ผ่านไปสามวันหลังจากที่ แยน เวนเนกอร์ จรดปากกาเซ็นสัญญาภายใต้การดูแลของบริษัท Vantage Management อย่างเป็ทางการ อเล็กซ์ไม่ได้รอช้า เขาทำจดหมายแจ้งไปยังสโมสร FC Twente ทันที เพื่อขอเปิดเจรจาสัญญาใหม่ทดแทนข้อเสนอฉบับเดิมที่สโมสรเคยยื่นไว้
บรรยากาศในห้องประชุมของสโมสรทเวนเต้ดูอึมครึม อเล็กซ์นั่งเผชิญหน้ากับผู้อำนวยการกีฬาและฝ่ายกฎหมายของสโมสร ชายวัยกลางคนท่าทางหัวรั้นที่มองอเล็กซ์ด้วยสายตาเหยียดหยามในฐานะ "เอเย่นต์หน้าใหม่"
"ข้อเสนอของเราชัดเจนแล้ว อเล็กซ์" ผู้อำนวยการกีฬาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "เพิ่มค่าเหนื่อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ สัญญาห้าปี นี่คือเพดานสูงสุดที่เราจะจ่ายให้กองหน้าที่ยังพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงไม่ได้แบบแยน"
อเล็กซ์ยิ้มมุมปาก เขาหยิบเอกสารของสโมสรขึ้นมาดูเพียงครู่เดียว ก่อนจะดันมันกลับไป
"ข้อเสนอนี้มันดูถูกศักยภาพของนักเตะในความดูแลของผมเกินไปครับ" อเล็กซ์กล่าวด้วยเสียงเรียบเย็น "ผม้าค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญที่สุด... ผม้าระบุ 'ค่าฉีกสัญญา' ที่ตายตัวหากมีทีมในระดับยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกยื่นข้อเสนอเข้ามา"
"ไม่มีทาง!" ฝ่ายกฎหมายของทเวนเต้โพล่งขึ้น "สโมสรไม่มีนโยบายใส่ค่าฉีกสัญญาที่เอื้อให้นักเตะย้ายทีมง่ายขนาดนั้น เรา้าสร้างทีมรอบตัวแยน ไม่ใช่ปั้นเขาให้คนอื่นมาชุบมือเปิบ"
"ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายค่าเหนื่อยให้สมกับตำแหน่ง 'ศูนย์กลางของทีม' สิครับ ไม่ใช่จ่ายแบบพนักงานพาร์ทไทม์" อเล็กซ์โต้กลับด้วยตรรกะที่คมกริบ "ข้อมูลการทำประตูและสถิติการครองบอลของแยนในฤดูกาลนี้สูงเป็อันดับต้นๆ ของทีม แต่คุณกลับเสนอเงินให้เขาเท่ากับแบ็กสำรองเนี่ยนะ?"
การเจรจาในวันแรกจบลงด้วยการเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ
-----
ตลอดเดือนกุมภาพันธ์จนล่วงเข้าสู่ ต้นเดือนมีนาคม อเล็กซ์ต้องขับรถไปกลับระหว่างอัมสเตอร์ดัมและเอ็นสเคเดนับครั้งไม่ถ้วน เขาใช้กลยุทธ์ "ความเงียบ" เข้าข่ม เมื่อสโมสรโทรมา เขาก็ยืนกรานคำเดิม หรือไม่ก็ยื่นข้อเสนอที่ปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเพื่อยื้อเวลา
ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ก็ไม่ปล่อยให้แยนเสียสมาธิ เขาไปปรากฏตัวที่ข้างสนามซ้อมแทบทุกวัน เพื่อพูดคุยและให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่แยน เขาติวเข้มเื่การเคลื่อนที่และการใช้สรีระตามข้อมูลจากอนาคตที่เขามี ซึ่งส่งผลให้ฟอร์มของแยนในสนามเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งแยนยิงประตูได้ในเกมลีก กระแสกดดันก็ยิ่งกลับไปตกอยู่ที่บอร์ดบริหารของทเวนเต้
"พวกเขายังไม่ยอมถอยใช่ไหมครับ?" แยนถามอเล็กซ์หลังจบการซ้อมในวันหนึ่งที่ลมแรง
"พวกเขากำลังสั่นคลอน แยน" อเล็กซ์ตบบ่ากองหน้าดาวรุ่งคนนี้ "หน้าที่ของคุณคือทำประตูต่อไปให้คนทั้งฮอลแลนด์เห็น ส่วนหน้าที่ของผมคือทำให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมที่สุด อย่าเพิ่งรีบร้อน สัญญานี้คือการวางรากฐานชีวิตของคุณ"
-----
การเจรจารอบที่ห้าเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม คราวนี้ฝั่งทเวนเต้ดูมีท่าทีที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะข่าวลือเื่ทีมใหญ่เริ่มให้ความสนใจแยนเริ่มหนาหูขึ้นจากการที่อเล็กซ์แอบปล่อยข่าวผ่านเพื่อนนักข่าวบางคน
"เรายอมเพิ่มค่าเหนื่อยให้ตามที่คุณขอ..." ผู้อำนวยการกีฬากล่าวด้วยสีหน้าบูดบึ้ง "แต่เื่ค่าฉีกสัญญา เราขอให้มันมีผลหลังจากผ่านไปสองปี"
อเล็กซ์พิงหลังกับพนักเก้าอี้ เขาจ้องมองคู่สนทนาด้วยแววตาของผู้กุมชัยชนะ "หนึ่งปีครับ... หนึ่งปีเท่านั้น และต้องมีการระบุส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์การย้ายทีมครั้งถัดไปให้ตัวนักเตะด้วย"
"คุณมันคือปีศาจในคราบสุภาพบุรุษจริงๆ อเล็กซ์"
"ผมแค่ทำหน้าที่ของผมครับ" อเล็กซ์ตอบสั้นๆ
เขารู้ดีว่าการเจรจาที่ยืดเยื้อนี้คือส่วนหนึ่งของแผนการ การกดดันให้สโมสรยอมรับเงื่อนไขที่ "เปิดช่อง" ไว้ คือกุญแจสำคัญที่จะพาแยนไปสู่ PSV ในอนาคตตามที่เขาตั้งใจไว้
การพูดคุยยังคงวนเวียนอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายชั่วโมง แต่อเล็กซ์รู้ดีว่าชัยชนะก้อนแรกของเขากำลังจะมาถึงในไม่ช้า และมันจะเป็เครื่องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เอเย่นต์หน้าใหม่ที่ชื่อ อเล็กซ์ แวน เดอ เบิร์ก ไม่ใช่คนที่ใครจะมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ
-----