บทที่ 21 หนุ่มหล่อจะถ่ายรูปแต่งงานกับฉันเหรอ?
เพราะผู้หญิงคนไหนก็รักสวยรักงามทั้งนั้น
ลุคสวยเฉี่ยวแบบสาวฮ่องกงกับลิปสติกสีแดงเพลิงและการแต่งตาแบบสโมกกี้อาย สวยสะกดทุกสายตา
เมื่อคิดได้แบบนั้น จางจิงจิงจึงไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าเนรมิตใบหน้าของเธออย่างสบายใจ
"คุณผู้หญิง สามีของคุณนี่หล่อเหลาจริง ๆ แถมยังใจกว้างอีก ฉันอิจฉาคุณจริง ๆ ค่ะ"
จางจิงจิงเลิกคิ้วขึ้น ฮั่วฉางชิงหล่อเหลานั้นจริง แต่ดูยังไงว่าเขาใจกว้าง?
"ทำไมถึงคิดว่าเขาใจกว้างล่ะคะ?"
"ก็นี่ไงคะ เขาก็แค่เดินเข้ามาถามราคา ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็พาคุณมาถ่ายเลย ใจกว้างจะตาย แบบนี้ไม่ใช่ถูก ๆ นะคะ คุณเห็นคู่รักข้างนอกนั่นไหม? ผู้หญิงคนนั้นมาดูสี่ห้ารอบแล้ว ผู้ชายถึงยอมให้ถ่ายค่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น ฮั่วฉางชิงก็ใจกว้างจริง ๆ ด้วย การที่ถูกคนอื่นอิจฉาแบบนี้ ทำให้จางจิงจิงรู้สึกดีใจเล็กน้อย
"จริงอย่างที่คุณพูด เื่แบบนี้เขาไม่เคยขี้เหนียวเลยค่ะ"
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เื่ราวที่คุยกันก็เป็เื่ราวทั่วไป ส่วนฮั่วฉางชิงนั้นไม่ต้องแต่งหน้าอะไรมาก แค่สวมเสื้อผ้าและจัดแต่งทรงผมก็เพียงพอแล้ว
เมื่อจางจิงจิงแต่งหน้าและเปลี่ยนเป็ชุดเ้าสาวเดินออกมา ทุกคนในสตูดิโอต่างก็ตะลึงงัน
เธอช่างงดงามเหลือเกิน ลำคอที่ระหงโค้งไปกับแผ่นหลังได้อย่างงดงาม ผมที่เกล้าขึ้นเผยให้เห็นท้ายทอยที่กลมมน ผิวพรรณที่เผยออกมาก็ดูนุ่มนวลน่าัั
แม้ว่าหญิงสาวจะมาจากชนบท แต่พ่อบุญธรรมและแม่ก็รักเธอมาก ไม่เคยให้เธอต้องทำงานหนัก ผิวพรรณจึงไม่คล้ำแดด
เดิมทีใบหน้าของจางจิงจิงก็ดูดีอยู่แล้ว แต่ปกติเธอไม่ค่อยได้แต่งหน้า ดูธรรมดาไปหน่อย แต่พอแต่งหน้าขึ้นมาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับดาราดัง
เห็นได้ชัดว่าฮั่วฉางชิงเองก็รู้สึกตะลึงเช่นกัน
จางจิงจิงรู้ว่าตนแต่งหน้าแล้วดูดี แต่ไม่คิดว่าทุกคนจะมีปฏิกิริยามากขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที
หญิงสาวที่กำลังถ่ายรูปแต่งงานอยู่เห็นว่าสายตาของสามีกำลังจ้องมองจางจิงจิง จึงอดไม่ได้ที่จะหยิกเขาเข้าไปทีหนึ่ง
"โอ๊ย!" ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บ จึงยอมละสายตากลับมา
ฮั่วฉางชิงกระแอมไอ "รออีกสักครู่นะ ใกล้เสร็จแล้ว"
จางจิงจิงพยักหน้า แล้วเดินไปยืนรอข้างๆ ฮั่วฉางชิง
เมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกัน ช่างดูเหมาะสมราวกับภาพวาด มีออร่าของหนุ่มหล่อสาวสวยราวกับเดินออกมาจากภาพวาดก็ไม่ปาน
ไม่นานนัก คู่บ่าวสาวคู่ก่อนหน้าก็ถ่ายรูปเสร็จ ถึงตาของจางจิงจิงและฮั่วฉางชิง
การถ่ายรูปแต่งงานในยุคนี้ไม่เปิดเผยเหมือนในยุคหลัง แม้แต่การจูบกันก็ไม่ได้รับอนุญาต แต่ช่างภาพจะให้เ้าบ่าวโอบเอวเ้าสาว หรือสบตากันอย่างหวานซึ้งด้วยความรักแทน
ไม่รู้ทำไม ในสถานการณ์แบบนี้จางจิงจิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว ความรู้สึกเขินอายประหลาดเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาของฮั่วฉางชิงก็ดูไม่เป็ธรรมชาติเช่นกัน ไม่อยากสบตากับจางจิงจิงเลย
ช่างภาพยืนกำกับอยู่ข้างๆ รู้สึกว่าภาพที่เห็นดูแปลกไปเล็กน้อย
“สหายทั้งสอง ทำท่าทางแข็งทื่อเกินไปแล้ว เ้าบ่าวโอบเอวเ้าสาวหน่อย ส่วนเ้าสาวก็ซบไหล่เ้าบ่าวนะครับ"
ทั้งสองคนทำตามคำสั่งราวกับหุ่นที่ถูกเชิด เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลังจากจัดท่าทางเรียบร้อย
หลังจากถ่ายไปอีกสองรูปก็เกือบจะเสร็จแล้ว จางจิงจิงกัดริมฝีปากอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยว่า "ขอฉันถ่ายรูปเดี่ยวสักรูปได้ไหมคะ?"
"ได้สิ"
ฮั่วฉางชิงถอยไปด้านข้าง จางจิงจิงจึงเผยรอยยิ้มสดใสออกมาทันที
ฮั่วฉางชิงมองดูอยู่ด้านข้าง ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับอย่างห้ามไม่อยู่
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เ้าของสตูดิโอก็บอกให้พวกเขามาเอาได้ในบ่ายวันพรุ่งนี้ จางจิงจิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเครื่องสำอางที่แต่งหน้าบนใบหน้านั้น หญิงสาวยังไม่อยากจะล้างออก จึงแค่ปล่อยผมลงมา
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ออกไปเดินเล่น และจางจิงจิงก็กลายเป็เป้าหมายของหนุ่มๆ หลายคน
จางจิงจิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อย รู้อย่างนี้ล้างหน้าก่อนออกมาก็ดี
มาแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีสายตาที่นับไม่ถ้วนมองมา ฮั่วฉางชิงก็เอ่ยปากขึ้นในที่สุด
"ไปกันเถอะ กลับบ้าน"
"อ๊ะ?"
ไม่ไปเดินเล่นแล้วเหรอ? เธอยังไม่ได้เดินเลยจะกลับแล้วเหรอ?
"อืม กลับเถอะ"
ฮั่วฉางชิงขี่จักรยาน จางจิงจิงนั่งซ้อนท้าย ทั้งสองคนกลับไปที่บ้านด้วยกัน
จางจิงจิงนึกถึงเ้าตัวเล็กทั้งสามคน พอถึงหน้าประตูบ้าน เธอก็อาศัยจังหวะที่ฮั่วฉางชิงจอดจักรยานรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
"เสี่ยวเยว่ พวกเธอทานข้าวกันรึยัง?"
เธอยังพูดไม่ทันจบก็เห็นเด็กน้อยทั้งสามคนยืนอยู่กลางลานบ้าน โดยที่เ้าตัวเล็กคนสุดท้องกำลังขยี้ตาพร้อมกับร้องไห้
จางจิงจิงใจหายวาบ รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
"เป็อะไรไป? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?"
เ้าตัวเล็กคนสุดท้องเป็เด็กดีและเชื่อฟัง จางจิงจิงค่อนข้างเอ็นดูเด็กคนนี้ พอเห็นเขาร้องไห้ก็รู้สึกสงสารจับใจ
มองไกลๆ เมื่อกี้ยังไม่เห็น พอเดินเข้ามาใกล้ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าเสื้อผ้าของเ้าสามเปื้อนโคลนเต็มไปหมด แถมเ้าลูกสุนัขที่ปักไว้บนเสื้อแขนสั้นก็ขาดอีกต่างหาก
เสื้อตัวนี้เธอเพิ่งทำให้เสร็จเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้กลายเป็แบบนี้ไปแล้ว จางจิงจิงก็โกรธขึ้นมาทันที
"เป็อะไรไป? ใครทำเสื้อหนูขาด?"
เ้าสามร้องไห้จนพูดไม่ออก เขาคิดว่าตัวเองไร้ประโยชน์จริงๆ เสื้อใหม่สวยๆ ที่คุณป้าคนสวยทำให้ก็ถูกคนอื่นทำให้เลอะซะแล้ว แถมเ้าลูกสุนัขยังขาดอีก
"ผม…ผม…ใส่เสื้อใหม่…ออกไปเล่น แล้วไอ้อ้วน…มัน…มันบอกว่าผมไม่คู่ควรใส่เสื้อสวยๆ แบบนี้ แล้วก็ให้ผม…ถอดเสื้อให้มัน ผมไม่ให้มัน…มันก็เลย…เอา…เอา…เอา..."
เ้าสามกังวลจนพูดไม่เป็ภาษา จางจิงจิงจึงดึงเสี่ยวเยว่เข้ามาหา "เสี่ยวเยว่จ้ะ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น? เล่าให้ป้าฟังหน่อยสิ"
ฮั่วเสี่ยวเยว่เล่าเื่ได้อย่างชัดเจน พวกเขาทั้งสามคนกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เลยคิดว่าจะออกไปเล่นข้างนอกสักพัก แต่ดันไปเจอกับเด็กคนอื่นๆ ในบริเวณที่พักอาศัย ในนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อเสี่ยวพั่งหรือเ้าอ้วน ปกติชอบรังแกพวกเขา วันนี้เห็นเ้าสามใส่เสื้อผ้าสวยๆ ก็เลยอยากจะแย่งเสื้อไปใส่ แน่นอนว่าเ้าสามไม่ยอมให้ เสี่ยวพั่งก็เลยเอาถังน้ำสกปรกสาดใส่เ้าสาม แล้วยังฉีกเ้าลูกสุนัขที่เธอเย็บไว้ขาดอีก
พอได้ยินดังนั้น จางจิงจิงก็โกรธมาก เธอไม่เคยเห็นเด็กที่แย่แบบนี้มาก่อน ตัวเองไม่มีก็เลยต้องทำลายของคนอื่นงั้นเหรอ? แล้วยังเอาน้ำสกปรกสาดใส่คนอื่นอีก นี่มันลูกเต้าเหล่าทหารในบ้านพักทหารจริงๆ เหรอ? ที่บ้านสั่งสอนมายังไงกัน? หรือนี่คือคุณภาพของครอบครัวที่นี่?
เห็นจางจิงจิงทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา เด็กน้อยทั้งสามคนก็กลัวจนตัวสั่น
"คุณป้าค่ะ อย่าโกรธเลยค่ะ พวกเราจะไม่ออกไปสร้างปัญหาอีกแล้วค่ะ หนูสัญญาว่าจะดูแลพวกน้องๆ เองค่ะ"
ใบหน้าของเสี่ยวเยว่ซีดเผือด เด็กน้อยเอื้อมมือไปจับชายแขนเสื้อของจางจิงจิง
จางจิงจิงไม่ได้พูดอะไร เธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปที่ห้องครัว ถังน้ำแกงตอนเช้ายังไม่ได้เททิ้ง เธอจึงยกออกมา
"ไป พวกเธอพาป้าไปหาเ้าเด็กอ้วนคนนั้นหน่อย"
เด็กทั้งสามคนใทันที
"คุณป้า คุณป้าจะทำอะไรเหรอครับ?"
จางจิงจิงพยายามระงับความโกรธ "ป้าไม่ได้โกรธพวกเธอเลย เด็กพาลคนนั้นต่างหากที่แย่ พวกเธอเป็เด็กดี เขากล้าหน้าด้านรังแกเสี่ยวฉวน พวกเราก็ไปเอาคืนกันเถอะ"
เด็กทั้งสามคน "???"
แบบนี้ได้เหรอ?
ส่วนทางด้านฮั่วฉางชิงที่อยู่ในเหตุการณ์ั้แ่แรก เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "คุณอยู่บ้านกับเด็กๆ กันไปก่อน เดี๋ยวผมไปเอง"
ลูกชายตัวเองโดนรังแกแบบนี้ แน่นอนว่าฮั่วฉางชิงไม่ใช่คนที่จะยอมทนอยู่เฉยๆ เด็ดขาด
เมื่อจางจิงจิงเห็นดังนั้น เธอก็รีบดึงเขาไว้
"คุณจะเข้าไปพูดอะไร? อย่างมากก็แค่โดนพ่อแม่เขาด่าสักสองสามคำ สุดท้ายก็ไม่ได้เอาคืนอยู่ดี"
ฮั่วฉางชิงครุ่นคิด และพบว่ามันก็เป็แบบนั้นจริงๆ เขาเป็ผู้ชายตัวโตจะไปตีเด็กได้ยังไงกัน?