หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 : เตรียมทะลวง

            ภายในตรอก เต้าหลิงทำปากยื่นมือของเขายังคงถือกระบี่หักเอาไว้ ซึ่งเขาใช้ด้ามกระบี่เคาะหัวของเจี้ยนเซียวเซียวจนนางสลบไป

            เขาเดินหาที่ลับๆ พลางนำร่างของนางไปซ่อนเอาไว้เต้าหลิงเกาหัวพลางมองไปที่พลังงานสีทองภายในใจก็พลันคิดว่าให้นางไปเสียน่าจะดีกว่า ถ้าเขานำของสิ่งนี้ไปนางจะต้องเอาเขาไปขายแน่นอน

            จากนั้นเต้าหลิงก็รีบหนีไปเขายังไม่คิดจะกลับไปที่สำนักซิงเฉินพลันมุ่งหน้าไปหาสถานที่ฝึกฝนเพื่อเตรียมทะลวงขั้นพลังและรอสืบข่าวคราว

            ตอนนี้เต้าหลิงต้องการพลังถึงแม้ว่าพลังในขั้นหล่อกายาของเขาจะแข็งแกร่งมากแล้วทว่าต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริงยังแกร่งไม่พอ เพียงแค่เข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณเขาก็จะมีไพ่ตายเอาไว้ใช้ยามวิกฤต

            ตอนนี้เต้าหลิงมีของมากมายมหาศาลของที่ใช้ทะลวงไปขั้นสถิตวิญญาณก็เตรียมพร้อมแล้ว บวกกับพลังงานสีทองซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงขั้นพลังออกไปอย่างก้าวกระโดด

            ภายในเมืองชิงโจวนั้นมีสถานที่ฝึกฝนอยู่มากมายซึ่งเขาสามารถเช่ามันเพื่อปิดขั้นพลังได้ เต้าหลิงเดินอยู่ภายในเมืองสักพักจากนั้นเขาก็มาถึงสถานที่ฝึกฝนหรูหราแห่งหนึ่ง

            “ท่านต้องการสถานที่ฝึกฝนแบบไหนเจ้าคะ?” เด็กสาวคนหนึ่งออกมาต้อนรับพลางกล่าวถาม

            “มีแบบไหนบ้าง?” เต้าหลิงเอ่ยถามเรียบๆ เป็นครั้งแรกที่เขามาที่นี่

            ได้ยินดังนั้น เด็กสาวก็ขมวดคิ้วพลางมองไปที่เขาแวบหนึ่งด้วยสายตาดูหมิ่น จากนั้นก็กล่าวออกมานิ่งๆ “มีระดับมนุษย์ระดับลึกลับ ระดับนภา สามระดับชั้น ราคาแบ่งออกเป็นระดับมนุษย์หนึ่งวันหนึ่งร้อยเหรียญทอง ระดับลึกลับหนึ่งพัน ระดับนภาหนึ่งหมื่น”

            ราคานี้ถือว่าถูกมากแล้วคนส่วนมากจะใช้เวลาปิดขั้นพลังหลายเดือน หากเช่าห้องฝึกฝนระดับนภาหนึ่งเดือนจะต้องใช้เหรียญทองถึงสามแสนเหรียญทอง โดยปกติแล้วคนธรรมดาไม่กล้าเช่า

            “ห้องฝึกฝนระดับนภาสิบวัน”เต้าหลิงยื่นบัตรสีทองออกไปใบหนึ่ง ในนั้นมีเหรียญทองอยู่ห้าแสนเหรียญทอง ซึ่งเป็นบัตรที่เขาได้มาจากคลังสมบัติ

            สีหน้าของเด็กสาวดูไม่ปกตินางนึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ดูถูกเขาเอาไว้ นางรีบพยักหน้าแล้วกล่าวออกมา “นายท่านกรุณารอสักครู่ข้าจะพาท่านไปที่ห้องฝึกฝน”

            ห้องฝึกฝนระดับนภานั้น ความจริงแล้วเป็นเพียงลานเล็กๆซึ่งพลังภายในนั้นพอๆ กับภูเขาวิญญาณของสำนักซิงเฉินนั่นทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจมาก ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเลย

            เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิลงบนเบาะนั่ง จิตใจของเขาสงบนิ่งทั่วร่างเข้าสู่สภาวะไร้จิต มีลมบางๆ ไหลผ่านเข้ามา

            จิตวิญญาณของเขาเปิดออกพลางผสานกับฟ้าดินเพื่อดึงดูดพลังฟ้าดินผ่านทางจิต

            ขั้นตอนนี้สำหรับจอมยุทธ์จำนวนมากนับว่าเป็นขั้นตอนที่ยากเอาการการดึงดูดพลังฟ้าดินจะทำให้ร่างกายมีพลังฟ้าดินผสานพลังเข้ากับพลังสวรรค์จำนวนมากเพื่อให้พลังกายแข็งแกร่งขึ้น

            พลังโคจรไปทั่วร่างและไหลทะลักออกมาจากร่างของเขาทั่วร่างเปล่งแสงสว่าง เพื่อปลุกพลังศักยภาพในทุกๆ มวลกล้ามเนื้อให้ออกมาทั้งหมด

            ตูม ลานกว้างเล็กๆ พลันสั่นไหวเพราะถูกพลังงานรุนแรงโถมเข้าใส่ ทว่าโดยรอบลานพลันปรากฏอักขระค่ายกลขึ้น ทำให้พลังไม่พุ่งออกไปข้างนอก

            ขั้นสถิตวิญญาณจะอ่อนแอหรือแข็งแกร่งนั้นอันดับแรกขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ยิ่งสภาพแวดล้อมโดยรอบแข็งแกร่งมากเท่าไรกายที่กลั่นออกมาจากฟ้าดินก็จะน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น

            พลังศักยภาพของเขาแกร่งกล้ามาก ร่างกายเปล่งแสงสวรรค์สว่างจ้าในตอนนี้เขาได้มายืนอยู่ในจุดสูงสุด พลางดูดซับพลังงานโดยรอบร่างกายได้ดึงดูดฟ้าดินและหยั่งรู้ความลึกล้ำเหมือนกับตนกำลังมองเห็นโลกอีกโลกหนึ่งอยู่

            ครึ่งวันผ่านไป ภายในร่างของเขาก็มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นปราณสีทองเดือดขึ้น นิมิตที่อยู่ภายในร่างคล้ายกับกำลังสร้างโลกใหม่ขึ้น

            เขามองเห็นว่าตนนั้นเป็นโลกใบเล็กใบหนึ่ง กระดูกทุกชิ้นกล้ามเนื้อทุกมัดเปล่งแสง เหมือนกับมีชีวิตพวกมันเริ่มปลดปล่อยพลังงานลึกลับออกมาเป็นเส้นๆ

            ครืนครืนครืน

            พลังของเต้าหลิงขยายใหญ่ขึ้นก่อนระเบิดออก รูขุมขนตามผิวหนังพรั่งพรูพลังที่น่ากลัวออกมาราวกับเขาได้เปลี่ยนเป็นสัตว์อสูรที่เชื่อมต่อกับโลกใบใหญ่ซึ่งกำลังกัดกินพลังฟ้าดินที่อยู่โดยรอบ

            ทั่วทั้งลานเล็กสั่นสะเทือนพลังจำนวนมหาศาลรอบทิศหลอมรวมกันไหลไปอยู่ตรงใจกลาง

            เลือดเนื้อของเขาเปล่งแสงสว่าง มันกำลังผลัดเปลี่ยนทั่วร่างปกคลุมไปด้วยหมอกเมฆพลังที่อยู่ภายในร่างพุ่งทะลวงขึ้นมาอย่างน่ากลัวเหมือนกับเตาหลอมที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางภูผา

            ความเร็วในการดูดกลืนของเขาเร็วมากพลังงานในลานเล็กเปี่ยมล้น แต่มันไม่เพียงพอสำหรับเต้าหลิง เพียงแค่ไม่กี่สิบลมหายใจพลังฟ้าดินที่อยู่โดยรอบก็ถูกดูดกลืนจนกลายเป็นสีดำ

            ภาพที่เกิดขึ้นหากแพร่งพรายออกไปผู้คนจะต้องตกใจจนตัวสั่นเป็นแน่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นน่ากลัวมาก เต้าหลิงดูดซับพลังจำนวนมากเข้าไปยากที่จะจินตนาการว่าพลังศักยภาพของเขาอยู่ในระดับสูงขนาดไหน

            พลังโดยรอบถูกดูดจนเหือดแห้งเต้าหลิงเกือบจะขาดตอนในการทะลวงขั้นพลังแล้วเขารีบหยิบผลผ่านจิตขึ้นมาพลางกินมันเข้าไป ไม่นานนักผลผ่านจิตทั้งผลก็ถูกกินจนหมด

            ผลผ่านจิตหลอมละลายร่างของเต้าหลิงพลันระเบิดแสงสว่างจ้าออกมามากขึ้นหลายเท่า ราวกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงอย่างไร้ที่สิ้นสุดห้วงมิติพลันเปลี่ยนสีไป

            เต้าหลิงเหมือนกลายเป็นหลุมดำแสงดวงดาวที่พบหาได้ยากจากท้องนภาถูกดูดลงมา มวลอากาศโดยรอบคายพลังน่ากลัวออกมาพลังงานโดยรอบลานเล็กถูกเขาดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง

            ผลผ่านจิตไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยพลังมหาศาลแต่มันยังช่วยให้การดูดซับพลังงานของเขาเร็วมากขึ้นหลายเท่าตัวคนประเภทนี้ในขณะที่ทะลวงก้าวเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณ พลังศักยภาพก็จะเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัดว่ามูลค่าของของสิ่งนี้ล้ำค่ามากแค่ไหน

            ร่างของเต้าหลิงปลดปล่อยแสงหมอกสวรรค์ออกมากล้ามเนื้อแต่ละมัดดูดซับพลังงานโดยรอบอย่างตะกละตะกลาม ทว่านั่นยังไม่เพียงพอมีพลังอยู่หลายจุดในร่างที่ยังไม่ตื่นขึ้น

            “ไม่พอยังไม่พอ” เต้าหลิงกลืนโอสถสถิตวิญญาณจิตม่วงลงไปเขารู้ดีว่าพลังศักยภาพของตนน่ากลัวมากขนาดไหนอีกทั้งเขาอยากจะปลุกพลังทั้งหมดให้ตื่นขึ้นในเร็ววันดูแล้วน่าจะต้องใช้ของล้ำค่าจำนวนมาก

            ทว่าเขายังมีพลังงานสีทองอยู่ซึ่งสามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้พลังงานนี้เป็นพลังงานขั้นสูง มันสามารถช่วยทำให้เขาปลุกพลังที่น่ากลัวขึ้นมาได้

            ร่างของเขาราวกับฟ้าดินอีกแห่งหนึ่งเช่นนั้นยิ่งพลังที่ผลิตออกมาในโลกเล็กของเขาแข็งแกร่งมากเท่าไรโลกเล็กก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

            ดังนั้น อัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆจึงได้เตรียมของล้ำค่าที่ยอดเยี่ยมเอาไว้มากมาย ในระหว่างการทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณมีจอมยุทธ์น่ากลัวบางคนตามหาพลังบริสุทธิ์ ฟ้าดิน พลังม่วง พลังของฟ้าดินหรือแม้แต่พลังต้นกำเนิด

            ของดีขนาดนั้นเต้าหลิงจะไปมีได้อย่างไรทว่าเขารู้ดีว่าเส้นทางในขั้นสถิตวิญญาณของตนเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้นไม่แน่ว่าของเหล่านั้นในภายภาคหน้าเขาอาจจะหามันได้

            โอสถสถิตวิญญาณจิตม่วงหลอมละลายลงไปพลังงานสีม่วงไหลออกมาภายในร่างเป็นเส้นๆมันผสานเข้าไปในเลือดเนื้อและกระดูกของเขาเพื่อปลุกพลังศักยภาพในร่างอย่างไม่ขาดสาย

            ร่างกายของเต้าหลิงน่ากลัวมากขึ้นราวกับพื้นที่ลับของเซียนถูกเปิดออกแสงเรืองรองสว่างจ้าขึ้นมา เส้นแสงสีสันล่องลอย เป็นภาพที่น่ากลัวมาก

            ขณะนี้พลังงานจากผลผ่านจิตได้หมดไปแล้วความเร็วในการดูดกลืนของเขาเริ่มน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆเสียงท่องคัมภีร์ดังขึ้นมาจากภายในร่าง ซึ่งเป็นเสียงเต๋าที่ดังขึ้นมา

            อักขระสยบฟ้าน่ากลัวมากขึ้นร่างของเขาเหมือนกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ เขาดูดกลืนพลังงานทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่แสงของดวงดาว

            โดยรอบมืดสนิท ปรากฏห้วงมิติขึ้นเขาดูดกลืนพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง พลังทุกสิ่งอย่างถูกหลอมรวมไปจนหมด

            ภายในช่องใต้กองหินกองหนึ่ง มีแสงกระบี่พุ่งออกมาก่อนที่กองหินจะแหลกสลายร่างเงาร่างหนึ่งสวมชุดเกราะสีทองเดินออกมา

            เจี้ยนเซียวเซียวขมวดคิ้วมือเรียวสวยคลำไปที่ท้ายทอยพลางขบริมฝีปากแดงสดแน่น “ใครเป็นคนทำกัน?”

            นางโกรธจนแทบจะเป็นบ้าเพราะถูกคนลอบโจมตีไม่ว่านางจะไปที่ไหน ล้วนเป็นดั่งดวงดาราที่เฉิดฉายซึ่งนางไม่เคยเสียเปรียบมากขนาดนี้

            “จะต้องเป็นเขาแน่เจ้าหัวขโมยนั่น” เจี้ยนเซียวเซียวขบฟันกรอดบนเส้นผมดำเงาของนางมีคราบเลือดเปรอะ ร่างของนางสั่นเทาด้วยความโกรธในขณะที่คิดจะไล่ตามล่าเขา สายตาของนางก็เหลือบมองไปที่พื้นด้วยใบหน้าตกตะลึง

            นางเปิดขวดหยกออกสายตาจ้องมองไปที่พลังงานสีทองที่อยู่ข้างในความโกรธของเจี้ยนเซียวเซียวหายไปทันที นางหัวเราะฮี่ฮี่ออกมาพลางกล่าวว่า “พลังงานนี้น่ากลัวจริงๆ ที่แท้เขาก็ไม่ได้คิดที่จะครอบครองมันไว้คนเดียว”

            เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวออกมาอย่างร้อนรน “ไอ่หยา เมื่อครู่ข้าถูกคนลอบทำร้ายไม่ใช่ว่าเขาถูกคนลอบทำร้ายเหมือนกันหรอกนะ?”

            “แย่ล่ะสิ” เจี้ยนเซียวเซียวเข้าใจได้ในทันทีเป้าหมายจะต้องเป็นเพราะหอคอยผ่านจิต หากเขาถูกจับตัวไป จะต้องถูกเค้นถามแล้วถูกฆ่าแน่

            นางเดินไปรอบๆ อย่างกังวลใจเต้าหลิงให้พลังงานสีทองกับนางมาหนึ่งหยด ทำให้นางซาบซึ้งมากแต่ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับเขา นางเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

            ในที่สุดนางก็มาถึงที่หอคอยผ่านจิตที่นี่เต็มไปด้วยความโกลาหล มีจอมยุทธ์แข็งแกร่งหลายคนมาและเริ่มเข้าไปชั้นที่เก้า

            คนกลุ่มที่ช่วยกันปิดข่าวถอนหายใจออกมาข่าวนี้ไม่สามารถปิดเอาไว้ได้นานเพราะที่นี่มีจอมยุทธ์แข็งแกร่งจำนวนมากมาหยั่งรู้อักขระเหล่านี้อยู่บ่อยๆเดาว่าไม่นานจะต้องมีคนจำนวนมากมาที่นี่แน่ เพราะพวกเขาอยากจะไปดูชั้นที่สิบ

            “เขาบอกว่ามีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งถูกจัดการอยู่ที่ชั้นเก้าไม่ใช่หรือ?” เจี้ยนเซียวเซียวกำหมัดฝีเท้าก้าวขึ้นไปเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชั้นเก้า

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน