ใจจริง ตอนแรกเขาไม่ได้ตัดสินใจจะให้ดาม็องหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ดาม็องเพิ่งบอกมา เขาค่อนข้างพอใจ เขาจึงตัดสินใจให้เงินนัตกับเขา และเพื่อที่เขาจะได้ทำภารกิจผ่านด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
นอกจากจะให้เงินนัตสิบนัตเพราะทำภารกิจประจำวันแล้ว เตชินท์ยังแกล้งตีเนียนทำเป็ปาหอกพลาดใส่สัตว์อสูรระดับสามัญไปอีกราวสิบตัว และก็ทำเป็ไม่้ามันแล้วยกทั้งหมดให้ดาม็อง ที่เขาทำทั้งหมดลงไปก็เพื่อกำจัดไม่ให้ดาม็องและเบิร์ดเข้าร่วมทีมล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดของซานเชส
เตชินท์ไม่้าให้ใครมาคอยจับผิดเขา โดยเฉพาะเบิร์ดที่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายดูรู้ทันเขามากเกินไป โดยเฉพาะกับการที่เบิร์ดสามารถจับสังเกตถึงการฟันดาบที่ไม่ปกติของเขาได้
< คุณแต้มได้รับแต้มพัฒนาขั้นวิวัฒนาการ 1 แต้ม >
เสียงแจ้งเตือนสุดพิเศษดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งบ่าย เตชินท์ยังคงออกตามหาสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการ เพียงแต่มันไม่ได้หากันง่ายนัก
ตลอดทั้งวันนี้เขาได้สัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการมาทั้งหมดเพียงห้าตัว มีหลายตัวที่เขาทำพลาดให้หนีไปได้ เนื่องจากเขาบังคับให้ตัวเองใช้เพียงหอกหนอนบุ้งเขาแหลมระดับสามัญเท่านั้น นั่นทำให้เขาไม่สามารถฆ่าสัตว์อสูรบางตัวที่มีเนื้อหนังที่แข็งหนาเกินไป
เหตุผลที่เขาไม่เลือกใช้หอกระดับวิวัฒนาการอีกอันเป็เพราะเขายังกังวลว่า เบิร์ดอาจยังคงจับจ้องเขาอยู่ไม่ไกล เพราะไม่มีสิ่งยืนยันว่าดาม็องและเบิร์ดได้กลับหมู่บ้านไปแล้วแม้ว่าเขาจะได้ให้ทั้งเงินและซากร่างอสูรระดับสามัญไปหลายตัวแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะได้สัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการมา 5 ตัวเท่านั้น แต่มันก็ต่างชนิดกันถึงสามชนิด มีซ้ำกันเพียงชนิดเดียวคือหนอนบุ้งเขาแหลมที่เขาได้มาสามตัว แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เขาเพิ่มแต้มพัฒนาขั้นวิวัฒนาการเป็ 49 แต้มแล้ว
แม้เตชินท์้าล่าให้ได้มากกว่านี้เพื่อเพิ่มแต้มพัฒนาขั้นวิวัฒนาการให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ก่อนจะไปแย่งการโจมตีครั้งสุดท้ายจากซานเชส แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะตอนนี้ถึงยามเย็นที่ดาม็องได้บอกไว้
เตชินท์มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านแต่ไม่ได้กลับเข้าหมู่บ้าน เขาทำเป็เดินเรียบ ๆ เคียง ๆ เพื่อดูสถานการณ์ของทีมล่าสัตว์อสูรที่ซานเชสตั้งขึ้น เตชินท์ไม่ได้้าเข้าร่วมทีมอย่างที่เคยบอกกับดาม็องและเบิร์ดไว้จริง แต่เขาจะแอบติดตามไปอย่างห่าง ๆ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
เพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต เตชินท์จึงแกล้งทำเป็กำลังไล่ล่าสัตว์อสูรระดับสามัญอยู่ไม่ไกลกำแพงหมู่บ้าน
“ไอ้สองคนนั้นดูเหมือนจะอยากตายกันมากเลยสินะนั่น” เตชินท์หรี่ตามองเข้าไปในหมู่บ้าน เขาเห็นดาม็องและเบิร์ดก็รวมอยู่ในแถวที่เตชินท์คาดว่าเป็แถวที่ซานเชสเรียกรวมพลที่จะไปล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดกับเขา
เตชินท์รู้สึกเซ็งอารมณ์ เขาสู้อุตส่าห์ยอมเสียเวลาฆ่าสัตว์อสูรระดับสามัญให้กับพวกเขาถึงสิบตัว แถมเบิร์ดก็ดูเหมือนจะรู้จักคุ้นค่าของเงินนัตด้วย พวกเขาก็ควรจะเลิกยุ่งกับการสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดแล้วกลับบ้านไปตามที่เตชินท์หวังสิ ไม่ใช่ยังเสนอหน้าเข้าร่วมทีมล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดแบบนี้
เตชินท์ไม่อยากเห็นทั้งสองคนนี้อยู่ในทีมล่าสัตว์อสูรในครั้งนี้มากที่สุด เนื่องจากทั้งสองเคยเห็นเขาใช้หอกปาใส่สัตว์อสูรเพื่อฆ่ามาแล้ว และเขาก็จะใช้แผนปาหอกจากระยะไกลเพื่อแย่งการโจมตีครั้งสุดท้ายเช่นกัน เตชินท์หวั่นเกรงว่าพวกเขาจะจำวิธีการปาหอกได้ และเขาไม่มั่นใจว่าทั้งสองจะปากโป้งฟ้องหรือไม่ เพราะอย่างไรเสียเตชินท์ยังหวังอยู่ที่นี่ต่ออีกสักวันสองวันเพื่อล่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการต่อ
ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็เช่นนี้ หากไม่เสี่ยง ก็ไม่มีทางพบเจอกับโชค
เตชินท์ยังคงทำตามแผนการเดิม เขาแอบติดตามกลุ่มทีมล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดของซานเชสอย่างห่าง ๆ เขาทิ้งระยะจนไม่เห็นแม้แต่เงาคนสุดท้าย ถึงอย่างไรเสียเขาก็มีประสบการณ์มาถึงยี่สิบปีก่อนจุติ นั่นจึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาที่ติดตามรอยของกลุ่มคนที่ไปกันเป็สิบยี่สิบคน
พวกเขาเดินผ่านเส้นทางที่เตชินท์หลงทางมา แต่พวกเขาเดินเลยไปอีกราวหนึ่งชั่วโมง กว่าจะถึงก็โพล้เพล้เต็มที
“หมูป่าหนังกรอบ?” เตชินท์ตกตะลึง เขากำลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเขามั่นใจว่าใช่ ลักษณะของมันเหมือนกับหมูป่าหนังกรอบที่เขาจดจำได้ทุกประการ โดยเพราะเอกลักษณ์ตรงบริเวณหนังที่ดูสาก ๆ ราวกับเป็หนังด้านตรงหลังของมัน เพียงแต่มันตัวใหญ่กว่าที่เขาเคยพบเห็นและหนังกลางหลังที่ว่าเปลี่ยนจากสีเืหมูเป็สีดำ
เตชินท์ประหลาดใจที่หมูป่าหนังกรอบตัวนี้เป็สัตว์อสูรขั้นขีดจำกัดจริง ๆ เพราะความเข้าใจของเขา สัตว์อสูรมีโอกาสเติบโตพัฒนาจนเปลี่ยนระดับของตัวเองได้ก็จริง แต่เท่าที่เขารู้ สัตว์อสูรแต่ล่ะสายพันธุ์ จะมีวิวัฒนาการเพิ่มระดับขึ้นจากระดับแรกที่เกิดมาอย่างมากก็ไม่เกินสามระดับ
ตัวอย่างเช่น ด้วงั์เขาดาบโดยพื้นฐานระดับต่ำสุดของพวกมันคือสามัญ นั่นเท่ากับว่า มีโอกาสที่มันจะพัฒนาตัวเองไปถึงขั้นสมบูรณ์ แต่โอกาสก็น้อยมาก ไม่อย่างนั้นเตชินท์คงพบเจอสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการง่ายกว่านี้ไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหนึ่งร้อยกิโลเมตรรอบหมู่บ้านต้นหอมที่เป็เพียงหมู่ก็อบลินขั้นสอง มันไม่ควรจะเจอกับสัตว์อสูรขั้นขีดจำกัดอยู่แล้ว หากจะเจอก็ควรเป็สายพันธุ์อื่นที่อาจหลงผ่านมาบ้าง แต่ไม่ควรจะเป็สายพันธุ์เดียวกับตัวที่อยู่เต็มใกล้หมู่บ้านก็อบลินขั้นสองอย่างนี้
อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์อันโชกโชนของเตชินท์ เขากำลังคิดว่า ไม่แน่ว่าบริเวณนี้อาจอยู่ใกล้กับหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามอีกแห่งหรือไม่ก็หมู่บ้านออร์คขั้นหนึ่งขึ้นไปก็เป็ได้
อย่างไรก็ตามนั้นไม่ใช่เื่ที่เขาต้องให้ความสนใจในตอนนี้ เตชินท์กำลังสงสัยว่าเหตุใดซานเชสถึงเลือกเวลาในการล่าเ้าหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดในเวลาอับแสงเช่นนี้ เพราะยิ่งมืดเขาเองก็ยิ่งจะมองไม่เห็นเป้าหมาย เนื่องจากเขาเข้าไปใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว เตชินท์กำลังพิจารณาอยู่ว่าถ้าเขามองไม่เห็นเลยจริง ๆ ก็คงต้องยอมแพ้อย่างเดียว
แต่ไม่นานเขาก็ได้คำตอบว่าทำไมซานเชสถึงเลือกมาล่าในเวลานี้
ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวเท่านั้นที่ให้ความสว่างอันน้อยนิด ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างขึ้น มีใครบางคนจุดคบเพลิงขึ้นอย่างกะทันหัน และแสงไฟจากพบเพลิงนั่นเองเป็ดั่งสัญญาณลั่นกลองรบเพื่อล่าหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดเป็เป้าหมาย
ตอนนี้เตชินท์เข้าใจแล้วว่าซานเชสใช้แผนโจมตีใส่เป้าหมายแบบผี เขาให้คนกลุ่มหนึ่งที่เตชินท์คาดว่าน่าจะเป็กลุ่มคนสนิทของเขาที่แต้มพัฒนามากพอที่จะทำความเสียหายให้กับหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดได้ พวกเขารุมโจมตีพร้อมกันเพียงครั้งเดียวแล้วกระจายตัวออกห่างจากทันที เป็เหมือนกับผีที่โผล่มาแล้วหายไป
และเมื่อหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดเริ่มคลั่งเพราะถูกโจมตีและ้าไล่ล่าใครสักคน จะมีคนคนหนึ่งจุดคบเพลิงขึ้น
ในตอนแรกเตชินท์ไม่เข้าใจว่าจะจุดคบเพลิงไปทำไม เนื่องจากหมูป่าหนังกรอบมันวิ่งตะบันใส่โดยไม่สนสี่สนแปดเข้าหาคนที่ถือคบเพลิง นั่นทำให้คนที่จุดคบเพลิงดูแล้วเสี่ยงน่าดู แม้ว่าคนที่จุดพบเพลิงจะอยู่มุมที่ไกลจากเ้าหมูป่าหนังกรอบก็ตาม
แต่ทันทีที่เ้าหมูป่าหนังกรอบอยู่ห่างจากคนถือคบเพลิงราวสามถึงสี่่ตัวของหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัด เปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ก็ถูกดับลง และทันทีที่ความมืดกลับมาอีกครั้ง คนที่เคยถือคบเพลิงอยู่ก็จะรีบหลบฉากทันที ส่วนเ้าหมูป่าหนังกรอบจะหยุดแล้วยืนหมุนหันรีหันขวางราวกับมันสับสนว่ามันควรจะไปทางไหนดี
แล้วหลังจากนั้นก็เข้าวนลูปเดิม กลุ่มโจมตีก็จะอาศัยความมืดเข้ามาโจมตีแล้วจากไป หลังจากนั้นก็จะมีคบเพลิงจุดไฟจากจุดที่ห่างจากที่เ้าหมูป่าหนังกรอบยืนอยู่
นั่นทำให้ตอนนี้เตชินท์เข้าใจแล้วว่าทำไมในคืนแรกที่เขามาถึงที่นี่ เขาถึงได้เจอกับหมูป่าหนังกรอบระดับสามัญที่หนีการไล่ล่าของดาม็องและเบิร์ด มันเป็เพราะเ้าหมูป่าหนังกรอบนั้นสายตาสั้นนั่นเอง และดูเหมือนหูของมันก็ไม่ดีพอที่จะเสียงละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อีกด้วย ในเวลามืดจนมองอะไรไม่เห็น มันจึงเลือกวิ่งเข้าหาแสงไฟนั่นเอง ซึ่งนั่นเป็จุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ของมันอย่างไม่ต้องสงสัย
เตชินท์ยอมรับในความฉลาดและชื่นชมในกลยุทธ์ของซานเชส แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนใจเขาที่จะเปลี่ยนเป้าหมายในการมาครั้งนี้
หลังจากมองดูคบเพลิงถูกจุดขึ้นสลับไปมาอยู่มากกว่าสิบครั้ง เตชินท์ก็มั่นใจแล้วว่าใกล้ถึงเวลาที่เขารอคอยแล้ว
ในมือกำหอกที่เหมือนกับหอกของโจเซฟ แม้เตชินท์จะไม่มั่นใจเลยว่าด้วยแต้มพัฒนาขั้นสามัญเต็มและขั้นวิวัฒนาการ 49 แต้มที่เขามี ด้วยหอกิญญาอสูรระดับวิวัฒนาการที่ห่างชั้นกับเ้าหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดตามที่ดาม็องบอกมาอยู่สองขั้น เตชินท์ขอสารภาพเลยว่า เขาไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อยว่าเขาจะสามารถปาหอกเล่มให้ทะลุผ่านหนังหนา ๆ ของเ้าหมูป่าหนังกรอบตัวนั้นได้
ยังก่อน...ยังก่อน...ยังก่อน...
ในใจของเตชินท์เต้นรัวพร้อมกับคำคำนี้ เขาเชื่อมั่นว่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดมันอึดเกินกว่าที่จะถูกซานเชสดับลมหายใจได้ง่าย ๆ เตชินท์ขอแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่จะ่ชิงการดับลมหายใจของเ้าหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดจากซานเชส
และแล้วโอกาสที่ว่าก็มาถึง ท่ามกลางความมืดเ้าหมูป่าหนังกรอบล้มตัวลงเพราะเริ่มทนพิษาแไม่ไหว
ทันใดนั้นป่าก็สว่างขึ้นอีกครั้งด้วยเปลวไฟจากคบเพลิง ราวกับมีงานเลี้ยงฉลอง ทุกคนที่มีคบเพลิงพร้อมใจกันจุดเปลวไฟขึ้นมา นั่นจึงกลายเป็โชคดีของเตชินท์ที่ได้เห็นทุกเหตุการณ์หลังจากนี้
เ้าหมูป่าหนังกรอบนอนอยู่กับพื้นแต่ยังไม่แน่นิ่ง เตชินท์ยังเห็นท้องของมันขยับขึ้นลงแต่ก็เริ่มช้าลงทุกขณะ นั่นแสดงว่ามันหายใจโรยรินใกล้ตายเต็มที
ตอนนี้ต่างมีเสียงเฮดังขึ้น พร้อมกับเสียงเฮ เตชินท์ก็เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหัวของเ้าหมูป่าหนังกรอบ ร่างนั้นไม่ใช่ใคร ซานเชสกำลังชูขวานั์ขึ้นฟ้าเป็สัญญาณบ่งบอกทุกคนว่าเขากำลังจะดับลมหายใจของเ้าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดตัวนี้แล้ว
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ