“ ครืนน “ ปราณพลังมหาศาลพวยพุ่งออกอย่างบ้าคลั่ง
“ อั้ก “ ชายหนุ่มถูกปราณพลังอัดกระแทกเข้าทั่วร่างส่งให้ร่างของเขาปลิวไปกระแทกเข้ากับผนัง
“ ครืนน “ ปราณพลังพวยพุ่งขึ้นสูงทะลวงไปตามเส้นทางเดิน
“ ครึก ครัก “ เสียงพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินก้อนน้อยใหญ่กระโดดโลดเต้นมาจากพื้นที่สั่นไหว
เหล่านักล่ารุ่นเก๋าที่มาต่างระเบิดพลังสร้างแนวป้องเหล่านักวิจัยที่เหลือที่อยู่ที่ภาคพื้น
“ ครืนน “ หมอกควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสูงทะลวงขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้งทั้งยังแผ่กระจายออกทั่วทิศ
หมอกปราณสีขาวแผ่ออกกลืนกินอาณาอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวอาณาบริเวณถูกหมอกสีขาวปกคลุมไปแล้วราวห้าตารางกิโลเมตร แลยังกลืนกินอาณาอย่างไม่หยุด
กล้องที่ถ่ายภาพมุมสูงส่งภาพประวัติศาสตร์ออกไปทั่วโลก ผู้คนทั่วโลกพลันแตกตื่นกับสิ่งที่พบเห็น
เหล่านักล่าจากทั่วโลกถูกเรียกตัวเข้าประจำการที่ฐานของแต่ละประเทศอย่างรวดเร็ว
เมื่อหมดสิ้นแรงดันหมอกสีขาวก็หยุดนิ่งแลค่อยลดระดับลงแล้วแทรกซึมลงสู่ผืนพารา
เมื่อหมอกสีขาวแทรกซึมลงสู่ผืนพาราจนหมดสิ้น “ วิ้ง “ พลันปรากฏสมุนไพรมากมายแทงโผล่พ้นชั้นดินขึ้นมาแล้วออกดอกชูช่อส่งกลิ่นหอมเย้ายวน
“ ครึก ครัก “ ผืนพาราทั่วอาณารัศมีนับร้อยกิโลเมตรพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ ครืนน “ ภูเขาน้อยใหญ่พลันแทงยอดโผล่พ้นเหนือชั้นดิน ยอดเขาทะลวงไปในอากาศ
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคนทั่วโลกก็คือภูเขาน้อยใหญ่ตั้งเรียงอยู่ทั่วอาณารัศมีราวหนึ่งร้อยตารางกิโลเมตร ทั้งบนยอดเขาแต่ละแห่งนั้นยังมีตำหนักหลังเล็กตั้งอยู่
ตำหนักหลังเล็กนั้นเปล่งแสงสีขาวสว่างไสว เหนือขึ้นไปเป็นร่างเงาสีดำที่สลักลงยังห้วงนภา
“ บ้าไปแล้ว “
“ นี่มันบ้าไปแล้ว “
“ มันเกิดเรื่องราวบ้าบอแบบนี้ได้ยังไง “
เหล่านักล่าทั้งหลายต่างเร่งทะยานร่างเข้าสำรวจยังตำหนักแต่ละหลังอย่างรวดเร็ว
พวกเขาส่งเสียงตะโกนก้องดังว่าในตำหนักแต่ละหลังนั้นมีสิ่งสืบทอดจากยุคโบราณ
เสียงของเหล่านักล่าส่งออกไปทั่วโลก ทำเอาเหล่านักล่าทั่วโลกเร่งเดินทางมายังเมืองอู่ทองอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่จะช่วยให้ชาวโลกรุกกลับอสูร พวกเขาต่างตื่นเต้นถึงกับหลั่งน้ำตาพร้อมกับเกิดความหวังครั้งใหม่
แต่ที่มุมมืดใต้ดินลึกลงไปสามกิโลเมตรกลับไม่มีผู้ใดสนใจ
เหล่าคณะนักวิจัยที่อยู่ภาคพื้นต่างก็เร่งเข้าเก็บตัวอย่างชั้นดินแลสมุนไพรที่เกิดขึ้น
ไม่นานนัก หลังจากที่อาณาได้เปลี่ยนแปลง เหล่าอสูรมากมายที่อยู่รายรอบเริ่มเข้าสู่อาณาอย่างรวดเร็ว
เหล่านักล่าทั้งหลายต่างรับรู้ได้แล้วเร่งออกไล่ล่าสังหารอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว
“ อั้ก “ ปราบกระอั้กโลหิตออกอีกครั้งหลังจากฟื้นตื่นจากการสลบไสล
“ โอย “ เขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะกระดูกทั่วร่างของเขานั้นหักไปหลายที่
“ ช่างเป็นแรงดันที่มหาศาลยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มเร่งกรอกโอสถฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
เมื่อทำการฟื้นฟูร่างกายของเสร็จชายหนุ่มเร่งไปยังชั้นบนเพื่อดูทุกคนในทันใด
เมื่อมาถึงเขาพบว่าทุกคนกำลังปรับสมดุลร่างกายอยู่หลังจากทะลวงขั้นพลังอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มมองยังผอ.ยิ่งที่เวลานี้อยู่ขั้นหลอมรวมกายาแล้ว แลเหล่าคณะนักวิจัยต่างก็ก้าวมาเป็นจอมยุทธขั้นสร้างกายาทั้งหมด
“ ฟู่ว “ ชายหนุ่มเป่าปากอย่างแรงเพราะทุกคนปลอดภัยและได้รับโชคใหญ่
เขาเองจึงกลับมาที่ชั้นล่างเพื่อสำรวจตนเอง
ชายหนุ่มทิ้งร่างลงนั่งที่โขดหินแล้วขัดสมาธิ เขาสำรวจยังตันเถียนของเขาแล้วเบิกตากว้าง
“ นี่มันอะไรกัน ข้าเป็นจอมยุทธขั้นหลอมรวมกายาได้อย่างไร “ เขาพึมพำ
“ ข้าเองที่เป็นคนทำให้เจ้า “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ย
“ ยินดี “ มันเอ่ย
“ เพราะว่าเจ้าสลบไปข้าจึงมิอาจทอดทิ้งเจ้าได้ ข้าจึงอาศัยจังหวะที่พลังปราณมากมายที่อัดกระแทกกายาของเจ้าอยู่นั้น ชักนำเข้ามาแล้วสร้างดาราแห่งพลังให้กับเจ้า แลช่วยเจ้าทะลวงขั้นพลัง “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ขอบคุณอีกครั้ง “ ปราบเอ่ย
“ เจ้าอย่าลืมว่ายิ่งเจ้าแข็งแกร่งเท่าใด ข้าก็จะได้กลับบ้านเร็วเท่านั้น “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ สมุนไพรเทวะ ข้าอยากรู้ว่าขั้นฝึกที่สูงกว่านี้คือขั้นใดรึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาเรียกว่าขั้นผันแปรมีเก้าขั้นย่อย จากขั้นผันแปรก็เป็นขั้นเบิกปฐพี เบิกนภา เบิกสวรรค์ แลขั้นเบิกจักรวาล “ มันเอ่ย
“ เมื่อเจ้าอยู่ที่ขั้นเบิกสวรรค์ได้เมื่อใดเจ้าก็จะสามารถออกจากโลกนี้ได้โดยที่ไม่ต้องใช้สิ่งใด เพียงพลังปราณเจ้าก็สามารถเที่ยวท่องไปในห้วงจักรวาลได้แล้ว ทั้งยังไม่ต้องหายใจ ไม้ต้องดื่ม ไม่ต้องกิน “ มันเอ่ย
“ ที่เขาเรียกว่าอมตะน่ะรึ “ ปราบเอ่ย
“ กึ่งอมตะจะถูกต้องกว่า เพราะว่าเจ้ายังตายได้ “ มันเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เร่งมือเข้า ข้าจะพักผ่อนแล้วข้าเสียพลังไปมากแล้ว “ มันเอ่ย
“ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ย
ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วทำการปรับสมดุลร่างกายอย่างเร็วไว
เมื่อทุกคนเข้ามาพร้อมชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินนำขบวนเข้าไปในอาณาของบ่อน้ำปราณอย่างเร็วไว
สองตาของทุกคนพลันเบิกโพลง เมื่อมองจ้องยังบ่อน้ำปราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโถงกว้าง
ชายหนุ่มมองยังรอบข้างของโถงกว้างพบว่ามีประตูอยู่หลายบาน แต่ละบานนั้นถูกเปิดออกหมดสิ้น
เขาใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่าประตูนั้นมีไว้ทำสิ่งใด เขาจึงเดินไปยังประตูแล้วเปิดออก
“ โครงกระดูก “ เขาเอ่ย
เหล่านักวิจัยเร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วทำการเก็บโครงกระดูกลงไป
ปราบมองในห้องเขาพบเพียงเตียงหินแลแท่นเพื่อวางบางสิ่ง
“ อัลตรอนสแกน “ ปราบเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันแสงสีฟ้าสาดส่องออกทั่วห้อง
“ เจ้านายห้องนี้มีร่องรอยของเศษผงอะไรสักอย่างที่มีพลัง “ อัลตรอนเอ่ย
“ สมุนไพรเทวะ มันคือสิ่งใดรึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ มันคือหินปราณฟ้าดินเป็นของล้ำค่าในยุคโบราณใช้ในการฝึกฝนแลใช้แทนเงินตราเหมือนทุกวันนี้ “ มันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย
“ ไหนๆก็ตื่นมาแล้ว “ มันเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันปรากฏร่างเงาของชายวัยกลางคน
เหล่านักวิจัยพลันร้องตะโกนลั่นแลเร่งหนีอย่างรวดเร็ว
“ ไม่ต้องกลัว “ ปราบเอ่ย
“ ที่นี่คือบ่อน้ำปราณฟ้าดิน ห้องต่างๆเหล่านี้เป็นห้องที่ใช้ฝึกฝนเพียงวางหินปราณฟ้าดินลงยังแท่นวาง แล้วพลังปราณจากบ่อน้ำปราณฟ้าดินนี้ก็จะหลั่งไหลเข้าในห้องให้คนที่อยู่ข้างในได้ดูดซับ “ มันเอ่ย
“ ข้าเดาว่าที่บ่อน้ำแห่งนี้มันแผ่พลังปราณออกมามากเกินไปนั้น น่าจะเป็นที่ผนึกของมันสลายไปแล้ว “ มันเอ่ย
“ ก่อนที่ของเหลวในบ่อน้ำปราณนี้จะสลายหาย “ มันเอ่ยแล้วยกฝ่ามือขึ้น
“ วู๊ม “ หพลันปรากฏแสงสีฟ้ารูปลักษณ์คล้ายยันต์ล่องลอยเหนือบ่อน้ำปราณ
“ มันเรียกว่าลักษณ์ผนึก “ มันเอ่ย
“ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าที่จะค้นหาคำตอบ “ มันเอ่ยแล้วสลายร่างไป
“ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ย
ทุกคนมองยังชายหนุ่มเพื่อหาคำตอบ แต่เขาก็ทำเพียงยิ้มให้แล้วออกเดินสำรวจห้องต่อ