ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 77 ภายในแดนเร้นลับ ชีวิตและความตายเป็นเรื่องส่วนตัว

            ซวยแล้วโดนตาแก่นี่หาจังหวะโชว์เหนือใส่อีกจนได้!

            ประโยคเมื่อครู่ของคณบดีจี้เป็นเพียงความรู้สึกที่พลุ่งพล่านจนหลุดปากออกมาพอพูดจบเขาก็รู้ตัวว่าพลาดท่าเสียแล้วส่วนคณบดีเฉียนก็รับลูกต่อได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดคำว่า ‘แต่’ ออกมาเลยแม้แต่น้อย

            ทว่าหากจะพูดกันตามตรงเจ้าตัวเล็กนี่ก็ถูกตาแก่เฉียนขุนมาจนได้ดีจริงๆ

            ทั้งเค้าโครงมังกรที่เริ่มปรากฏขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น และค่าพลังเลือดที่พุ่งทะยาน

            หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นมาดูแลคงไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนี้แน่

            ถ้าตาแก่นี่รู้จักถ่อมตัวลงสักนิดพวกเขาก็คงจะเอ่ยชมต่ออีกสักสองสามประโยคไปแล้วแต่ตอนนี้พอมองเห็นมุมปากที่หยักโค้งขึ้นของคณบดีเฉียนทั้งสองคนก็เดาออกทันทีว่าประโยคถัดไปเขาจะพล่ามอะไรออกมาจึงตัดสินใจสะบัดหน้าหนีพร้อมกัน แล้วหันไปมองไป๋ฉางเซิงแทน

            “รีบร้อนออกมาจากถุงกักวิญญาณแบบนี้ มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ?”

            ด้วยความที่เอ็นดูเจ้าของสามคณบดีจึงมีท่าทีอ่อนโยนต่อไป๋ฉางเซิงอย่างมากยิ่งไม่ต้องพูดถึงพรสวรรค์ของตัวไป๋ฉางเซิงเองที่โดดเด่นจนน่าตกใจ

            “เมื่อครู่ตอนอยู่ในถุงกักวิญญาณผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับแดนเร้นลับนั่นครับ”

            “เลยอยากจะมาขอโควตาจากท่านคณบดีทั้งสามสักที่หนึ่ง”

            อยากได้โควตาเข้าแดนเร้นลับ?

            เมื่อได้ยินคำขอของไป๋ฉางเซิงคณบดีทั้งสามต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นโดยอัตโนมัติ

            ในแผนการเดิมของพวกเขาไม่เคยมีความคิดที่จะให้เจียงจืออวี๋เข้าร่วมเลยแม้แต่น้อย

            ประการแรกการเดินทางครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก มหาโชคมักมาพร้อมกับมหาภัยหากเจียงจืออวี๋ต้องมาจบชีวิตลงที่นั่น ย่อมถือเป็นความสูญเสียอันมหาศาลของสุ่ยมู่หรือแม้แต่ของเทียนเฉาทั้งอาณาจักร

            ประการที่สองเจียงจืออวี๋ไม่มีความจำเป็นต้องไปเสี่ยงอันตรายเก็บสมุนไพรทิพย์เพื่อแลกทรัพยากรเลยสักนิด

            ขอเพียงฝึกฝนไปตามลำดับเธอก็ย่อมประสบความสำเร็จได้แล้วจะไปเสี่ยงชีวิตทำไม? หากขาดแคลนทรัพยากรจริงๆพวกเขาก็ย่อมหาทางประเคนให้เธอจนได้นั่นแหละ

            แต่ประโยคถัดมาของไป๋ฉางเซิงกลับทำให้ทั้งสามคนต้องเริ่มลังเล

            “ท่านอธิการบดีบอกแล้วว่าภายในแดนเร้นลับนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังดำรงอยู่มีเพียงสัตว์อสูรระดับทหารอสูร ซึ่งไม่มีทางระคายผิวพวกเราได้เลยแม้แต่นิดเดียว”

            “นี่คือประการแรกครับ”

            “ประการที่สอง ท่านคณบดีทั้งสามก็น่าจะรู้จักนิสัยของเจียงจืออวี๋ดีหากเธอสามารถหาทรัพยากรมาได้ด้วยตัวเอง เธอก็จะไม่เอ่ยปากขอจากใครเด็ดขาด”

            “และนี่คือโอกาสที่ดีที่สุด หากโชคดีเธออาจจะหาทรัพยากรได้มากพอสำหรับการฝึกฝนในอีกหลายปีข้างหน้าเลยก็ได้”

            “ประการที่สาม ผมกับเจียงจืออวี๋ใช้โควตาเพียงหนึ่งที่แต่พลังรบที่พวกเรามอบให้ได้คือระดับขั้นสามทั้งคู่เท่ากับว่าสถาบันจะได้พลังรบเพิ่มขึ้นฟรีๆ อีกหนึ่งตำแหน่งและเก็บเกี่ยวสมุนไพรทิพย์กลับมาได้มากขึ้นด้วย”

            “ประการที่สี่ โควตาสุดท้ายนี้จะมอบให้ใครก็ดูจะไม่ลงตัวไปเสียหมดแต่ถ้ามอบให้เจียงจืออวี๋ ผมเชื่อว่าคณบดีทุกท่านย่อมยอมรับได้จริงไหมครับ?”

            เหตุผลสี่ประการรวดที่ร่ายออกมาทำเอาคณบดีทั้งสามเริ่มใจอ่อนลงจริงๆ

            ต่อให้พวกเขาไม่อยากให้เจียงจืออวี๋ไปเสี่ยงแค่ไหนก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ไป๋ฉางเซิงพูดมานั้นมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย

            ทั้งสามสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่คณบดีเฉียนจะสะบัดมือเรียกไป๋ฉางเซิงกลับเข้าไป

            “เรื่องนี้พวกเราต้องปรึกษากันก่อนถึงจะตัดสินใจได้นายกลับเข้าถุงกักวิญญาณไปก่อนเถอะ”

            สิ่งที่พอจะทำและพอจะพูดได้เขาก็จัดการไปหมดแล้วส่วนสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่นั้นก็เกินกว่าที่เขาจะควบคุมไป๋ฉางเซิงจึงไม่ได้ขัดขืนและยอมกลับเข้าสู่ถุงกักวิญญาณไปแต่โดยดี

            ...

            ภายในห้องฝึกฝนระดับเจี่ยเดิมทีเจียงจืออวี๋ยังคงจมดิ่งอยู่ในสภาวะหลับลึกเพื่อฝึกตนทว่าแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากกำไลต่อสู้กลับดึงเธอออกมาจากสมาธิ

            ช่วงเวลาหนึ่งเดือนครึ่งที่ผ่านมาสิ่งที่สามคณบดีพอจะสอนได้ พวกเขาก็ถ่ายทอดให้เธอจนหมดสิ้นแล้ว

            ส่วนที่เหลือคือสิ่งที่เธอต้องนำมากลั่นกรองและดูดซับด้วยตัวเองและรอให้ค่าพลังเลือดทะลวงเข้าสู่ระดับแม่ทัพยุทธ์เสียก่อนถึงจะเริ่มการเรียนการสอนขั้นถัดไปได้

            ดังนั้นในช่วงหลายวันมานี้นอกจากกินและนอน เจียงจืออวี๋จึงขลุกตัวอยู่แต่ในห้องฝึกฝนระดับเจี่ยตลอดเวลา

            ด้วยพลังปราณที่หนาแน่นประกอบกับยาทิพย์ที่เพียงพอทำให้ค่าพลังเลือดของเธอเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ตราบใดที่ยังไม่ไปติดคอขวดของระดับพลังเธอจะสามารถรักษาจังหวะการฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ

            แน่นอนว่าต่อให้เจอคอขวดมันก็เป็นเพียงเรื่องของการเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น

            ด้วยระดับจักรพรรดิที่เธอยังคงมีอยู่เปรียบเสมือนเกมที่เคยเล่นจนเคลียร์จบไปรอบหนึ่งแล้ว พอต้องกลับมาเล่นใหม่อีกครั้งทุกอย่างจึงดูไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

            เจียงจืออวี๋ค่อยๆลืมตาขึ้นพลางโคจรปราณสงบจิต

            เธอก้มมองข้อความบนกำไลต่อสู้แล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

            “อาจารย์เฉียนเรียกพบฉัน?”

            คณบดีเฉียนรู้ดีว่าตอนนี้เธออยู่ในช่วงฝึกตนแต่เขาก็ยังส่งข้อความนี้มา แสดงว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่

            เธอไม่รอช้ารีบลุกขึ้นแล้วมุ่งหน้าออกไปนอกห้องฝึกฝนทันที

            ไม่กี่นาทีต่อมาเจียงจืออวี๋ก็มาถึงใต้หอเฮ่าชี่และได้พบกับคณบดีเฉียนนอกจากเขาแล้วยังมีนักศึกษาอีกเก้าคนที่มีรุ่นราวคราวเดียวกับเธอยืนอยู่ด้วย

            เมื่อสังเกตพลังเลือดของคนกลุ่มนี้พบว่าทุกคนอยู่ในระดับขั้นสามที่เกือบจะบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้วทั้งสิ้น

            ยามที่มองเห็นเจียงจืออวี๋เดินตรงเข้ามาทั้งเก้าคนต่างก็แสดงสีหน้าที่หลากหลาย แต่ในแววตาทุกคู่ล้วนมีความอิจฉาแฝงอยู่

            สำหรับรุ่นน้องคนนี้ที่แค่วันแรกที่เข้าเรียนก็บุกฝ่าไปถึงชั้นที่เก้าของหอพิชิตดาวแถมยังทำให้สามคณบดีถึงขั้นทิ้งหน้าตาเพื่อแย่งตัวกันเป็นศิษย์หากจะบอกว่าพวกเขาไม่อิจฉามันก็คงเป็นเรื่องโกหก

            แต่หลังจากที่ได้ยินข่าวว่าเจียงจืออวี๋ใช้เวลาทุกนาทีที่ว่างขลุกอยู่ในห้องฝึกฝนความรู้สึกเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความยอมรับ

            พรสวรรค์เป็นเพียงด้านหนึ่งแต่กุญแจสำคัญคือความมานะอุตสาหะนี้ต่างหาก ที่ทำให้พวกเขารู้สึกละอายแก่ใจ

            ในขณะที่ทุกคนกำลังมองเจียงจืออวี๋เธอก็สำรวจพวกเขากลับเช่นกัน

            สิ่งที่น่าสนใจคือเจียงจืออวี๋พบคนคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นถึงสองคน

            เมื่อสายตาประสานกันซินซวงและจางสิงที่ยืนอยู่ในกลุ่มคนก็แสดงอาการดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

            แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆคณบดีถึงเรียกพวกเขามารวมตัวกัน แต่หากได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับคนคุ้นเคยย่อมดีกว่าการต้องประสานงานกับคนที่ไม่รู้จักเป็นไหนๆ

            “มากันครบแล้วใช่ไหม?”

            คณบดีเฉียนเห็นเจียงจืออวี๋เดินเข้าไปยืนรวมกลุ่มกับซินซวงแล้วจึงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น:

            “ที่เรียกพวกเธอมาพร้อมกันในวันนี้ เพราะมีภารกิจสำคัญจะมอบหมายให้ทำ”

            “มีการค้นพบแดนเร้นลับแห่งใหม่ในเขตทุ่งร้างแต่เนื่องจากถูกกฎเกณฑ์แห่งโลกกดขี่ทำให้ยอดฝีมือระดับแม่ทัพยุทธ์ขึ้นไปไม่สามารถเข้าไปภายในได้”

            “ดังนั้นเราจึงต้องจัดตั้งทีมที่มีระดับต่ำกว่าแม่ทัพยุทธ์เพื่อเข้าไปบุกเบิกแดนเร้นลับแห่งนี้...”

            คณบดีเฉียนอธิบายสรุปความอย่างสั้นๆถึงที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด

            และเมื่อทุกคนเริ่มเข้าใจสถานการณ์แววตาแต่ละคู่ก็เริ่มสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นและฮึกเหิม

            โดยเฉพาะตอนที่คณบดีเฉียนเอ่ยว่าภายในนั้นมีสมุนไพรทิพย์คุณภาพสูงอยู่มากมายและผลเก็บเกี่ยวทั้งหมดนักศึกษาจะได้รับส่วนแบ่งถึงหนึ่งในสิบทุกคนต่างก็แอบกำหมัดแน่นด้วยความหวัง

            แม้แต่เจียงจืออวี๋เองก็เม้มปากเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าเธอเองก็เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

            “สถานการณ์คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ หากใครต้องการถอนตัวสามารถยกมือขึ้นได้ตอนนี้เลย”

            สิ้นคำพูดของคณบดีเฉียนเขากวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่มีใครยกมือขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว

            แน่นอนว่าคงไม่มีใครโง่พอที่จะทิ้งโอกาสทองแบบนี้ไปต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม

            คณบดีเฉียนเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง“ฉันขอเตือนพวกเธอไว้ก่อนว่าการบุกเบิกแดนเร้นลับนั้นเต็มไปด้วยภยันตรายรอบด้าน”

            “แม้ท่านอธิการบดีจะใช้สัมผัสเทวะตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเกินต้านทานอยู่ภายในแต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่มีอันตรายอย่างอื่นเกิดขึ้น”

            “ต่อให้ทางมหาวิทยาลัยจะมอบเงินชดเชยให้ครอบครัวแต่ชีวิตที่เสียไปมันก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้”

            “เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่แดนเร้นลับชีวิตและความตายถือเป็นเรื่องความรับผิดชอบของตัวเอง”

            เมื่อเห็นว่ายังคงไม่มีใครถูกประโยคนี้ข่มขวัญจนล่าถอยไปคณบดีเฉียนจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดมือสั่งการ“ออกเดินทางได้!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318