ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่70 หมัดเดียวจอด

    “ก็เออสิ มึงแย่งผู้หญิงของกูไป แล้วทำไมกูถึงต้องอยู่เฉยๆ ด้วยละวะ!” พี่หนุ่ยเลือดขึ้นหน้า เขาไม่สามารถทำร้ายสองสาวได้ แต่กับดิวที่เป็นเพียงคนธรรมดานั้นไม่เหมือนกัน

    ดิวอมยิ้มมุมปาก ดูเหมือนเขาจะเป็นศิลปินที่ไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ ถึงว่าหมอนี่ดันไม่รู้ตื้นบางหนา แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้โชว์ให้สาวๆ ดูสักหน่อย

    แต่ในตอนนั้นเองของขวัญได้ก้าวเข้ามาขวาง เธอยืนอยู่ตรงหน้าพี่หนุ่ยอย่างไม่เกรงกลัว พูดเสียงหนักๆ ว่า “คุณรู้มั้ยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าหากคุณไม่รีบขอโทษพี่ดิวแล้วไสหัวไปเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน!”

    ได้เห็นเลือดที่ออกจากจมูกของดิวเพราะเรื่องไร้สาระ ของขวัญจะทนไหวได้ยังไง ใบหน้าที่หล่อเหลาไม่สมควรมีรอยช้ำหรือแผลใดๆ สิ ของขวัญจึงยอมไม่ได้ที่เห็นดิวถูกทำร้าย ต่อให้คนตรงหน้าเป็นผู้ชายที่แข็งแรงกว่าก็ตามที

    “ได้ยินที่พูดมั้ย ถ้าคุณยังไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ล่ะก็ ขอเตือนไว้เลย รีบทำตามที่พูดซะ หรือไม่ก็รีบหนีไปให้ไกลๆ!” ยายเค้กยอมไม่ได้อีกคน ไม่ใช่ว่าชอบดิวหรอกนะเพียงแต่เธอไม่ชอบปฏิกิริยาของพี่หนุ่ยที่ใช้ความรุนแรง

    เห็นแบบนี้เค้กก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงใสๆ ถึงขนาดผู้ชายทุกคนจะเข้ามาหาเศษหาเลยได้ ด้วยการเปลี่ยนผ่านผู้ชายใหม่ๆ เดือนสองเดือนทำให้บางคนยังเกาะเป็นปลิงไม่ยอมไป จึงต้องมีการใช้กำลังกันบ้าง แน่นอนว่างานนี้มีเลือดตกยางออกเป็นธรรมดา แล้วหากพี่หนุ่ยยังซ่าบ้าไม่หยุด เห็นทีเค้กคงต้องโทรเรียกคนของเธอให้มาจัดการ

    “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” พี่หนุ่ยกล้าสู้กับดิวตัวต่อตัว แต่ภายใต้อิทธิพลของสองสาวนั้นมันคนละเรื่องกัน เขาจึงชี้หน้าของดิวด้วยคำขู่

    “เดี๋ยว!” แต่ว่านะดิวจะปล่อยให้อีกฝ่ายไปอย่างนี้ก็ยังไงอยู่ เขาถูกอีกฝ่ายชกซึ่งหน้าคงยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวหรอก จึงจับไหล่ของของขวัญประมาณว่าให้หลีกทางหน่อย ก่อนจะพูดกับพี่หนุ่ยว่า “ผมบอกให้คุณไปหรอ? คิดว่าต่อยผมแบบนี้แล้วเรื่องมันจะจบ...มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอครับ อย่างน้อยก็ให้ผมต่อยคุณสักหมัดสองหมัดสิ เราถึงจะเจ๋ากัน”

    พี่หนุ่ยที่กำลังจะไปแล้วถึงกับคันยิบๆ ที่มือ ของขวัญกับเค้กมองหน้ากันและกันด้วยความตระหนก พวกเธอไม่คิดเลยว่าดิวจะอารมณ์ร้อนแบบนี้ ก็แน่ละหากมีคนเข้ามาชกจนเลือดออกแบบนี้ คงไม่มีใครอยู่เฉยได้อยู่เเล้ว เป็นพวกเธอเองที่คิดง่ายไป คิดว่าเรื่องมันจะจบเพียงเพราะให้พี่หนุ่ยไปจากที่นี่ จนลืมความรู้สึกของดิวไปเลย

    “พวกเธอหาทางลงให้มึงแล้ว แต่คนโง่อย่างมึงดันหาเรื่องใส่ตัว? กร๊าก ฮ่าฮ่า มึงคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์แมนอยากโชว์เทพให้สาวๆ ดูเหรอ? ตลกว่ะ หัดดูหุ่นมึงกับหุ่นกูบ้าง!” พี่หนุ่ยยิ้มยิงฟันให้ดิว เขามีรูปร่างที่หนาใหญ่กว่าดิว อาจจะไม่สูงถึงร้อยแปดสิบแต่ขนาดตัวก็ต่างกันพอควร

    พี่หนุ่ยได้เปรียบเรื่องน้ำหนัก เขามีน้ำหนักที่มากกว่าจนดูเหมือนรถถัง ทำให้ของขวัญกับเค้กเป็นกังวลกลัวว่าดิวจะถูกอัดเละ แต่อย่างใดก็ตามชายหนุ่มกลับไม่แสดงสีหน้าหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกันเขาเพียงกระดิกนิ้วอย่างอ้อยอิ่ง คล้ายกับว่าต้องการท้าทายพี่หนุ่ยให้เข้ามา

    “ผมไม่ใช่ซูเปอร์แมนหรอกนะ ผมก็แค่คนธรรมดา แต่เชื่อเถอะว่าผมสามารถทำให้คุณล้มลงไปกองกับพื้นได้ คุณเชื่อหรือเปล่าล่ะ ถ้าเชื่อก็รีบย้ายก้นนั่นแล้วเดินมาขอโทษผม แต่หากไม่เชื่อ...ก็เข้ามารับหมัดของผมไป” คำพูดของดิวเป็นการท้าทายซึ่งหน้า ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม

    ถ้าหากพี่หนุ่ยไม่กล้าพอที่จะเข้ามาชกต่อย มีแต่ต้องกล่าวขอโทษต่อหน้าทุกคน ซึ่งเขาคงไม่มีทางทำอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะมันน่าอาย ทางเลือกของพี่หนุ่ยจึงมีแค่ทางเดียวเท่านั้น นั่นคือเข้าไปจัดการดิวให้หมอบแล้วออกไปจากที่นี่

    เมื่อคิดได้อย่างนั้นพี่หนุ่ยก็กำหมัดแน่น ท่าทางของเขาเหมือนกับนักเลงหัวไม้ข้างถนน พูดด้วยเสียงหนักๆ ว่า “จะเป็นมึงเองที่นอนกองกับพื้น!”

    เมื่อพูดจบพี่หนุ่ยก็ชกมาอีกหมัด ทำเอาของขวัญอดเป็นห่วงไม่ได้กลัวดิวจะถูกทำร้าย จึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร

    “หึ! มีแค่นี้เองเหรอ” ดิวหลบหมัดนั้นด้วยการเบี่ยงศีรษะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะย่อตัวลงต่ำแล้วปล่อยหมัดขวาสวนกลับไป ชกเข้าที่ใบหน้าข้างซ้ายของพี่หนุ่ยอย่างจัง หมัดนี้รวดเร็วปานสายฟ้า พี่หนุ่ยไม่มีทางหลบได้แถมยังไม่สามารถป้องกันได้ทัน เขาถึงกับร่วงไปกองกับพื้นทันทีด้วยหมัดเดียว!

    “เจ็บมือชะมัด สงสัยคงเล่นต่อไม่ได้แล้วสิ” ดิวอมยิ้มมุมปาก ไม่ได้สนใจสายตาที่มองมา เขาเพียงเผยรอยยิ้มเล็กๆ ขณะมองพี่หนุ่ยหลับอยู่บนพื้น

    เมื่อครู่นี้ที่ถูกหาเรื่องเป็นเขาที่ไม่ทันระวังตัว จึงถูกชกเลือดออก แต่ภายหลังเมื่อครู่นี้มีเวลาให้ซื้อครู่มือเสริมเกี่ยวกับการป้องกันตัว ดิวจึงสามารถรอดกลับมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งยังเป็นการชกเต็มแรงครั้งแรก เล่นเอามือเจ็บไปเหมือนกัน

    ด้วยพื้นฐานการชกมวยไทยระดับต่ำ ราคาห้าหมื่นบาท ทำให้ดิวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โชว์ให้เด็กมันเห็นว่าเขาน่ะนอกจากร้องเพลงแล้ว ด้านอื่นก็เจ๋งใช่เล่น!

    ด้วยคู่มือเสริมนี้มีแทบทุกอย่างที่อยู่บนโลก ศิลปะการป้องกันตัวทุกแขนง ยกเว้นเพียงกำลังภายในเวอร์ๆ แบบในนิยายจีนเท่านั้น ทุกอย่างยังอยู่ในกฏของความเป็นจริง เพียงแต่กฏที่ว่านั้นถ้าหากให้ดิวซื้อคู่มือเสริมศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง แม้แต่ไม้จิ้มฟันธรรมดา เชื่อเถอะว่าเขาสามารถฆ่าคนร้ายได้ด้วยไม้จิ้มฟัน!

    ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด เพราะเพียงแค่พื้นฐานการชกมวยระดับต่ำก็ทำให้เขาซัดพี่หนุ่ยด้วยหมัดเดียวจนหน้าหงาย ส่วนอีกเหตุผลคือพี่หนุ่ยไม่เป็นมวยด้วยแหละ หากไม่งั้นดิวคงไม่ชนะง่ายอย่างนี้หรอก

    “โหยย สุดยอดไปเลย คุณทำได้ไงคะเนี่ย หมัดเดียวจอดอย่างกับการ์ตูนแน่ะ!” ยายเค้กถึงกับยกนิ้วโป้งให้ดิว “คุณเรียนที่ไหนคะเนี่ย ครูมวยที่นั่นน่าจะเจ๋งนะ ถึงขนาดที่ว่าต่อยทีเดียวอีกฝ่ายก็น็อคไปเลย”

    “ไม่หรอกครับ เป็นเพราะเขาไม่เป็นมวยด้วยแหละ ไม่งั้นคงไม่ง่ายอย่างนี้หรอก” ดิวทำเหมือนกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร จะให้เขาบอกว่าไงดีละ ตัวเองไม่มีครูสอนแต่เรียนด้วยตัวเองงั้นเหรอ? แบบนั้นแม้แต่คนโง่ยังไม่เชื่อเลย

    “เป็นไรหรือเปล่าครับ ไม่บาดเจ็บนะ” เห็นว่าของขวัญนิ่งเงียบไป บางทีเธออาจยังช็อคอยู่ ดิวจึงจับไหล่ของเธอแล้วถามยิ้มๆ

    ของขวัญพลันได้สติ เธอเห็นมือของเขาเป็นรอยช้ำก็ถามขึ้นว่า “ไม่หรอกค่ะ หนูไม่เป็นไร แต่พี่นี่สิดันมาเจ็บตัวเพราะพวกหนู...”

    “หนู...” ยายเค้กเกือบจะหลุดหัวเราะแต่ต้องกลั้นขำไว้ ปกติของขวัญไม่เคยพูดคำว่าหนูแม้แต่ครั้งเดียว แม้กับพี่ชายแท้ๆ ของเธอก็ตามเพราะมันน่าอาย

    แต่ดูเหมือนความอายนั้นจะใช้ไม่ได้กับดิว ของขวัญพูดคำว่าหนูเพื่อทำให้ตัวเองน่ารักและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากปกป้อง มันเป็นคำที่แสนจะน่ารักและเธอมีไว้เฉพาะกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

    “โอ๊ะ...ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง ทายานิดหน่อยพรุ่งนี้ก็หายแล้ว” ดิวทำหน้านิ่งแต่ความจริงแล้วเจ็บแทบตาย ถ้าหากไม่อยู่ต่อหน้าสาวเขาคงวิ่งแจ้นไปร้านขายยาทันที แต่ตอนนี้ต้องอดทนไว้ เพื่อหุ้นฟรีๆ ต้องทำให้สำเร็จลุล่วง!

    ดิวอาจมีเงินหลายล้านบาท แต่ความจริงเขาเป็นคนที่ค่อนข้างตระหนี่ เมื่อมีทางอื่นที่ได้หุ้นมาโดยไม่ต้องเสียสักแดงเดียว แม้แต่คนโง่ยังรู้เลยว่าควรทำอย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นประธานบริษัทก็ตามแต่ไม่เห็นว่าการทำอย่างนี้จะลดศักดิ์ศรีตรงไหน

    เพราะแต่เดิมศักดิ์ศรีก็กินไม่ได้อยู่แล้ว เงินต่างหากที่กินได้ แล้วอีกอย่างเพื่อนของนักรบก็มีโปรไฟล์ดี การคบกับคนพวกนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไม่มากก็น้อย ซึ่งมันส่งผลดีกับบริษัทในทางตรงข้าม

    “พูดอย่างนั้นได้ไงคะ เห็นมั้ยเนี่ยหน้าก็ช้ำหมด มือก็เจ็บอีก...” ของขวัญคว้ามือของดิวไปดูด้วยหัวใจที่เต้นระทึก เธอพยายามบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่สถานการ์โรแมนติกหรืออะไรทำนองนั้นนะ แต่มันช่วยไม่ได้นี่ ได้จับมือเขาใกล้ๆ แถมยังไม่ใช่บรรยากาศหน้าเวที มันรู้สึกแปลกๆ แต่กลับคันยิกๆ ที่หัวใจเหลือเกิน

    ยายเค้กเห็นอย่างนั้นก็อดส่ายหน้าไม่ได้ คราวแรกจะเข้าไปแย่งผู้ชายมาจากของขวัญเพราะนึกสนุก แต่พอเห็นว่าเขาคนนั้นเป็นใครเธอจึงตัดใจทันที เพราะรู้ว่าสู้ยังไงก็เปล่าประโยชน์ อีกอย่างเค้กไม่ใช่คนเลวถึงขนาดแย่งสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวของเพื่อนไป เธอรักเพื่อนมาก โดยเฉพาะของขวัญที่ไม่มีแฟนมาก่อน เพรางั้นเค้กจึงสนับสนุนอย่างเต็มที่

    “แกพาพี่เขาไปโรงพยาบาลแล้วกันนะ ส่วนฉันจะจัดการไอ้พี่หนุ่ยเอง ไม่ต้องห่วง” ยายเค้กไม่อยากเป็นก้างขวางคอ เธออาสาอยู่ที่นี่จัดการปัญหาของพี่หนุ่ย ด้วยอิทธิพลครอบครัวของเค้ก เป็นเรื่องง่ายที่จะให้ตำรวจดำเนินคดีกับพี่หนุ่ย โดยดิวจะไม่เสียหายแม้แต่น้อย แถมยังได้ค่าปรับจากพี่หนุ่ยด้วย

    “ถ้างั้นเราไปกันนะคะ...” เห็นเพื่อนเปิดทางให้อย่างนั้นของขวัญจึงไม่อยากพลาดโอกาส ถือวิสาสะจูงมือของดิวออกจากฟิตเนสทันที

    “...รบกวนด้วยนะครับ” ดิวมีท่าทางเกรงอกเกรงใจ ทำเหมือนกับมันเป็นเรื่องลำบากทั้งที่จริงแล้วในใจกับยิ้มกริ่ม นี่มันง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ได้แสดงด้านแมนๆ ของตัวเองให้ผู้หญิงได้เห็นโดยไม่ต้องจ้างตัวแสดงให้มาทำร้ายตัวเอง ก็ได้ใจเธอไป เห็นทีการได้หุ้นจากนักรบมาฟรีๆ จะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดไว้แล้ว...