ชายชราคนนั้นหยิบขวดโอสถมาตรวจสอบ
“โอสถระดับหกความบริสุทธิ์เต็มสิบ นี่ใครเป็นคนหลอมกลั่นโอสถสองเม็ดนี้ให้กับพวกเจ้า”
“ข้าน้อยเป็นคนหลอมกลั่นเองขอรับ”เฟยหลงพูดพร้อมกับหยิบตราสัญลักษณ์ออกมาให้ชายชราคนนั้นดู
“เช่นนั้นเจ้าคงเป็นคนหลอมโอสถเพลิงตะวันของสมาคมโอสถด้วยใช่หรือไม่?”
“โอสถนั้นข้าน้อยหลอมกลั่นเมื่อกลางวันนี้เพื่อทำการทดสอบเลื่อนระดับโอสถทั้งหมดจึงเป็นของสมาคมโอสถขอรับ”
“เป็นอย่างนี้นี่เองสมาคมโอสถได้อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วหรือนี่? เช่นนั้นโอสถสองเม็ดนี้ก็ไม่ต้องตรวจสอบหรอกสรรพคุณมันเป็นอย่างที่เจ้าหนุ่มคนนี้พูดนั่นแหละเจียวจินเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับหกขั้นสูงสุด เขาไม่หลอกเจ้าหรอก”
“ค่ะท่านปู่”
“ข้าชื่อเจียวเฉินยี่ เป็นเจ้าของโรงประมูลหิมะทองคำที่นี่เอง”
“คารวะท่านผู้อาวุโสเจียวเฉินยี่ข้าน้อย เฟยหลง สองคนนี้องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองขอรับ”
“โอ้เป็นพวกท่านนี่เอง ข้าน้อยต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้การต้อนรับ องค์ชายใหญ่องค์ชายรอง”
“ไม่เป็นไรหรอกท่านผู้อาวุโสพวกเราเพียงแค่พาเฟยหลงออกมาหาอาวุธสักชิ้นเท่านั้นเอง”
“อาวุธที่ทางโรงประมูลของเราจะนำออกมาประมูลในวันพรุ่งนี้ก็มีอยู่หลายชิ้นเช่นกันยังไงวันพรุ่งนี้ก็เชิญองค์ชายทั้งสองและเฟยหลงมาร่วมประมูลด้วยก็แล้วกัน”
เจียวเฉินยี่หยิบป้ายทองให้กับเฟยหลง และองค์ชายทั้งสอง
“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ววันนี้พวกเราต้องขอตัวก่อน”
องค์ชายทั้งสองและเฟยหลงออกจากโรงประมูลหิมะทองคำพวกเขายังคงเดินเที่ยวชมสินค้าอื่น ๆ ต่อ ภายในเมืองหลวงนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมากระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งวันนั้นไม่สามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งหมด
“เฟยหลงเจ้าอยากได้อาวุธแบบไหน?” องค์ชายใหญ่เอ่ยถามขึ้น
“ข้าฝึกฝนร่างกายและฝีกพลังยุทธ์ไปพร้อม ๆ กับฝีกพลังเวทดังนั้นอาวุธที่ข้าอยากจะได้นั้นจึงเป็นอาวุธที่สามารถใช้ฝึกร่างกายและพลังยุทธ์ไปพร้อมๆกันได้”
“ข้าว่ากระบี่หรือดาบก็น่าจะเหมาะสมกับเจ้าดีนะเฟยหลง ทั้งสองนั้นสามารถฝึกฝนไปพร้อม ๆ กับการฝึกร่างกายและการฝึกพลังยุทธ์ได้บิดาของข้าเองก็ชอบฝึกพลังยุทธ์เช่นกัน ข้าเห็นเขาใช้กระบี่เป็นอาวุธและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ”
“กระบี่ท่านอาจารย์ของข้ามอบให้ข้าแล้วหนึ่งเล่ม แต่ที่ข้าอยากจะได้ข้าอยากจะได้อาวุธหนัก ๆไว้สำหรับฝึกฝนร่างกายของข้าไปด้วย”
“เอาหละเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยดูว่ามีอาวุธหนักๆ ออกมาประมูลหรือเปล่าหากไม่มีพวกเราคงต้องไปหาผู้อาวุโสอู๋ทงรบกวนให้ท่านช่วยสร้างอาวุธให้กับข้าอีกที”
เมื่อทั้งสามคนกลับมายังพระราชวังองค์หญิงฮุ่ยหลิง และยู่จินเชียงทั้งคู่รอพบเฟยหลงอยู่ก่อนแล้ว
“พวกเจ้าพากันไปที่ไหนมาไม่ยอมชวนพวกเราออกไปด้วยเลยนะ”
“ขอโทษทีน้องหญิง ยู่จินเชียง พวกเราไปส่งเฟยหลงทดสอบเลื่อนระดับนักหลอมโอสถมานะเลยไม่ได้ชวนพวกเจ้าออกไปด้วย”
“แล้วเฟยหลงผ่านการทดสอบหรือเปล่า?”
“ของมันแน่อยู่แล้วระดับเฟยหลงเสียอย่างจะไม่ผ่านได้ยังไง”
“องค์หญิงยู่จินเชียงพรุ่งนี้พวกเราจะไปโรงประมูลกัน พวกท่านจะไปกับพวกเราไหม”
“ไปสิไหน ๆ พวกเราก็อยากจะออกไปเที่ยวอยู่แล้วแล้วพวกท่านอยากได้อะไรอย่างนั้นหรือถึงได้เลือกไปที่โรงประมูลกัน”
“เฟยหลงอยากได้อาวุธสักชิ้นนะเอาไว้เสร็จจากการประมูลแล้วพี่จะพาพวกเจ้าเที่ยวไปเที่ยวกันต่อเองเดี๋ยวกลับไปพี่ว่าจะชวนเฉินคงไปด้วยอีกคน ไปกันเยอะ ๆ น่าจะสนุกกว่า”
“จริงๆ นะพี่ใหญ่ ท่านสัญญาแล้วนะห้ามคืนคำด้วย”
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งหกคนออกจากพระราชวังมุ่งหน้าไปยังโรงประมูลในทันทีเมื่อมาถึงพวกเขาพบว่าคนที่มาประมูลในวันนี้มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่มายืนรอที่หน้าประตูทางเข้าโรงประมูลหิมะทองคำ
เมื่อประตูโรงประมูลเปิดยามที่เฝ้าหน้าประตูจึงประกาศออกมา
“ที่นั่งธรรมดาสิบเหรียญทอง ที่นั่งพิเศษหนึ่งร้อยเหรียญทอง ส่วนห้องส่วนตัวห้าร้อยเหรียญทอง”
“ที่นี่เขาเก็บค่าที่นั่งด้วยอย่างนั้นหรือข้าเพิ่งมาครั้งแรกเลยไม่รู้พวกท่านจะเลือกที่นั่งแบบไหน” เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเลือกหรอกจำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อวานท่านผู้อาวุโสเจียวเฉินยี่ มอบป้ายทองให้กับพวกเราพวกเจ้าตามข้ามาสิ” องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้น
จากนั้นทั้งหกคนจึงเดินตามองค์ชายใหญ่ไปเมื่อถึงหน้าประตูองค์ชายใหญ่หยิบป้ายทองของเขายื่นให้กับยามที่เฝ้าหน้าประตูเมื่อยามเห็นป้ายทองของโรงประมูลหิมะทองคำในมือขององค์ชายใหญ่เขารีบส่งคนนำทางองค์ชายใหญ่และพวกทั้งหมดไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ด้านบนสุดในทันที
พวกเขานั่งรออยู่ในห้องส่วนตัวราวๆ ครึ่งชั่วโมง มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีของโรงประมูลหิมะทองคำ
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โรงประมูลหิมะทองคำของพวกเราวันนี้เป็นโอกาสพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพราะของที่นำมาประมูลในวันนี้มีจำนวนมากและยังมีของล้ำค่าอยู่จำนวนไม่น้อยเบื้องต้นทางโรงประมูลของเราได้ตรวจสอบและรับประกันคุณภาพของทุกชิ้นที่นำออกมาประมูลดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจะเริ่มทำการประมูลสินค้าชิ้นแรก ณ บัดนี้”
“สินค้าชิ้นแรกในวันนี้เป็นสมุนไพรหมอกม่วงอายุสามพันปี ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ หนึ่งร้อยเหรียญทองท่านใดสนใจเชิญเสนอราคามาได้เลย”
“สำนักรุ่งพิรุณสองร้อยเหรียญทอง”
“สำนักสี่สหายสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง”
“สำนักพยัคฆ์เมฆาสี่ร้อยเหรียญทอง”
“มีใครให้สูงกว่านี้ไหมคะ”
...........
“สำนักหนึ่งตะวันหนึ่งพันเหรียญทอง”
“สำนักมังกรฟ้าหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง”
“มีใครให้สูงกว่านี้หรือเปล่าคะหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองหนึ่ง หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองสองหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทอง ปิดการขาย สามยินดีด้วยกับสำนักมังกรฟ้าที่ได้รับสมุนไพรหมอกม่วงอายุสามพันปีไปครอบครอง”
“แค่สินค้าชิ้นแรกก็ถูกประมูลไปในราคาถึงหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบเหรียญทองแล้วแล้วแบบนี้อาวุธของข้าจะมีราคาสูงเพียงใด”
“เจ้าอย่าได้กังวลไปหากเงินของเจ้าไม่พอ ใช้เงินของพวกเราด้วยก็ได้” องค์ชายใหญ่พูดขึ้นมา
“ขอบใจพวกท่านมาก”
การประมูลยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรายการที่ห้าสิบสี่
“รายการที่ห้าสิบสี่เป็นโอสถระดับหก ความบริสุทธิ์เต็มสิบ เป็นเม็ดยาที่ท่านปรมาจารย์ที่หลอมโอสถเพื่อทดสอบเลื่อนระดับผ่านเป็นนักหลอมโอสถระดับหกได้หลอมขึ้นมาโอสถนี้มีชื่อว่าโอสถเพลิงตะวัน เป็นโอสถที่ใช้เสริมพลังเวทไฟสำหรับผู้ที่ใช้ธาตุไฟโดยเฉพาะหากทานโอสถชนิดนี้เข้าไปพลังธาตุไฟของท่านจะรุนแรงเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็นเวลาสามชั่วโมง โอสถชนิดนี้มีทั้งหมดสิบสองเม็ด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ หนึ่งพันเหรียญทอง”
“สำนักเปลวอัคคีเสนอให้ราคาสามพันเหรียญทอง”
“สำนักวายุเพลิงสี่พันเหรียญทอง”
“สำนักหนึ่งตะวันห้าพันเหรียญทอง”
..........
“สำนักมังกรฟ้าแปดพันห้าร้อยเหรียญทอง”
“สำนักเก้าวิญญาณเก้าพันเหรียญทอง”
“สำนักเปลวอัคคีหนึ่งหมื่นเหรียญทอง”
หนึ่งหมื่นเหรียญทองหนึ่งหนึ่งหมื่นเหรียญทองสอง มีใครเสนอให้มากกว่านี้ไหม หนึ่งหมื่นเหรียญทองสามปิดการขาย ยินดีกับสำนักเปลวอัคคีที่ได้โอสถเพลิงตะวันไปครอบครอง
ต่อไปเป็นรายการที่ห้าสิบห้าเป็นโอสถหิมะหยกขาว โอสถนี้เป็นโอสถระดับหก ความบริสุทธิ์เต็มสิบ เช่นเดียวกันและเป็นโอสถของนักหลอมคนเดียวกันกับที่หลอมโอสถเพลิงตะวันโอสถหิมะหยกขาวนี้มีอยู่ด้วยกันสองเม็ด จะจำหน่ายครั้งละหนึ่งเม็ดเท่านั้นสรรพคุณของโอสถชนิดนี้คือ สามารถทำให้ผู้เฒ่าที่ชราไม่มีเรี่ยวแรงสามารถกลับมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวได้อีกครั้ง โอสถหิมะหยกขาวนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งพันเหรียญทอง”
“แม่นางสรรพคุณนี้เกินจริงไปหรือไม่หากทานเข้าไปแล้วไม่สามารถกลับมาสู่วัยหนุ่มสาวได้พวกเราไม่เสียเงินเปล่าอย่างนั้นหรือ”
“ใช่ๆ สรรพคุณเกินจริงไปหรือเปล่าทางโรงประมูลได้ทดสอบโอสถนี้แล้วหรือยัง?”
“แม้จะเป็นนักหลอมโอสถระดับหกก็จริงแต่โอสถที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ไม่น่าจะมีได้นะ”
หญิงสาวเริ่มหน้าเสียเพราะไม่สามารถตอบคำถามของผู้เข้าร่วมการประมูลได้ทั้งหมด
“ในเมื่อพวกท่านกังวลว่าจะสรรพคุณนี้จะกล่าวเกินจริงเช่นนั้นข้า เจียวเฉินยี่ จะขอทดสอบให้พวกท่านได้ดูเองแต่ข้าจะขอบอกพวกท่านเอาไว้ว่า โอสถมีเพียงแค่สองเม็ดเท่านั้นเพราะฉนั้นพวกท่านอย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกัน”
เจียวเฉินยี่เดินขึ้นไปบนเวที พร้อมกับหยิบโอสถหิมะหยกขาวขึ้นมาหนึ่งเม็ดเขาหยิบมันใส่เข้าปากในทันที ผู้คนทั่วทั้งโรงประมูลต่างจ้องไปยังเจียวเฉินยี่เพียงไม่ถึงห้านาที จากผมและหนวดเคราที่ขาวโผลนของเจียวเฉินยี่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ผิวหนังที่เหี่ยวย่นเริ่มเปลี่ยนกลับมาเต่งตึงเพียงไม่นานร่างกายของ เจียวเฉินยี่กลับเปลี่ยนแปลงเป็นชายหนุ่มอายุราว ๆสามสิบกว่า ๆ เท่านั้น
เสียงพูดคุยดังไปทั่วทั้งโรงประมูลหลังจากนั้นไม่นาน เจียวเฉินยี่กลับนั่งลงทำสมาธิอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานพลังเวททั่วร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเจียวเฉินยี่ลืมตาขึ้น
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถเลื่อนระดับพลังเวทของข้าเป็นระดับจักรพรรดิมนตราได้เสียที”
เจียวเฉินยี่ติดอยู่ที่ระดับราชันย์มนตราระดับเก้ามาหลายสิบปีแล้วเมื่อทานโอสถหิมะหยกขาวเข้าไปทำให้เขาสามารถก้าวผ่านไปสู่ระดับราชันย์มนตราได้อย่างไม่คาดคิด