ต้าหมิงในตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าสัตว์เวทระดับ 9 ที่เป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่จะยอมก้มหัวให้กับเขา แต่กลับกันสัตว์เวทระดับ 9 อย่างราชสีห์เกล็ดมังกรนั้นมีความรู้มากมายและรับรู้ต้นกำเนิดของตำราอสูรมายาอย่างดี
“ไม่คิดเลยว่าในที่สุดวัตถุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ก็ยอมเลือกนายเสียที” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ผู้อาวุโสท่านทำแบบนี้หมายความว่ายังไง” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“เจ้าหนู ไม่สินายท่าน ท่านไม่รู้จริงๆว่าสิ่งนี้คืออะไร” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ต้าหมิงส่ายหน้าก่อนจะเล่าถึงต้นกำเนิดของตนที่ถูกทิ้งเอาไว้พร้อมกับตำราอสูรมายาซึ่งเมื่อได้ฟังใบหน้าของราชสีห์เกล็ดมังกรก็ฉายแววตื่นตระหนกและความสิ้นหวังออกมา
“แบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าหลายหมื่นปีแล้วทำไมตระกูลเทพอสูรถึงไม่ยอมส่งคนมาช่วยข้า แต่กลายเป็นว่าพวกเขาไม่อาจจะช่วยได้ดูเหมือนว่า 4 ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์จะลงมือแล้วจริงๆ เจ้าพวกบัดซบทรศนั่นสักวันพวกมันจะต้องไม่ตายดี” ราชสีห์เกล็ดมังกรคำรามด้วยความโกรธ
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่???” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
“นายท่าน ตัวท่านนั้นมีสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลเทพอสูรอยู่ ซึ่งตระกูลเทพอสูรนั้นเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดสายโลหิตมาจากเทพอสูรในตำนาน ต่างจากสี่ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลเทพอสูรนั้นไม่ได้มีร่างกายเหมือนกับอสูรแต่กลับมีพลังกายที่ไม่แพ้อสูรตระกูลอื่นๆ และเหนือสิ่งอื่นใดตระกูลเทพอสูรจะมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์สืบทอดมาจากเทพอสูรตลอดทุกยุคสมัยและนั่นก็คือตำราอสูรมายาที่ท่านถือครองอยู่” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“นี่หมายความว่าข้าเป็นคนของเผ่าอสูรจากด้านนอกจริงๆ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเหม่อลอย
“ถ้าให้ข้าเดา ตอนนี้ตระกูลเทพอสูรคงล่มสลายไปแล้วเพราะถูกเจ้าพวกทรยศสี่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั่นทำลายไป และบิดามารดาของนายท่านจะต้องไม่มีทางเลือกนอกจากทิ้งท่านไว้ที่นี่เพื่อให้สายเลือดเทพอสูรสืบทอดต่อไปอย่างปลอดภัย” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“ข้าไม่ได้ถูกทิ้งงั้นเหรอ” ต้าหมิงบ่นพึมพำ
“ตอนนี้ตัวท่านสามารถเปิดใช้ตำราอสูรมายาที่ไม่มีใครในตระกูลเทพอสูรหลายยุคสมัยสามารถใช้ได้แล้วเพราะงั้นในอนาคตนายท่านจะต้องฟื้นฟูตระกูลเทพอสูรให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“สืบทอดสายโลหิตฟื้นฟูตระกูล ใช่แล้วเส้นทางที่ข้าเดินมานั้นถูกต้อง แต่เจ้านั่นกล้าทำร้ายคนของข้า ทำร้ายครอบครัวของข้าทำร้ายเหล่าหญิงสาวของข้า ข้าจะไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด” ต้าหมิงที่นึกไปถึงเหล่าหญิงสาวในหมู่บ้านก็กลายเป็นคำรามอย่างบ้าคลั่งทันที
“นานท่านใจเย็นๆด้วยพลังของท่านตอนนี้การตะแก้แค้นนั้นเป็นไปไม่ได้ และด้วยสถานะของท่านตอนนี้น่าจะถูดเปิดโปงแล้วเจ้าพวกมนุษย์บัดซบนั่นไม่มีทางปล่อยท่านเอาไว้แน่” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“แล้วท่านจะสามารถทำลายผนึกได้ต้องใช้เวลาอีกนานหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“น่าจะสัก 50-100 ปีน่าจะได้” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“นานไป ข้าไม่สามารถทนได้ขนาดนั้น” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“แต่จริงๆมันก็มีทางอยู่ ขอแค่นายท่านฝึกฝนจนถึงระดับจอมพลและปลุกพลังสายเลือดของตนให้ตื่นขึ้นในระดับหนึ่ง ท่านก็สามารถใช้แก่นโลหิต 1 หยดเพื่อฟื้นฟูพลังให้ข้าได้ เมื่อถึงตอนนั้นการจะทำลายผนึกนี่มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
“ระดับจอมพลงั้นเหรอ ตัวข้าพึ่งจะมาถึงระดับขุนพลขั้นต้น อีกนานกว่าข้าจะต้องใช้เวลาไปถึงระดับจอมพลอย่างไม่ต้องสงสัย” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ตัวท่านที่เข้ามาในมิติแห่งนี้พร้อมกับคนพวกนั้นย่อมไม่สามารถออกไปได้แล้วเพราะงั้นมีทางเดียวคือฝึกฝนอยู่ข้างในนี้ไปแล้วกัน” ราชสีห์เกล็ดมังกรกล่าว
อีกด้าน บนเหวผนึกอสูรขณะที่หญิงสาวที่งดงามทั้งสองกำลังยืนรอบางอย่างอยู่ ไม่นานก็มีลำแสงสีขาวปรากฏออกมาจากท้องฟ้า เมื่อลำแสงมาถึงตรงหน้าของหญิงสาวทั้งสองก็ปรากฏนกเค้าแมวตัวหนึ่ง
“นี่มันอะไรกัน” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองไปยังนกเค้าแมวตัวนางสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังอย่างมาก
“หรือว่าท่านคือมหาปราชญ์” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่ใช่ ข้าคือผู้ส่งสาส์นของมหาปราชญ์ที่พวกเจ้าเรียกถึง มหาปราชญ์ได้มอบภารกิจให้กับพวกเจ้าทั้งสองได้ทำ ถ้าทำสำเร็จพวกเจ้าก็จะสามารถเดินทางออกจากทวีปแห่งนี้ได้ทันที” นกเค้าแมวกล่าวพร้อมกับส่งม้วนกระดาษให้กับราชินีเหมันต์และจักรพรรดิจิ้งจอกก่อนจะกลายเป็นลำแสงจากไปทันที
“มหาปราชญ์ติดต่อมาเองแบบนี้แสดงว่าเด็กคนนั้นเป็นคนที่มหาปราชญ์เลือกจริงๆ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“หมายความว่ามีโอกาสที่ต้าหมิงยังมีชีวิตอยู่สินะ” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าสงบแต่ในใจของนางกำลังตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำกล่าวของนกเค้าแมว
“นี่มัน!!!!!!!!”
หลังจากเปิดอ่านข้อความด้านในจักรพรรดิจิ้งจอกถึงกับแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมานางไม่คิดว่าสิ่งที่มหาปราชญ์เขียนอยู่ข้างในคือการให้นางกระโดดลงไปยังเหวผนึกอสูรพร้อมกับมอบสาส์นนี้ให้กับราชสีห์เกล็ดมังกร
“ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“ไม่ต่างจากของเจ้าเพียงแต่ว่าภารกิจของข้าหลังจากลงไปยังเหวผนึกอสูรแล้วคือการปกป้องบุคคนสำคัญของต้าหมิงอย่างลับๆแม้แต่พวกชาวบ้านธรรมดารวมไปถึงเหล่าหญิงสาวของต้าหมิงด้วย จนกว่าต้าหมิงจะแข็งแกร่งพอและสังหารศัตรูของเขาลงได้” ราชินีเหมันต์กล่าว
“งั้นเหรออย่างน้อยข้าก็มีเจ้าลงไปเป็นเพื่อน” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยสีหน้าซีดขวาว
“เอาละไปกันเถอะ” ราชินีเหมันต์กล่าว
หญิงสาวทั้งสองตั้งสติก่อนจะกระโดดลงไปถึงแม้หญิงสาวทั้งสองไม่รู้ว่ามหาปราชญ์ต้องการจะทำอะไรกันแน่แต่พวกนางไม่มีทางเลือกเพราะพวกนางต้องการจะออกไปจากทวีปแห่งนี้มากจริงๆ ด้วยพรสวรรค์ของพวกนาง พวกนางไม่ต้องการจะหยุดอยู่แค่ระดับจักรพรรดิ
“หืม กลับมีคนกล้าลงมาหาที่ตายงั้นเหรอ” ขณะที่ราชสีห์เกล็ดมังกรกำลังคุยกับต้าหมิงอยู่กลับรู้สึกได้ถึงพวกราชินีเหมันต์กำลังลงมาทำให้ราชสีห์เกล็ดมังกรโกรธขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งโจมตีข้าต้องการจะรู้ว่าพวกเขามาทำไม” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้านายท่านว่าอย่างงั้นข้าก็ไม่มีอะไรขัดข้อง” ราชสีห์เกล็ดมังกรรอการมาถึงของหญิงสาวทั้งสองอย่างเงียบๆซึ่งต้าหมิงในตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนหัวของราชสีห์เกล็ดมังกรด้วยสีหน้าเย็นชา