[มนุษย์ : เย่เทียน
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูง
พรสวรรค์เงาทมิฬ : ระดับเริ่มต้น
พรสวรรค์ในการรักษา : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความอดทน : ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ในการป้องกัน : ระดับปานกลาง]
เย่เทียนมองไปยังพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นในใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นเราจะสามารถกลายเป็นปรมาจารย์ได้ในเร็วๆ นี้ และในอนาคตเราจะไปถึงระดับราชาได้แม้ความเป็นไปได้จะไม่ใช่ 100% แต่ก็มีโอกาส 80% ซึ่งมันก็ยังสูงมาก ตราบใดที่ไม่โชคร้าย เราก็สามารถกลายเป็นระดับราชาได้และด้วยความแข็งแกร่งของเรา เราจะเหนือกว่าระดับราชาทั่วไปอย่างแน่นอน”
เย่เทียนพึมพำ
จากนั้นเขาก็เดินไปลำธารเพื่อทำความสะอาดร่างกาย
ในเวลานี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องรีบไปหาเยว่หลิงแล้วเย่เทียนมองไปยังนาฬิกาที่เยว่หลิงมอบให้
บนหน้าปัดมีจุดสีแดงอยู่สองจุด ซึ่งน่าจะเป็นตำแหน่งที่เขาและเยว่หลิงอยู่
ในเวลานี้จุดสีแดงอีกจุดหนึ่งกําลังใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ
“ถ้าจุดสีแดงทั้ง 2 จุดเคลื่อนไหวพร้อมกันเราคงจะแยกไม่ออกว่าจุดไหนคือตำแหน่งของเราในตอนนี้จุดสีแดงที่กำลังเคลื่อนไหวหมายถึงเยว่หลิงนี่หมายความว่าเยว่หลิงกําลังมาทางเรา!” เมื่อตระหนักได้ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มเคลื่อนไหว
ตลอดทาง
เย่เทียนไม่กล้ารีบเร่งจนเกินไป เขาคอยสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบๆอยู่ตลอดเวลา
เขามีความรู้เกี่ยวกับเขตแดนลับน้อยเกินไปรู้เพียงว่าเขตแดนลับแห่งนี้มีสมบัติมากมาย เช่น สมุนไพรต่างๆ ที่มีอายุมากบางทีมันอาจจะมีอายุมากกว่าร้อยปีหรือพันปีในขณะที่สมุนไพรบนโลกส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 100 ปีเนื่องจากตั้งแต่มีรอยแยกปรากฏขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพิ่งจะครบรอบ 100ปีเท่านั้นพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินที่เกิดขึ้นทำให้สมุนไพรหลากหลายชนิดเจริญเติบโตกลายเป็นสมุนไพรพลังปราณ
สำหรับสมุนไพรอายุพันปีนั้น มันต้องย้อนกลับไปในสมัยโบราณสมุนไพรที่มีอายุขนาดนี้ล้วนหาได้ยากยิ่งบนโลก และการค้นหาก็ยากเย็นอีกทั้งบางครั้งสมุนไพรเหล่านั้นยังถูกครอบครองโดยสัตว์อสูรระดับราชาหากต้องการได้รับมันมาก็ต้องสังหารสัตว์อสูรระดับราชาให้ได้
แต่ในเขตแดนลับสมุนไพรอายุร้อยปีพันปีนั้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งหลังจากวิ่งออกไปได้ไม่นาน เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่เข้มข้นจากพื้นดิน
“อยู่ตรงนั้น!”
เย่เทียนลดความเร็วลงและเริ่มบรรจงขุดสมุนไพรบนพื้น
“โสมร้อยปี!”
เย่เทียนเก็บมันอย่างมีความสุข
ต้องรู้ก่อนว่าที่ฐานทัพทะเลมาร โสมอายุ 100 ปีนี้มีมูลค่าไม่น้อยอย่างน้อยก็สามารถขายได้ถึง 50 ล้านหยวน
แม้ว่าเขาจะมีเงินเก็บหลายร้อยล้าน แต่เงินเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอยิ่งระดับการบ่มเพาะของเขาสูงเท่าไหร่ เขายิ่งต้องใช้เงินมากขึ้นเท่านั้น
นี่เพิ่งเข้าสู่เขตแดนลับ เขาก็โชคดีได้รับผลประโยชน์เช่นนี้แล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เขาจะต้องได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นแน่นอน
“ไม่แปลกใจเลยว่าทําไมนักรบผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเยว่ถึงแสดงความไม่พอใจออกมาถ้าเราขายโควตานี้ออกไป มันต้องมีคนขอซื้อในราคาหลายพันล้านแน่แต่เยว่หลิงกลับมอบโควตาอันล้ำค่านี้ให้เรา” เย่เทียนถอนหายใจ
เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะพยายามปกป้องเยว่หลิงในเขตแดนลับแห่งนี้ให้ถึงที่สุด
ตลอดเส้นทาง บางครั้งเย่เทียนก็ชะลอความเร็วและเก็บสมุนไพรบางอย่างขอแค่มันมีค่ามากกว่า 1 ล้านหยวน เขาก็จะเก็บมันมาแต่โชคไม่ดีที่เขาไม่มีถุงเก็บของมิติดังนั้นกระเป๋าของเขาจึงขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป
ในที่สุดเย่เทียนก็มองเห็นเยว่หลิงที่กําลังใกล้เข้ามาแล้ว
ณ ตอนนี้เอง
สัตว์อสูรตัวหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่เทียน
[ประเภท : พยัคฆ์โลหิต
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับสูง
พรสวรรค์ในการเผาผลาญเลือด : ระดับเริ่มต้น]
เสือโคร่งขนาดเท่าลูกวัวจ้องมายังเย่เทียนอย่างดุร้ายและโจมตีเข้ามาทันที
เย่เทียนเคยเห็นสัตว์อสูรแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง
พยัคฆ์โลหิตเป็นสัตว์อสูรระดับสูง แต่พวกมันยากที่จะรับมือจุดเด่นของมันที่ทำให้ความสามารถของมันสูงกว่าสัตว์อสูรระดับสูงทั่วไปนั่นเพราะพวกมันสามารถเผาผลาญโลหิตและปลดปล่อยพลังทางสายเลือดออกมาได้พร้อมกันพลังโจมตีของพวกมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าในพริบตา
หากพยัคฆ์โลหิตตัวหนึ่งพยายามต่อสู้อย่างสุดชีวิตก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นกลางได้หรือแม้กระทั่งสามารถสังหารนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายได้แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยการบาดเจ็บสาหัส
เมื่อเห็นพยัคฆ์โลหิตพุ่งเข้ามา เย่เทียนก็ฟันดาบออกไป
พรูด!!!
พยัคฆ์โลหิตถูกคมดาบแยกร่างออกเป็น 2 ส่วนมันตายไปโดยที่ยังไม่ทันได้รู้ตัว
เลือดของสัตว์อสูรพยัคฆ์โลหิตมีค่าเล็กน้อย แต่เย่เทียนไม่มีเวลาเก็บเลือดของสัตว์อสูรเหล่านี้เพราะเขาไม่สามารถนําเลือดของสัตว์อสูรเหล่านี้ติดตัวไปด้วยได้เพราะมันจะเป็นการสิ้นเปลืองเนื้อที่กระเป๋าจนเกินไป
เย่เทียนวิ่งผ่านซากศพของสัตว์อสูรพยัคฆ์โลหิตและวิ่งไปยังทิศทางของเยว่หลิงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งนาทีต่อมา ในที่สุดเย่เทียนก็พบกับเยว่หลิงแต่ในตอนนี้สภาพของอีกฝ่ายไม่ค่อยดีนัก
อาการบาดเจ็บของเธอไม่เบาเลย ใบหน้าของเธอซีดเผือดตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรหลายตัวสัตว์อสูรเหล่านั้นล้วนเป็นพยัคฆ์โลหิตเช่นกันเห็นได้ชัดว่าบริเวณนี้ควรจะเป็นอาณาเขตของพวกมัน
“พยัคฆ์โลหิตสิบสามตัว!”
เย่เทียนตกใจเล็กน้อย
หากนับรวมกับพยัคฆ์โลหิตที่ถูกสังหารแล้ว พวกมันมีจำนวนประมาณ 20 ตัว
ต้องยอมรับว่าเยว่หลิงโชคร้ายเล็กน้อยที่ได้พบกับพยัคฆ์โลหิตจำนวนมากเช่นนี้
“เยว่หลิงได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร? พยัคฆ์โลหิตเหล่านี้คงไม่สามารถทำร้ายเธอได้เพราะเยว่หลิงมีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับรอง สามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 2 เท่า ถ้าเธอต้องการหลบหนี สัตว์อสูรพยัคฆ์โลหิตก็ไม่สามารถหยุดเธอได้”
เย่เทียนรู้สึกแปลกใจ
ในตอนนั้นเอง เยว่หลิงก็ใช้ทักษะดาบที่ทรงพลังออกมา
“ดาบสิบทิศ!”
ประกายแสงแห่งดาบที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณกวาดไปทั่วรัศมีหลายสิบเมตรพยัคฆ์โลหิตหลายตัวหลบไม่พ้นถูกแสงดาบฉีกกระชากจนล้มลงจมกองเลือด“ช่างเป็นทักษะดาบที่ทรงพลังจริงๆ มันน่าจะเป็นทักษะดาบระดับทองแดงแต่มันกลับแข็งแกร่งกว่าฟาดฟันวายุครามของเรา!”
เย่เทียนคาดเดา
เขารู้อยู่แล้วว่าทักษะดาบระดับทองแดงไม่ได้ฝึกฝนกันง่ายนักทักษะดาบระดับทองแดงบางอย่างสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้เจ็ดเท่าหากฝึกฝนถึงระดับสมบูรณ์แบบแต่ทักษะดาบระดับทองแดงนั้นหายากมาก และมันก็มีราคาแพงมากมูลค่าของมันสูงกว่าหลายพันล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม ตระกูลเยว่เป็นตระกูลใหญ่ของฐานทะเลมารหากเยว่หลิงต้องการเรียนรู้ทักษะดาบระดับทองแดงก็คงไม่ใช่เรื่องยาก
หลังจากใช้ทักษะดาบทั้งสิบทิศพยัคฆ์โลหิตเกือบทั้งหมดต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนนี้พยัคฆ์โลหิตที่ล้อมเยว่หลิงนั้นเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัว
ในเวลานี้เย่เทียนได้ปรากฏตัวและฆ่าพยัคฆ์โลหิตเหล่านั้นในพริบตา
“เยว่หลิง ทําไมคุณถึงได้รับบาดเจ็บ? พยัคฆ์โลหิตพวกนี้ไม่น่าจะทําร้ายคุณได้นี่”เย่เทียนถาม
“โชคร้ายที่ฉันไปเจอกับสัตว์อสูรระดับสูงที่ทรงพลังเข้าแถมมันยังมีพรสวรรค์พิเศษด้วย ถ้าฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับรองเกรงว่าฉันคงต้องตายแน่!”
เยว่หลิงกล่าวด้วยความหวาดกลัว
ไม่นานเย่เทียนก็รู้ที่มาของสัตว์อสูรตัวนั้นจากเยว่หลิง
มันเป็นสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ด้านเนตรเป็นสัตว์อสูรที่ไม่เคยมีใครพบมันมาก่อนดวงตาที่สามตรงหว่างคิ้วของมันสามารถปลดปล่อยลำแสงสีดำออกมาได้พลังของมันสามารถทำลายการป้องกันของเยว่หลิง ส่งผลให้เธอบาดเจ็บสาหัสถ้าไม่ใช่เพราะเธอหลบหนีออกมาด้วยพรสวรรค์ด้านความเร็ว เธอคงต้องตายจริงๆ
“พรสวรรค์ด้านเนตร!”
เย่เทียนสนใจพรสวรรค์นี้เป็นอย่างมากแต่น่าเสียดายที่มันยากที่จะหาสัตว์อสูรตัวนี้พบ ใครจะรู้ว่ามันหายไปไหนแล้ว“คุณรักษาตัวก่อนเถอะ ผมจะปกป้องคุณเอง!”
เย่เทียนกล่าว
“อื้ม!”
เยว่หลิงนั่งขัดสมาธิและหยิบน้ำยารักษาระดับสูงออกมาจากถุงเก็บของหลังจากดื่มมันลงไปเธอก็เริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เยว่หลิงก็กลับมาเป็นปกติ
ขณะที่ทั้งสองกําลังจะจากไป แสงประหลาดก็สาดส่องมาจากฟากฟ้า
แสงนี้ส่องไปทั่วบริเวณและส่องผ่านไปยังเย่เทียน
“นั่นคือแสงที่แผ่ออกมาจากภายในรอยแยกมิติ ต้นกำเนิดของแสงคือรอยแยกมิติดูจากระยะทางแล้ว พวกเราอยู่ไม่ไกลจากรอยแยกมิติมากนัก โชคของเราถือว่าไม่เลวเลย!”เยว่หลิงกล่าวด้วยความยินดี
หากโชคร้าย ถูกส่งไปยังพื้นที่ไกลกว่านี้มันจะต้องใช้เวลากว่าถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในการเดินทางซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับก็จะลดน้อยลงอย่างมาก