The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 36 ผู้ไร้มลทินอันมัวหมอง!

            ในวันนี้ลานพิพากษาดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะมีหลายกลุ่มที่เดินทางกลับมาเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังสถาบันหลวง เพื่อร่วมงานเทศกาลประจำปีที่กำลังจะถูกจัดขึ้น ข่าวการพิพากษาคดีฆ่ากรรมสังหารหมู่กลุ่มตั๊กแตนมรณะได้กระจายออกไปทั่วทั้งวังมรณะสาบสูญอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ต้องสงสัยคือกลุ่มซัลวาโตเร ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่ที่พึ่งก่อตั้งได้เพียงไม่กี่วัน มีผู้ที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ที่ยังอยู่ในระหว่างเดินทาง เดินทางมาถึงแล้ว และยังไม่ได้เริ่มออกเดินทาง ทันทีที่รับรู้ข่าวพวกมันก็รีบเร่งเดินทางมาเพื่อให้ทันเวลา อยากจะเป็น 1 ในสักขีพยานที่ได้รับชมการพิพากษาคดีอุกอาจนี้กับตาตัวเอง



            เป็นเวลานานมากแล้วที่เคยมีการพิพากษาคดีสังหารหมู่เกิดขึ้น โทษที่ทุกคนต่างรับรู้คือหัวหน้าถูกสังหาร ลูกน้องถูกลงโทษร้ายแรงและส่งไปใช้แรงงานตามความหนักเบาของโทษที่ได้รับ แต่เหตุที่พวกมันต้องตื่นตัวนั้นเป็นเพราะอดีตผู้ที่เคยก่อคดีนี้ หากสามารถรอดตายจากคราวเคราะห์ในครั้งนี้ได้ ชะตาชีวิตจะพุ่งพลิกกลับทะยานขึ้นฟ้าคว้าได้แม้แต่ดวงดาว แน่นอนสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะมีตัวอย่างดังเช่นในอดีตให้ได้เห็น มีศิษย์สายหลักผู้หนึ่งลงมือสังหารหมู่ผู้คนกลุ่มใหญ่หลายร้อยชีวิต เหตุเพราะอีกฝ่ายมาสังหารลูกน้องคนสนิทของศิษย์สายหลักผู้นั้น เรียกได้ว่าเป็นการตายของหนึ่งชีวิตแลกหนึ่งกลุ่มใหญ่ และด้วยความสามารถที่โดดเด่น เขาต่อสู้กับการพิพากษาจนได้รับความเป็นธรรม พ้นจากโทษคดีนี้ก็ถูกรับตัวไปเป็นศิษย์สืบทอด เมื่อชะตาฟ้ามิอาจกักขังได้อีกต่อไป ไฟแห่งความโชติช่วงลุกโหมโจมตีอุปสรรค ชีวิตพลิกผันได้เป็นใหญ่เป็นโตในภายหลัง



            ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรอดหรือไม่ก็ตาม แต่การได้มาดูคนผู้หนึ่งดิ้นรนเอาชีวิตรอด ย่อมมอบความบันเทิงรูปแบบหนึ่งให้แก่พวกมันทั้งหลาย และยามฟ้าสว่างของวันนี้นั้นเอง เสียงแตรยาวที่ถูกสร้างขึ้นจากเขาสัตว์ถูกเป่าขึ้นเสียงดังลากยาว ทางด้านหนึ่งเหนือเวทีที่กำลังจะกลายเป็นลานพิพากษา เหล่าอาวุโสลำดับสูงต่ำมากมายต่างก็มานั่งประจำที่รออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เสียงแตรเขาสัตว์เงียบลง สายลมหอบหนึ่งก็พัดหมุนขึ้นบริเวณบัลลังก์สูงสุด จากบัลลังก์ที่ว่างเปล่าปรากฏร่างของผู้นำวังมรณะสาบสูญขึ้น เมื่อประธานพิธีมาถึงแล้วก็ถึงช่วงเบิกตัวนักโทษ โทมัสแห่งกลุ่มเลือดนักสู้กระโดดลงจากที่สูงร่อนตัวลงบนพื้นเวที มันก้มหัวโค้งตัวคำนับไปยังที่นั่งประธานหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันหลังกลับไปจ้องดูผู้คนรอบด้านที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน มันสูดลมหายใจเข้าลึกเปล่งเสียงดังก้อง จนแม้แต่ผู้ที่อยู่ไกลออกไปก็ยังได้ยินราวกับมาพูดที่ข้างหู



            "เบิกตัวผู้ต้องหา ศิษย์สายนอกระดับหนึ่ง มิเนอร์วา ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสังหารหมู่ ระหว่างกลุ่มซัลวาโตเร และกลุ่มตั๊กแตนมรณะ!" ประตูที่อีกด้านของกำแพงรอบเวทีถูกเปิดออก มีบุรุษสองคนเดินออกมา มิเนอร์วาในสภาพถูกสวมกุญแจมือเดินนำหน้าผู้คุมคนใหม่ที่ไม่เคยเห็นหน้า อีกฝ่ายไม่ได้ใช้ความรุนแรงทางกายหรือวาจาใด ปล่อยให้เด็กหนุ่มเดินขึ้นเวทีไปเอง แต่กับผู้คนรอบด้านที่มาชมดูล้วนไม่ใช่ กลุ่มกุหลาบพิษยังคงกรี๊ดกร๊าดดั่งเช่นปกติ ตามประสาหญิงสาวที่ได้พบเจอบุรุษรูปงาม แต่ทางฟากบุรุษทั้งหลายนั้นไม่ใช่ มีผู้คนเริ่มด่าทอเด็กหนุ่มด้วยความอิจฉาริษยา ผู้ที่คิดมาชมดูเฉยๆ บางคนก็เริ่มเห็นเด็กหนุ่มรกหูรกตาตะโกนด่าผสมโรง บ้างไล่ให้ไปตาย บ้างก็กล่าวหาว่าเลือดเย็นไร้ใจ



            แต่ยิ่งภาพลักษณ์ดูเย็นชาไร้หัวใจมากเท่าไหร่ ในสายตาสตรีมากมายในตอนนี้ยิ่งเป็นดั่งศรแหลมจู่โจมจุดอ่อนจนร่างกายอ่อนระทวย เลือดลมเดือดพล่านอยากได้มาเป็นเจ้าของ อยากมีมาเป็นของตน เด็กหนุ่มเดินขึ้นเวทีไปหยุดยืนหันหน้าให้แก่ฝูงชน มองผู้คนรอบด้านกวาดสายตาเย็นชาไร้ใจ จับจ้องมองไปยังผู้ที่กำลังก่นด่ารอบหนึ่ง หมอกสวรรค์อนธการหมุนวนภายในดวงเนตร แผ่กลิ่นอายจิตสังหารอำมหิตกดดันให้หวาดกลัว ทุบทำลายปณิธานการกระทำของอีกฝ่าย พ่ายให้กับการคุกคามจิตวิญญาณ จนต้องรีบหุบปากเงียบทีละคนความกล้าที่เคยมีก็ได้หายไป



            บางคนแม้แต่สัตว์ตัวหนึ่งยังไม่กล้าฆ่า จะหวาดกลัวผู้ที่กล้าลงมือสังหารผู้คนกลุ่มใหญ่นั่นก็ไม่แปลก เมื่อเสียงก่นด่าเงียบหายไป เสียงกรี๊ดตื่นเต้นของเหล่าสตรียิ่งดังชัด ขัดขืนไม่ได้พ่ายแพ้ให้แก่ภาพลักษณ์สุดอันตราย พลีกายให้ได้หากมิเนอร์วาเอ่ยปาก ผู้คุมเดินมาหยุดอยู่เบื้องหลังเด็กหนุ่ม ปลดล็อกกุญแจมือให้ด้วยความนิ่มนวลและให้เกียรติ เด็กหนุ่มก้มหัวเพื่อคำนับผู้นำและอาวุโสทั้งหลาย มิเนอร์วาลอบถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ ที่สตรีกลุ่มนี้หางานมาให้ตัวเองเสมอทุกครั้งที่พบเจอกัน โทมัสยิ่งเห็นก็ยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ หวังใช้โอกาสในการเป็นผู้สอบสวนครั้งนี้ระบายโทสะใส่อีกฝ่าย



            "เจ้าเป็นผู้ต้องหาคดีสังหารหมู่กลุ่มตั๊กแตนมรณะ อีกทั้งยังใช้งานอดีตสมาชิกกลุ่มใบไม้หอมให้ร่วมกระทำความผิดเพื่อระบายความแค้นจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ใช่หรือไม่"



            "ใช่… พวกเขาก็แค่ลงมือจับกุมตามคำสั่งของข้าหัวหน้ากลุ่มซัลวาโตเร ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงข้าที่เป็นผู้ลงมือสังหาร ทุกชีวิตของกลุ่มตั๊กแตนมรณะที่ตายลง ล้วนเป็นข้าเองที่ลงมือดับสังหารล้างความชั่วช้าของพวกมันออกจากวังมรณะสาบสูญ"



            การยอมรับอย่างเปิดเผยเช่นนี้ทำให้ทุกชีวิตในลานพิพากษาแห่งนี้เงียบเสียงลง เหล่าศิษย์และอาวุโสต่างนิ่งค้าง อาวุโสลำดับสูงบางคนก็เลิกคิ้ว บางท่านก็หรี่ตา แม้แต่ท่านผู้นำก็ไม่เว้น หากสังเกตให้ดีครึ่งเทพคนนี้เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่ม แววตาก็เผยแสงแห่งความคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อยจนผู้คนรอบตัวยากจะสังเกตเห็น



            "ดี! ลูกผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับ"



            มังกรอัสนี ผู้เป็นอาวุโสใหญ่ตะโกนชมเชยเสียงดัง ผู้อื่นอาจมองไม่เห็นสายตาของท่านผู้นำเมื่อสักครู่ แต่กลับตัวตนเช่นมันนั้นไม่ใช่ แววตาที่เกิดขึ้นเช่นนั้นย่อมเคยปรากฏขึ้นที่ตัวมันเองเช่นกัน เป็นแววตาที่รอคอยตามหามาแสนนาน ผู้คนมากมายเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทา ให้กับความอหังการค้านความตายของเด็กหนุ่ม



            "หึ! ดี… ดีมากเห็นแก่ที่เจ้ายอมรับการตัดสินโทษประหารในครั้งนี้ นอกจากเจ้าแล้วข้าจะขอร้องให้ท่านผู้นำงดเว้นการลงโทษร้ายแรงและการเนรเทศกลุ่มซัลวาโตเรทั้งหมดออกไป จะส่งให้ไปใช้แรงงานเป็นเวลา 2 ปีเต็ม!"



            โทมัสรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นท่าทีไม่อนาทรร้อนใจของอีกฝ่าย ไม่มีแม้แต่การคุกเข่าร้องขอชีวิตอย่างที่มันเคยคาดหวัง สมาชิกกลุ่มซัลวาโตเรที่กำลังถูกคุมขังอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่เบื้องล่างเวที เมื่อพวกมันได้ยินคำตอบของหัวหน้าตนเองบางคนก็แทบไม่อยากจะเชื่อหู บางคนก็เริ่มดวงตาแดงปริ่มด้วยความเคารพ มีหลายคนที่กัดฟันพยายามจดจำใบหน้าของโทมัสเอาไว้ในใจ และสบถสาบานกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะล้างแค้นให้แก่หัวหน้าตน



            การซื้อใจคนที่ง่ายที่สุดคือการมอบความจริงใจให้แก่อีกฝ่ายก่อน เป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด หากอีกฝ่ายอยากทรยศหักหลังก็แล้วไป หากแต่ถ้าสำเร็จความจงรักภักดีที่อีกฝ่ายจะมอบให้นั้นย่อมมากมายไม่อาจจินตนา



            "ผิดแล้ว… ท่านอาวุโสโทมัสแห่งกลุ่มเลือดนักสู้ ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่?... ข้ายอมรับว่าเป็นคนลงมือสังหารหมู่ แต่ข้าไม่เคยพูดว่าสังหารเอาชีวิตและยิ่งไม่คิดจะยอมรับโทษทัณฑ์ใด"



            เสียงฮือฮาของผู้คนที่ซุบซิบดังระงมกล่าวกันไปต่างๆ นานา แววตาของ 4 พยัคฆ์ 5 มังกรล้วนแปลกไปคนละแบบ แสงคาดหวังรอคอยในดวงตาของท่านผู้นำและอาวุโสใหญ่เริ่มเจิดจ้า พวกเขาทั้งสองต่างสบสายตากันราวกับคนรู้ใจ อมยิ้มน้อยๆ รอคอยเหตุการณ์ต่อไปที่จะเกิดขึ้น



            "เจ้าเห็นข้าเป็นตัวตลกเลยขาดความเกรงกลัวใช่หรือไม่?... ถึงได้กล้ามาพลิกลิ้นหลอกลวงข้า ไม่ว่าเจ้าจะพูดสิ่งใดต่อจากนี้ โทษของการสังหารก็คือชีวิตแลกชีวิตย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลง ขอท่านผู้นำให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ตายด้วย"



            ผู้สอบสวนโทมัสแลตามองเด็กหนุ่มด้วยหางตาเปี่ยมด้วยความเหยียดหยามดูแคลน ก้มหัวเอ่ยขอร้องประธานพิธีผู้มีสิทธิ์ขาดในการพิพากษาลงทัณฑ์



            "แล้วที่เจ้าบอกว่าสังหารหมู่นั้นคือการสังหารสิ่งใดกันถ้าไม่ได้หมายถึงสังหารเอาชีวิต"



            มังกรวายุพูดขึ้นบ้างอย่างสงสัย เปิดทางฟ้าปาช่องทางรอดให้แก่เด็กหนุ่ม เหล่าสมาชิกกลุ่มซัลวาโตเรในตอนนี้เริ่มงุนงงตามความคิดของหัวหน้าตัวเองไม่ทัน ทุกคนต่างพากันนิ่งเงียบตั้งใจฟังคำตอบ และความเป็นไปของสถานการณ์ มิเนอร์วาแสยะยิ้มดูถูกโทมัสอย่างเปิดเผย



            "เรียนท่านผู้นำและผู้อาวุโสทั้งหลาย ในคืนนั้นข้าได้ลงมือสังหารความชั่วช้าเลวทรามของพวกเขาทั้งหมดลง ด้วยหลักการที่ว่าให้ 'สังหารปีศาจร้ายด้วยการให้อภัย' ถึงข้าจะจับพวกเขาทุกคนมาได้ แต่ก็ทำเพียงแค่นำตัวทั้งหมดเทศนารอบหนึ่ง ให้นั่งสำนึกผิดกับสิ่งชั่วร้ายที่พวกเขาทั้งหมดได้ก่อขึ้นแล้วปล่อยตัวกลับไป 7 ชีวิตของคนธรรมดาที่จากไปเพราะเหตุลอบวางเพลิงนั้น ย่อมไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ หากข้าลงมือด้วยความโหดเหี้ยมอย่างที่ท่านกล่าวหา เช่นนั้นก็เห็นแต่จะเป็นการเพิ่มจำนวนคนตายให้มากขึ้นโดยไม่มีประโยชน์ แล้วตัวข้ามิเนอร์วาจะแตกต่างอะไรกับพวกเขากัน อีกทั้งผู้บริสุทธิ์ทั้ง 7 ที่ตายไปล้วนไม่ใช่ญาติหรือคนสนิทของข้าแต่อย่างใด เหตุใดข้าต้องเอาตัวไปเสี่ยงโทษตายเพื่อคนไม่รู้จักด้วย นั่นไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ผู้อาวุโสโทมัสไม่คิดเช่นนั้นบ้างหรือไร?... แล้วก็เพลิงไหม้นั่นไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ข้าไม่เชื่อว่าวังมรณะสาบสูญที่มีหูตานับร้อยพันจะไม่ล่วงรู้ในสิ่งนี้!"



            "จะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ใช่แล้วมันจะต่างกันอย่างไร กลุ่มตั๊กแตนมรณะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย มีผู้พบเห็นกลุ่มตั๊กแตนมรณะเป็นครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ทั้งสองกลุ่มทำสงครามกัน หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นผู้คนจากกลุ่มตั๊กแตนมรณะอีก เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?"



            โทมัสยังคงไม่ยอมแพ้พยายามยัดเยียดให้อีกฝ่ายต้องรับผิดให้ได้



            "หลักฐานเล่า?... หรือท่านจะบอกว่าเด็กอย่างข้าเพียงผู้เดียว จะสามารถทำให้ผู้คนหลายสิบคนหายสาบสูญได้อย่างไร้ร่องรอย… เป็นถึงผู้นำกลุ่มอันยิ่งใหญ่ แต่ท่านไม่อาจบอกผู้ใดว่าผิด เพียงเพราะท่านอยากให้ผิดได้หรอกนะ… ท่านรู้อะไรหรือไม่… เหตุใดท่านผู้นำจึงไม่เอ่ยปากลงโทษข้าในทันที ท่านคิดว่าภายในสถาบันแห่งนี้ ทั่วเขตตัวเมืองชั้นนอกทั้งหมดนี้ จะมีเรื่องใดบ้างสามารถเล็ดลอดไปจากสายตาของผู้ปกครองที่แข็งแกร่งเช่นท่านผู้นำ ผู้ที่มีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติ ความสามารถ และบริวารที่คอยเป็นหูเป็นตาให้อย่างมากมาย"



            มิเนอร์วาเอ่ยถามย้อนโทมัสโดยใช้ชื่อและบารมีของท่านผู้นำในการกำราบอีกฝ่าย



            "หลักฐานก็คือพยานที่พบเห็นกลุ่มตั๊กแตนมรณะทำสงครามกับกลุ่มซัลวาโตเรของเจ้านั่นยังไงเล่า… หรือเจ้าจะปฏิเสธ?"



            "ฮ่าๆ ๆ ๆ… ใช่ท่านพักผ่อนน้อยไปหรือไม่? ถ้าวันนี้กลุ่มซัลวาโตเรของข้าหายเข้าไปในบ้านท่าน หากแต่โดยแท้จริงพวกข้าได้กลับออกมาและหลบหนีผู้คน เก็บตัวเพื่อสำนึกผิดในบาปที่ไหนสักแห่ง ถ้าผู้อื่นตามหาพวกข้าไม่เจอ นั่นแปลว่าท่านสังหารข้าใช่หรือไม่?"



            มิเนอร์วาย่อมมั่นใจว่าไม่หลงเหลือหลักฐานใดให้มัดตัว และจากกลีบบัวที่ให้แจกจ่ายกลืนลงท้องไปยังไม่ปรากฏสัญญาณของการทรยศหักหลังใดเกิดขึ้น การถามหาหลักฐานที่ไม่มีวันมีอยู่จริงจากอีกฝ่าย ย่อมเป็นการถามหาความยุติธรรมขั้นพื้นฐานของการพิพากษาอยู่แล้ว



            "หึ!... เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเจ้าไม่ต้องมาเล่นลิ้น เห็นๆ อยู่ว่ากลุ่มซัลวาโตเรกิ๊กก๊อกของเจ้าล้วนมีผู้คนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่บ้าง เจ้าคงไม่บอกว่าการต่อสู้ระดับนั้นจะไม่มีเหตุสังหารเกิดขึ้นหรอกนะ?... เจ้าคิดว่าต้องมีรูถึงจะตอกตะปูเข้าไปได้อย่างงั้นเหรอห้ะ! ต้องตอกตะปูถึงจะเกิดรูต่างหาก และที่แห่งนี้ก็คือที่ตอกตะปู ถึงจะไม่มีหลักฐานแต่ก็เอาผิดเจ้าได้เหมือนกันนั่นแหละ เข้าใจหรือไม่"



            ครึ่งประโยคหลังเป็นโทมัสแห่งกลุ่มเลือดนักสู้ที่ออกอาการหัวร้อน มันจงใจส่งเสียงให้มีเพียงมิเนอร์วาเท่านั้นที่ได้ยิน โดยการเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบาที่ข้างหู มันพาลไปทั่วแล้วในขณะนี้ ตัวมันไม่เคยคิดว่าเด็กน้อยที่มันดูถูกดูแคลนผู้หนึ่ง จะหาญกล้าต่อปากต่อคำกับมันได้ถึงขนาดนี้ และการที่มันไม่เคยคิดระแวงนี้เองที่จะทำให้มันเสียใจไปตลอดชีวิต



            "ท่านผู้นำหากท่านเมตตาอนุญาต ข้าขอเบิกตัวสมาชิกทั้งหมดของกลุ่มซัลวาโตเรขึ้นมาบนเวทีเพื่อชี้แจงขอรับ"



            "อนุญาต… นำตัวพวกเขาขึ้นมา"



            ขณะนี้สมาชิกทั้งหมดของกลุ่มซัลวาโตเรได้มาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่ม ทุกคนต่างแปลกใจตกตะลึงสงสัยกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น มิเนอร์วาไม่ได้สนใจท่าทีของโทมัสมันหันหน้าไปมองสมาชิกทั้งหมดในกลุ่ม ก่อนจะหันหน้ากลับมาจ้องมองขึ้นไปยังที่นั่งประธานและพูดขึ้นเสียงดัง



            "ทุกท่านเห็นบาดแผลของทุกคนหรือไม่?... หลายคนบาดเจ็บหนักก็จริงอยู่… แต่ในวันนั้นท่านสามารถสอบสวนพวกเขาได้เลย สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาทำคือสิ่งใด? ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของวังมรณะสาบสูญย่อมมีวิธีตรวจสอบว่าผู้ใดโกหกพูดเท็จ เพราะในวันนั้นคำสั่งสุดท้ายของข้าคือการสั่งให้พวกเขามัดมือสมาชิกกลุ่มตั๊กแตนมรณะที่จับได้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นพวกเขาล้วนไม่รู้เห็นสิ่งใดอีกนอกจากคำสั่งให้เดินออกไปเฝ้าระวังรอบบริเวณ เพื่อที่ข้าจะได้เทศนาสั่งสอนพวก 'คนชั่ว' ให้กลับใจได้อย่างเต็มที่"



            "เมื่อสั่งสอนเสร็จ ข้าก็ได้ปล่อยพวกเขาจากไป ส่วนพวกเขาจะไปสำนึกผิดที่ใดหลังจากนั้นข้าย่อมไม่ได้สนใจ ไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมอง"



            มิเนอร์วาขณะเอ่ยคำว่าคนชั่ว ก็ยกยิ้มหันหน้ามองไปทางโทมัสจงใจพูดเน้นย้ำคำให้อีกฝ่ายได้ยิน เหล่าอาวุโสต่างเห็นพ้องอนุญาตให้มีการสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ได้จากการสอบสวนทั้งหมดล้วนชี้ไปที่ความไม่รู้ไม่เห็นตามที่เด็กหนุ่มได้เอ่ยถึง เพราะเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นจริงๆ แสงในดวงตาของผู้อาวุโสสูงสุดยิ่งมายิ่งเจิดจ้าปรารถนาจะครอบครอง



            'เจ้าเด็กนี่วางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี การที่จะซ่อนเร้นหลักฐานจำนวนมากได้หมดจดเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงสติปัญญา และความสามารถที่มีอยู่ จบการพิพากษาข้าจะจับเจ้าหนูนี่มาเป็นศิษย์สืบทอดของข้าให้ได้'



            อลิซโฉมงามแห่งกลุ่มกุหลาบพิษที่เฝ้ามองดูตั้งแต่ต้นจบก็เริ่มได้ข้อสรุปแล้ว มองๆ ดูก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่ม



            'ดูท่าแล้วศิษย์น้องของข้าผู้นี้ ในอนาคตคงจะไม่ใช่พวกเสือกระดาษเสียแล้ว… หากแต่เป็นลูกเสือลูกพยัคฆ์ของจริง'



            ผู้คนมากมายต่างเริ่มถูกชักจูงไปกับประจักษ์พยานและหลักฐาน ที่เด็กหนุ่มงัดขึ้นมาแก้ต่างให้ตัวเองและพรรคพวก ตัวโทมัสเองก็ร่ำๆ จะดิ้นพล่านเพราะโมโห



            "ท่านผู้นำให้ความเป็นธรรมกับผู้ตายหลายสิบชีวิตด้วย"



            โทมัสจนปัญญาจะซักถามต่อจึงทำได้แค่เพียงก้มหัวเรียกหาความเป็นธรรม ตัวมันย่อมรู้ว่าเรื่องแค่นี้ทำไมตัวตนระดับผู้ปกครองสูงสุดและเหล่าอาวุโสลำดับสูงจะไม่รับรู้ความจริง มันเชื่อว่าโทษตายได้ถูกกำหนดไว้ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายกล้าลงมือสังหารภายใต้จมูกของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย การกระทำแบบนี้ย่อมหมายถึงการลบหลู่ผู้มีอำนาจมากมาย เพิกเฉยต่อหลักปฏิบัติที่มีมาแต่ช้านาน แต่ว่าคนธรรมดาใยจะรู้จิตใจปราชญ์ นกน้อยใยจะรู้ความคิดพญาอินทรี เหล่าอาวุโสมากมายในตอนนี้เริ่มตามความรู้สึกของผู้นำพวกมันและผู้อาวุโสสูงสุดได้ทันแล้ว



            ในแววตาของทุกผู้คนปรากฏความอยากได้ขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่พวกมันย่อมไม่สังเกตว่าแท้จริงแล้วมีคนผู้หนึ่งที่ประกายอยากได้ปรากฏขึ้นมากกว่าใคร เขาผู้นั้นกำลังพยายามหลบซ่อนเอาความอยากนี้ไว้อย่างสุดความสามารถ หลังจากเงียบกันอยู่นาน เหล่าอาวุโสระดับสูงทั้งเก้าคนจ้องหน้ากันไปมาเอ่ยขึ้นพร้อมกันราวกับเดาใจอีกฝ่ายได้



            "ไม่มีความผิด!..."



            ผู้คนมากมายต่างส่งเสียงพูดคุยกันอย่างตกตะลึง พวกมันทุกคนในที่นี้ล้วนเคยได้ยินตำนานบทนั้นที่กล่าวถึงบุรุษเพียงหนึ่ง ที่กล้าก้าวขาเข้าสังหารผู้คนหลายร้อยคนลงเพื่อแก้แค้นให้ลูกน้องคนสนิท ตำนานของมังกรอัสนีอหังการผู้ที่ไม่ยอมให้ใครกล้ามาลูบเกล็ดเอาง่ายๆ



            "ไร้ความผิด!"



            ผู้นำที่นั่งบนบัลลังก์ประธานเอ่ยสรุปตัดสินออกมาเสียงดังฟังชัด สมาชิกกลุ่มซัลวาโตเรทั้งหมดต่างพากันคุกเข่าอย่างหมดแรง พวกมันเองก็นึกไปถึงตำนานบทหนึ่งของวังมรณะสาบสูญ พวกมันกำลังนึกถึงตำนานของบุรุษที่ต่อสู้กับการพิพากษาอันไม่เป็นธรรมนี้ในแบบที่ต่างกันออกไป และบุรุษผู้นั้นในตอนนี้กำลังตะโกนขึ้นเสียงดังไม่สนใจเสียงดังรอบข้าง



            "เจ้าหนูอยากมาเป็นศิษย์สืบทอดของข้า เวอร์โนแห่งกลุ่มมังกรอสนีหรือไม่ ด้วยจิตใจของเจ้า ข้าจะเป็นเบื้องหลังคอยสนับสนุนเจ้าเอง!"



            "อะไรกัน ท่านอาวุโสสูงสุดกำลังจะรับศิษย์สืบทอด… เรื่องใหญ่แล้ว! หากเป็นมิตรกับเจ้าเด็กนั่นไม่ได้ย่อมไม่อาจเป็นศัตรูต้องระวังแล้ว"



            "นี่มันเรื่องอะไรกัน?... เป็นไปไม่ได้! บัดซบจบกัน!"

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน