ครืนนนนน
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากใต้แม่น้ำหมินเจียงในค่ำคืนที่มืดมิดนั้นพลันบังเกิดแสงสว่างสีฟ้าเจิดจ้าขึ้นจากก้นแม่น้ำและในพริบตานั้นเองที่ใต้แม่น้ำได้ปรากฏร่างของมนุษย์จำนวนมากที่ได้ออกมาจากประตูหินโบราณซึ่งเป็นทางเข้าแดนลับทะเลปีศาจร่างของศิษย์สำนักต่างๆที่เข้าไปได้กลับออกมาแล้ว!
หยางถิงและศิษย์สำนักเสียงสวรรค์คนอื่นๆปรากฏสีหน้ามึนงงพวกเขาไม่ทราบว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่อยู่ๆร่างของพวกเขาก็มาปรากฏเบื้องนอกของแดนลับเสียแล้วซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นก็ได้ปรากฏร่างของถังเฟยหู่ด้วยเช่นกัน หยางถิงนั้นยิ้มอย่างยินดีออกมาที่พบเห็นศิษย์น้องของตนในกลุ่มคน
นางนึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์น้องถังจะกลับออกมาปลอดภัยในคราแรกนางเกือบจะคิดเสียแล้วว่าเขาตายไปแล้วแต่ในตอนนั้นเองที่นางได้เห็นศิษย์น้องของนางกำลังว่ายน้ำขึ้นสู่เบื้องบนพร้อมๆกับคนอีกหลายคนนางจึงได้ว่ายน้ำตามผู้คนเหล่านั้นขึ้นไปเช่นกัน เมื่อคนทั้งหมดขึ้นมาจากแม่น้ำหมินเจียงแล้วก็ได้พบเข้ากับผู้อาวุโสของสำนักตน
บนริมฝั่งแม่น้ำหมินเจียงเต็มไปด้วยเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์พี่ของสำนักแปดดาราและสำนักเสียงสวรรค์พวกเขาต่างแสดงสีหน้าที่ดีใจเป็นอย่างมากที่ได้พบเห็นศิษย์ที่เข้าไปในเดนลับกลับออกมาได้พวกทั้งหมดเร่งรีบเข้าไปรับตัวผู้คนเหล่านั้นกลับขึ้นมาในทันที ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ได้กวาดตามองไปและสามารถรับรู้ได้ถึงขอบเขตการฝึกตนที่เพิ่มขึ้นทั้งมากและน้อยของศิษย์พวกเขานั่นทำให้พวกเขาปราบปลื้มเป็นอย่างมากสิ่งนี้คือสิ่งที่จะทำให้รากฐานของสำนักพวกเขาเข้มแข็งและมั่นคงมากขึ้นในอนาคต
“เร่งรีบส่งข่าวกลับไปยังสำนักเร็ว!”ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้นกับศิษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้เข้าไปในแดนลับชายคนนั้นจึงได้เรียกทาสอสูรประเภทควบคุมได้จากระยะไกลเช่นเหยี่ยววายุออกมาเพื่อใช้ส่งข่าวสำคัญนี้ภายในเวลาอันรวดเร็ว สำนักทั้งสองได้รับทราบข่าวของการกลับมาจากแดนลับทะเลปีศาจของเหล่าศิษย์แล้ว
สำนักใหญ่ทั้งสองได้ส่งผู้คนอีกทั้งน้ำอาหารเสื้อผ้า ยารักษาต่างๆไปยังริมแม่น้ำหมินเจียงเพื่อมอบให้แก่เหล่าศิษย์ทั้งหลายในตอนนั้นเองที่เหล่าศิษย์พี่และผู้อาวุโสซึ่งมาหน้าที่เฝ้าทางเข้าแดนลับไว้ได้ทำการดูแลรักษาอาการของศิษย์หลายๆคนที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บไปก่อนทางด้านคนที่ไม่เป็นอะไรก็ได้ดูแลคนเจ็บต่อไป
หนึ่งในผู้คนเหล่านั้นก็ย่อมมีถังเฟยหู่อยู่ด้วยเช่นกันชายหนุ่มหลังจากกลับออกมาแล้วก็รู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนักนานแล้วนะที่ไม่ได้ออกมาจากสถานที่แห่งนั้น ถังเฟยหู่ได้สูดหายใจรับอากาศเข้าไปอย่างเต็มปอดเขาได้ยืดแขนจนสุดราวกับทำท่ายืดเส้นยืดสายอย่างสบายใจแต่ในตอนนั้นเองที่เขากลับรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างในตอนนั้นเองที่เขารับรู้จนได้ ในมือของเขาไม่มีสิ่งใดอยู่เลย!
ศาสตราอสูร! แท่งหินยาวสามเซี๊ยะนั่นหายไปแล้ว!
ถังเฟยหู่ตกใจเป็นอย่างมากที่มรดกของเจ้าสมุทรกลับหายไปแต่เขาก็กลับมาสงบจิตใจได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับสำรวจร่างกายของตนให้ดีรวมถึงนึกทบทวนถึงตอนที่พึ่งออกจากแดนลับทะเลปีศาจดูเหมือนว่าแท่งหินนั่นก็ไม่อยู่ตั้งแต่ที่เขาพึ่งออกจากวังเจ้าสมุทรเพื่อกลับมายังโลกภายนอกแล้ว
แต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่กลับนึกถึงคำพูดของเจ้าสมุทรขึ้นมาจอมมารผู้นั้นได้บอกกล่าวไว้ว่าศาสตราอสูรก็เปรียบเสมือนจิตวิญญาณหนึ่งของผู้ใช้ ในพริบตานั้นเองที่ชายหนุ่มได้หลับตาลงและหยั่งจิตสัมผัสของตนลงไปในห้วงวิญญาณของตนภายในดินแดนแห่งวิญญาณของเขาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเขาได้ค้นพบกับจิตวิญญาณอสรพิษมรกต จิตวิญญาณอสูรทมิฬอีกทั้งยังค้นพบกับทาสอสูรจำนวนมากของตน เขายังคงค้นหาต่อไปเรื่อยๆ และในตอนนั้นเองที่เขาได้ค้นพบบางสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ภายในห้วงวิญญาณของตนเองนั่นก็คือแท่งหินลึกลับนั่น!
ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาและถอนหายใจอย่างโล่งอกดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทำมรดกของเจ้าสมุทรหายไป เพียงแต่มันได้เข้าไปหลบอยู่ภายในห้วงวิญญาณของเขาก็เท่านั้น
ฟุบบบบบ
ในตอนนั้นเองที่ได้มีสายลมหอบหนึ่งพุ่งมาทางร่างของถังเฟยหู่เขาเร่งรีบหันกลับไปเพื่อเตรียมจะตอบโต้ในทันทีแต่ในตอนนั้นเองเมื่อเขาหันกลับไปก็พบว่าสิ่งที่กำลังพุ่งร่างมาทางเข้ามิใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์พี่หยางถิง!ฝ่ามือของนางยื่นนำมาก่อนตัวและวาดออกอย่างรวดเร็วลงไปบนแก้มของเขา
เพี๊ยะ!
เสียงตบฉาดหนึ่งดังขึ้น ถังเฟยหู่หันกลับไปมองศิษย์พี่หยางถิงอย่างมึนงงเป็นอย่างมากพวกเขาไม่ได้พบกันปีกว่า พอเจอหน้ากลับตบเขาเสียอย่างนั้น “ศิษย์พี่!ท่านมาตบข้าทำไมเนี่ย ท่านทักทายผู้คนดีๆไม่เป็นหรืออย่างไร” ถังเฟยหู่ถูแก้มของตนไปมาในบริเวณที่โดนหยางถิงตบ แม้เขาจะไม่รู้สึกเจ็บแต่ก็รู้สึกอายบ้างที่ทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้คน
หยางถิงกระทืบเท้าอย่างโมโหพร้อมกับชี้หน้าอีกฝ่าย“จะ..เจ้า! เจ้า! เจ้ายังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกเหรอ!เจ้าทำให้ผู้คนจำนวนมากเป็นห่วง เจ้าไปอยู่ไหนมาถึงได้หายตัวไปเป็นปีกว่าเช่นนี้!ทำไมอยู่ในแดนลับถึงไม่รีบมาหาพี่น้องของสำนัก!”
ถังเฟยหู่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆใส่หยางถิงตรงหน้า “ศิษย์พี่…เอ่อ….ข้าหลงทางน่ะ”
หยางถิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่นางได้ยืนชี้นิ้วด่าศิษย์น้องผู้ไม่รักดีคนนี้ไปอีกสักพักจนถังเฟยหู่แทบจะหูชาไปเลยแต่ในตอนนั้นเองที่อีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นทิศทางของสำนักเสียงสวรรค์ได้มีพายุใหญ่หอบหนึ่งกำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวพายุนั้นก็ได้มาถึงยังบริเวณแม่น้ำหมินเจียง พายุหมุนนั้นได้แตกกระจายออกไปและเผยโฉมหน้าของสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ภายในนั้นสิ่งที่อยู่ภายในพายุนั้นก็คือทาสอสูรมังกรวายุหางหนามของผู้คุมกฎแห่งสำนักเสียงสวรรค์!
ผู้อาวุโสหยางปินมาเยือนแล้ว!
หยางปินได้กระโดดร่างลงมาจากมังกรวายุหางหนามพร้อมกับสลายร่างของทาสอสูรของตนกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตน หยางปินร่อนร่างลงไปยังเบื้องล่างและเร่งรีบพุ่งร่างไปหาหยางถิงผู้เป็นหลานในทันทีหยางปินสวมกอดไปยังหลานสาวของตนพร้อมกับมีน้ำตารื้อขอบตา
“ถิงเอ๋อร์!เจ้าหายไปนานเหลือเกิน! ทุกคนเป็นห่วงเจ้ากันไปหมดแล้ว” หยางปินพูดคุยอีกมากมายกับหลานสาวของตน เมื่อหยางปินได้รับทราบข่าวคราวการกลับมาของเหล่าศิษย์จากแดนลับทะเลปีศาจเขาก็เร่งรีบเดินทางออกมาในทันทีก่อนที่กลุ่มช่วยเหลือของสำนักจะมาถึงเสียอีก
ไม่นานนักก็ได้มีทาสอสูรประเภทบินจำนวนมากเดินทางมาถึงผู้คนเหล่านั้นก็คือความช่วยเหลือที่สำนักทั้งสองส่งออกมา มีคนจำนวนมากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมียาฟื้นฟูและฟื้นกำลังจำนวนมากดูเหมือนว่าสำนักทั้งจะพอใจกับผลที่ออกมาเป็นอย่างมากถึงจะมีความสูญเสียบ้างแต่พวกเขาก็รับมันได้
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นผู้คนทั้งหมดในบริเวณนั้นก็ได้เดินทางออกไปจากแม่น้ำหมินเจียงเพื่อกลับไปยังสำนักของตนและเพียงเวลาไม่นานนัก ข่าวการกลับมาของศิษย์สำนักเสียงสวรรค์และแปดดาราได้กระจายไปทั่วทั้งเขตฝูโจวอย่างรวดเร็ว
ในเช้าวันต่อมาถังเฟยหู่ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องของตนเอง เขาได้ทำการโคจรลมปราณเพื่อปรับสมดุลในร่างกายของตนอย่างจริงจังหลังจากที่พลังการฝึกตนของเขาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในแดนลับทะเลปีศาจเขาได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดซึ่งกลายเป็นหนึ่งในศิษย์ที่สำคัญของสำนักไปโดยปริยาย
เขาได้พลิกฝ่ามือของตนขึ้นและใช้ออกด้วยฝ่ามือจันทรารวมศูนย์เพื่อรวบรวมพลังวิญญาณธาตุวารีในอากาศมาอยู่ในมือของเขาเขาได้กระตุ้นญาณแห่งสมุทรเพื่อควบแน่นพลังวิญญาณวารีที่รวบรวมไว้ให้กลายเป็นน้ำลอยอยู่กลางอาการเขาได้มองใบหน้าของตนที่สะท้อนอยู่ในน้ำนั้น
ใบหน้าของเขาแม้ส่วนมากจะเหมือนเดิมกับเมื่อหนึ่งปีแต่ก็นับว่ามีบางส่วนที่เติบโตขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นอายุหรือความเข้าใจต่อเรื่องราวต่างๆในโลกแต่อายุที่มากขึ้นนั้นกลับทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยร่วมฉลองวันเกิดของตนกับครอบครัวในเมืองฟูเจี้ยนแม้จะเป็นเพียงการกินข้าวกันเท่านั้น แม้จะไม่เคยได้รับของมีค่าใดในวันเกิดแต่สิ่งที่เขาได้รับนั้นคือความอบอุ่นภายในจิตใจ…แต่เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเพียงอดีต!
เขาไม่มีวันกลับไปทำเรื่องราวเหล่านั้นได้อีกต่อไป เขาไม่อาจพบหน้าครอบครัวทั้งสองของตนได้อีกต่อไป!ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแค้นราวกับวังวนที่บ้าคลั่งในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นต่อตัวเฟิงหงหู่ที่กระทำต่อครอบครัวของเขาเหมือนกับแววตาของจิ้นฝานที่เคยคลั่งแค้นต่อชาวซื่อหลิงไม่มีผิด!
แต่ในพริบตาเดียวนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้สงบจิตใจของตนเอง เขาได้กวักมือของตนเข้าหาตัวเพื่อบังคับห้วงน้ำที่ลอยอยู่กลางอากาศเข้ามาหาใบหน้าของตนเขาได้ใช้น้ำที่สร้างขึ้นมาจากวรยุทธ์ในการล้างหน้าของตน หากผู้บัญญัติฝ่ามือธุลีจันทราและเจ้าสมุทรผู้มอบญาณแห่งสมุทรให้แก่ผู้ทดสอบทุกคนมาเห็นเข้าคงได้แต่กระอักเลือดด้วยความเจ็บใจที่เห็นคนใช้สิ่งตกทอดของพวกเขามาใช้ล้างหน้าเช่นนี้!
หลังจากกลับมาที่สำนักแล้ว ดูเหมือนว่าภารกิจปราบสัตว์อสูรทะเลที่ได้รับแต้มคุณูปการถึงแปดพันกลับเปลี่ยนไปใหม่เสียหมดพวกเขาไม่จำเป็นต้องแบ่งปันแต้มกับผู้รับภารกิจซึ่งเป็นศิษย์พี่อีกต่อไปดูเหมือนสำนักจะพอใจกับรากฐานที่มั่นคงขึ้นจากการที่ศิษย์ทั้งหลายต่างสามารถเพิ่มขอบเขตการฝึกตนทั้งมากและน้อยได้
โดยเฉพาะเขาเป็นหนึ่งในคนที่สามารถข้ามไปถึงเขตก่อเกิดได้นับว่ามีผลงานเป็นที่น่าพอใจต่อสำนักจึงทำให้สำนักได้มอบแต้มคุณูปการให้แก่เขาถึงสามหมื่นแต้มเพื่อเป็นการตอบแทน ในตอนนี้เขานับว่ามีความร่ำรวยเป็นอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ไม่ขาดทรัพยากรในการฝึกตนอีกต่อไปแต่สิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใดในตอนนี้มิใช่เรื่องเหล่านี้อีกต่อไป เขาได้หลับตาลงดำดิ่งลงสู่ห้วงความทรงจำของตนเอง
ภายในความทรงจำของเขาได้ปรากฏคัมภีร์ฝึกสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรฉบับดัดแปลงขึ้นมาเขาได้ทำการศึกษาตำรานั้นอย่างต่อเนื่องเพื่อทำการฝึกและดูดกลืนสายเลือดนี้ตามคำสั่งเสียของเจ้าสมุทรเขาใช้เวลาอยู่หลายชั่วยามในการถอดความต่างๆที่ซ่อนอยู่ภายในคัมภีร์เล่มนี้
ถังเฟยหู่ค้นพบว่าวิชาการฝึกสายเลือดนี้เหนือกว่าความเข้าใจของเขาไปไกลมากมายนักวิชานี้ทำการบ่มเพาะโดยการฝึกจากจิตวิญญาณของผู้ใช้ก่อนที่จะขยายสิ่งที่ฝึกได้ไปยังกายเนื้อซึ่งสวนทางกับจิตวิญญาณทั่วไปที่แข็งแกร่งขึ้นจากกายเนื้อของผู้ใช้ที่แข็งแกร่งมากขึ้นและการเลี้ยงดูที่ดีโดยเจ้าของ
หลังจากศึกษาวิธีการฝึกโดยละเอียดแล้วเขาก็ได้หลับตาลงเพื่อเข้าสู่ภวังค์การฝึกฝนของตัวเองเขาสัมผัสถึงสายเลือดสีน้ำเงินอันเข้มข้นที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของตนเองได้อย่างง่ายดายเพราะเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในร่างกาย เขารู้สึกว่าสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรยังไม่อาจหลอมรวมเข้าสู่ร่างของเขา
เขาได้ทดลองควบคุมสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรเส้นสายหนึ่งที่เล็กที่สุดซึ่งแฝงอยู่ในร่างกายของเขาให้พุ่งเข้าสู่ใจกลางท้องของเขาซึ่งเป็นที่อยู่ของจุดตันเถียนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดของผู้ฝึกตนทุกคนด้วยความช่วยเหลือของญาณแห่งโลหิตทำให้ขั้นตอนนี้ของเขาเป็นไปอย่างราบลื่น
โลหิตเส้นสายที่บางเบานั่นได้หมุนวนอยู่ภายในจุดตันเถียนชั่วเวลาหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆขยับขับเคลื่อนเข้าใกล้ใจกลางตันเถียนไปเรื่อยๆหลังจากผ่านไปไม่นานนักเส้นสายโลหิตสีน้ำเงินนั่นก็ได้ทะลวงเข้าสู่ใจกลางตันเถียนเพียงพริบตาเดียวนั้นเองที่โลหิตสายนั้นได้เข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขา
เมื่อเข้ามาสู่ห้วงวิญญาณของเขาแล้วพลังอำนาจของญาณแห่งโลหิตก็ใช้ออกได้ง่ายมากขึ้นเขาได้บังคับให้โลหิตเส้นสายนั้นลอยเข้ามาสู่ห้วงวิญญาณและเข้าใกล้ร่างกายของจิตวิญญาณอสรพิษมรกตเจ้างูน้อยนั้นเชื่อมั่นในตัวของเจ้านายอย่างสุดชีวิตมันไม่มีอาการต่อต้านขัดขืนแม้แต่น้อย
เส้นสายโลหิตสีน้ำเงินขนาดเล็กแตะสัมผัสลงไปบนหน้าผากของอสรพิษมรกตโลหิตสายนั้นซึมผ่านชั้นเกล็ดสีเขียวเข้มเข้าสู่ร่างกายของอสรพิษมรกตแทบจะในทันที เจ้าอรสพิษน้อยร้องคำรามออกมาพลังของมันเพิ่มพูนขึ้นมาราวกับได้กลืนกินผลึกอสูรชั้นดีเข้าไปถังเฟยหู่ที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ปฏิบัติตามวิธีฝึกของคัมภีร์ในทันที
เขาได้แผ่พลังปราณของตนเข้าไปหลอมรวมภายในห้วงวิญญาณและบังคับทิศทางการเคลื่อนพลังของอสรพิษมรกตไว้โดยสมบูรณ์พลังสายเลือดของเจ้าสมุทรได้ถ่ายเทสู่ร่างของอสรพิษมรกตทีละน้อยพลังของอสรพิษน้อยกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่หยุดพัฒนามาอย่างยาวนาน
ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่ากลายเป็นงูใหญ่ที่ดูมีท่าทีน่าเกรงขามมากขึ้นอีกหลายเท่าดวงตาสีเขียวมรกตของมันได้เจือปนด้วยสีน้ำเงินแห่งห้วงสมุทรเข้าไปผสมผสาน เกล็ดของมันหนาขึ้นกระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างช้าๆ สายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรค่อยๆเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณอสรพิษมรกตไปเรื่อยๆ
เป็นดั่งที่เจ้าสมุทรได้คาดไว้ว่าอสรพิษมรกตเป็นจิตวิญญาณที่เหมาะสมกับการผสานสายเลือดและใช้ฝึกฝนสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรที่สุดในตอนนี้ชายหนุ่มได้ดึงดูดสายเลือดของเจ้าสมุทรที่วิ่งพล่านอยู่ในร่างของเขาเข้าไปผสานกับอสรพิษมรกตไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ผ่านไปอีกเจ็ดวันเจ็ดคืนในที่สุดสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรก็ได้ถูกถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของอสรพิษมรกตเสียจนหมดสิ้นในกายเนื้อของเขาไม่หลงเหลือสายเลือดชนิดนี้อีกต่อไปแต่ถึงเขาจะยังครอบครองมันอยู่ก็ดูจะไม่มีประโยชน์มากนักเพราะเขามิใช่สายเลือดโดยตรงของเจ้าสมุทรจึงไม่สามารถหลอมรวมสายเลือดนั้นเข้าสู่ร่างโดยสมบูรณ์การมอบมันให้แก่อสรพิษมรกตเพื่อบ่มเพาะจิตวิญญาณและสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรใหม่ทั้งหมดจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมกว่าแม้จะต้องใช้เวลานานอยู่บ้างแต่เขาจะสามารถครอบครองสายเลือดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ในท้ายที่สุด
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ขยับขยับเคลื่อนมืออีกทั้งลมปราณไปตามชีพจรต่างๆเพื่อดึงดูดพลังวิญญาณให้ไหลเวียนเข้ามาสู่ร่างกายตามคัมภีร์ฝึกสายเลือดของเจ้าสมุทรการขับเคลื่อนพลังตามวิธีฝึกของเจ้าสมุทรได้ชักนำให้พลังวิญญาณในธรรมชาติถูกดูดกลืนเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ถังเฟยหู่รู้สึกเจ็บปวดที่ท้องน้อยและจุดตันเถียนของตนอยู่บ้างแต่เขาเคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆกันมาหลายรอบแล้วจึงไม่ได้ทำให้เขาตกใจมากนักวิถีการฝึกตนของเขาก็มักจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอยู่เสมอมา
เขาเพียงแค่ต้องระวังมิให้จุดตันเถียนของเขาบาดเจ็บหนักจนเกินไปแต่พลังวิญญาณที่ไหลเวียนเข้าสู่ด้านในยังคงรุนแรงเหมือนพายุคลั่งเขาได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการโคจรลมปราณขึ้นมาต้านทานในบริเวณจุดตันเถียน แต่เรื่องที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นตรงหน้าของเขาแล้วในทันทีที่เขาโคจรปราณก็เหมือนกับเป็นการหนุนเสริมพลังวิญญาณนั่นให้บ้าคลั่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก
ถังเฟยหู่ได้หยุดการกระทำเช่นนั้นในทันทีความคิดของเขาพลันหมุนขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออกในตอนนั้นเองที่เขากลับนึกคิดได้ พลังวิญญาณคือรากฐานของชีวิตและการฝึกตนการที่เขาโคจรปราณเพื่อต่อต้านพลังวิญญาณที่เขารับมาก็เหมือนกับเป็นการราดน้ำมันใส่กองไฟไม่มีผิด
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงได้โคจรลมปราณขั้วตรงข้ามกับพลังแห่งชีวิตออกมาในทันทีลมปราณแห่งความตายจากมุกมารทั้งสามที่อยู่ในร่างได้ปะทุขึ้นมาและพุ่งลงสู่บริเวณจุดตันเถียนอย่างรวดเร็วราวกับมังกรคลั่ง
ในขณะที่ลมปราณมรณะสีม่วงดำกำลังออกมามันก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นสีแดงดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปราณขั้นสองแห่งวิชาปราณมารไร้ลักษณ์และไม่นานักปราณนั่นก็ได้เปลี่ยนสีอีกครั้งและเจือปนไปด้วยสีแดงเลือดของขั้นสามลมปราณมรณะได้ครอบคลุมใส่จุดตันเถียนซึ่งเป็นใจกลางแห่งกระเพาะลมปราณของมนุษย์ในทันทีลมปราณมรณะได้ต่อต้านและหักล้างพลังวิญญาณตามธรรมชาติที่ถูกสูบกลืนเข้ามากลายเป็นการรักษาจุดตันเถียนของเขาให้ปลอดภัยขึ้นกว่าหลายส่วน
ดูเหมือนว่าเขาจะดูถูกวิชาของเจ้าสมุทรมากเกินไปหากประมาทจนเกินไปผลที่ตามมาก็อาจถึงขั้นลมปราณแตกซ่านเพราะจุดตันเถียนถูกทำลายก็ได้ถังเฟยหู่กลับมาสนใจกับการฝึกสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรขั้นต่อไปในทันที
เขาได้ขับเคลื่อนพลังและฝ่ามือตามคัมภีร์ต่อไปอีกทั้งยังต้องแบ่งจิตใจเพื่อควบคุมปราณแห่งความตายในการปกป้องจุดตันเถียนไว้อีกด้วยกระบวนการทุกอย่างถูกกระทำโดยความระมัดระวังของเขาหลังจากผ่านไปหลายชั่วยามในที่สุดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในห้วงวิญญาณของเขา
พลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายในห้วงวิญญาณได้ถูกการขยับเคลื่อนไหวพลังและฝ่ามือของคัภีร์ฝึกสายเลือดบังคับและควบแน่นจนตกผลึกกลายเป็นอาคมอันแปลกพิสดารซึ่งลอยคว้างไปมาในห้วงวิญญาณของเขา
ถังเฟยหู่ยังคงดำเนินการฝึกต่อไปอาคมของเจ้าสมุทรได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมากมายภายในห้วงวิญญาณของเขาอาคมแต่ละตัวต่างก็ถูกสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรในร่างของอสรพิษมรกตดูดกลืนไปอาคมเหล่านั้นแทรกซึมเข้าสู่ร่างของมันอย่างง่ายดายและยังมิได้ส่งผลเสียใดๆต่อร่างกายของมัน
ในตอนนั้นเองที่เลือดภายในร่างของมันกลับเดือดพล่านอสรพิษมรกตรู้สึกร้อนรุ่มจากภายในกายของมัน ร่างของมันเปล่งแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าออกมายิ่งอาคมพุ่งเข้าใส่ร่างของมันมากเท่าไหรก็ยิ่งบังเกิดแสงสว่างมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากอาคมที่หนึ่งร้อยแปดได้ถูกสร้างขึ้นมาถังเฟยหู่ได้หยุดมือของตนและเปลี่ยนท่ามือมาประสานกัน ฝ่ามือทั้งสองข้างเหยียดตรงมือขวาหันขึ้นด้านบน มือซ้านหันลงสู่เบื้องล่างมือทั้งสองข้างถูกเชื่อมต่อไว้ด้วยนิ้วหัวแม่มือที่เกี่ยวกันไว้เป็นท่าผนึกอันแปลกประหลาดตามวิชาของเจ้าสมุทรเมื่อประทับแปลกประหลาดได้ถูกสร้างขึ้นอาคมที่หนึ่งร้อยแปดภายในห้วงวิญญาณของเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่หน้าผากของอสรพิษมรกตอย่างรวดเร็วราวกับดาวหางที่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่อาคมตัวสุดท้ายได้พุ่งเข้าสู่ร่างของอสรพิษมรกตก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ประทับฝ่ามือของถังเฟยหู่ได้เปล่งแสงประหลาดสีน้ำเงินออกมาจิตใจของเขาอสรพิษมรกตราวกับถูกรวมเป็นหนึ่งในชั่วเวลาหนึ่งร่างกายของอสรพิษมรกตพลันบังเกิดเปลวไฟสีขาวขึ้นปกคลุมและลุกท่วมทั้งร่างของมัน
นี่คือการหลอมจิตวิญญาณที่บอกกล่าวไว้ในคัมภีร์ฝึกสายเลือดถังเฟยหู่เฝ้าเปลวไฟในห้วงจิตวิญญาณของตนถึงสี่สิบเก้าวันโดยไม่ขยับไปไหน และในที่สุดก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในห้วงวิญญาณของเขา
เปลวไฟสีขาวได้ขยับเคลื่อนไหวขึ้นลงราวกับการหายใจของสัตว์ร้ายและในพริบตานั้นเองที่เปลวไฟได้ระเบิดออกเป็นวงกว้างและเผยโฉมของอสรพิษมรกตที่อยู่ภายในให้เขาได้พบเห็น
ร่างของอสรพิษมรกตขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่าเขาสามารถรู้สึกถึงความน่าเกรงขามของมันอีกหลายส่วนร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นพอๆกับร่างของอสรพิษวารีที่เขาจับได้จากแดนลับทะเลปีศาจเลยทีเดียวเกล็ดสีเขียวดำของมันเรียงตัวแวววับอย่างสวยงามราวกับอัญมณีที่มาเรียงต่อกัน
ดวงตาของอสรพิษมรกตกลายเป็นสีเขียวผสานฟ้าซึ่งกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันจนแยกไม่ออกเป็นสีดวงตาที่แปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด บางคราอาจจะมองเป็นสีฟ้าบางครั้งอาจจะมองเป็นสีเขียวที่ส่วนหัวของมันมีส่วนที่เป็นเกล็ดที่ยืดขึ้นราวกับเป็นเขาหรือไม่ก็หงอนราวกับเป็นสัญลักษณ์ของราชาอสรพิษที่มีเพียงสายเลือดสกุลถังถึงจะได้ครอบครองจิตวิญญาณรูปแบบนี้
ในเวลานี้ถังเฟยหู่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มมากขึ้นของอสรพิษมรกตซึ่งเข้าสู่จิตวิญญาณขั้นที่สี่ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับจิตวิญญาณอสูรทมิฬ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงไอพิษอันเจือจางซึ่งปกคลุมรอบร่างกายของอสรพิษมรกตนอกจากนี้เขายังรู้สึกถึงความพิเศษบางประการซึ่งถูกเพิ่มขึ้นมาจากการหลอมจิตวิญญาณแต่เขายังไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ ช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกยิ่งนัก
ถังเฟยหู่ได้คลายประทับฝ่ามือของตนออกนี่ถือว่าเขาสามารถฝึกคัมภีร์สายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรฉบับดัดแปลงได้สำเร็จในขั้นต้นแล้วตั้งแต่กลับมาถึงสำนักเขาได้เร่งรีบฝึกวิชาสายเลือดนี้อย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดพักกว่าสองเดือนจนไม่ได้พบหน้าผู้คนมาเป็นเวลานานแล้วไม่ทราบศิษย์พี่น้องจะลืมเขาไปแล้วหรือไม่
เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆกับตัวเองที่บ้าฝึกวิชาเช่นนี้แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรไม่ได้ถูกเขาครอบครองโดยสมบูรณ์หากปล่อยจนเนิ่นนานเกินไปก็อาจจะสูญเสียประโยชน์ของสายเลือดชนิดนี้ไปเรื่อยๆถังเฟยหู่ได้ลุกขึ้นและยืนขึ้นบิดร่างกายเพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนที่เขาจะเดินไปยังประตูและผลักออกไป ถึงเวลาที่เขาจะต้องออกไปพบเจอผู้คนบ้างแล้ว...
===============================
มาขึ้นภาคที่4กันแล้วววว เย้