เทียนฉินยืนอยู่บนภูเขาพร้อมกับขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี ซึมซับพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่อย่างเร่งรีบ แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังไม่ใช่น้อยก็เพราะชั้นที่ห้านี้ ไม่ได้มีสิ่งมีประโยชน์อันใดถูกทิ้งไว้ให้เลย และเพียงไม่นานบันไดสีครามก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงก้าวขึ้นไปยังชั้นที่หกต่อทันที
พื้นที่ภายในขั้นที่หกปรากฎเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อกระแสลมโชยพัดผ่านมาก็มองเห็นต้นหญ้าที่สูงเทียมเอว พริ้วไหวโอนเอนราวกับฝูงงูกำลังเต้นระบำกันอยู่ สิ่งนี้ทำให้เทียนฉินนึกถึงฉากตอนที่เขาได้มาเกิดใหม่ที่โลกนี้ครั้งแรก มันเป็นทุ่งหญ้าเช่นกันและเขาก็เริ่มการฝึกฝนจากที่นั่นจนขึ้นไปล่าสัตว์อสูรบนภูเขา กระทั่งได้มายืนอยู่ในที่แห่งนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อหวนนึกกลับไปตอนนั้นเขาก็พลันรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้
และในขณะเทียนฉินจมอยู่ในภวังค์นั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ว่ามีสัตว์อสูรอยู่สองสามตัวแอบซุ่มอยู่ในทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก และดวงตาที่ดุร้ายของพวกมันก็จับจ้องมาที่เขาราวกับว่าเห็นเหยื่อพลัดหลงเข้ามา
เทียนฉินไม่ได้วิตกกังวลมากนัก เพราะเขารู้ว่านี่คือพื้นที่รอบนอกเท่านั้น และสัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ล้วนมีพลังที่ไม่สูงมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังวาดดาบออกไปทางที่สัตว์อสูรกลุ่มนั้นซุ่มอยู่ทันที มังกรเพลิงพุ่งทะยานเข้าใส่สัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่มังกรเพลิงจะไปถึงตรงจุดนั้น ผืนหญ้าก็สั่นไหวก่อนจะมีสัตว์อสูรสามตัวที่มีขนาดใหญ่กระโจนออกมาจากพุ่มหญ้า พร้อมกับพุ่งเข้าหาเขาด้วยเสียงขู่คำรามอย่างน่ากลัว
สัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นที่แท้จริงแล้วมันคือหมาป่ายักษ์ทั้งหมด ขนาดลำตัวของมันใหญ่เท่ากับกระทิงป่า มีกรงเล็บโค้งงอเหมือนเคียวที่แหลมคม จากระยะห่างที่ไม่ไกลมากนักภายใต้การพุ่งทะยานเข้ามาเต็มที่นั้น ชั่วพริบตาพวกมันก็มาปรากฏตรงหน้าของเขาแล้ว หากไม่ได้สัมผัสถึงพวกมันมาก่อนคงไม่มีทางที่จะตอบสนองได้ทันอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นเขี้ยวเล็บของมันพุ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว เทียนฉินก็วาดดาบออกกระบวนท่าออกไปอีกครั้ง มังกรทั้งสี่ตัวพุ่งเข้าใส่หมาป่ายักษ์นั้นทันที
ตู้ม!
หมาป่ายักษ์ตัวหนึ่งถูกมังกรเพลิงอัคนีเผาไหม้อย่างรวดเร็วจนดำเป็นตอตะโก และอีกตัวก็แย่กว่านั้นเมื่อมันพุ่งเข้ามาก็ถูกมังกรเพลิงโลกันตร์แช่แข็ง ก่อนจะร่วงตกลงพื้นแตกกระจายกลาดเกลื่อนไปทั่ว ส่วนหมาป่ายักษ์ตัวที่เหลือก็มีสภาพไม่ต่างกัน ถูกมังกรเพลิงหิมะพุ่งเข้าโจมตีจนกลายเป็นเกล็ดหิมะฟุ่งกระจายไปทั่ว ตั้งแต่เริ่มต้นเทียนฉินสังหารพวกมันในไม่กี่อึดใจเท่านั้นเอง
แต่ยังไม่ทันที่เทียนฉินจะได้ทำอะไรต่อ ก็ปรากฏเสียงหอนของหมาป่าดังกึกก้องไปทั่วทุ่งหญ้า เห็นเพียงผืนหญ้าบริเวณรอบๆสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เทียนฉินไม่รอช้ารีบเหาะขึ้นไปบนอากาศ พร้อมกับแผ่ขยายกระแสจิตตรวจสอบบริเวณผืนป่านี้ทันที
ในทันใดนั้นเองเขาได้เห็นหมาป่ายักษ์หลายสิบตัว กำลังวิ่งมาทางที่เขาอยู่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ หากเขาไม่จัดการอะไรสักอย่างแล้วคงจะต้องถูกพวกมันล้อมไว้แน่ อีกทั้งหมาป่ายักษ์พวกนี้ล้วนเก่งในการต่อสู้ระยะประชิด รวมถึงความสามารถที่ร่วมกันโจมตีก็ดุดันอย่างมาก
จำนวนหมาป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสิบตัวเป็นยี่สิบและยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สีหน้าของเทียนฉินเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆโดยรู้ว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้พวกมันปิดล้อมได้ ถึงแม้พลังการโจมตีของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่มีหมาป่ายักษ์มากมายขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ตั้งสติให้ดีอาจจะเพลี่ยงพล้ำเป็นแน่
"มาดูกันว่าพวกเจ้าจะทำให้ข้าบรรลุไปถึงระดับก่อกำเนิดขั้นสูงได้หรือไม่!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับระเบิดพลังออกมาเต็มที่ จากนั้นจึงวาดดาบเข้าโจมตีฝูงหมาป่ายักษ์นั้นโดยตรง เปลวเพลิงทั้งสามชนิดถักทอกันจนเกิดเป็นตาข่ายปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ก่อนจะปรากฏฝนดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุต่างๆ ร่วงหล่นเข้าใส่ฝูงหมาป่านั้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
หมาป่ายักษ์หลายตัวถูกคลื่นดาบพุ่งเข้าทิ่มแทงจนเลือดสาดกระจาย แต่อย่างไรก็ตามการจู่โจมของเขาครั้งนี้กลับกลายเป็นการกระตุ้นให้หมาป่ายักษ์เหล่านั้นกระหายที่จะโจมตีมากขึ้นกว่าเดิม
"โฮกก!"
หมาป่ายักษ์หลายสิบตัวโจมตีมาทางเทียนฉินอย่างไม่กลัวตาย ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ด้วยการรับรู้ของเขาก็สามารถจับตำแหน่งของหมาป่ายักษ์ได้อย่างแม่นยำ ทันใดนั้นเงาดาบนับพันก็พุ่งใส่พวกมันราวกับพายุ
ตู้ม!
หมาป่ายักษ์ตัวหนึ่งที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาทางเขา ไม่ทันจะได้กรีดร้อง ก็ถูกเงาดาบสายหนึ่งพุ่งเข้าที่หัวจนสมองระเบิดโดยตรง เงาดาบนั้นเปรียบเสมือนเข็มอันแหลมคม เพียงไม่นานเลือดจำนวนมากก็กระจายย้อมทุ่งหญ้าจนเป็นสีแดง และซากหมาป่าหัวขาดนอนกลาดเกลื่อนกับพื้นจนทั่ว
"ตู้ม!"
"ตู้ม!
เสียงของมีคมตัดเฉือนเนื้อหนังดังก้องชัดเจนในทุ่งหญ้าแห่งนี้ ถึงแม้จะมีหมาป่ายักษ์อยู่มากมาย แต่เมื่อเปรียบเทียบพลังของมันกับเขาแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยที่จะจัดการมัน เพราะมีหมาป่ายักษ์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่สามารถโจมตีหรือเข้าใกล้ร่างของเขาได้
และด้วยการสนับสนุนของกระบวนท่าต่างๆที่มี รวมถึงการป้องกันที่แข็งแกร่ง การได้ต่อสู้กับศัตรูที่มากมาย ล้วนสามารถจุดประกายจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา ให้พัฒนาไปได้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้น และตอนนี้เขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะขัดเกลาวิถีดาบของเขาให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวกับฝูงหมาป่ายักษ์พวกนี้เลย
พวกหมาป่ายักษ์ทยอยตายไปเป็นจำนวนมาก ส่วนบางตัวก็ถอยล่นห่างจากเทียนฉินไปด้วยความหวาดกลัว การลอบโจมตีของฝูงหมาป่ายักษ์พวกนี้ส่งผลต่อความเร็วของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หนึ่งการตวัดดาบก็สังหารไปทีละสองตัว จากนั้นเขาก็ได้เคลื่อนไหวมาปรากฏตัวต่อหน้าหมาป่ายักษ์อีกครั้ง
หมาป่ายักษ์รับรู้ถึงศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ก็พากันพุ่งกระโจนเข้าใส่เขาทันที แต่ทว่าหมาป่ายักษ์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย ในขณะที่พวกมันกรูกันเข้ามาเทียนฉินก็วาดดาบสวนออกไปด้วยความมั่นใจ
ตู้ม!
เงาดาบปรากฏออกมาทุกทิศทางรอบตัว ไม่ว่าพวกมันจะพยายามหลบหลีกอย่างไร เพียงไม่นานก็ถูกเขาสังหารลงไปอีกครั้ง
"โฮ้กก!"
แต่ทันใดนั้นหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์ที่ดูเหมือนจะเป็นจ่าฝูงสองตัวส่งเสียงร้องคำรามอย่างเกรี้ยวโกรธ ก่อนจะเงื้อกรงเล็บและฟันที่แหลมคมเข้าโจมตีเทียนฉินอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันเขาพริ้วตัวหลบออกมาด้านข้าง แล้วแทงดาบเข้าที่คอมันตัวหนึ่งเต็มแรง
ตู้ม!
หมาป่ายักษ์ตัวที่โดนแทงคอดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวด ทว่าหมาป่ายักษ์อีกตัวก็อ้าปากงับเข้าที่หัวไหล่ของเขาเต็มแรง แต่ถึงอย่างนั้นเขี้ยวแหลมคมสองข้างของมันกลับติดคาอยู่บนชุดเกราะเพชรเกล็ดมังกร ไม่สามารถเจาะทะลุเข้าไประคายผิวของเขาได้แม้แต่น้อย
และเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เทียนฉินก็บังคับเงาดาบนับสิบพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
เงาดาบนับสิบเล่มเสียบทะลุร่างของหมาป่ายักษ์จนพรุนไปทั้งตัว หมาป่ายักษ์ส่งเสียงร้องเพียงชั่วครู่ก็แน่นิ่งตายลงไปอีกตัว เขาไม่รอช้าขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี เข้าซึมซับจิตวิญญาณของพวกมันสองตัวอย่างไม่ลังเล ตอนนี้เขาต้องการเพียงพลังที่เพียงพอให้เขาได้บรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นสูงเท่านั้น ส่วนเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเขาไม่ได้สนใจสักนิดเลย
ผ่านไปเพียงไม่นานเทียนฉินก็ซึมซับพลังจิตวิญญาณที่หลงเหลือจนหมดสิ้น แต่ทว่าทุ่งหญ้าที่ปรากฏอยู่ในชั้นนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้น บรรยากาศรอบด้านยังคงมีสภาพไม่แตกต่างจากที่เขาขึ้นมาตอนแรกเลย
"หรือว่ายังมีสัตว์อสูรตนอื่นอยู่อีก?"
เทียนฉินขมวดคิ้วเป็นปมพร้อมกับเอ่ยพึมพำออกมาอย่างแปลกใจ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา ชั้นที่หกนี้จะต้องมอบรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งมาให้ หรือไม่ก็จะต้องมีบางอย่างที่บ่งบอกให้ได้รู้บ้าง แต่
สถานการณ์ตอนนี้กลับเงียบเชียบราวกับว่าเป็นป่าช้าก็ไม่ปาน
จบตอนที่ 147