ศีลไม่เสมอ

    บทที่ 11

            ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรไปหลายอย่างในหลายวันก่อนอมเรศไม่รู้ใจของกฤตธีราว่าจะคิดอย่างไรในสิ่งที่เขาพูดแต่เขาก็แค่คิดว่าอยากจะทำให้มันชัดเจน…

            วันนี้คือเช้าวันเสาร์ เขาต้องมาที่โรงเรียนเพื่อเรียนเสริมพิเศษกับโครงการของทางโรงเรียนตามที่พ่อบังคับมา

            อมเรศไม่ยินดีเลยไม่ใช่ขี้เกียจเรียน แต่เขาไม่ชอบครูที่สอนในวันเสาร์พอ ๆกับที่ครูเหล่านั้นไม่ชอบเขาและแม่

            อาจารย์ชนิดาที่สอนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานในชั่วโมงเรียนปกติวันเสาร์ก็ต้องเจออีก !

            อาจารย์นาตาลีชื่อเหมือนฝรั่งแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่สอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมในชั่วโมงเรียนปกติวันเสาร์ก็ต้องเจออีกเช่นกัน !!

            ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด โคตรแย่…แย่มาก ๆนี่ยังไม่รวมถึงผู้สอนวิชาสังคมศึกษาและภาษาอังกฤษ--ที่ไม่ใช่คนที่สอนในชั่วโมงเรียนปกติ

            อาจารย์ชิดจันทร์ได้ข่าวว่าไม่ถูกกับแม่มากที่สุดในหมวดการที่ต้องเรียนด้วยคือความซวยอย่างที่สุดในโลกใบนี้เท่านั้นยังไม่พอเมื่อครูหญิงมีอายุคนนั้นยังแท็กทีมมากับ อาจารย์ณัฐรีย์ที่จะสอนภาษาอังกฤษในวันเสาร์แทนที่กฤตธีรา

            สองคนนี้เข้ากันเป็นลูกคู่สนิทกันมากแบบที่ใครในโรงเรียนก็รู้ความรู้สึกแรกสุดของอมเรศทันทีที่เห็นชื่อครูผู้สอนคือ ‘ถูกรุม’

            เขานั่งหน้าห้องที่ตนเองจะต้องเรียนในวันเสาร์เป็นเครียด--เป็นกังวลจนท้องไส้ขมวดเข้าหากันเขารู้สึกแย่มากเหมือนถูกพ่อบังคับถีบหัวส่งให้ไปตกนรกขุมกาฬสุตตะ

            แม่ไม่เคยบังคับเรื่องเรียนแต่นั่นไม่ใช่กับพ่อ

            อาจารย์ณัฐรีย์คนนั้นเดินมาที่ห้องก่อนเป็นคนแรกมองเขาด้วยแววตาแสยะชอบกล อมเรศพยายามปั้นหน้าให้สงบ ‘อดทนไว้’ เขาท่องกับตนเองสามจบเสมือนสวดนะโมภาวนา

            ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษคนนั้นเดินหายไปสักพักและกลับขึ้นบันไดชั้นห้าของตึก1 ขึ้นมาพร้อมกับอาจารย์ชิดจันทร์…

            “โอ้…” อมเรศพูดเสียงเบากับตนเอง ความซวยมาเยือนอีกครั้งไม่จบสิ้นแม้แต่วันเสาร์ก็ตาม

            ครูผู้หญิงสองคนนั้นเดินมาตรงหน้าเขามองหน้ากันและพูดกันว่า “ดู--แม่มันให้มาเรียน (กับเรา) ด้วยอะ”

            คนพูดคืออาจารย์ณัฐรีย์เจ้าของใบหน้าร้ายกาจเหมือนตัวโกงในภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เขาดูอาจารย์ชิดจันทร์คู่กรณีกับแม่ของเขามาช้านานแค่แสยะริมฝีปากส่งเสียง หึ ในคอ

            อมเรศนั่งตรงนั้นปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนรังแกเด็กไป เขาพยายามทน ปั้นหน้าจนถึงที่สุด ทำเป็นยิ้ม ๆตอนพวกหล่อนสองคนพูด

            นักเรียนคนอื่น ๆมากันจนเต็มห้องถึงจะได้เข้าไปนั่ง อมเรศไม่ได้ซวยแค่นั้นเมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะซึ่งอยู่กลาง ๆ ของห้อง อาจารย์ชิดจันทร์เดินมาใช้งานให้เขาไปเอาไมโครโฟนซึ่งเขาก็โอเค ใช้ก็ไป เขาไม่มีปัญหารีบลุกออกไปเอาไมค์ให้อาจารย์ซึ่งวางไว้ที่แถว ๆ หน้าห้องหมวดคณิตที่ชั้นสี่

            เขาขึ้นบันไดกลับมาชั้นห้าตามเดิม “อาจารย์ครับผมเอามาแล้ว”

            สาบานว่าก็พูดสุภาพตามปกติแล้วนะเอาไมค์วางให้อาจารย์ชิดจันทร์บนโต๊ะและเดินมานั่งที่ตอนนั้นเองที่อาจารย์ณัฐรีย์แห่งหมวดภาษาต่างประเทศเดินปรี่เข้ามาและพูดเหนือศีรษะของเขาต่อหน้าธารกำนัน

            “นอกจากแม่มันจะให้มาเรียนด้วยยังต้องถามว่า มันตัดผมทรงอะไรวะ”

            มือของอาจารย์ณัฐรีย์ซึ่งมีอายุน้อยกว่าแม่เขาคนนั้นจับศีรษะของเขาและผลักอย่างแรง

            อมเรศได้แต่กัดกรามแน่นอดทนเข้าไว้ให้ถึงที่สุด ศีรษะของเขาถูกผลักอยู่หลายครั้ง พร้อมกับคำพูดสาดเสียเทเสียที่ออกจากปากของคนเป็นครูสอนหนังสือไม่ขาดปาก

            “แม่มันตัดผมทรงอะไรให้มันวะฮ่า ๆ” อาจารย์ณัฐรีย์จับคู่กับอาจารย์ชิดจันทร์หัวเราะเหยียดหยันทั้งเขาและอาจารย์ยูมิซึ่งไม่อยู่ ณ ตรงนี้อย่างมันปาก

            อมเรศเหยียดรอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากเขามองหน้าครูหญิงสองคนนั้น จดจำเอาไว้ว่านี่แหละคือความแค้นล่ะสักวันหนึ่งเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น !

            …

            ..

            .

            เขาเรียนอย่างอดทนกับท่าทีของผู้สอนที่เป็นปฏิปักษ์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

            พอเลิกเรียนในตอนเที่ยงเขากลับไปบ้านเจอแม่กำลังตากผ้าอยู่ เขาเล่นกับหนูแดงที่มารับไม่ได้คอมเมนต์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองเลย

            “กินอะไรมาหรือยังอำ”

            อาจารย์ยูมิรีบถามสีหน้าของบุตรชายดูเหนื่อย ๆ

            “ยังครับ”

            “งั้นก็สั่งอะไรมากินไหมลูกสั่งไก่มากินไหม”

            “ก็ดีแม่”

            “สั่งให้หนูแดงด้วยบอกเขาเอาอกนะอำ ลูกสั่งของลูกชิ้นหนึ่งแล้วเอามาเผื่อหนูแดงชิ้นหนึ่งนะ”

            “ฮ่าาเย็นนี้หนูแดงได้กินไก่อร่อยแล้วสิ”

            พูดไปอย่างนั้นแหละพอเข้าบ้านไปก็เห็นพ่อกำลังวิ่งวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดห้องน้ำ

            “อ้าวอำกลับมาแล้วเหรออย่าเพิ่งเข้าห้องน้ำนะมันลื่น พ่อกำลังขัดอยู่แม่เขาบ่นว่าเชื้อราที่ผนังเต็มไปหมด พ่อไม่ยักกะเห็น”

            “อ้อ--ครับ ๆก็พ่อไม่ได้ใส่แว่นน่ะซี่”

            “เอ้าเหรอ”

            อมเรศไม่แสดงความคิดเห็นกับเรื่องพวกนี้แน่นอนอยู่แล้วเขาทรุดกายลงนั่งที่ตรงโต๊ะหน้าทีวีที่ประจำของตน พรูลมหายใจออกมาอย่างเบื่อแสนเบื่อหนูแดงตามเข้ามาในบ้านซึ่งเปิดประตูทิ้งไว้

            “หนูแดงอย่าเพิ่งเข้ามานะ เข้าห้องน้ำไม่ได้หนูแดง พ่อกำลังทำความสะอาดอยู่” เสียงของอาจารย์กณิศดังออกมาว่าอย่างนั้น…“อำ ! ลูกมาพาหนูแดงลงไปข้างล่างทีบอกแม่ด้วยดูหมาบ้างสิ เปิดประตูทิ้งไว้เนี่ย”

    คล้ายกับเรื่องศีลไม่เสมอ ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382