เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เริ่มทดสอบ

    มองเห็นความสงสัยในแววตาของภรรยาสาว เย่หยุนซีหัวเราะคิกคักเบาๆ แต่กลับมิได้เอื้อนเอ่ยตอบอะไรไปมากกว่านั้น ทั้งยังเดินนำหน้าโฉมสะคราญเข้าไปยังสมาคมนักปรุงโอสถซึ่งอยู่เบื้องหน้า

     

    “ชิ! ความลับเยอะเสียจริงนะ!” หยุนฉางเยว่กอดอกเค้นเสียงแง่งอน ก่อนจะเดินตามหลังผู้เป็นสามีไปมิให้ห่างสายตา

     

    ณ ด้านในสมาคมนักปรุงโอสถสาขาจักรวรรดิเมฆคราม เย่หยุนซีเดินปรี่ไปหาพนักงานแล้วเอ่ยตรงๆว่า “พี่สาว ถ้าหากข้าอยากทดสอบการเป็นนักปรุงโอสถต้องทำอย่างไรบ้าง?”

     

    “หือ! สามีเจ้าปรุงโอสถเป็นด้วยงั้นหรือ?”หยุนฉางเยว่ที่อยู่ข้างหลังตั้งคำถามด้วยความแปลกใจ นางคิดว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อขายของ แต่ที่ไหนได้! เขากลับอยากทดสอบการเป็นนักปรุงโอสถเสียอย่างนั้น

     

    “สามีคนนี้ ทำอะไรได้มากกว่าที่ท่านคิดนะ” เด็กหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้ภรรยาคนสวย ก่อนจะเอ่ยถามย้ำพนักงานสาวอีกครา

     

    “คิกคิก หนุ่มน้อย ถ้าหากเจ้าอยากทดสอบเป็นนักปรุงโอสถ อับดับแรกเจ้าต้องเขียนข้อมูลและระดับโอสถที่ตนเองหลอมได้พร้อมกับค่าธรรมเนียม 500 เหรียญปราณ”

     

     “หลังจากนั้น! ท่านปรมาจารย์จะเรียกตัวเจ้าเข้าไปทดสอบความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร และสุดท้ายก็คือการทดสอบปรุงโอสถ” พนักงานสาวอธิบายวิธีการจนถ้วนถี่ไม่มีขาดตกบกพร่อง พร้อมทั้งยื่นกระดาษกรอกข้อมูลให้

     

    เย่หยุนซีรีบรับไว้ จากนั้นเขาเดินไปยังโต๊ะที่ยังว่างและเริ่มเขียนข้อมูลของตนเองโดยไม่รอช้า

     

    “หืม! ‘ซีหยุน’งั้นหรือ เหตุใดถึงต้องปิดบังตัวเองอยู่อีกล่ะ” มองเห็นข้อมูลบนกระดาษ หยุนฉางเยว่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย

     

    “ท่านดูก่อนสิว่าข้าทดสอบนักปรุงโอสถระดับใด หากมีใครรู้เข้าว่าข้าเป็นใครมีหวังคงได้โกลาหลวุ่นวายกันทั้งจักรวรรดิ” เย่หยุนซีเอ่ยปาก มือข้างหนึ่งชี้ไปยังระดับนักปรุงโอสถที่ตนเองเขียนไว้

     

    ดวงเนตรคู่งามของหงส์สาวเบิกกว้างในทันใด เพราะสิ่งที่นางเห็นบนกระดาษคือ การขอเข้าทดสอบนักปรุงโอสถในระดับปรมาจารย์

     

    “จะ เจ้าพึ่งปลุกจิตอสูรได้ในวันรับราชโองการ แล้วเอาเวลาจากไหนไปฝึกฝนทักษะมากมายขนาดนี้” นางถามเป็นครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงติดขัด

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นหน้าไปข้างหูของภรรยาสาวแล้วกระซิบว่า “ท่านอาจยังไม่รู้ แต่สามีของท่านคนนี้มีอาจารย์เป็นเซียนเชียวนะ”

     

    พูดจบ! เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินไปส่งข้อมูลให้พนักงานในทันที ปล่อยให้หยุนฉางเยว่นั่งเหม่อลอยกับคำว่า‘เซียน’ที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองตลอดเวลา เพราะอย่างที่รู้กันว่า เซียน ในดินแดนแห่งนี้เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น

     

    ตัดกลับมาทางด้านของพนักงาน หลังจากได้อ่านข้อมูลของเย่หยุนซี นางก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา

     

    “หนุ่มน้อย แน่ใจนะว่าไม่ได้เขียนอะไรผิดพลาด นักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์จำเป็นต้องทดสอบเขียนสรรพคุณสมุนไพรกว่าหนึ่งพันชนิด และถ้าหากทำไม่สำเร็จท่านปรมาจารย์ที่คุมสอบของจะขุ่นเคืองหรือคาดโทษเจ้า”

     

    ได้สดับฟังเรื่องราว เย่หยุนซียังคงพยักหน้ายืนยัน พร้อมทั้งวางค่าธรรมเนียมไว้บนถาดด้านหน้า “พี่สาว ข้าต้องการเข้าทดสอบนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์จริงๆ ได้โปรดดำเนินการให้ข้า”

     

    มองเห็นดวงหน้าที่แฝงความมุ่งมั่นจริงจัง พนักงานสาวจึงไม่คิดขัดศรัทธาและรีบหันหลังเดินไปส่งข้อมูลของเด็กหนุ่มให้กับท่านปรมาจารย์ที่ชั้นสองในทันที

     

    ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก พนักงานคนเดิมก็เดินลงมาด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มหวาน “หนุ่มน้อย ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปยังห้องสอบที่ 3”

     

    เย่หยุนซีพยักหน้าตอบรับโดยพลัน แต่ก่อนไปนั้นเขาได้หันไปส่งสัญญาณให้ภรรยาสาวอย่างหยุนฉางเยว่รออยู่ที่นี่

     

    “ไม่ต้องห่วง เจ้ารีบไปเถอะเดี๋ยวไม่ทัน” ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมเผยรอยยิ้มบาง

     

    “อืม.......ข้าจะรีบทดสอบให้เร็วที่สุด” พูดจบ! เด็กหนุ่มก็หันหลังเดินตามพนักงานสาวไปในทันที

     

    ภายในห้องสอบที่ 3 ไร้ซึ่งผู้อื่นมีเพียงเย่หยุนซีคนเดียวเท่านั้น

     

    “ซีหยุน บททดสอบของเจ้าคือเขียนชื่อและสรรพคุณสมุนไพร 1000 ชนิด ภายในระยะเวลา 2 ชั่วยาม” เสียงอันทรงอำนาจดังก้องไปทั่วทั้งห้องสอบ แต่กลับไม่มีใครปรากฏตัวออกมา

     

    เย่หยุนซีมิคิดรอช้า เขารีบนั่งลงที่โต๊ะ เริ่มบรรเลงพู่กันเขียน เขียนชื่อและสรรคุณของสมุนไพรอย่างไหลรื่นไม่ติดขัดราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

     

    “โอ้ เจ้าเด็กคนนี้หน่วยก้านดีไม่เบา” ณ ห้องถัดจากห้องสอบของเย่หยุนซี ชายวัยกลางคนผมสีขาวไว้หนวดเคลา กำลังจับตามองการสอบอย่างไม่วางตา ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจเย่หยุนซีเอามากๆ

     

    เพราะยากนักที่จะมีคนมาทดสอบการเป็นนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ แถมยิ่งอายุน้อยอย่างเย่หยุนซีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขาเกิดความสนใจเข้าไปใหญ่

     

    “ท่านประธานสมาคม ฟ่านเจี้ยน เด็กคนนี้จะผ่านหรือไม่เจ้าคะ” พนักงานสาวคนเดียวกับที่ทำหน้าที่ต้อนรับเด็กหนุ่มเดินเข้ามาแล้วเอ่ยถาม

     

    “อืม.........สำหรับการทดสอบแรกดูไม่น่าจะมีปัญหา แต่ก็ต้องมาดูกันที่การทดสอบปรุงโอสถว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน” ประธานสมาคมฟ่านเจี้ยนตอบกลับไป ทำเอาหัวใจพนักงานสาวเต้นถี่กระชั้น เพราะหากเย่หยุนซีผ่านการทดสอบเขาจะกลายเป็นนักปรุงโอสรถระดับปรมาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

     

    ซึ่งมันถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และอาจทำให้ทุกประเทศในดินแดนแห่งนี้เกิดความโกลาหลวุ่นวายครั้งใหญ่ เพราะคงไม่มีประเทศไหนที่ไม่อยากได้ นักปรุงโอสถหนุ่มที่มีอนาคตไร้ขีดจำกัด