเป็นการฆ่า เพราะชิ้นส่วนเล็ก ๆ พวกนั้นจะกลับมารวมตัวกันใหม่ในที่สุด


            “ชิ! ไอ้พวกสายอึดถึกทนนี่น่าเบื่อจริง ๆ อืม… ทองแพ้ไฟ แต่รอก่อนเถอะ!”


            ‘ทอง’ แตกต่างจาก ‘ลาวา’ อยู่เล็กน้อย มันทนไฟ แต่ไม่ได้มากเท่าลาวา และไม่ได้มีเปลวเพลิงที่ร้อนแรงห่อหุ้มร่างกายเป็นอาวุธร้ายในการโจมตี


            ร่างกายของพวกมันเคลือบอยู่ด้วยสายฟ้าแทน


            และให้พูดกันตามตรง มันเหมือนกับเวทย์ ‘อินทรีย์ทอง’ ที่ออสการ์ใช้อยู่ในตอนนี้ไม่มีผิด


            และถ้าให้พูดกันตามตรงอีกที ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังเสียเปรียบอยู่ ถ้าวัดกันที่ ‘ร่างทอง’ อย่างเดียว เขาเปลี่ยนแค่ผิวหนังให้เป็นทองได้เท่านั้น ในขณะที่พวกมันเป็นทองแท้ทั้งตัว


            ออสการ์ยังถูกสายฟ้าทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในบาดเจ็บได้ แต่พวกมันทนทานสายฟ้าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์


            มีเพียงความเร็วที่เหนือกว่า และอำนาจทำลายล้างของหมัดป่นศิลาเท่านั้นที่ทำให้เด็กหนุ่มยังวิ่งวนอยู่ได้แบบไม่มีอาการบาดเจ็บอะไร อ้อ… ต้องยกประโยชน์ให้ความต้านทานเวทย์ 10 แต้มด้วย สายฟ้าที่ไหลเข้าสู่ร่างกายมันสร้างความเสียหายให้น้อยกว่าที่คิด


            แต่ทั้งหมดทั้งมวล ที่นี่คือโถงถ้ำที่ 1 เท่านั้นเอง!!

            …


            ‘หม่ำ หม่ำ’


            “หือ… มาหิวอะไรตอนนี้ล่ะ? ก่อนเข้ามาก็กินไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”


            ‘ทอง ดี กิน ทอง ดี’


            “ห่ะ… ทอง!? แกจะกินพวกมัน? แน่ใจแล้วเหรอ ดำเกิง!”


            ‘กิน กิน’


            คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้คิ้วของออสการ์ขมวดแน่นติดกัน เรื่องกินได้กินไม่ได้เขาไม่สงสัยอีก ถ้าเจ้าดำเกิงน้อยขอออกมานั่นหมายถึงว่ามันกินได้แน่นอน


            ปัญหาคือคะแนน!


            ถ้าให้ ‘สัตว์เลี้ยงวิญญาณ’ เป็นผู้สังหาร มีโอกาสสูงที่มันจะไม่ถูกคิดเป็นคะแนนให้


            “… เอ่อ… เอา อยากกินก็กิน!”


            ไหน ๆ ก็เลี้ยงมาแล้วก็ต้องเลี้ยงต่อไปให้ดีที่สุด เด็กหนุ่มชักดาบยักษ์ออกมาจากกลางหลัง มือขวาที่ใช้ถือดาบถูกกระตุ้นใช้ ‘ปราการไม้เลื้อย’ ออกมาปกคลุมไว้จนถึงข้อศอก ในขณะที่ส่วนอื่นยังเป็นสีทองอร่ามตาอยู่เหมือนเดิม


            พวกมันเป็นเวทย์ผสานที่ใช้ธาตุดินเป็นหลักเหมือนกัน ออสการ์ในตอนนี้ใช้พวกมันได้ดั่งใจ จนสามารถแบ่งร่างกายออกเป็นตารางหมากรุกเพื่อใช้เวทย์ทั้ง 2 สลับตำแหน่งกันได้ด้วยซ้ำ


            แค่การกระตุ้นให้เถาวัลย์ออกมาพันมือเพื่อกันสายฟ้า เรื่องจิบ ๆ


            วูบ…


            กระบวนท่าดาบลมกรดถูกกวัดแกว่งออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่ตาย! อย่างน้อยก็ยังไม่ตายในทันที โกเลมทองพวกนั้นแค่ตัวเล็กลง พวกมันไม่ได้ถูกกำจัดลงไปในดาบเดียว ความสามารถในการฟื้นคืนไม่ลดถอย แค่ตัวเล็กลงเรื่อย ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


            และดาบยักษ์ในมือของเด็กหนุ่มก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน


            ดาบยาว 5 เล่มที่ดำเกิงกินไปทำให้ดาบยักษ์หนักขึ้นมาประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ มันยังไม่สร้างภาระให้ร่างกายถึงขนาดใช้ร่ายรำดาบลมกรดไม่ได้ และยังช่วยเพิ่มอำนาจทำลายล้างให้มากขึ้นเสียอีกด้วยซ้ำ


            นี่จึงเป็นสิ่งที่ออสการ์หวังเมื่อเจ้าดำเกิงอยากกินทอง เขาในตอนนี้น่าจะรับน้ำหนักดาบยักษ์ที่เพิ่มเป็น 2-3 เท่าได้แบบสบาย อย่างมากก็ต้องกลับไปใช้ ‘ท่องเมฆาผ่าปฐพี’ เหมือนเดิมเท่านั้น


            “อืม… เพลิงสีชาด! ลองกินแบบย่างหน่อยนะ!”


            ดาบยักษ์ทอประกายสีแดงระเรื่อออกมาทันทีที่เสียงพึมพำจบลง ตัวของโกเลมทองเล็กลงเร็วกว่าเดิม และมีเสียงบ่นดังขึ้นในหัว


            ‘น้อย’


            “เอาน่า! มันยังมีให้กินอีกตั้งเยอะ แกจะรีบกินรีบอิ่มไปไหน?”


            เป็นไปอย่างที่คิด ไฟสามารถทำลายทองได้จริง ๆ ส่วนเสียงบ่นของดำเกิงน่าจะมาจากทองถูกเผาไหม้ไปส่วนหนึ่ง ทำให้แต่ละการตวัดดาบเฉือนผ่านโกเลมทองแต่ละครั้ง เจ้าตัวน้อยดูดซับได้น้อยลงไป


            เขาเลยกล่าวปลอบใจมันไปอย่างอารมณ์ดี


            การเคลียร์ถ้ำนี้ไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!

            ...


            ฟวู้ม…..


            “วู้! ร้อนแรงดีจริง ๆ รวดเดียวตายกันหมดทั้งโถงแบบนี้สะใจดีชะมัด!”


            ‘พายุเพลิง’ ในที่สุดออสการ์ก็กัดฟันแลกมันออกมาฝึกฝน ความรู้สึกในตอนแรกมันก้ำกึ่งระหว่างเสียดายคะแนน กับต้องการย่นระยะเวลาในการฝึกฝน เขามี ‘เพลิงกัมปนาท’ ที่คล้าย ๆ เวทย์ผสานธาตุอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องการเวทย์ผสานธาตุไฟจริง ๆ อยู่ดี


            ดังนั้นจึงเสี่ยงที่จะซื้อ ‘พายุเพลิง’ มาฝึกฝน


            โชคดีที่ออสการ์ชนะเดิมพันคราวนี้ เด็กหนุ่มฝึกใช้ ‘พายุเพลิง’ อยู่เพียงครึ่งวันก็ใช้มันได้ในระดับดั่งใจ หลักการของมันเหมือนกับ ‘เพลิงกัมปนาท’ ไม่ผิดเพี้ยน แค่ดีกว่ามากเท่านั้น ที่ระเบิดออกไปไม่ใช่เพียงคลื่นความร้อนวูบเดียว แต่เป็นเปลวเพลิงที่เผาผลาญอยู่จนกว่าเขาจะยกเลิก หรือว่าหมดมานาลงไป


            จนถึงตอนนี้ ออสการ์ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้เกือบครบสมบูรณ์แล้ว


            ความต้านทานเวทย์ยังตันอยู่ที่ 10 แต้มไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาฝึกเวทย์ผสานที่มีพื้นฐานมาจากธาตุทั้ง 5 จนถึงระดับ ‘ดั่งใจ’ ทั้งหมด


            เหลือเพียงแค่การยกระดับความกลมกลืนกับเวทย์ดินให้เป็น 5 แต้มอีกอย่างเดียวเท่านั้น


            แต่ตอนนี้เพิ่งจะถึงโถงถ้ำที่ 12 เด็กหนุ่มยังมีเวลาและพื้นที่ให้ฝึกฝนอย่างเหลือเฟือ…