Pioneer Era

    ตอนที่ 58 ความรู้สึกของไพไรต์

    ณ ทางเดินกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยลานหญ้าใบสีดำ

    ***ลูกแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]

    "หยุดก่อน! ไพไรต์! หยุดก่อนสิ! "

    "..."

    ยัยโทแพชเองเรอะ?

    ซุนไกท์กับเจ้าหมีวานาดิไนท์เองก็ตามมาด้วยหรือ?

    "มีอะไร…"

    "ฉันต่างหากที่อยากถามนาย เป็นอะไร ทำไมถึงรีบออกมาแบบนั้นกันยะ! "

    "..."

    ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี

    เพราะตอนนี้กำลังรู้สึกสับสนกับตัวเองมาก

    "หรือว่าที่ไพไรต์หนีออกมา เป็นเพราะเผลอเล่าเรื่องการทดสอบของเทพโนอาร์ออกไปหรือเปล่า? "

    "... อืม"

    "โธ่เอ้ย… ไพไรต์นะคิดมากไปแล้ว! นายยังไม่ได้เล่าส่วนสำคัญออกไปเสียหน่อย อีกอย่างพวกลี่เองก็ดูไม่ได้ติดใจอะไรด้วยนี่ จริงปะ? "

    “ผมยังไม่ได้เล่าส่วนที่ว่า [ทำบททดสอบของเทพเพื่อเอาไว้ต่อสู้กับเผ่าอสูรกาย] ออกไปสินะ…”

    “ก็รู้ตัวอยู่ไม่ใช่เรอะ! ”

    "..."



    ความจริงคือผมเริ่มรู้สึกกลัว…

    ตั้งแต่เมื่อไหร ที่ตัวเองเลิกเกลียดชังพวกเผ่าอสูรกาย

    ตั้งแต่เมื่อไหร ที่สนิทสนมจนหลุดปากเล่าเรื่องสำคัญอย่างบททดสอบของเทพโนอาร์ออกไปให้ฟัง

    ตั้งแต่เมื่อไหร ที่รู้สึกยอมรับการหายตัวไปของท่านพ่อได้…

    อาจเป็นเพราะได้ร่วมเฮฮาบ้าบอ?

    ได้ร่วมผจญภัยกับพวกเผ่าอสูรกายจนลืมความแค้นทั้งหมด?

    เพราะแบบนั้นเลยสนิทสนมจนไม่รู้สึกตัวเช่นนั้นหรือ?

    น่ากลัว…

    กลัวว่าทุกสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดจะไร้ความหมาย

    กลัวที่จะสูญเสียเป้าหมายของตัวเองไป

    กลัวตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้

    เพราะแบบนั้น เพราะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาในระหว่างที่คุยกับพวกเผ่าอสูรกายเมื่อกี้ เลยวิ่งหนีออกมาก่อน



    "ถ้าเป็นเธอ จะสามารถหันดาบใส่พวกนั้นได้หรือเปล่า? "

    "เรื่องนั้นมัน…"

    "พวกมันคือเผ่าอสูรที่ฆ่าพวกเราไปนับล้านชีวิต พ่อแม่ของเพื่อนร่วมรุ่น หลายคนต้องเป็นเด็กกำพร้าเพราะเผ่าอสูรพวกนั้น…"

    "จะคิดแบบเหมารวมมันไม่ดีนะไพไรต์…"

    "งั้นแปลว่าเธอไม่กล้าหันดาบใส่พวกนั้นสินะ? แล้วพวกนายละ? ซุนไกท์ วานาดิไนท์? "

    ผมหันไปถามพวกพ้องอีกสองคนที่กำลังยืนครุ่นคิดอยู่อย่างลำบากใจ

    " สำหรับข้า คงแล้วแต่กรณี แต่ยอมรับว่าเจ้าพวกนั้นมันมีนิสัยดีจริง ๆ ละนะ บางทีอาจจะดีกว่าบางคนจากเผ่าเดียวกันกับข้าที่รู้จักเสียอีก"

    " ส่วนของข้านั้นได้รับคำสั่งจากท่านแม่มา เลยไม่ค่อยรู้สึกต่อต้านอะไร อีกอย่าง แม่นางพรุนเองก็หุ่นสะบึมสมกับเป็นมารดาของลูกนัก ถึงไม่รู้ว่าสามารถผสมข้ามเผ่าได้หรือเปล่า แต่ก็น่าลองอยู่นะ"

    "..."

    มีคนหนึ่งตอบนอกเรื่องไปไกล แต่ช่างมันไปเถอะ

    เพราะมันชัดเจนแล้ว ว่าไม่มีใครในพวกเราที่กล้าพอจะหันดาบใส่เจ้าพวกนั้นได้

    "ผมทำไม่ได้เช่นกัน…"

    ใช่ ไม่มีใครทำได้แม้แต่ตัวผมซึ่งมีความเคียดแค้นกับเผ่าอสูรกายมากที่สุด



    พวกมันมีนิสัยที่ไม่ต่างไปจากเรา

    รัก โลภ โกรธ หลง ดี ชั่ว ปะปนกันไปไม่ต่างไปจากพวกเรา

    ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งเรียนรู้ศัตรูมากเท่าไหร ก็ยิ่งรักพวกมันมากขึ้นเท่านั้น

    “แล้วแบบนี้จะให้สรรหาพลังจากบททดสอบของเทพเจ้าโนอาร์ไปเพื่ออะไรอีก? ”

    “ไพไรต์…”

    แต่เดิมที่ผมรับการทดสอบของเทพเจ้าโนอาร์ ก็เพื่อเอาพลังของเทพเจ้ามาขับไล่พวกเผ่าอสูรกายที่รุกรานทวีปแห่งนี้

    แต่จิตใจของผมกำลังเปลี่ยนไป ความแค้นเริ่มเหือดแห้ง ได้ตระหนักถึงความจริงจากการที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนของพวกมัน

    “พูดตามตรงว่าไม่อยากรับการทดสอบของเทพเจ้าโนอาร์อีกต่อไปแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเอาพลังมาใช้กับใคร…”

    ผมไม่อยากทำร้ายพวกนั้น

    “งั้นหยุดไปเลยสิไพไรต์? ”

    “มันทำแบบนั้นไม่ได้นะสิโทแพช”

    ถึงไม่อยากจะมีพลังอีกต่อไป รวมไปถึงยอมรับความสงบนี้โดยบริบูรณ์ แต่ผมไม่สามารถหยุดหน้าที่ซึ่งได้รับมานี้ได้



    “ถึงจะเห็นเป็นแบบนี้ แต่ผมสืบเรื่องของพวกมันมาเยอะอยู่นะ”

    จากการไล่สอบถามพวกเผ่าอสูรกายที่พบเจอ ทำให้รู้ถึงสาเหตุของการรุกรานของพวกมัน

    เพื่อการสำรวจหาความรู้และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ

    เพื่อการหาทรัพยากรณ์ใหม่

    เพื่ออพยพประชากร

    พวกมันรุกรานทวีปนี้เพื่อจุดมุ่งหมายดั่งที่ได้กล่าวเอาไว้

    แถมสิ่งที่ชักนำให้พวกเขามาเจอทวีปของเรา ยังเป็นเพราะแสงสีแดงของหอคอยโนอาร์ชักนำพวกมันมาอีกด้วย

    แสงที่ท่านโนอาร์ยิงแผดเผาไปทั่วท้องฟ้าเพื่อปกป้องเกาะ ได้กลายเป็นป้ายบอกทางให้พวกเขารู้ว่ามีทวีปแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพวกเขา

    ตลกดีใช่ไหมละ? สิ่งที่คอยปกป้องพวกเรา กลับกลายเป็นสิ่งที่ชักนำศัตรูมาหาพวกเราแทน

    แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่อยากจะพูดในตอนนี้



    “จากเหตุผลสามข้อของพวกเผ่าอสูรกาย พวกนายคิดว่ายังไง? ”

    “เหตผลที่สองกับสามฟังดูน่าโมโหชะมัด”

    ซุนไกท์ตอบด้วยความรู้สึกที่โกรธเคือง

    “เพราะแบบนี้ท่านแม่ถึงได้สั่งให้ข้ามาจับพวกอสูรเป็นเมียยังไงละ! ”

    เป็นคำตอบที่ออกทะเลไปไกลชิบ...

    วานาดิไนต์ตอบด้วยใบหน้าของคนลามก

    ทำเป็นไม่สนใจความเห็นของมันไปก่อนแล้วกัน...

    “แต่พวกอสูรทุกคนไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไพไรต์...”

    ส่วนโทแพชตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย

    แต่ละคนล้วนมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป

    ใช่ เพราะว่าทุกคนมีความคิดที่ต่างกันนี่ละ ผมจึงยิ่งหยุดไม่ได้

    “พวกเรายังมองต่างกัน เผ่าอสูรกายเองก็เหมือนกับพวกเรา พวกมันมองต่างกันไป บางคนว่าควรพาคนกลับทวีปเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างเผ่า บางคนว่าทำแบบนั้นไม่ได้เพราะประชากรที่มากขึ้นจะก่อปัญหาที่ทวีปเก่าได้ บางคนว่าแสงของเทพโนอาร์ คือตัวขัดขวางความเจริญทางเทคโนโลยีของพวกเขาเสียด้วยซ้ำ”

    “นั่นแปลว่า…”

    “แปลว่าการรุกรานทวีปของพวกเรายังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั่นละโทแพช”

    นี่คือโลกของความจริง

    ต่อให้กลุ่มของพวกลี่มีนิสัยดีแค่ไหน หรือนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับพวกลี่มีแนวคิดคัดค้านการรุกรานทวีปมากแค่ไหน แต่ยังไงพวกนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กเหมือนกับผม

    คนที่มีอำนาจตัดสินใจชี้เป็นชี้ตายไม่ใช่เด็กนักเรียนพวกนี้ แต่เป็นพวกผู้ใหญ่ของเผ่าอสูรกาย

    พวกผู้ใหญ่ที่ผมไม่สามารถรู้ได้เลย ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว

    แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมที่ตั้งฐานทัพไปทั่วเกาะตามใจชอบ การตั้งเหมืองแร่ [โฮป] ราวกับเป็นเจ้าของสิทธิ์บนแผ่นดิน มันก็พอจะเดาได้ลาง ๆ แล้วว่าพวกผู้ใหญ่ของเผ่าอสูรกายมันคิดอะไรอยู่



    “ถ้าผมหยุดรับบททดสอบของท่านเทพโนอาร์ พวกเราจะไม่มีพลังอื่นใดไปต่อต้านพวกเผ่าอสูรกายได้ ถ้าจะปกป้องทวีปแผ่นดินเกิด ผมจะต้องมีพลังอยู่กับตัว”

    “งั้นก็ทำต่อไปสิ ไม่เห็นน่าปวดหัวอะไรเลยสักนิด”

    “นายคิดง่ายไปนะซุนไกท์”

    ลองมองในมุมกลับดู

    ถ้าหากว่าผมผ่านบททดสองทุกอย่างของเทพเจ้า และได้รับพลังของเทพเจ้าโนอาร์มาเพื่อขับไล่เผ่าอสูรกายในท้ายที่สุด

    คำถามคือพลังนั้นจะถูกใช้กับใคร? แล้วใครจะเป็นคนใช้มัน?

    ถึงต้อนนั้นคงไม่มีใครคิดมาบังคับผมเพื่อหลอกใช้ประโยชน์หลอกนะ?

    หรือคงไม่มีเหตุการณ์บังคับที่ทำให้ผมต้องใช้พลังนั้นมาฆ่าเพื่อนต่างเผ่า

    “งั้นไพไรต์ก็ใช้พลังของเทพเจ้ากับพวกที่คิดทำร้ายแผ่นดินเราสิ”

    “มันไม่ง่ายแบบนั้นนะโทแพช”

    ผมรู้ว่าพวกลี่รักการผจญภัย

    พวกเขาชอบที่จะได้เดินทาง เพราะงั้นเลยมาที่ทวีปนี้กัน

    มาด้วยความคิดที่บริสุทธิ์เช่นนั้น

    “ถ้ามีแค่ 6-10 คน คงไม่เท่าไหร แต่นี่… พวกมันมีเป็นแสนนะ”

    ประเด็นคือไอคนนิสัยดีความคิดบริสุทธิ์ที่ว่าดันมีเป็นแสน ๆ คน

    บางคนมาเพราะหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

    บางคนมาเพื่อค้นหาตัวเอง

    บางคนมาเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

    บางคนมาเพื่อตามหาความฝัน

    ถามจริงเถอะว่าคนที่มีแนวคิดเช่นนี้คือศัตรูหรือ?

    “คำถามต่อมาคือ ต่อให้ใช้พลังที่ได้มาขับไล่เฉพาะพวกที่จ้องทำร้ายแผ่นดินเราไปหมดแล้ว แต่ถ้าเกิดพวกเผ่าอสูรกายที่มีความคิดบริสุทธิ์มีมากถึงห้าแสนคนละ? หรือมีมากถึงหนึ่งล้านคนละ? คิดว่าทุกคนในเผ่าของพวกเราจะยอมให้มีพวกมันมาเดินเล่นในแผ่นดินเรากันเยอะขนาดนั้นเลยเรอะ? แล้วพวกมันคงไม่ได้เดินไปมาเฉย ๆ สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร ต้องการที่อยู่ ยังไงก็เลี่ยงการรุกรานทรัพยากรณ์กับถิ่นที่อยู่ของพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว”

    “นั่นมัน… แค่ยกเว้นพวกลี่...”

    “ยกเว้นแค่พวกลี่ แล้วกันคนอื่นละ? ถ้าเราละเว้นพวกนั้น แต่ไม่ละเว้นคนอื่น คิดว่าพวกลี่จะรู้สึกยังไง และคิดยังไงกับพวกเรา? ถึงต้อนนั้นพวกนั้นคงมองพวกเราไม่ต่างจากศัตรูเช่นกันนั่นละ อีกอย่าง ฝ่ายเราจำนวนมากยังมองพวกอสูรกายเป็นศัตรู และพวกอสูรกายเองก็มีคนที่มองทวีปนี้ด้วยความละโมบ ถ้าผมที่มีพลังทำตัวเลือกที่มาก มักที่ชัง สุดท้ายคนในเผ่าตัวเองนี่ละ ที่จะมองหาวิธีมาแทงข้างหลังผมเอง! ผมจะถูกรอบข้างกดดันให้ใช้พลัง ถูกบังคับให้ใช้พลังฆ่าพวกเผ่าอสูรกาย! หรือถ้าเลวร้ายสุด คือเกิดสงครามระหว่างพวกเดียวกัน เธออยากให้เป็นแบบนั้นหรือ? ”

    โทแพชถึงกับดวงตาเบิกกว้างและไม่หาคำพูดใดมาค้านได้อีกต่อไป



    มันมีเส้นทางไหนให้ผมเลือกได้อีกหรือ?

    หยุดตัวเองเพื่อให้ทวีปถูกกัดกินโดยเผ่าอสูรกาย หรือว่าเอาพลังของเทพเจ้ามาเพื่อปกป้องทวีป แล้วให้เลือกว่าจะใช้พลังนั้นเพื่อฆ่าเพื่อนเผ่าอสูรกาย หรือเอามาใช้กับคนในเผ่าตัวเองที่เห็นต่างดี?

    มีแต่เส้นทางที่มืดมนทั้งนั้น

    มีพลังก็ไม่ได้ แต่มีพลังก็ดันมีแต่ปัญหา

    เพราะกลัวว่าสุดท้ายตัวเองจะเลือกฝั่งไม่ได้ เลยต้องวิ่งหนีออกมา

    อย่างน้อยขอตัดปัญหาที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากซับซ้อนออกไปหนึ่งอย่างก่อน

    ถ้าเป็นตอนนี้คิดว่ายังทันอยู่

    เพราะผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น สงครามอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อีก ดังนั้นจึงต้องรีบตัดความรู้สึกกับความสัมพันธ์ที่ไร้ประโยชน์ทิ้งไปซะ

    โทแพชคงทำหน้าที่นี้ไม่ได้ เจ้าหมีกับซุนไกท์เองก็ดูไม่น่าทำได้เช่นกัน

    คนที่ต้องมือเปื้อนเลือดนะ มีผมคนเดียวพอแล้วละ

    “เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ มันก็แค่การคาดการอย่างสุดโต่งในทิศทางที่เลวร้ายของผมเท่านั้น… บางทีพวกผู้ใหญ่ของเผ่าอสูรกายกับผู้ใหญ่ของพวกเรา อาจจะสนิทกันมากกว่าที่พวกเราคิดก็ได้อยู่...”

    “นะ… นั่นสินะไพไรต์! มาคิดแง่บวกกันดีกว่า! อย่าไปคิดเรื่องบ้าบอพวกนั้นเลยนะ! ”

    “ข้าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องยาก ๆ หรอกนะ แต่ตรูว่าเอ็งคิดมากไปวะไพไรต์ เป็นศัตรูก็อัดแม่งให้หมอบ เป็นมิตรก็อ้าแขนรับ ข้าว่าเข้าใจง่ายดีออกนะ”

    “ใช่! ซุนไกท์พูดถูก ข้าว่าคงไม่เกิดสงครามอีกแล้วละ พวกกลุ่มต่อต้านเองก็น่าจะเข็ดหลาบจำไปแล้ว อีกอย่าง เดียวถ้าข้าจับพรุนแต่งงานสำเร็จ มันจะเป็นการแต่งทางการเมืองที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเผ่าที่ยอดเยี่ยมไปเลยไม่ใช่หรือ? ดังนั้นพวกเจ้ามาช่วยข้าจีบพรุนกันเถอะนะ วะ ฮะ ฮะ! ”

    “แบบนั้นก็ดีนะ! ”

    “เอาไงเอากันเฟ้ย! ”

    พวกเขาเริ่มหัวเราะให้กับมุขตลกของเจ้าหมีวานาดิไนท์

    “นั่นสินะ…”

    เรื่องยาก ๆ แบบนี้… เอาไว้ค่อยคิดหาคำตอบในวันหลัง… อาจเป็นความคิดที่ดีที่สุดในตอนนี้อย่างที่พวกเขาพูด

    แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องตัดสินเลือกฝ่าย…

    ถ้าถึงเวลานั้น ผมคงจะต้อง..

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468