ตอนที่ 2 จะตีก็ตีข้าก่อน (2)
“ซินเอ๋อร์!”
เสียงที่ตกตะลึงจนสั่นเครือแฝงความร้อนใจระคนหวาดผวาลอยเข้าหูม่อเนี่ยนจือ หลังจากนั้นนางก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแสนอบอุ่น ความเ็ปทุเลาลงไม่น้อย
ม่อเนี่ยนจือเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายหนุ่มร่างกายซูบผอมผิวขาวซีดคนหนึ่งพยายามใช้ร่างกายอันอ่อนแอของเขาปกป้องตัวนางโดยปล่อยให้แส้ไม้ไผ่นั้นหวดลงบนตัวเขาแต่ยังคงไม่ตอบโต้สักคำ หากแต่เพียงเงยหน้าด้วยความแข็งกร้าวจ้องหญิงชราตรงหน้า
“ท่านย่า นี่ท่านจะทำอะไรกันแน่ขอรับ น้องสาวข้านางกำลังป่วย ท่านตีแบบนี้นางจะตายได้นะขอรับ!”
เดิมทีหลี่เฉินตั้งใจว่าเช้าวันนี้จะอยู่บ้านดูแลน้องสาว แต่ท่านย่ากลับให้เขาไปทำงานที่ไร่ เขาเองก็จนปัญญา แต่เขาไม่เข้าใจจริงๆ ระยะเวลาสั้นๆ ทำไมท่านย่าถึงโกรธน้องสาวได้รุนแรงเพียงนี้
“ตีตายแล้วก็ไม่ต้องกลุ้มแล้ว! จะได้ไม่เปลืองข้าวเปลืองน้ำ เ้าหลบไปซะ!” หลี่จางซื่อเห็นแบบนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย หลังจากนั้นยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม ถลึงตาพูดใส่หลี่เฉิน
“ไม่ขอรับ นางเป็น้องสาวข้า ท่านจะตีก็ตีข้าให้ตายก่อนเถอะ!”
ดวงตาสดใสของหลี่เฉินมีน้ำตาคลอเบ้า แต่กลับปกป้องน้องสาวไว้ในอ้อมกอดแน่น
“ได้ ได้ ได้ ปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่หรือไม่ เ้าคิดว่าข้าไม่กล้าตีเ้าหรือ หากเ้ายังไม่หลบข้าก็จะตีเ้าให้ตายไปพร้อมกันซะ! จะได้ประหยัดค่ายาที่พวกเราทุกคนลำบากหาแทบตายแต่ต้องเอามาให้พวกขี้โรคอย่างพวกเ้าสองคน!”
หลี่จางซื่อนึกไม่ถึงว่าหลานชายที่ปกติไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าเวลาอยู่ต่อหน้านางจะกลับกล้างัดข้อนางเพื่อยายสารเลวคนนี้ จึงโกรธจัดจนถลึงตาใส่หลี่เฉิน
หลี่เฉินเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมหลบ ทันใดนั้นหลี่จางซื่อก็โมโหสุดขีดจึงหวดแส้ในมือลงบนตัวสองพี่น้องเต็มแรง หลี่เฉินพลิกตัวกำบังน้องสาวทันที
อีกด้าน เยี่ยซื่อเนื่องจากเป็ห่วงลูกสาว แม้ว่าแม่สามีจะไม่เห็นด้วยแต่นางก็ยังคงไปเรียกหมอมาอยู่ดี ทว่าพอเข้าประตูจวนมาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเรือนของตน ทันใดนั้นก็รู้สึกใขวัญผวาก่อนจะสาวเท้าวิ่งไปยังเรือนโดยไม่สนใจหมอเลยสักนิด
พอเข้าไปเยี่ยซื่อก็เห็นลูกทั้งสองของตนขดตัวอยู่บนพื้น ถูกตีจนลมหายใจเข้ามากกว่าลมหายใจออก ส่วนผู้ร้ายกลับเป็แม่สามีผู้ที่นางเคารพมาสิบกว่าปี
“ท่านแม่! ท่านทำอะไรเ้าคะ!”
เยี่ยซื่อร้องด้วยความใก่อนจะยื่นมือผลักหลี่จางซื่อออกตามสัญชาตญาณแล้วกอดลูกทั้งสองของตนไว้ในอ้อมกอดแน่น ยื่นมืออันสั่นเทาลูบหลี่เฉินพลางสลับลูบหลี่ซิน ใจนเสียงแหบพร่า
“เฉินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ พวกเ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่ แม่มาแล้ว แม่มาแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่! ไม่ต้องกลัว!...”
หลี่จางซื่อที่กำลังโมโหนึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าทำอะไรนาง พอถูกเยี่ยซื่อผลักแบบนี้ร่างท้วมก็ล้มลงบนพื้นทันที เกิดเป็เสียงกระดูกดังลั่น ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ด้วยความยากลำบาก นางโกรธจัดจนหน้าเขียว เงื้อแส้เฆี่ยนลงบนตัวสามแม่ลูกอีกครั้งโดยไม่แม้แต่จะคิดอีกต่อไปทั้งยังออกแรงมากกว่าครั้งก่อน
“นางเยี่ยซื่อตัวดี! นี่เ้ากล้าลงมือกับข้ารึ นางคนไม่มีใครสั่งสอน เป็ลูกสะใภ้แบบนี้หรือ ชักจะกำเริบเสิบสานไม่มีกฎเกณฑ์ใหญ่แล้ว วันนี้ข้าจะเฆี่ยนหญิงชั่วอกตัญญูอย่างเ้าให้ตาย!”
ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าอันรีบเร่งดังขึ้น หมอหยางที่เข้าจวนมาพร้อมเยี่ยซื่อ อาฮวาเพื่อนบ้าน รวมไปถึงคนสกุลหลี่ที่เดิมทีแอบฟังอยู่ในเรือน ทุกคนต่างพุ่งเข้ามา พอเห็นภาพในห้องต่างก็พากันตะลึงงัน
เห็นหลี่จางซื่อร่างท้วมกำลังหวดแส้ไม่ยั้งใส่แม่ลูกสามคนตรงมุมห้องที่กอดกันเป็ก้อนกลมผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ท่าทางดุดันอำมหิตนั้นใครเห็นเป็ต้องหวาดผวา
ม่อเนี่ยนจือสลบไปั้แ่ตอนที่เยี่ยซื่อปรี่ตัวเข้ามาปกป้องพวกเขา ส่วนหลี่เฉินนั้นไม่มีแรงั้แ่แรกแล้ว เยี่ยซื่อเหมือนกับแม่ไก่ที่กำลังกัดฟันรับความเ็ปเพื่อปกป้องลูกของตน
“หยุดตีเร็ว! หยุดตีเร็ว! หากเป็แบบนี้ต่อไปคนจะตายเอาได้นะ!”
หมอหยางไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไปจึงรีบเข้าไปห้ามแต่กลับถูกหลี่จางซื่อที่ขาดสติหวดเข้าหนึ่งที โชคดีที่หมอหยางตาไวยกมือขึ้นบังจึงไม่ถึงขั้นเสียโฉม ทว่าตรงข้อมือกลับมีรอยเืแดงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถึงแม้จะมีชุดกั้นไว้ก็ยังรู้สึกเจ็บมากแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายในการลงมือของหลี่จางซื่อ!
ตอนนี้คนสกุลหลี่เริ่มตั้งสติได้ พอเห็นว่าหมอได้รับาเ็ก็รีบเข้าไปแยกหลี่จางซื่อ
ป้าสะใภ้ใหญ่หวังซื่อกับอาสะใภ้สามเสี่ยวจางซื่อสบตากันหนึ่งทีแล้วคนหนึ่งก็ไปจับแขนของแม่สามีไว้อย่างรู้ใจ คนหนึ่งเข้าไปแย่งไม้แส้ปากก็พลางพูดปลอบประโลมไม่หยุด หลังจากปลอบกันอยู่ครู่ใหญ่ถึงแยกหลี่จางซื่อออกไปได้
แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ก็ยังคงได้ยินเสียงก่นด่าดังต่อเนื่องออกมาจากในเรือนของหลี่จางซื่อ คิดว่าคงไม่อาจหยุดลงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
“พี่ใหญ่หยาง ขออภัยด้วยจริงๆ ทำให้ท่านเจ็บตัวแล้ว ทั้งยังต้องรบกวนท่านจับชีพจรให้ลูกสองคนของข้าด้วย ข้า...ข้า...”
เยี่ยซื่อปาดน้ำตาพลางดันตัวลุกขึ้นจากพื้น อุ้มหลี่ซินที่หมดสติไปนานแล้วขึ้นเตียงเตาด้วยความช่วยเหลือของอาฮวา ก่อนจะพยุงหลี่เฉินไปนั่งด้านข้าง แล้วจึงหันไปพูดกับหมอหยางด้วยความลำบากใจ ทว่าพูดไปได้ครึ่งประโยคก็พูดต่อไม่ไหว น้ำตาไหลราวเปิดน้ำ กลั้นอย่างไรก็กลั้นไม่อยู่