บทที่ 45 ค่ำคืนที่ส่องสว่างไปด้วยแสงสีทอง
หลิน ฟ่าน ได้มองเห็น ชิว เหวินเจี้ยนเดินกลับออกมาคนเดียวก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ‘นี่เขาทำไมถึงได้กลับออกมาคนเดียว? หรือว่า...’
หลิน ฟ่าน ได้ตั้งท่าเตรียมจะพุ่งเข้าไปข้างในปราสาทเพื่อที่จะไปหาจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม แต่เสียงของ ชิว เหวินเจี้ยนก็ดังขึ้นมาซะก่อน “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไร ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงข้าแค่จะออกไปเดินเล่นข้างนอกเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่อยู่ด้านใน พวกเขากำลังคุยกันอย่างสนุกสนานกันอยู่เลย”
ชิว เหวินเจี้ยนสามารถดูออกได้ในทันทีว่า หลิน ฟ่าน นั้นกำลังพุ่งไปหาจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเพราะเขาคิดว่า ชิว เหวินเจี้ยน ได้แอบหลบหนีออกมาระหว่างพวกเขาที่กำลังต่อสู้กันอยู่เนื่องจาก ชิว เหวินเจี้ยน มีพลังเพียงขั้นที่9เขตแดนนักสู้ธรรมดาจะไปต่อสู้ได้อย่างไร จึงต้องหนีออกมา
แต่ทว่า จริงๆแล้ว พวกเขาไม่ได้ต่อสู้กันเลยด้วยซ้ำ มีก็แต่เพียง หลินฟ่าน คิดไปเองคนเดียว
หลิน ฟ่าน ที่ไม่เชื่อคำพูดของ ชิว เหวินเจี้ยน เขาก็ได้พุ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็วเพื่อไปตรวจดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่เมื่อ หลิน ฟ่าน มาถึงก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ตรงเบื้องหน้านี้ “นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้น!”
เสียงของ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ดังขึ้นมา “เจ้าจะเสียงดังไปทำไม หลิน ฟ่าน ข้ากำลังสังสรรค์กันอยู่เลยแล้วเจ้าจะมาร่วมวงด้วยคนไหมล่ะ”
“เชิญพวกท่านตามสบายข้าเพียงแค่เข้าใจผิดไปเอง ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” หลิน ฟ่าน ในตอนนี้รู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆแล้วหละก็ ดีไม่ดี ดินแดนต้องห้ามอาจจะต้องถึงคราวล่มสลาย!
ชิว เหวินเจี้ยนได้เดินออกไปยังหน้าปราสาทโดยไม่มีทหารคนไหนกล้าเข้ามาขวางทางเขาอีกแล้ว เนื่องจากหลิน ฟ่าน ได้กำชับพวกทหารและองครักษ์ ไว้เป็นอย่างดีว่า ‘ถ้าหากพบเจอกลุ่มของท่าน ชิว ซานฟู่ทุกคนจะต้องทำความเคารพพวกเขาทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะคนพวกนั้นสามารถที่จะโค่นล้มดินแดนต้องห้ามได้อย่างสบายๆ’ เหล่าทหารในตอนนั้น ได้ทำสีหน้าตกตะลึงกันยกใหญ่แต่พวกเขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า ชิว ซานฟู่ ถึงขนาดที่ทำลายประตูเมืองแต่จักรพรรดิของพวกเขา ก็ยังไม่คิดที่จะลงมือแต่อย่างใดมันแสดงให้เห็นแล้วว่าคนกลุ่มนี้ไม่ควรที่จะไปตอแยด้วย
เหล่าทหารหน้าปราสาท ได้ก้มหัวเคารพ ชิว เหวินเจี้ยน กันทุกคนถึงแม้ว่าพวกเขาจะตรวจสอบพลังของ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ว่าอยู่เพียงเขตแดนนักสู้แต่ก็ยังคงยอมก้มหัวเคารพให้
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ผงกหัวและได้คิดในใจ ‘อื้ม...พวกนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ไว้ข้าจะสร้างสิ่งของมาเซอร์ไพรส์ดินแดนแห่งนี้ก็แล้วกัน’
ชิว เหวินเจี้ยน เมื่อคิดเสร็จ เขาก็ได้เดินไปหาซื้อของตามร้านค้าต่างๆเพื่อนำมาแปรรูปทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
และแล้วเวลาก็ได้ร่วงเลยมายันค่ำมืด ได้มีเสียงที่ทรงพลังดังขึ้นมา ทำให้ทุกคนในดินแดนได้ยินกันทั้งหมด“ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง ข้าขออนุญาตให้ผู้คนในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ได้มีส่วนร่วมกับมัน” เป็นเสียงของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามนั่นเองที่ดังขึ้นมา
เมื่อเขากล่าวเสร็จ ก็ได้มีแสงสีทองอร่ามส่องประกายเต็มท้องฟ้ายามราตรีแห่งนี้เพื่อเป็นการประกาศว่า งานเลี้ยงฉลองได้เริ่มขึ้นแล้วนั่นเอง
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม จึงได้พุ่งทะยานขึ้นไปข้างบนท้องฟ้า และเปล่าประกาศออกมาอีกทีนึงว่า“งานฉลองนี้ข้ากลัวว่ามันจะธรรมดาจนเกินไป ข้าจึงได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษมาไว้ให้กับผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขัน...”
เหล่าผู้คนในดินแดนต้องห้ามเสียงดังเอะอะกันยกใหญ่
“งานแข่งขัน?”
“ของรางวัลจะต้องสุดยอดแน่ๆเลย...”
“ข้าจะต้องเป็นผู้ชนะให้ได้...”
.
.
จักรพรรดิได้พูดให้เสียงดังกว่าเดิม เพราะว่าเหล่าผู้คนเริ่มที่จะไม่สนใจเขากันแล้ว “เอาหละข้าจะบอก กฏกติกาง่ายๆฟังกันให้ดีๆ ใครที่สามารถเก็บรวบรวมทองคำที่กระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้าแห่งนี้ได้เยอะที่สุดคนผู้นั้นจะได้รับของรางวัลกลับไปในทันทีและยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ได้รับอันดับ1อีกด้วย นั่นก็คือ คนผู้นั้นสามารถที่จะเข้าไปข้างในตัวปราสาทได้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเป็นเวลา1วันเต็มๆ! เอาล่ะ เริ่มการแข่งขันได้!!!!”
ทุกคนได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อที่จะเก็บรวบรวมทองคำและได้รับรางวัลจาก จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ที่เขาจะเป็นคนมอบมันด้วยตัวของเขาเอง
“ข้าไปก่อนหละ...ฟิ้ววว”
“ข้าจะต้องชนะการแข่งครั้งนี้ให้ได้”
“อย่าหวังข้าต่างหากที่จะได้เป็นผู้ชนะเลิศ”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ....
ในท้องฟ้ายามมืดมิด ที่มีแสงสีทองสะท้อนมาจากทองคำได้มีเหล่าผู้เข้าแข่งขันลอยอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด เหมือนกับพวกเขาเอาทุกอย่างเข้าแลกเลยก็ว่าได้
.
.
ในขณะนี้ได้มีผู้คนที่เข้าแข่งขันกันอย่างสุดกำลังเพื่อช่วงชิงความเป็นที่1มาให้ได้ เพราะของรางวัลที่จะได้มานั้นมันน่าล่อตาล่อใจซะเหลือเกิน