“องค์ราชาของข้า ได้โปรดพิจารณาข้อเสนอของวสุธาด้วยเถิด” ชายหนุ่มวัยราวสามสิบกว่า ๆ ที่แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศกำลังโค้งให้พ่อของปลายฝนผู้ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินอาณาจักรธารา
ผู้หญิงที่นั่งข้างอยู่ ๆ พระราชาเอ่ยขึ้น “แต่มันเป็นการไม่ให้เกียรติแก่พวกเรามากเลยนะ ที่พวกเขาจะต้องการให้ลูกสาวของฉันไปแต่งกับคนที่แต่งงานไปแล้ว ถึงอีกฝ่ายจะเป็นถึงองค์รัชทายาทก็เถอะ”
“ใช่ ท่านเจ้ากรมมหาดไทยคิดได้เช่นไรที่จะให้เจ้าหญิงของอาณาจักรของเราลดตัวไปอนุของพวกเขา” ชายสูงอายุอีกคนพูดอย่างโกรธเคือง
“ท่านก็พูดเกินไปท่านนายก นี่มันคือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรของพวกเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่างหาก องค์ราชินีได้โปรดคิดให้ถี่ถ้วนด้วยครับ”
“ใช่แล้วฝ่าบาท หากพวกเราทำให้วสุธาขุ่นเคืองแล้วหันไปเข้าร่วมกับศิขา บ้านเมืองเราจะตกอยู่ในอันตรายทันทีนะครับ” ชายผมวัยกลางคนรูปร่างผอมเพรียวอีกคนเอ่ยเสริม
“ท่านเจ้ากรมการทูตก็พูดเกินไป หากมีสงครามระหว่างเรากับวสุธาเกิดขึ้นจริง พวกข้ากรมกลาโหมก็พร้อมรบต่อให้อีกฝ่ายได้เปรียบเรื่องธาตุก็ตาม ถึงกระนั้นใครจะสู้เราได้ในพื้นที่อันได้เปรียบของอาณาจักรธารา” เจ้ากรมกลาโหมพูดอย่างหยิ่งผยอง “หรือจะให้ไปบุกยึดศิขาพวกข้าก็พร้อม ขอแค่ฝ่าบาทเอ่ยมาเท่านั้น”
“นี่ท่านเจ้ากรมกลาโหมตกข่าวไปหรือยังไง? ทางวสุธาพวกเขาได้กษาปณ์พฤษภไปครอบครองแล้ว” เจ้ากรมมหาดไทยพูดอย่างไม่เห็นด้วย “และที่พวกเขายื่นข้อเสนอมาพวกเราก็ได้ผลประโยชน์อย่างมาก พวกเราจะได้เป็นผู้ถือกษาปณ์พฤษภเอาไว้ แบบนั้นวสุธาก็จะหักหลังพวกเราไม่ได้ พวกเขาขอแค่เจ้าหญิงธารารินทร์เป็นการแลกเปลี่ยนเท่านั้น”
“นี่ลูกสาวของฉันนะ ไม่ใช่หมูหมากาไก่ที่ไหนที่จะมาใช้เธอเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนทางการเมืองแบบนี้” พระราชินีพูดออกมาอย่างฉุนเฉียว ตาแดงก่ำราวกับคนจะร้องไห้
เจ้ากรมกลาโหมไม่สนใจสิ่งที่พระราชินีแสดงออกมา เขาพยายามพูดโน้มน้าวใจต่อ “โปรดเข้าใจความปรารถนาดีของกระผมด้วยเถิด องค์ราชินีและราชาของข้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชนนับล้าน กระผมเชื่อว่าองค์หญิงจะยอมเสียสละ”
“เจ้าพวกขี้ขลาด ดีแต่มุดอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิง” ดิเรกที่ยืนฟังการโต้เถียงของเหล่านักการเมืองอยู่นานสองนาน อดรนทนไม่ไหวที่จะต้องสบถออกมาเมื่อได้ยินเจ้ากรมมหาดไทยพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย
“เจ้ากล้าที่ยังไงมาพูดจาสามหาวกับข้าเช่นนี้ เป็นแค่องครักษ์ประจำตัวองค์หญิงเท่านั้น จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับการบ้านการเมือง” เจ้ากรมมหาดไทยตวาดใส่ก่อนจะออกคำสั่ง “จับกุมเจ้าหมอนี่ไปขังคุกเดี๋ยวนี้”
“ปล่อยข้านะ” มีทหารเข้ามาจับกุมตัวดิเรกตามคำสั่งของเจ้ากรมมหาดไทยทันที
เกิดความวุ่นวายในท้องพระโรงของพระราชวัง เห็นได้ชัดว่าเกิดการโต้เถียงแบ่งเป็นสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างอ้างเหตุผลสนับสนุนให้ตัวเองชนะ มีเพียงพระราชาที่ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คำพูดเพียงคำเดียวอาจทำให้สั่นคลอนไปทั้งอาณาจักร เขาจึงต้องใช้สมองเพื่อไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจะพูดออกมา
แม้แต่พระราชินีเองก็เข้าใจถึงความตึงเครียดของสถานการณ์นี้ดี แต่เธอก็ทำใจไม่ได้ที่จะยอมปล่อยให้ลูกสาวของเธอต้องไปอยู่ในมือชายที่อาจทำให้ลูกสาวของเธอเจ็บช้ำน้ำใจไปตลอดชีวิต
“ท่านพี่ ได้โปรดเถิด นี่คือชีวิตทั้งชีวิตลูกสาวของพวกเราเลยนะ” ราชินีอ้อนวอนต่อสามีของเธอ
“ฝ่าบาท บ้านเมืองย่อมต้องมาก่อน ชาวบ้านตาดำ ๆ หวังพึ่งท่านและเจ้าหญิงธารารินทร์” เจ้ากรมมหาดไทยสีหน้าจริงจังขณะพูด
“พระราชาอย่าได้กลัวพวกมัน ถ้าพวกมันกล้ามา พวกกระผมพร้อมทำสงครามไล่พวกมันให้กลับไปนอนซมที่บ้านเอง” เจ้ากรมกลาโหมพูดอย่างฮึกเหิม
“ฝ่าบาท ได้โปรดอย่าฟังเจ้ากรมกลาโหมเลย มีแต่จะสูญเสียถ้ายังขืนฟังคนบ้าอย่างเขา” เจ้ากรมการทูตมองเจ้ากรมกลาโหมอย่างดูแคลน
“เจ้า...” เจ้ากรมกลาโหมคิดจะสวนกลับ
ทันใดนั้นพระราชาธาราที่แปดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูทรงพลังก่อนที่มันจะบานปลายไปมากกว่านี้ “พอได้แล้ว ทุกคนฟังฉัน”
ทุกคนต่างเงียบแล้วหันมองพระราชาเป็นจุดเดียว พระราชาหยุดเว้นวรรคก่อนจะพูดต่อ “บอกวสุธาไปว่า ฉันตอบตกลง”
เมื่อสิ้นคำพูดของเจ้าแผ่นดิน เกิดเสียงฮือฮาไปทั้งท้องพระโรง ฝ่ายที่สนับสนุนให้เกิดข้อแลกเปลี่ยนนี้ต่างยินดีปรีดา
ฝ่ายที่เห็นด้วยกับพระราชินีที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับวสุธา ต่างมั่นใจว่าพระราชาจะเห็นด้วยกับพวกเขา เนื่องจากพระราชาเป็นพ่อที่รักลูกสาวมากไม่ต่างกับพระราชินี หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ยอมเห็นด้วยกับการใช้ลูกสาวสุดที่รักไปในการแลกเปลี่ยนทางการเมืองอย่างแน่นอน แต่กระนั้นคำตอบกลับต่างกันไปจากที่พวกเขาคิดเอาไว้
“ท่านพี่...” ราชินีร้องไห้ออกมาทันที เมื่อได้ยินสามีของเธอประกาศออกมา
“ไม่นะฝ่าบาท ได้โปรดเปลี่ยนใจด้วยเถิด” ดิเรกตะโกนออกมาขณะโดนลากตัวออกจากที่ประชุมก่อนเสียงจะจางหายไป
“ฝ่าบาทคิดถูกแล้ว เป็นความกรุณายิ่งล้นพ้นของฝ่าบาทและเจ้าหญิง บ้านเมืองย่อมสำคัญกว่า ชาวบ้านจะสรรเสริญฝ่าบาท” เจ้ากรมมหาดไทยกล่าวออกมาอย่างชอบใจ
“ใช่แล้วฝ่าบาท ทางออกทางสันติย่อมดีกว่าการใช้กำลังเสมอ” เจ้ากรมการทูตกล่าวเสริม
“...” พระราชา