การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 73 คาเรนตกลงสร้างปราสาทให้หวังเหว่ย

           “ข้าน้อยคาเรนขอคำนับนายท่านเจ้าค่ะ” คาเรนกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับหวังเหว่ยด้วยความนอบน้อม
           “ฮ่าๆๆ คาเรนหลังจากนี้เจ้าเรียกข้าว่านายท่านก็พอเวลาทักทายข้า และไม่ต้องโค้งคำนับข้าอีก” หวังเหว่ยกล่าวขณะเดินเข้าไปพยุงตัวนางขึ้น
           “เจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าว
           “ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะกำลังลูบหัววิหคน้อยอย่างอ่อนโยน ในระหว่างนั้นวิหคน้อยหันไปมองทางคาเรนเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองหวังเหว่ยเช่นเดิม
           “ฮ่าๆ เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า คาเรนในตอนนี้เจ้ามีสัตว์อสูรมดงานและสัตว์อสูรมดนักรบอยู่ในการปกครองทั้งหมดกี่ตน ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
           “ในตอนนี้ข้ามีสัตว์อสูรมดงานอยู่ในปกครอง1,000ตน สัตว์อสูรมดนักรบ7,500ตน เจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าวตอบ
           “คาเรน สัตว์อสูรมดงานและสัตว์อสูรมดนักรบมีความแตกต่างกันเช่นไรหรือ? และหลังจากที่พวกเขาถือกำเนิดนานเท่าใดกว่าพวกเขาจะเติบโต ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามคาเรนด้วยความสงสัย
           คาเรนได้หันไปยิ้มให้กับฉิงเหม่ย “สัตว์อสูรมดงานและสัตว์อสูรมดนักรบสามารถทำงานและต่อสู้ได้ทันทีหลังจากที่ถือกำเนิด สัตว์อสูรมดงานไม่สามารถต่อสู้ได้ แต่พวกเขามีความสามารถในด้านการทำงานเช่น การสร้างอาคารที่พัก การออกหาอาหารและงานอื่นๆ ที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของพวกเขา ส่วนสัตว์อสูรมดนักรบพวกเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งและสามารถต่อสู้ได้ทุกรูปแบบขอเพียงได้รับการฝึกฝน ในตอนนี้ข้าสามารถให้กำเนิดพวกเขาได้ครั้งละ500ตน แต่ในอนาคตข้าสามารถให้กำเนิดพวกเขาได้มากขึ้นตามระดับเลเวลของข้า ส่วนวิธีการให้กำเนิดขอเพียงข้ามีพลังปราณอสูรที่มากพอให้พวกเขาดูดกลืน ข้าก็สามารถให้กำเนิดพวกเขาได้ทันทีดั่งเช่นในตอนนี้”
           หลังจากกล่าวจบคาเรนได้ลูบหน้าท้องของนางที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน จากนั้นเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีได้มีดวงแสงสีเขียวระยิบระยับหลายร้อยดวงล่องลอยออกมาจากบริเวณหน้าท้องของนางและได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นสัตว์อสูรมดนักรบ500ตน!
           ฉิงเหม่ยได้มีสีหน้าตกตะลึงในทันทีเมื่อได้พบเห็นสัตว์อสูรมดนักรบ500ตน คาเรนได้ยิ้มให้กับนางก่อนจะหันไปสั่งการเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบ500ตน ให้ออกไปทำหน้าที่เดินลานตะเวนบริเวณโดยรอบเมือง
           “ข้าเข้าใจแล้วคาเรน ขอบใจเจ้ามากที่อธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟัง” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะมองไปที่หน้าท้องของคาเรนที่กลับมาแบนราบเช่นเดิม
           คาเรนยิ้มตอบรับคำกล่าวของฉิงเหม่ย
           หวังเหว่ยที่เห็นทั้งสองเริ่มสนิทกันเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “ฉิงเหม่ยหลังจากนี้ข้าจะให้เจ้าเป็นคนดูแลนาง คาเรนหากเจ้ามีเรื่องอะไรสงสัยให้เจ้าสอบถามจากฉิงเหม่ย”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยและคาเรนกล่าวพร้อมกัน
           หวังเหว่ยยิ้มขณะพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของทั้งสอง “เอาล่ะ นี่ก็เริ่มมืดค่ำแล้ว พวกเราควรกลับไปพักผ่อนกันก่อน คาเรน ข้าจะพาเจ้าเข้าไปในมิติส่วนตัวของข้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำฉิงเหม่ย วิหคน้อย คาเรน รวมถึงตนเองเข้าไปภายในมิติแดนอสูร
           วูบ

    มิติแดนอสูร

           “นายท่าน” สัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “พวกเจ้าไปแจ้งกับเฟิงเฟยให้เขาออกภารกิจงานสอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับเหล่าสัตว์อสูรที่ข้ากำลังจะทำสัญญาด้วยใหม่ ข้าต้องการอาจารย์สอนทักษะจำนวน500คน หลังจากหาอาจารย์สอนทักษะได้ครบ500คนแล้ว ให้พวกเขามารวมตัวกันรอข้าอยู่ที่นี่”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกับออกไปแจ้งเฟิงเฟยตามคำสั่งของเขาในทันที
           จากนั้นหวังเหว่ยได้หันมากล่าวกับฉิงเหม่ยและวิหคน้อย “พวกเจ้าทั้งสองกลับไปพักผ่อนกันก่อน หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ข้าจะให้คาเรนไปหาพวกเจ้าในที่พัก”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้กลับไปยังอาคารที่พักพร้อมกับวิหคน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของนาง
           หลังจากพูดคุยกับฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้หันมามองคาเรนที่กำลังตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
           “สถานที่แห่งนี้คือมิติส่วนตัวของข้า ข้าตั้งชื่อให้กับมิติแห่งนี้ว่า มิติแดนอสูร คาเรนในตอนนี้เจ้าเชื่อหรือยังว่าข้าไม่ได้โกหกเจ้า” หวังเหว่ยยิ้มให้นางขณะกล่าว
           “ขะ ข้าเชื่อนายท่านตั่งแต่แรกอยู่แล้วเจ้าค่ะ... พะ เพียงแต่สถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มากมายนักเจ้าค่ะ” คาเรนรีบกล่าวตอบหวังเหว่ยอย่างตะกุกตะกัก
           “ฮ่าๆๆ ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าลองมองสำรวจบริเวณโดยรอบให้ดี ข้าอยากให้เจ้าเลือกสร้างรังของเจ้าในสถานที่ห่างไกลออกไปจากจุดที่มีอาคารที่พักไม่ต่ำกว่า1,000กิโลเมตร เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างอาณาจักรของเจ้า สำหรับเรื่องระยะทางที่ไกลนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับข้าสามารถเดินทางไปหากันและกันได้ผ่านทางประตูมิติที่มีอยู่ทั่วทั้งมิติแดนอสูรรวมถึงในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ หากเจ้าสงสัยในเรื่องราวเหล่านี้ เจ้าสามารถสอบถามได้จากฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยกล่าวกับคาเรนด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง
           “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ในตอนนี้ข้ารู้สึกราวกับกำลังฝันอยู่เลยเจ้าค่ะ” คาเรนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
           “ฮ่าๆ ข้าดีใจที่เจ้าชอบสถานที่แห่งนี้ เอาล่ะ พวกเราควรรีบจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย ข้าจะพาเจ้าออกไปจากมิติแดนอสูร เพื่อให้เจ้าเรียกรวมกำลังพลของเจ้ามาทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้า” หลังจากกล่าวหวังเหว่ยได้พาคาเรนรวมถึงตนเองออกไปจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ

    ณ ห้องพักส่วนตัวของคาเรน

           “พวกเราออกไปบริเวณนอกเมืองกัน” หวังเหว่ยกล่าว
           “เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบคาเรนได้พาหวังเหว่ยออกจากอาคารที่พักของนาง และไปที่บริเวณนอกเมืองในทันที จากนั้นนางได้เรียกรวมกำลังพลทั้งหมดของนาง ซึ่งประกอบไปด้วยสัตว์อสูรมดงาน1,000ตน และสัตว์อสูรมดนักรบ8,000ตน
           เวลาผ่านไปห้านาที เหล่าสัตว์อสูรทั้ง9,000ตน ได้มารวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเห็นดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้กล่าวกับคาเรนว่า “ข้าจะเริ่มการทำสัญญาสัตว์อสูรกับพวกเขาแล้ว” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เขียนอักษรสัญญารูปแบบที่สี่ขนาดใหญ่ขึ้นกลางอากาศ จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้มือแตะเบาๆไปที่อักษรสัญญา
           วิ้ง วิ้ง
           อักษรสัญญาได้เปล่งแสงสีเขียวสดใสออกมา จากนั้นได้แตกกระจายเป็นเส้นแสงสีเขียวสดใสขนาดเล็กเกือบหมื่นสาย พุ่งตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าสัตว์อสูรมดงาน1,000ตน และสัตว์อสูรมดนักรบ8,000ตน สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าสัตว์อสูรรวมถึงคาเรนในทันที
           หวังเหว่ยเมื่อได้เห็นดังนั้น เขาจึงได้กล่าวกับคาเรนว่า “ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาคืออักษรสัญญาสัตว์อสูร เจ้าบอกให้พวกเขาตอบรับการทำสัญญาได้เลย”หลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย คาเรนได้สั่งการให้เหล่าสัตว์อสูรมดงาน1,000ตน และสัตว์อสูรมดนักรบ8,000ตน ตอบรับการสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยในทันที
           ตูม!
           ลำแสงสีเขียวขนาดเล็กเกือบหมื่นสาย ได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับร้อยเมตร เนื่องจากมีเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากพร้อมใจกันทำสัญญาสัตว์อสูรกับนักอัญเชิญอสูร จึงทำให้มีปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
           “ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว  คาเรนเจ้าเก็บ "ของวิเศษศิลาหมอกพรางตา" กลับมาได้แล้ว”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าวพร้อมกับหงายฝ่ามือของนางขึ้น จากนั้นได้มีศิลาสีขาวปรากฎขึ้นกลางฝ่ามือของนางและได้ล่องลอยหายเข้าไปภายในฝ่ามือของนางอย่างรวดเร็ว
           “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าวกับหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “ข้าจะพาเจ้าและพวกเขาเข้าไปภายในมิติแดนอสูร” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำคาเรนรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรทั้ง9,000ตน เข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที
           วูบ

    ณ เมืองโบราณ

           “นั่นคือการทำสัญญากับเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมาก! เกิดอะไรขึ้นภายในป่าตรงจุดนั้นกันแน่” หัวหน้าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่ภายในเมืองโบราณกล่าวออกมาเสียงดังพร้อมกับหันไปมองที่ปรึกษาของตน “เจ้ารีบส่งคนออกไปสืบหาข่าวในเรื่องนี้”
           “รับทราบขอรับท่านหัวหน้า”

    มิติแดนอสูร

           “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่รับงานอาจารย์สอนทักษะทั้ง500คนกล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับการทักทาย “พวกเจ้าช่วยสอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับพวกเขาและช่วยหาที่พักให้กับพวกเขาด้วย”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่รับงานอาจารย์สอนทักษะทั้ง500คนกล่าวพร้อมกัน
           หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันมามองเหล่าสัตว์อสูรมดงาน1,000ตน และสัตว์อสูรมดนักรบ8,000ตน “พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนทักษะกันให้ดี” หวังเหว่ยกล่าวด้วยภาษาของสัตว์อสูร
           “รับทราบขอรับท่านผู้มีพระคุณ” เหล่าสัตว์อสูรทั้ง9,000ตนกล่าวกับหวังเหว่ย
           คาเรนเมื่อได้ยินดังนั้นนางจึงได้กล่าวขึ้นว่า “หลังจากนี้ให้พวกเจ้าเรียกท่านผู้มีพระคุณว่านายท่านและให้เรียกข้าว่าแม่นางคาเรน เพราะพวกเราเป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับนายท่านเช่นเดียวกันแล้ว”
           “พวกเราเข้าใจแล้วขอรับแม่นางคาเรน” เหล่าสัตว์อสูรทั้ง9,000ตนกล่าวพร้อมกัน
           “เอาล่ะ พวกเจ้าเริ่มฝึกฝนกันได้แล้ว คาเรนเจ้าตามข้ามา” หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่รับงานอาจารย์สอนทักษะทั้ง500คน ได้เริ่มต้นสอนทักษะให้กับเหล่าสัตว์อสูรมดงาน1,000ตน และสัตว์อสูรมดนักรบ8,000ตนในทันที
           ส่วนหวังเหว่ยได้พาคาเรนไปยังที่พักส่วนตัวของเขา หลังจากมาถึงยังที่พัก ที่มีอาคารอยู่เพียงหลังเดียวในพื้นที่โล่งกว้าง หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “คาเรนเจ้ามองเห็นอะไรบ้างภายในที่พักส่วนตัวของข้า”
           คาเรนรู้สึกมึนงงเล็กน้อยกับคำถามของหวังเหว่ย หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งนางได้กล่าวขึ้นว่า “ข้าเห็นเพียงอาคารไม้หลังหนึ่งเจ้าค่ะ”
           หวังเหว่ยเอามือไขว่หลังขณะมองไปทางอาคารที่พักของเขาพร้อมกับทำสีหน้าเศร้าหมอง “เฮ้อ... หากข้ามีความสามารถมากกว่านี้ ข้าคงจะสร้างปราสาทที่สวยงามตามความฝันของข้าไปนานแล้ว... ไม่รู้ว่าข้าต้องรออีกนานเท่าใดความฝันนี้ถึงจะกลายเป็นจริง” หวังเหว่ยกล่าวพร้อมกับแกล้งบีบน้ำตาขณะมองคาเรนด้วยสีหน้าอ้อนวอนราวกับเด็กน้อย
           คาเรนที่เห็นดังนั้นนางจึงได้ยกมือขึ้นมาปิดปากและหัวเราะออกมาเบาๆด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรเจ้าค่ะนายท่าน หลังจากที่ข้าสร้างรังได้มั่นคงแล้ว ข้าจะสร้างปราสาทที่สวยงามให้กับนายท่านเจ้าค่ะ”
           หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นเขาจึงได้หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความเบิกบานใจ “ฮ่าๆๆ เรื่องนี้ข้าคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้นในตอนนี้เจ้าควรพักฟื้นร่างกายของเจ้าก่อน ส่วนเรื่องการสร้างรังเจ้าควรมอบให้เป็นหน้าที่ของเหล่าสัตว์อสูรมดงาน”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าว
           “เอาล่ะ ข้าจะพาเจ้าไปหาฉิงเหม่ยและวิหคน้อย” หลังจากจบหวังเหว่ยได้พาคาเรนไปยังอาคารที่พักของฉิงเหม่ย
           “นายท่าน” ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยกล่าวทักทาย
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับพร้อมกับหันไปมองวิหคน้อย “วิหคน้อยในวันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้าพาพี่สาวคาเรนเดินทางไปยังสถานที่ ที่พี่สาวคาเรนต้องการสร้างรังของนาง สถานที่แห่งนั้นควรอยู่ห่างจากจุดที่มีอาคารที่พักในตอนนี้ไม่ต่ำกว่า1,000กิโลเมตร เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างอาณาจักรของพี่สาวคาเรน”
           “หนูเข้าใจแล้วนายท่าน เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของหนูเอง” วิหคน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใส
           “ฮ่าๆ ขอบใจเจ้ามากวิหคน้อย” หวังเหว่ยกล่าว จากนั้นเขาได้หันไปมองคาเรน “คาเรน เจ้าพักอยู่ที่นี่ไปก่อนข้าจะพาฉิงเหม่ยและวิหคน้อยไปช่วยข้าทำงานบางอย่าง”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” คาเรนกล่าวพร้อมกับหันไปยิ้มให้ฉิงเหม่ย ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าหลายเรื่องไว้เจ้ากลับมาพวกเราค่อยคุยกันฉิงเหม่ยยิ้มตอบรับ “ข้าเข้าใจแล้ว ไว้พวกเราค่อยคุยกัน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้อุ้มวิหคน้อยอย่างอ่อนโยนและเดินตามหวังเหว่ยออกมาจากที่พัก

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน