ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ขายตั๋วและรักษาความสงบเรียบร้อยเอามือกุมท้อง ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา อีกทั้งยังกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าว่า
“รถแบบนี้ยังคิดจะเอาไปวิ่งในสนามแข่งระดับ S อีกเหรอ? สาวน้อย เธอก็หน้าตาดีอยู่หรอก แต่ทำไมถึงไม่พกสมองมาจากบ้านด้วยล่ะเนี่ย?”
หลินเสี่ยวจู้ทั้งโกรธทั้งอับอาย เธอโพล่งขึ้นมาว่า “ฉันเป็นคนจ่ายเงิน อยากจะวิ่งในสนามไหน นายจะมายุ่งอะไรด้วย?”
ชายหนุ่มพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แล้วหันไปพูดกับเซียวเจิ้งที่นั่งข้างคนขับว่า “น้องชาย เตือนแฟนของนายบ้างนะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติไปแข่งในสนามระดับ S ได้ จริงอยู่ที่ว่าพวกนายเป็นคนจ่ายเงิน แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน ฉันหวังว่าพวกนายจะเลือกแข่งในกลุ่มอื่น ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ไม่มีใครรับผิดชอบนะจะบอกให้”
สาเหตุที่งานแข่งรถหยุนเฟิงยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนแม้แต่ตำรวจก็ยังปิดตาข้างหนึ่งนั้น เหตุผลหลักก็มาจากการตรวจสอบความปลอดภัยที่เข้มงวด ควบคู่ไปกับการพนันมากมายจากภายนอก ซึ่งทุกฝ่ายยินดีที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากมัน ดังนั้นตราบใดที่ไม่มีปัญหาร้ายแรงเกิดขี้น ก็จะไม่มีใครมาขัดขวางการแข่งขันที่ได้ผลกำไรมหาศาลนี้
และสำหรับมือใหม่ผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอย่างหลินเสี่ยวจู้ ผู้จัดงานก็มีหน้าที่เกลี้ยกล่อม เพื่อไม่ให้เผชิญชะตากรรมเลวร้ายในภายหลัง
“พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วง”
เซียวเจิ้งยื่นบุหรี่มวนหนึ่งผ่านหน้าหลินเสี่ยวจู้ไป เขาขยิบตาและกล่าวอย่างคนมีประสบการณ์ว่า “รถของพวกเราไม่ได้แย่อะไร ไม่มีทางถูกทิ้งห่างแน่นอน”
ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ขายตั๋วผงะไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะรับบุหรี่ไปและเคาะหลังคารถอีกครั้ง
“งั้นก็ได้ พวกนายขับตรงไปที่โซน S เลย อีกครึ่งชั่วโมงจะมีการแข่งขันของระดับ A ไปทำความคุ้นเคยกับสนามผ่านหน้าจอใหญ่ก่อนก็แล้วกัน”
เซียวเจิ้งส่งสัญญาณมือบอกว่าโอเค จากนั้นสะกิดให้หลินเสี่ยวจู้ออกรถ
“พี่พูดอะไรกับพวกเขา?” หลินเสี่ยวจู้เอ่ยถาม ในขณะที่ขับรถไปยังโซน S “ทำไมพวกเขาถึงปล่อยให้เราไปแข่ง ทั้ง ๆ ที่พี่พูดไปแค่ประโยคเดียว?”
เซียวเจิ้งยิ้มออกมา พลางกล่าวว่า “ฉันบอกพวกเขาไปว่ารถของเธอดัดแปลงมาแล้ว”
“อะไรนะ?” หลินเสี่ยวจู้ประหลาดใจมาก “รถคันนี้ถูกดัดแปลงมาแล้วเหรอ?”
“จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ? นี่มันไม่ใช่รถของฉัน” เซียวเจิ้งกล่าวอย่างจนปัญญา “แต่ฉันขอแนะนำให้เธอไปหาที่จอดรถดี ๆ สักที่ อีกเดี๋ยวจะได้ไม่ถูกบีบให้เข้าสู่สนามแข่ง ไม่อย่างนั้นเธอได้ลงแข่งกับกลุ่มนักแข่งรถมืออาชีพจริง ๆ แน่”
“ฉันไม่กลัวหรอก!” หลินเสี่ยวจู้กัดฟันกรอด พูดออกมา
“แน่ใจนะว่าไม่กลัว?” เซียวเจิ้งกล่าวแซว “นักแข่งระดับ S มีแต่ยอดฝีมือด้านการแข่งรถ รถส่วนใหญ่ก็เป็นรถดัดแปลงแทบทั้งนั้น เธอจะเอารถ BMW เชิงพาณิชย์ไปแข่งความเร็วกับรถสปอร์ตคันอื่นเหรอ? เชื่อไหมว่าแค่เริ่มออกตัวก็ทำให้เธอหน้าเสียได้แล้ว?”
หลินเสี่ยวจู้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันจ่ายเงินไปแล้วนะ จะให้ถอนตัวได้ยังไง?”
“5,000 หยวนไม่ถือว่าเป็นเงินที่มากเกินไปสำหรับเธอ และฉันก็สามารถพูดกับเธอได้อย่างมั่นใจเลยว่า ถึงเธอจะขับรถสปอร์ตตัวท็อป เธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักแข่งพวกนั้น” เซียวเจิ้งกล่าวเหมือนเอาน้ำเย็นสาดใส่หน้า
“ฮึ่ม!”
หลินเสี่ยวจู้กล่าวอย่างทะนงตัว “ฝีมือการขับรถของฉันก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน ถ้าให้ฉันขับรถสปอร์ตบ้าง ถึงจะไม่ได้ที่หนึ่ง ก็ต้องถูกทิ้งห่างไปได้ไม่ไกล” หลินเสี่ยวจู้มั่นใจในฝีมือการขับรถของตัวเองมาก
ฝ่ายเซียวเจิ้งคลี่ยิ้ม แล้วชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งพักอยู่ในเพิงที่สร้างขึ้นมาชั่วคราว จากนั้นกล่าวว่า
“มีนักแข่งระดับนานาชาติหลายคนอยู่ในกลุ่มนั้น เธอคิดว่าฝีมือของเธอเหนือกว่าพวกเขาหรือเปล่าล่ะ?”
“นักแข่งระดับนานาชาติ?”
หลินเสี่ยวจู้ผงะไปทันที เธอโพล่งขึ้นมาด้วยความโกรธว่า “คนพวกนั้นจะหน้าด้านเกินไปไหม? ถึงงานแข่งรถหยุนเฟิงจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็เป็นแค่การแข่งขันของมือสมัครเล่น พวกเขามาทำอะไรที่นี่?”
“บัตรผ่านประตูราคา 5,000 หยวนต่อคน เงินรางวัลของการแข่งขันระดับ A B C D คือ 200,000 หยวน ส่วนระดับ S สูงถึง 500,000 หยวน เธอคิดเหรอว่าเจ้าภาพจะยอมมอบผลประโยชน์ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั่วไป? ในการแข่ง 5 รอบ ปล่อยให้หลุดมาสัก 1 รอบก็ต้องขอบคุณพระเจ้าแล้ว” เซียวเจิ้งค่อย ๆ อธิบาย
“ที่แท้ก็มีวิธีแบบนี้ด้วย จิตใจของคนพวกนี้จะสกปรกเกินไปแล้ว แบบนี้มันหลอกเอาเงินกันนี่” หลินเสี่ยวจู้เอียงคอ แล้วเอ่ยถามออกมาว่า “พี่เขย ทำไมพี่ถึงรู้ดีขนาดนี้ล่ะ? อย่าบอกนะว่าพี่ก็เคยแข่งรถมาก่อน?”
“ฉันไม่มีรถ เธอจะให้ฉันเอาอะไรไปแข่ง?” เซียวเจิ้งหัวเราะ พลางกล่าวขึ้นมาว่า “และนี่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องสกปรกอะไร ทุกคนแข่งขันกันด้วยความสามารถที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นนักแข่งมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น ถ้าสามารถเอาชนะได้ก็ถือว่าเป็นนักแข่งที่มีฝีมือเก่งกาจ แต่ที่สกปรกของจริงก็คือ พวกเขาควบคุมผลแพ้ชนะของการแข่งขันระดับ S และยังควบคุมไปถึงการจัดอันดับ”
“ควบคุมการจัดอันดับของระดับ S เหรอ?” หลินเสี่ยวจู้เอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? คว้าที่หนึ่งมาได้ยังไม่พอ ยังต้องโจมตีผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ข้างหลังอีกเหรอ?”
เซียวเจิ้งหัวเราะ พลางส่ายหน้า แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ที่เจ้าภาพจัดงานแข่งขันครั้งใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมา เธอคิดว่าทำเพื่อเก็บค่าบัตรผ่านประตูงั้นเหรอ? แค่นั้นไม่เพียงพอให้พวกเขาไกล่เกลี่ยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรอก ต้นตอจริง ๆ อยู่ข้างนอกต่างหาก หลังจากที่การแข่งขันในแต่ละรอบจบลง จะต้องมีเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างน้อยร้อยล้าน ในระหว่างนั้นก็ยังสามารถฟอกเงินได้ด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
หลินเสี่ยวจู้แลบลิ้น และพูดออกมาด้วยความขุ่นเคือง “ถ้าพี่ไม่พูด ฉันก็คงจะคิดว่ามันคือการแข่งขันต่อไป ไม่คิดเลยว่าจะมีเบื้องหลังที่สกปรกขนาดนี้”
“ทุกวันนี้ยังมีงานแข่งขันไหนอีกบ้างที่แข่งขันกันจริง ๆ? ไม่ต้องไปพูดถึงฟุตบอลหรือบาสเก็ตบอล แม้แต่เทนนิสกับแบดมินตันก็มีการพนันเกิดขึ้นเหมือนกัน” เซียวเจิ้งกล่าวออกมาอย่างจริงจัง “เพราะฉะนั้น พวกเราอยู่ดูการแข่งขันสัก 2 รอบก็พอแล้ว ถ้าเธออยากจะลงแข่งจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเสียหน้าหรอก รถของพี่สาวเธออาจจะถูกชนยับเลยก็ได้”
“ฮิๆๆ.......”
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ หญิงสาวที่จอดรถอยู่ข้าง ๆ และเปิดกระจกรถเอาไว้ก็หัวเราะออกมาอย่างมีเสน่ห์เย้ายวน
“สุดหล่อ ในเมื่อนายรู้เรื่องภายในของการแข่งขันเป็นอย่างดีขนาดนี้ งั้นพวกเรามาลองทายกันดูไหมว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันระดับ A? ฉันพนันว่าเป็นเบนท์ลีย์สีเงินคันนั้น”
เส้นผมยาวสลวยที่ดัดเป็นลอนคลื่นของผู้หญิงคนนั้นได้แสดงเสน่ห์ของเพศหญิงที่น่าหลงใหล ใบหน้าสวยหวานเผยความเย้ายวนราวกับนางจิ้งจอก เธอสวมใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิง ซึ่งดึงเอาความดุดันจากเบื้องลึกออกมา แค่ปรายตามองเพียงชั่วครู่ก็ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่หลงใหล คลั่งไคล้เธอได้แล้ว ฝ่ายพี่เจิ้งที่หันหน้าไปมอง ก็ถูกดวงตาที่งดงามและทรงพลังดึงดูดให้หยุดชะงัก ยากที่จะละสายตาไปจากเธอได้
นี่คือความสวยในระดับที่สร้างความหายนะได้อย่างแท้จริง ผู้หญิงคนนี้มีอายุประมาณ 25 – 30 ปี ริมฝีปากสีแดงนั้นราวกับดอกกุหลาบที่กำลังผลิบาน แม้จะงดงาม แต่ก็ซ่อนพิษร้ายเอาไว้ ถึงจะนั่งอยู่บนรถ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังเรือนร่างที่อวบอัด เย้ายวนใจของเธอได้ ถือว่าเป็นสาวงามชั้นหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายคลั่งไคล้ ทำให้ผู้หญิงบ้าคลั่ง
เมื่อเซียวเจิ้งจ้องมองแล้ว จ้องมองอีก หลินเสี่ยวจู้ที่ยังเป็นเพียงเด็กสาวหน้าตาดีก็เกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เธอดึงแขนของเซียวเจิ้ง แสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อหญิงสาวชุดแดงคนนั้นอย่างชัดเจน และพูดขึ้นมาว่า
“พี่เขยของฉันไม่เล่นเกมเด็ก ๆ พรรค์นั้นกับเธอหรอก”
หลินเสี่ยวจู้สังเกตเห็นแล้วว่า หญิงสาวชุดแดงก็คือเจ้าของสายฟ้าสีแดงคันนั้น ทั้งสองฝ่ายถูกลิขิตให้มาเจอกัน แต่ไม่ได้พูดคุยกันในระหว่างทาง จนตอนนี้เมื่อมาจอดรถข้างกันอีกครั้ง อีกฝ่ายก็ดันเริ่มชวนคุยเสียได้ หลินเสี่ยวจู้รู้สึกได้ถึงกระแสคุกคามลาง ๆ ทำให้เธอเป็นเดือดเป็นร้อนแทนพี่สาว
“ที่แท้ก็เป็นพี่เขยนี่เอง แต่น้องเมียกับพี่เขยจะสนิทสนมกันเกินไปไหม? ไม่กลัวเหรอว่าพี่สาวของเธอจะหึง?” หญิงสาวชุดแดงคลี่ยิ้ม และกล่าวขึ้นมา
“พี่สาวของฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจแคบแบบนั้น!” หลินเสี่ยวจู้เลิกคิ้วขึ้น “เธอนั่นแหละ ช่วยรักษาระยะห่างจากพี่เขยของฉันหน่อย เขาไม่ชอบผู้หญิงแบบเธอหรอก!”
“ผู้หญิงแบบไหนล่ะ?” หญิงสาวชุดแดงยืดตัวขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับปรายตามองอย่างยั่วยวน “ผู้หญิงนมใหญ่? ผู้หญิงก้นงอน? หรือว่าผู้หญิงที่หลอกล่อให้ผู้ชายนอกใจ?”
ในฐานะเด็กนักเรียนมัธยมปลาย หลินเสี่ยวจู้เคยถูกใครยั่วยุกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ที่ไหน? ใบหน้างดงามของเธอแดงก่ำ แล้วกล่าวขึ้นมาว่า
“หน้าไม่อาย!”
“ฮิๆ......”
หญิงสาวชุดแดงหัวเราะเสียงหวานฉ่ำ ใบหน้าอันเย้ายวนราวกับนางจิ้งจอก แทบจะคั้นน้ำออกมาได้ ดวงตาดอกท้อคู่งามที่กำลังวูบไหว สามารถช่วงชิงวิญญาณของผู้ชายได้ภายในเสี้ยววินาที เธอช่างมีเสน่ห์และงดงามราวกับกุหลาบแดงที่บานสะพรั่ง