หลินตงจ้องมองอย่าเคร่งขรึม จากที่เล่ากันมาถึงเรื่องราวต่างๆที่ปรากฏขึ้นโดยทั่วกัน เจ้าสำนักจิตวิญญาณมีพลังเพียงแค่จิตยุทธนภาเท่านั้นแต่ทว่าการที่เขาได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของชายชราก็ทำให้เขาต้องตกใจอยู่หน่อยๆ การที่เขาไม่เปิดเผยพลังของตนออกสู่สาธารณะพร้อมกับเปิดเผยตัวตนเพื่อแสดงอำนาจของสำนักเช่นนี้ก็แสดงว่าเขาต้องมีอะไรบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้ แต่ก็ชั่งเถอะ สำหรับเขาแล้วจะเป็นยังไงก็ชั่ง ไม่ว่าเขาจะต้องการทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่แล้ว ชายหนุ่มเมื่อคิดจบก็ไม่ได้สนใจถึงเรื่องราวนี้อีก
ขณะเดียวกันที่ลานกว้างตอนนี้ก็เงียบสงัดราวกับเป็นป่าช้า ชายหนุ่มหญิงสาวรุ่นเยาว์นับร้อนคนกำลังยืนมองไปยังชายชราด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง นี้คือเจ้าสำนักจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียงเลืองลื่อไม่แพ้ใครในอาณาเขตแห่งนี้
ชายชราเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆตั้งใจเช่นนี้ก็ลอบพยักหน้าเบาๆอย่างพอใจ เขาไม่รอช้าที่จะพูดออกมา
"สวัสดีเด็กน้อยทั้งหลาย ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่าข้าคือเจ้าสำนักจิตวิญญาณ โห่วฉางคง ในวันนี้สำนักของเราได้เปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ในรอบหนึ่งปี โดยสำนักจิตวิญญาณของเราจะมุ้งเน้นไปที่ศิษย์และสั่งสอนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ภายในสำนักจิตวิญญาณเรามีทุกสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธรุ่นใหม่นั้นต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิชาบ่มเพาะพลังยุทธหรือวิชาการต่อสู้รวมถึงทรัพยากรในการฝึกฝนพลัง พวกเราก็มีมันทั้งหมด"
เสียงของชายชราอาจจะไม่ดังมากแต่น้ำเสียงของเขากับดังก้องไปทั่วทั้งเทือกเขาจนทำให้หลายคนต้องหวาดสะพรึงและเมื่อพวกเขาได้ฟังที่ท่านเจ้าสำนักบอกมาก็ลอบกำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น มันก็จริงอย่างที่เขาพูดเอาไว้ โดยปกติแล้วผู้ฝึกฝนพลังยุทธรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มปลุกจิตยุทธมานั้นจะไม่มีวิชาบ่มเพาะหรือทรัพยากรอะไรพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะได้มันมายกเว้นก็แต่ว่าจะมีขุมพลังที่แข็งแกร่งหนุนหลัง ยกตัวอย่างเช่นก็ตระกูลที่แข็งแกร่งเป็นต้น
โหวฉางคงกวาดตามองไปมาอย่างยินดี ดูเหมือนว่าเด็กใหม่รุ่นนี้จะมีไฟในการฝึกฝน ชายชราเช่นเขาก็ล้วนแล้วแต่คาดหวังเอาไว้สูง ตราบใดที่ภายในหลายร้อยคนนี้มีสักคนนึงที่มีพรสวรรค์ระดับสูงละก็สำนักจิตวิญญาณของเขาก็อาจจะเอาชนะเหนือเจ้าพวกนั้นก็ได้
"สำนักจิตวิญญาณของเรามีการแข่งขันจากหมู่ศิษย์ภายในที่อยู่ในระดับสูงมากๆ ถึงจะไม่มีการฆ่ากันตายเกิดขึ้นแต่ทว่าถ้าพวกเจ้าไม่เจ๋งจริงบอกได้เลยถ้าเข้าไปจะต้องลำบากอย่างแน่นอนและการเข้าสำนักจิตวิญญาณของเรานั้นจะรับศิษย์ใหม่จากภายในที่แห่งนี้ทั้งหมดเพียงแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้นเพราะถึงยังไงมันก็เป็นธรรมเนียมของพวกเราที่ปฏิบัติกันมาเนิ่นนาน ส่วนคนที่เหลือที่ไม่ผ่านการทดสอบก็ต้องกลับบ้านไปและรอคอยอีกหนึ่งปีข้างหน้า"
ชายชราโหวพูดขึ้นอย่างจริงจังจนทำให้หลายคนต้องอุทานออกมา เป็นอย่างที่พวกเขาเคยได้ยินจริงๆ การรับสมัครจะรับเพียงแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น ว่ากันว่าหลังจากนี้จะมีการทดสอบที่โหดมหาหินรออยู่เบื้องหน้าของพวกเขา แต่ละคนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตระหนักนัก ในตอนนี้พวกเขาแทบจะมองคนรอบข้างเป็นศัตรูแล้วก็ว่าได้
หลินตงที่ยืนกอดอกอยู่มุมนึงถึงกับแสยะยิ้มออกมา โลกแห่งการฝึกฝนพลังยุทธก็เป็นแบบนี้ละ คนที่มีพลังไม่พอก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคนที่มีพลังมากยิ่งกว่า ภายในลานกว้างก็มีหลายคนที่ลอบยกยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน นัยน์ตาพวกเขาเหมือนกับนักล่าที่พร้อมจะออกล่าตลอดเวลา จากที่หลายคนสังเกตมาดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกับหลินตงซึ่งนั่นก็คือการชอบอะไรแปลกใหม่ที่ท้าทาย
ผู้อาวุโสหลายคนเมื่อเห็นท่าทางพวกเขาก็มีสีหน้าที่นิ่งเฉยอย่างมาก ถึงสำนักจิตวิญญาณของพวกเขาจะเปิดรับสมัครศิษย์ก็จริงแต่ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถรับทุกคนที่เข้ามาสมัครได้ทั้งหมด ภายในสำนักถึงจะมีทรัพยากรในการฝึกฝนพลังมากแต่ทว่าพวกมันก็มีจำกัดเช่นเดียวกัน จึงทำให้ภายในสำนักเกิดการแข่งขันที่สูงกันมากจากหมู่ศิษย์ขึ้นและที่พวกเขาคัดเลือกเช่นนี้ออกมามันก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ถ้าใครไม่แน่พอหลังจากนี้เมื่อเข้าไปยังสำนักคงจะถูกข่มเหงรังแกซะจนอยากจะฆ่าตัวตายเลยก็ว่าได้
ชายชราโหวฉางคงเมื่อเห็นการตอบสนองของแต่ละคนก็พยักหน้าอย่างพอใจ การแข่งขันกันของสำนักเขาจะมีขึ้นตลอดเวลาเพื่อที่จะรีดประสิทธิภาพภายในตัวของผู้ฝึกยุทธรุ่นใหม่ให้ถึงที่สุด
"เอาล่ะ พวกเจ้าภายในลานกว้างตอนนี้มีทั้งหมด สองร้อยเจ็ดสิบสี่คน การทดสอบของสำนักเราจะมีขึ้นเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น ก็คือพวกเจ้าจะต้องเอาตัวรอดภายในป่าหลังสำนักของเราให้ได้เป็นเวลาหนึ่งวัน ภายในป่านั้นจะมีสัตว์อสูรระดับหนึ่งวิ่งเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด พวกเราจับมันมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเอามาทดสอบศิษย์ใหม่ ความอันตรายของพวกมันพวกเจ้าคงจะรับรู้ได้เป็นอย่างดีแต่ทว่าพวกข้าจะไม่ให้พวกเจ้าตายโดยเด็ดขาด ใครคนไหนที่ไม่ไหวหรือยอมแพ้แล้วก็เพียงแค่ใส่คลื่นพลังยุทธไปยังแผ่นป้ายที่พวกข้าหลังจากนี้จะจัดเตรียมเอาไว้ให้ พวกเจ้าก็จะถูกเคลื่อนย้ายออกมาจากผืนป่านั้นในทันที..!!"
"และการทดสอบนี้ไม่ใช่แค่เอาตัวรอดเฉยๆ สัตว์อสูรระดับหนึ่งแต่ละตัวภายในป่าหลังสำนักนั้นมีค่าถึงหนึ่งคะแนน ภายในหนึ่งวันใครที่ได้คะแนนสูงที่สุดภายในหนึ่งร้อยอันดับแรกจะเป็นผู้ที่ได้เข้าสำนักจิตวิญญาณ เรียกง่ายๆว่าการทดสอบนี้ไม่ใช่แค่ต้องเอาตัวรอดชีวิตจากดงของสัตว์อสูรเท่านั้นแต่ทว่าพวกเจ้าจะต้องเป็นนักล่าอีกด้วย สำนักจิตวิญญาณของเราจะไม่รับผู้ที่ไม่มีใจในการต่อสู้โดยเด็ดขาด..!!"
"อ่อ ลืมบอกไปการทดสอบของสำนักก็มีรางวัลให้กับผู้ที่มีคะแนนสามอันดับแรกด้วยนะ ของรางวัลจะลดหย่อนกันไปตามแต่คะแนนของทุกคน หวังว่าพวกเจ้าจะต้องพอใจอย่างแน่นอน"
โหวฉางคงเอ่ยจุดประสงค์และอธิบายสิ่งต่างๆออกมาอย่างจริงจัง
และเมื่อชายชราพูดจบก็ทำให้หลายคนต้องตื่นตระหนัก บางคนถึงกับหวาดกลัวซะจนฉี่ราด พวกเขาบางคนยังไม่เคยพบเจอสัตว์อสูรตัวเป็นๆเลยด้วยซ้ำแล้วจะให้พวกเขาออกไปล่ามันเพื่อทำคะแนนอีกหรอ มีบางคนถึงกับคิดว่าการทดสอบนี้มันยากเกินไปอีกด้วย
"น่าสนใจจริงๆ สัตว์อสูรหนึ่งตัวหนึ่งคะแนนหรอ ต้องบอกเลยว่านี้คือการแข่งขันกับเวลา ใครฆ่าสังหารได้มากที่สุดจะได้รับรางวัลของสำนักไป..!!"
หลินตงที่ได้ฟังก็บ่นพึมพำอย่างสนใจ เมื่อเขาได้ยินถึงรางวัลชายหนุ่มก็ถึงกับมีแผนการที่เตรียมเอาไว้แล้ว ชายหนุ่มจะให้เจ้าหมายเลขหนึ่งเป็นคนลงมือทั้งหมด ด้วยการที่มันมีพลังที่ใกล้เคียงกับสัตว์อสูรระดับสามจึงทำให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดไม่สามารถต่อกรกับมันได้แถมทุกคนก็ยังไม่รู้อีกด้วยว่านี้คือฝีมือของเขา
"อย่าหาว่าข้าเอาเปรียบพวกเจ้าเลยนะ ก็สัตว์อสูรอัญเชิญมันก็เป็นพลังของข้าอย่างนึงเช่นเดียวกัน ฮ่าฮ่า"