เช้าวันใหม่ที่ KawaiiCafe แสงแดดอบอุ่นส่องลอดผ่านผ้าม่านลายลูกไม้โปร่งบางเสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลอเบา ๆทำให้บรรยากาศภายในร้านดูนุ่มนวลเหมือนถักทอความสุขในทุกมุม
เ้าหญิงคานะในผ้ากันเปื้อนสีขาวลูกไม้ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์อย่างมั่นใจมากขึ้นกว่าวันแรก มือเรียวค่อย ๆจับแก้วกาแฟอย่างนุ่มนวล
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเป็ลูกค้าคนแรกของวัน — หญิงวัยกลางคนร่างเล็กก้าวเข้ามาอย่างสุภาพ
เธอเดินมาที่เคาน์เตอร์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ขอสั่งลาเต้เย็นหวานน้อยหนึ่งแก้วค่ะแล้วก็...อยากลองขนมอะไรหวาน ๆ สักชิ้น”
คานะยิ้มละมุนจับแก้วลาเต้เย็นในมือส่งให้ลูกค้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่อ่อนโยน
“ขนมเปี๊ยะร้านฮุ่ยเซียงเพิ่งอบใหม่ ๆ เลยค่ะ ไส้หวานน้อย รสละมุน ไม่หวานจัดเหมาะกับกาแฟของคุณมากเลยนะคะ”
หญิงสาวหันมามองคานะอย่างสนใจก่อนจะตอบเสียงสดใส
“จริงเหรอคะ? งั้นขอลองสักชิ้นนะ”
คานะจัดขนมเปี๊ยะในถาดให้อย่างประณีตก่อนวางบนจานกระเบื้องลายดอกไม้ที่ตั้งใจเลือกมาเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศร้าน
่เวลาที่ลูกค้าเลือกขนมเปี๊ยะไปกินเธอยังคงพูดคุยกับคานะด้วยท่าทางเป็กันเอง
“ที่นี่บรรยากาศดีมากเลยนะคะฉันเคยมาหลายร้านแล้ว แต่ร้านนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ไม่เหมือนใคร”
คานะหน้าแดงน้อยๆ พูดตอบอย่างสุภาพ
“ขอบคุณมากค่ะฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ”
ลูกค้าคู่หนุ่มสาวเดินเข้ามาเติมเต็มความคึกคัก
พวกเขานั่งริมหน้าต่างสั่งคาปูชิโน่เย็นและกาแฟดำหนึ่งแก้ว พร้อมขนมหวานตามเมนู
คานะยิ้มแล้วพูดแนะนำขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงอย่างนุ่มนวล
“ไส้ถั่วแดงหวานกำลังดีค่ะถ้าชอบหวานน้อยก็แนะนำไส้เม็ดบัวค่ะ หอมละมุนมากค่ะ”
หญิงสาวมองหน้าหนุ่มๆ ที่ดูจะชื่นชอบคำแนะนำ เธอจึงเพิ่มอีกประโยคด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ขนมเปี๊ยะที่นี่อบสดใหม่ทุกวันค่ะจะได้กลิ่นหอม ๆ ที่ทำให้กินคู่กับกาแฟอร่อยขึ้นค่ะ”
ขณะที่คานะกำลังแนะนำขนมอยู่นั้น
มุก ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วกระซิบเบา ๆเพื่อสอนคานะคำศัพท์ภาษาไทย
“คำว่า‘อบสดใหม่’ ภาษาไทยพูดว่า ‘อบสดใหม่’ นะคะ”
“แล้วคำว่า‘อร่อย’ อ่านว่า ‘อะ-หร่อย’”
คานะพยักหน้าพร้อมพูดตาม
“ออบสดใหม่...อะ-โรย...”
เธอหัวเราะเบาๆ กับสำเนียงที่ยังไม่เป๊ะ
เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นอีกครั้ง
ธีร์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าร้านเขาเดินเข้ามา ทักทายด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคย
“สวัสดีครับวันนี้ช่วยงานเป็ยังไงบ้าง?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
คานะยิ้มหวานก่อนจะตอบ
“ก็ดีค่ะ...กำลังฝึกพูดคำไทยกับมุกอยู่”
ธีร์หัวเราะเบาๆ แล้วพูดติดตลก
“ถ้าเป็แบบนี้รับรองลูกค้าต้องติดใจร้านเราแน่ ๆ”
่บ่ายมุกสอนคานะเื่การชงกาแฟขั้นพื้นฐาน
จากการบดเมล็ดกาแฟจนถึงการตีฟองนมให้ฟูนุ่ม
“วันนี้เราจะลองทำลาเต้อาร์ตแบบง่ายๆ นะคะ”
เธอพูดพร้อมยกเหยือกนมขึ้นชงอย่างใจเย็น
คานะตั้งใจดูทุกขั้นตอนอย่างละเอียดมือเล็กพยายามตีฟองนมให้เหมือนมุก
เสียงฟู่ว์ ๆจากการตีฟองนมเริ่มดังขึ้น
คานะตั้งใจมากจนเหงื่อซึมเล็กน้อยบนหน้าผาก
“น่ารักจังเลยค่ะ”มุกชม
“แต่ยังตีฟองนมนุ่มได้ไม่เต็มที่นะลองอีกครั้งค่ะ”
คานะยิ้มแห้งแต่ไม่ยอมแพ้ เธอตั้งใจตีฟองนมอีกครั้งจนได้ฟองเนียนนุ่ม
เวลาใกล้หมดมุกพูดชม
“ดีมากเลยค่ะถ้าฝึกบ่อย ๆ รับรองทำลาเต้อาร์ตสวย ๆ ได้แน่นอน”
คานะยิ้มอย่างพอใจหยิบสมุดขึ้นมาเขียนคำศัพท์ใหม่ ๆ
“ลาเต้อาร์ต”
“ฟองนม”
“นุ่ม”
“หอม”
เสียงเจ๊พลอยดังขึ้นจากหลังร้าน
“คานะนี่...ขายของเก่งนะ”
“พูดจาน่ารักแบบนี้ลูกค้าก็อยากลองขนมไปด้วยทุกที”
คานะหน้าแดงเล็กน้อยหันไปยิ้มให้เจ๊พลอยด้วยความสุภาพ
“ฉันแค่...อยากให้ลูกค้าได้ลองของดีๆ ค่ะ”
วันใหม่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟสดและเสียงหัวเราะ
ทำให้คานะรู้สึกว่าเธอเริ่มเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่จริง ๆ
ตกเย็นวันนั้น
ธีร์ยังมารอรับคานะที่หน้าร้านกาแฟเช่นเคย
คานะสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกไปหาเขา
มุกยืนล้างแก้วอยู่หลังบาร์ริมกระจกด้านในของร้าน Kawaii Cafe ภายนอกท้องฟ้ายามเย็นกำลังเปลี่ยนสีเป็ส้มอมเทาเธอมองผ่านกระจกเห็นเงาของชายหนุ่มในเสื้อแจ็กเก็ตไรเดอร์เดินเคียงข้างกับหญิงสาวร่างบางผู้มีรอยยิ้มละมุนบนใบหน้า
“วันนี้ก็กลับพร้อมกันอีกแล้วสินะ...”มุกพึมพำเบา ๆ ไม่มีใครได้ยิน
มือของเธอยังคงล้างแก้วแต่หยดน้ำร้อนที่ไหลจากก๊อกนั้น กลับไม่ร้อนเท่าหยดน้ำใสที่ร่วงลงบนหลังมือ
จบตอนที่ 4