บทที่ 94
เมืองหลวงแห่งอาณาจักรจูเบีย
ใช้เวลาการเดินทางเพียงแค่ไม่กี่วันในตอนนี้ก็เดินทางมาถึงเป้าหมายของตนเองเรียบร้อยแล้ว
เมืองหลวงตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าเดย์ที่กำลังเดินอยู่บนถนนดวงตาเริ่มมองเห็นภาพของเมืองอันเลือนลางที่อยู่ด้านหน้าชัดเจนมากขึ้น
ในตอนนี้ภาพเมืองที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคือเมืองหลวง
นี่คือเมืองหลวงของอาณาจักรจูเบีย
ภายในโลกใบนี้หลังจากที่มันเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกและก็หลอมรวมกับโลกของเขาก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงของโลกมันเองก็มีดินแดนที่ถือครองอยู่ประมาณทั้งหมดห้าอาณาจักร
นี่คือหนึ่งในอาณาจักรทั้งห้ามันคืออาณาจักรจูเบียและสถานที่แห่งนี้คือเมืองหลวง
อาณาจักรจูเบียถือว่าเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่เมืองหลวงแห่งนี้เองก็เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่โตเช่นเดียวกัน
ภาพของเมืองที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันเริ่มชัดเจนมากขึ้น
ในขณะที่กำลังเดินตรงเข้าไปพบเห็นว่าเมืองหลวงแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตขนาดไหน
ยิ่งเข้าไปใกล้ๆดวงตาทั้งสองข้างยิงเบิกกว้างขึ้น “นี่มันอะไรกัน ”
“ โตขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ ”เดย์ยังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเพราะว่าเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันใหญ่โตเป็นอย่างมาก
เมืองแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเมืองหลวงของอาณาจักรจูเบียมีความกว้างใหญ่กว่าเมืองต่างๆที่เขาเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ไม่ว่าจะเป็นเมืองเวย์หรือว่าเมืองโซเวลล้วนไม่สามารถเทียบได้กับเมืองแห่งนี้
ถนนที่เขากำลังเดินอยู่มีพ่อค้ามากมายเดินทางผ่านไปผ่านมาด้วยรถม้า
ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าเดินเท้าหรือว่าพ่อค้าที่ใช้รถม้าก็มีเกลื่อนอยู่เต็มถนน
ในตอนนี้ทำให้ล่วงรู้ได้แล้วว่าภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้คนมากขนาดไหน
ผู้คนมากมายเดินทางผ่านไปผ่านมาเข้าออกเมืองหลวงแต่ละวันคงจะมีประชากรที่เดินทางเข้าออกไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนอย่าง
โดยเฉพาะพ่อค้ามีพ่อค้าจำนวนมากที่เดินทางที่เมืองหลวงแล้วก็ออกจากเมืองหลวงเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
อย่างไรเสียยุคสมัยนี้มันเองก็เป็นยุคสมัยที่จำเป็นจะต้องการค้าขายเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นเมืองที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคือจุดศูนย์กลางของการค้าขายผู้คนมากมายเลยเดินทางผ่านภายในสถานที่แห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก
เดย์ที่กำลังเดินอยู่คิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ไม่คิดเลยว่าผู้คนที่เดินทางมาที่เมืองหลวงจะมีมากมายขนาดนี้ ”
“ ในตอนนี้อยู่เลยกลับมีพวกพ่อค้าที่เดินทางผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมาก”
“ คนพวกนี้ไม่สังเกตสินะว่าตัวของเราเป็นคนจากต่างโลก”
“ เพราะว่าชุดที่กำลังสวมใส่อยู่ดูเหมือนกับชุดของภายในโลกใบนี้เป็นอย่างมาก”
“ จากการทำการรวบรวมข้อมูลมารู้สึกว่าภายในอาณาจักรแห่งนี้จะยอมรับผู้คนที่เดินทางมาจากต่างโลกอย่างพวกเรา”
“ แต่ว่าบางอาณาจักรเองก็ยังไม่ต้อนรับถึงแม้ว่าจะไม่ต้องปกปิดตัวตนแต่ก็ไม่ควรจะเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งว่าตนเองเดินทางมาจากต่างโลก”
“ บางทีเดินทางมาที่เมืองหลวงในครั้งนี้อาจจะได้พบซิลเวอร์ก็ได้”
“ เขาเป็นนักบุญอยู่ภายในโบทถ์ศักดิ์สิทธิ์เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นน่าจะสามารถพบเจอได้”
“ โดยตัวของเขาจำได้ล่าสุดรู้สึกว่าจะพูดว่าตัวเองมีตำแหน่งเป็นอัศวินนักบุญขั้นกลาง”
เดย์ไม่ใช่ว่าเขาเดินทางมาที่เมืองหลวงแห่งนี้โดยที่ไม่มีคนอยู่
เขาเองก็มีคนที่รู้จักอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกันอย่างทางด้านของซิลเวอร์ที่เคยพบเจอกันก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
เขาเองก็เดินทางมาที่เมืองหลวงเพราะแบบนั้นในตอนนี้การเดินทางมาก็น่าจะสามารถได้พบเจออีกฝ่าย
เดย์มุ่งตรงเดินทางเข้าไปยังบริเวณประตูทางเข้าเมือง
ประตูตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้ามีทหารตรวจตราคนเข้าเมืองมากกว่าเมืองที่เขาเคยผ่านมาหลายต่อหลาย
เพราะว่าภายในสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองหลวงตามเบาะแสและข้อมูลที่เขารวบรวมมารู้สึกว่าภายในเมืองหลวงจะมีพวกคนชั้นสูง
ในโลกแห่งนี้มันยังมีสิ่งที่เรียกว่าการแบ่งแยกทางชนชั้นอยู่
ภายในเมืองหลวงถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นที่รวมตัวของพวกกลุ่มคนทั้งสูงเป็นจำนวนมากการตรวจตราเข้าออกเมืองเลยต้องมากเป็น
เดย์เข้าด่านตรวจตามปกติทั่วไป
หลังจากที่ทำการตรวจทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยเขาสามารถผ่านเข้าไปได้อย่างสบายๆ
อาวุธทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ภายในกระเป๋ามิติเพราะแบบนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องเข้าด่านตรวจอาวุธให้เสียเวลา
เดินผ่านพ้นประตูใหญ่เข้ามาบริเวณด้านในตัวเมือง
ทัศนียภาพกว้างใหญ่งดงามตระการตาลอมรอบบริเวณรอบๆ
สิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่มากมายล้อมรอบอยู่บริเวณสิ่งก่อสร้างแนวยุโรปโบราณแต่มีความงดงามราวกับว่าพวกมันเป็นงานศิลปะที่อยู่ภายในเทพนิยาย
เมืองก่อนหน้านี้สองเมืองที่เคยเดินทางผ่านมามันไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้แถมยังไม่ได้งดงามขนาดนี้
เดย์ที่เดินทางเข้ามาภายในเมืองหลวงของอาณาจักรจูเบียรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เขาตกตะลึงกับความงดงามและความใหญ่โตของมัน “เหมือนกับอยู่ภายในหนังเลย ”
“ ภายในสถานที่แห่งนี้ทั้งใหญ่โตทั้งขว้างขวางแถมผู้คนเองก็มีมากมาย”
เดย์ในตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง
เพราะว่าไม่ว่าสิ่งก่อสร้างได้ที่อยู่บริเวณรอบๆมันก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปทั้งหมด
ดวงตากวาดไปมองบริเวณรอบๆร่างกายในตอนนี้ในขณะที่เท้าทั้งสองข้างก็พยายามก้าวเดินไปบริเวณด้านหน้า
[ ระบบ :ยินดีต้อนรับสู่เมืองหลวงของอาณาจักรจูเบีย ]
[ ระบบ :แสงศักดิ์สิทธิ์ทำให้ท่านที่อยู่ภายในอาณาเขตเมืองหลวงได้รับสถานะอ้อมกอดแห่งเทพธิดา]
[ ระบบ :ร่างกายของท่านจะฟื้นฟูรวดเร็วขึ้น ]
[ ระบบ :ความเหนื่อยล้าภายในร่างกายจะฟื้นฟูรวดเร็วขึ้น ]
[ ระบบ :ความสามารถเวทคำสาปไม่สามารถใช้งานได้ ]
[ ระบบ : ตราบใดที่อยู่ภายในหน้าเขตเมืองหลวงของอาณาจักรจูเบียท่านจะได้รับการคุ้มครองจากอ้อมกอดแห่งเทพธิดา]
เดย์รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากที่ข้อความจากระบบจำนวนมากปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
ดวงตาทั้งสองข้างในตอนนี้กำลังมองพวกมันอยู่
“ ทำไมข้อความจากระบบมันถึงแจ้งเตือนขึ้นมาเยอะขนาดนี้”
“ เมืองหลวงแห่งนี้มันมีดีขนาดนั้นเลยอย่างงั้นหรอ”
“ ก่อนหน้านี้เดินทางไปหลายๆเมืองก็ไม่เคยเห็นว่าเมืองไหนเมื่อเดินทางเข้ามาแล้วจะได้รับสถานะแบบนี้” เดย์คิดภายในใจของตนเองอย่างสงสัย
ในขณะที่เขากำลังสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นดวงตามองไปบริเวณรอบๆ“นี่คุณผู้ช่วยช่วยบอกได้รึเปล่าว่าตอนนี้ทำไมมันถึงมีพวกข้อความแบบนี้ปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก”
ผู้ช่วยจากระบบทำการตอบ“ ขอทำการตอบกลับและไขข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาในส่วนนี้ ”
“ ชี้แจงเกี่ยวกับสถานะพิเศษที่ได้รับเป็นผลมาจากสกิลในวงกว้างปกคลุมภายในเมืองแห่งนี้อยู่”
“ ชื่อของสกิลมีชื่อว่าอ้อมกอดแห่งเทพธิดา”
“ เป็นสกิลที่ถูกสร้างขึ้นมาและถูกกลางทับเอาไว้ภายในเมืองหลวงผู้คนที่เข้ามาภายในเมืองแห่งนี้จะได้รับสถานะแบบนี้ทั้งหมด”
“ มีแบบนี้ด้วยอย่างงั้นเหรอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีสกิลที่สามารถทำการปกคลุมพื้นที่แบบนี้ได้ด้วย”นี่ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ของเขา
“ แต่ถ้ามีสกิลปกคลุมพื้นที่แบบนี้ก็แสดงว่าคนที่อยู่ภายในเมืองหลวงก็จะได้รับสถานะพิเศษไปสินะ”
“ เข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ”
“ แต่เมื่อออกจากเขตภายในตัวเมืองแน่นอนว่าพ้นจากสถานะอ้อมกอดแห่งเทพธิดาก็จะหายไป”
“ สกิลนี้ถูกกางทับเอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อนจนผู้คนส่วนใหญ่เรียกมันว่าเป็นพรแห่งเทพธิดา”
เดย์พยักหน้าเข้าใจ “ ก็ไม่แปลกที่ผู้คนมากมายจะคิดแบบนั้น ”
เดย์รีบทำการเดินต่อเขามุ่งตรงไปยังสถานที่ที่น่าจะสามารถหาข้อมูลได้ง่ายดายที่สุด
ณ สำนักงานนักผจญภัยเมืองหลวง
จบบท