ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 62 ประมูล

            ชายชราคนนั้นหยิบขวดโอสถมาตรวจสอบ

            “โอสถระดับหกความบริสุทธิ์เต็มสิบ นี่ใครเป็นคนหลอมกลั่นโอสถสองเม็ดนี้ให้กับพวกเจ้า”

            “ข้าน้อยเป็นคนหลอมกลั่นเองขอรับ”เฟยหลงพูดพร้อมกับหยิบตราสัญลักษณ์ออกมาให้ชายชราคนนั้นดู

            “เช่นนั้นเจ้าคงเป็นคนหลอมโอสถเพลิงตะวันของสมาคมโอสถด้วยใช่หรือไม่?”

            “โอสถนั้นข้าน้อยหลอมกลั่นเมื่อกลางวันนี้เพื่อทำการทดสอบเลื่อนระดับโอสถทั้งหมดจึงเป็นของสมาคมโอสถขอรับ”

            “เป็นอย่างนี้นี่เองสมาคมโอสถได้อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วหรือนี่? เช่นนั้นโอสถสองเม็ดนี้ก็ไม่ต้องตรวจสอบหรอกสรรพคุณมันเป็นอย่างที่เจ้าหนุ่มคนนี้พูดนั่นแหละเจียวจินเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับหกขั้นสูงสุด เขาไม่หลอกเจ้าหรอก”

            “ค่ะท่านปู่”

            “ข้าชื่อเจียวเฉินยี่ เป็นเจ้าของโรงประมูลหิมะทองคำที่นี่เอง”

            “คารวะท่านผู้อาวุโสเจียวเฉินยี่ข้าน้อย เฟยหลง สองคนนี้องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองขอรับ”

            “โอ้เป็นพวกท่านนี่เอง ข้าน้อยต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้การต้อนรับ องค์ชายใหญ่องค์ชายรอง”

            “ไม่เป็นไรหรอกท่านผู้อาวุโสพวกเราเพียงแค่พาเฟยหลงออกมาหาอาวุธสักชิ้นเท่านั้นเอง”

            “อาวุธที่ทางโรงประมูลของเราจะนำออกมาประมูลในวันพรุ่งนี้ก็มีอยู่หลายชิ้นเช่นกันยังไงวันพรุ่งนี้ก็เชิญองค์ชายทั้งสองและเฟยหลงมาร่วมประมูลด้วยก็แล้วกัน”

            เจียวเฉินยี่หยิบป้ายทองให้กับเฟยหลง และองค์ชายทั้งสอง

            “เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ววันนี้พวกเราต้องขอตัวก่อน”

            องค์ชายทั้งสองและเฟยหลงออกจากโรงประมูลหิมะทองคำพวกเขายังคงเดินเที่ยวชมสินค้าอื่น ๆ ต่อ ภายในเมืองหลวงนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมากระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งวันนั้นไม่สามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งหมด

            “เฟยหลงเจ้าอยากได้อาวุธแบบไหน?” องค์ชายใหญ่เอ่ยถามขึ้น

            “ข้าฝึกฝนร่างกายและฝีกพลังยุทธ์ไปพร้อม ๆ กับฝีกพลังเวทดังนั้นอาวุธที่ข้าอยากจะได้นั้นจึงเป็นอาวุธที่สามารถใช้ฝึกร่างกายและพลังยุทธ์ไปพร้อมๆกันได้”

            “ข้าว่ากระบี่หรือดาบก็น่าจะเหมาะสมกับเจ้าดีนะเฟยหลง ทั้งสองนั้นสามารถฝึกฝนไปพร้อม ๆ กับการฝึกร่างกายและการฝึกพลังยุทธ์ได้บิดาของข้าเองก็ชอบฝึกพลังยุทธ์เช่นกัน ข้าเห็นเขาใช้กระบี่เป็นอาวุธและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ”

            “กระบี่ท่านอาจารย์ของข้ามอบให้ข้าแล้วหนึ่งเล่ม  แต่ที่ข้าอยากจะได้ข้าอยากจะได้อาวุธหนัก ๆไว้สำหรับฝึกฝนร่างกายของข้าไปด้วย”

            “เอาหละเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยดูว่ามีอาวุธหนักๆ ออกมาประมูลหรือเปล่าหากไม่มีพวกเราคงต้องไปหาผู้อาวุโสอู๋ทงรบกวนให้ท่านช่วยสร้างอาวุธให้กับข้าอีกที”

            เมื่อทั้งสามคนกลับมายังพระราชวังองค์หญิงฮุ่ยหลิง และยู่จินเชียงทั้งคู่รอพบเฟยหลงอยู่ก่อนแล้ว

            “พวกเจ้าพากันไปที่ไหนมาไม่ยอมชวนพวกเราออกไปด้วยเลยนะ”

            “ขอโทษทีน้องหญิง ยู่จินเชียง พวกเราไปส่งเฟยหลงทดสอบเลื่อนระดับนักหลอมโอสถมานะเลยไม่ได้ชวนพวกเจ้าออกไปด้วย”

            “แล้วเฟยหลงผ่านการทดสอบหรือเปล่า?”

            “ของมันแน่อยู่แล้วระดับเฟยหลงเสียอย่างจะไม่ผ่านได้ยังไง”

            “องค์หญิงยู่จินเชียงพรุ่งนี้พวกเราจะไปโรงประมูลกัน พวกท่านจะไปกับพวกเราไหม”

            “ไปสิไหน ๆ พวกเราก็อยากจะออกไปเที่ยวอยู่แล้วแล้วพวกท่านอยากได้อะไรอย่างนั้นหรือถึงได้เลือกไปที่โรงประมูลกัน”

            “เฟยหลงอยากได้อาวุธสักชิ้นนะเอาไว้เสร็จจากการประมูลแล้วพี่จะพาพวกเจ้าเที่ยวไปเที่ยวกันต่อเองเดี๋ยวกลับไปพี่ว่าจะชวนเฉินคงไปด้วยอีกคน ไปกันเยอะ ๆ น่าจะสนุกกว่า”

            “จริงๆ นะพี่ใหญ่ ท่านสัญญาแล้วนะห้ามคืนคำด้วย”

            เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งหกคนออกจากพระราชวังมุ่งหน้าไปยังโรงประมูลในทันทีเมื่อมาถึงพวกเขาพบว่าคนที่มาประมูลในวันนี้มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่มายืนรอที่หน้าประตูทางเข้าโรงประมูลหิมะทองคำ

            เมื่อประตูโรงประมูลเปิดยามที่เฝ้าหน้าประตูจึงประกาศออกมา

            “ที่นั่งธรรมดาสิบเหรียญทอง ที่นั่งพิเศษหนึ่งร้อยเหรียญทอง ส่วนห้องส่วนตัวห้าร้อยเหรียญทอง”

            “ที่นี่เขาเก็บค่าที่นั่งด้วยอย่างนั้นหรือข้าเพิ่งมาครั้งแรกเลยไม่รู้พวกท่านจะเลือกที่นั่งแบบไหน” เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องเลือกหรอกจำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อวานท่านผู้อาวุโสเจียวเฉินยี่ มอบป้ายทองให้กับพวกเราพวกเจ้าตามข้ามาสิ” องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้น

            จากนั้นทั้งหกคนจึงเดินตามองค์ชายใหญ่ไปเมื่อถึงหน้าประตูองค์ชายใหญ่หยิบป้ายทองของเขายื่นให้กับยามที่เฝ้าหน้าประตูเมื่อยามเห็นป้ายทองของโรงประมูลหิมะทองคำในมือขององค์ชายใหญ่เขารีบส่งคนนำทางองค์ชายใหญ่และพวกทั้งหมดไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ด้านบนสุดในทันที

            พวกเขานั่งรออยู่ในห้องส่วนตัวราวๆ ครึ่งชั่วโมง มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีของโรงประมูลหิมะทองคำ

            “ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โรงประมูลหิมะทองคำของพวกเราวันนี้เป็นโอกาสพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพราะของที่นำมาประมูลในวันนี้มีจำนวนมากและยังมีของล้ำค่าอยู่จำนวนไม่น้อยเบื้องต้นทางโรงประมูลของเราได้ตรวจสอบและรับประกันคุณภาพของทุกชิ้นที่นำออกมาประมูลดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจะเริ่มทำการประมูลสินค้าชิ้นแรก ณ บัดนี้”

            “สินค้าชิ้นแรกในวันนี้เป็นสมุนไพรหมอกม่วงอายุสามพันปี ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ หนึ่งร้อยเหรียญทองท่านใดสนใจเชิญเสนอราคามาได้เลย”

            “สำนักรุ่งพิรุณสองร้อยเหรียญทอง”

            “สำนักสี่สหายสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง”

            “สำนักพยัคฆ์เมฆาสี่ร้อยเหรียญทอง”

            “มีใครให้สูงกว่านี้ไหมคะ”

            ...........

            “สำนักหนึ่งตะวันหนึ่งพันเหรียญทอง”

            “สำนักมังกรฟ้าหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง”

            “มีใครให้สูงกว่านี้หรือเปล่าคะหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองหนึ่ง หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองสองหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง ปิดการขาย สามยินดีด้วยกับสำนักมังกรฟ้าที่ได้รับสมุนไพรหมอกม่วงอายุสามพันปีไปครอบครอง”

            “แค่สินค้าชิ้นแรกก็ถูกประมูลไปในราคาถึงหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองแล้วแล้วแบบนี้อาวุธของข้าจะมีราคาสูงเพียงใด”

            “เจ้าอย่าได้กังวลไปหากเงินของเจ้าไม่พอ ใช้เงินของพวกเราด้วยก็ได้” องค์ชายใหญ่พูดขึ้นมา

            “ขอบใจพวกท่านมาก”

            การประมูลยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรายการที่ห้าสิบสี่

            “รายการที่ห้าสิบสี่เป็นโอสถระดับหก ความบริสุทธิ์เต็มสิบ เป็นเม็ดยาที่ท่านปรมาจารย์ที่หลอมโอสถเพื่อทดสอบเลื่อนระดับผ่านเป็นนักหลอมโอสถระดับหกได้หลอมขึ้นมาโอสถนี้มีชื่อว่าโอสถเพลิงตะวัน เป็นโอสถที่ใช้เสริมพลังเวทไฟสำหรับผู้ที่ใช้ธาตุไฟโดยเฉพาะหากทานโอสถชนิดนี้เข้าไปพลังธาตุไฟของท่านจะรุนแรงเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็นเวลาสามชั่วโมง  โอสถชนิดนี้มีทั้งหมดสิบสองเม็ด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ หนึ่งพันเหรียญทอง”

            “สำนักเปลวอัคคีเสนอให้ราคาสามพันเหรียญทอง”

            “สำนักวายุเพลิงสี่พันเหรียญทอง”

            “สำนักหนึ่งตะวันห้าพันเหรียญทอง”

            ..........

            “สำนักมังกรฟ้าแปดพันห้าร้อยเหรียญทอง”

            “สำนักเก้าวิญญาณเก้าพันเหรียญทอง”

            “สำนักเปลวอัคคีหนึ่งหมื่นเหรียญทอง”

            หนึ่งหมื่นเหรียญทองหนึ่งหนึ่งหมื่นเหรียญทองสอง มีใครเสนอให้มากกว่านี้ไหม หนึ่งหมื่นเหรียญทองสามปิดการขาย ยินดีกับสำนักเปลวอัคคีที่ได้โอสถเพลิงตะวันไปครอบครอง

            ต่อไปเป็นรายการที่ห้าสิบห้าเป็นโอสถหิมะหยกขาว โอสถนี้เป็นโอสถระดับหก ความบริสุทธิ์เต็มสิบ เช่นเดียวกันและเป็นโอสถของนักหลอมคนเดียวกันกับที่หลอมโอสถเพลิงตะวันโอสถหิมะหยกขาวนี้มีอยู่ด้วยกันสองเม็ด จะจำหน่ายครั้งละหนึ่งเม็ดเท่านั้นสรรพคุณของโอสถชนิดนี้คือ สามารถทำให้ผู้เฒ่าที่ชราไม่มีเรี่ยวแรงสามารถกลับมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวได้อีกครั้ง โอสถหิมะหยกขาวนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งพันเหรียญทอง”

            “แม่นางสรรพคุณนี้เกินจริงไปหรือไม่หากทานเข้าไปแล้วไม่สามารถกลับมาสู่วัยหนุ่มสาวได้พวกเราไม่เสียเงินเปล่าอย่างนั้นหรือ”

            “ใช่ๆ  สรรพคุณเกินจริงไปหรือเปล่าทางโรงประมูลได้ทดสอบโอสถนี้แล้วหรือยัง?”

            “แม้จะเป็นนักหลอมโอสถระดับหกก็จริงแต่โอสถที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ไม่น่าจะมีได้นะ”

            หญิงสาวเริ่มหน้าเสียเพราะไม่สามารถตอบคำถามของผู้เข้าร่วมการประมูลได้ทั้งหมด

            “ในเมื่อพวกท่านกังวลว่าจะสรรพคุณนี้จะกล่าวเกินจริงเช่นนั้นข้า เจียวเฉินยี่ จะขอทดสอบให้พวกท่านได้ดูเองแต่ข้าจะขอบอกพวกท่านเอาไว้ว่า โอสถมีเพียงแค่สองเม็ดเท่านั้นเพราะฉนั้นพวกท่านอย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกัน”

            เจียวเฉินยี่เดินขึ้นไปบนเวที พร้อมกับหยิบโอสถหิมะหยกขาวขึ้นมาหนึ่งเม็ดเขาหยิบมันใส่เข้าปากในทันที ผู้คนทั่วทั้งโรงประมูลต่างจ้องไปยังเจียวเฉินยี่เพียงไม่ถึงห้านาที จากผมและหนวดเคราที่ขาวโผลนของเจียวเฉินยี่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ผิวหนังที่เหี่ยวย่นเริ่มเปลี่ยนกลับมาเต่งตึงเพียงไม่นานร่างกายของ เจียวเฉินยี่กลับเปลี่ยนแปลงเป็นชายหนุ่มอายุราว ๆสามสิบกว่า ๆ เท่านั้น

            เสียงพูดคุยดังไปทั่วทั้งโรงประมูลหลังจากนั้นไม่นาน เจียวเฉินยี่กลับนั่งลงทำสมาธิอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานพลังเวททั่วร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเจียวเฉินยี่ลืมตาขึ้น

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถเลื่อนระดับพลังเวทของข้าเป็นระดับจักรพรรดิมนตราได้เสียที”

            เจียวเฉินยี่ติดอยู่ที่ระดับราชันย์มนตราระดับเก้ามาหลายสิบปีแล้วเมื่อทานโอสถหิมะหยกขาวเข้าไปทำให้เขาสามารถก้าวผ่านไปสู่ระดับราชันย์มนตราได้อย่างไม่คาดคิด

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367