โครมคาม!! ปั่กๆๆๆ “ไอ้วิน..มึงเปิดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!” เสียงอึกทึกครึกโครมหน้าห้องมันทำให้วินรู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ข้างนอกพยายามจะเปิดประตูเข้ามา แต่ไม่รู้วิธีเปิดนั่นเอง
“น่ะ..นั่น..เสียง…!!”
“เสียงหมาบ้าไง…โอ้โห..เร็วกว่าที่คิดอีกนะเนี้ย…”
“ป๊า!!ยังจะเล่นอีกหรอ พี่ไทเกอร์เขาจะพังประตูเข้ามาแล้วนะ เอายังไงต่อดีล่ะครับ?”
“ป๊าจัดการเอง แก้มตุ่ยออกทางประตูนี่นะ…รีบไปจัดการเรื่องที่เราคุยกันให้เรียบร้อย”
“เเต่ว่าพี่ไทเกอร์เขาจะทำ….”
“ไม่เป็นไร ป๊าดูแลตัวเองได้…แต่ถ้าแก้มตุ่ยยังอยู่ตรงนี้ ป๊าอาจจะ control อะไรไม่ได้เลย”
“ทำไมล่ะครับ?”
“ก็เลยสมองป๊ามีแต่เรื่องแก้มตุ่ยเพราะฉะนั้นสายตาของป๊าก็ต้องมองแต่เลือนร่างของแก้มตุ่ยแบบนั้นจนไม่เป็นอันคุยกับไอ้เกอร์น่ะสิ!” วินใช้มือเชยคางปลาหวานขึ้นมาแล้วประกบริมฝีปากอย่างเบามือ..ทว่าปลาหวานรีบสะบัดหน้าหนีเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะมาทำอะไรแบบนี้
“ป๊า…อย่าเล่น!!”
“โอเค….ไม่เล่นก็ได้ แก้มตุ่ยรีบไปเถอะ..เดี๋ยวทางนี้ป๊าจัดการเอง”
“ครับ” ปลาหวานรีบวิ่งไปยังช่องบันไดเล็กๆที่เป็นทางลับลงไปยังหลังผับ…เขาใช้เวลาคำนวณเส้นทางไม่ถึงนาทีก็วิ่งมาถึงรถที่วินเตรียมไว้ให้ คนรถที่รับคำสั่งมาแล้วรีบพาปลาหวานตรงไปยังจุดหมายทันที ในขณะที่ฝั่งวินนั้นตอนนี้ไทเกอร์เปิดประตูเข้ามาได้แล้ว(ลูกน้องของวินได้ยินเสียงอึกทึกจึงกลัวว่าประตูจะพัง เขาจึงรีบมาเปิดประตูให้)
“อยู่ไหน…ปลาทูอยู่ไหน?” ไทเกอร์ไม่สนใจวินที่นั่งอยู่เลยเขาเริ่มต้นวิ่งไปทั่วห้องเเต่ก็ไม่พบใดๆ
“ต้องขอโทษด้วยครับนาย พอดีว่าผมเห็นผู้ชายคนนี้ยืนถีบประตูอยู่นานแล้ว ผมกลัวว่าระบบจะมีปัญหา ผมก็เลย…”
“ไม่เป็นไร นายไปทำงานเถอะ” ลูกน้องวินกล่าวคำขอโทษต่อเจ้านายก่อนจะเดินถอยหลังออกจากห้องไป ในขณะที่ไทเกอร์ยังคงวุ่นตามหาปลาทูอยู่ในห้องโดยไม่สนใจเจ้าของห้องนั้นเลย
“ต้องยอมรับว่าแกฉลาดมากที่ตามหาฉันจนเจอ แต่แกไม่คิดจะทักทายเจ้าของห้องบ้างหรือไง ที่เข้ามาเสียมารยาทในห้องคนอื่นน่ะ!” ไทเกอร์โมโหเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำทักทายจากเจ้าของห้อง เขาก็ยิ่งโมโหหนักขึ้น จนรีบปลี่ตัวเข้ามากระชากคอเสื้อวินให้ลุกขึ้นจากโซฟา
“เลิกกวนตีนแล้วตอบมา ว่าคนของกูอยู่ไหน?”
“คนของแก….ใคร?”
“เลิกแกล้งโง่สักที ตอบมาว่าปลาทูอยู่ที่ไหน?”
“ฉันไม่รู้” วินตอบหน้านิ่ง ยืนมือล้วงกระเป๋าทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ไทเกอร์กำลังพูด เเต่ทว่าไทเกอร์ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดเพราะคนสุดท้ายที่ปลาทูติดต่อนั้น..คือวิน
“แกจะไม่รู้ได้ไง ปลาทูคุยกับแกเป็นคนสุดท้าย”
“แล้วมันยังไงวะ?”
“ห้ะ!!!?”
“ฉันถามว่าแล้วมันยังไง…ถึงฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกับปลาทูแล้วมันยังไง นายพูดเองไม่ใช่หรอว่าปลาทูเป็นคนของนาย…แล้วเขาจะมาอยู่กับฉันได้ไง?”
“ฉันไม่รู้ว่าปลาทูพูดอะไรกับนายบ้าง แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับปลาทูให้ได้!!!”
“แกมีเรื่องคุยกับปลาทู ก็ไปหาปลาทูสิมาหาฉันทำไม?”
“นี่มึงจะยั่วโมโหกูให้ได้เลยใช่ไหม มึงอยากโดนต่อยมากใช่ไหม!!..กูจะถามมึงครั้งสุดท้าย ปลา..ทู..อยู่..ไหน..บอกมา!!!”
“ถึงแกจะถามฉันเป็นครั้งที่ร้อย ฉันก็ตอบคำเดิมคือฉันไม่รู้ ในห้องฉันแกก็ค้นหมดแล้วนี่..เจอไหมล่ะ? ฉันว่าตอนนี้แกควรตั้งสติและแกควรเอาเวลาที่แกมาหาเรื่องฉัน ไปตามหาปลาทูไม่ดีกว่าหรอ”
“แกไม่ต้องมาออกคำสั่งกับฉัน”
“ฉันไม่ได้ออกคำสั่ง…แต่ฉันแค่เตือนสติแกว่าสิ่งไหนแกควรจะทำและสิ่งไหนไม่ควรจะทำ!” วินสะบัดมือไทเกอร์ออกจากคอเสื้อของเขา ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วจิบกาแฟเท่ๆ ไทเกอร์มองท่าทางที่วินแสดงออก เขาหยุดทุกการกระทำพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างๆวินแล้วนิ่งเงียบไป ทำเอาวินแปลกใจเล็กน้อย
“ไง..หายบ้าได้รึยัง?”
“ฉันเป็นคนเริ่มต้นทุกอย่างเอง”
“ห้ะ??”
“ใช่…ฉันเป็นคนเริ่มเคียดแค้นแม่ของปลาทูเพราะฉันคิดว่าน้าสุนีย์เป็นคนทำให้แม่ฉันตาย วันเวลาผ่านไปนานฉันก็ยังแค้นอยู่จนกระทั่งวันหนึ่งปลาทูทักแชทมาหาฉันและบอกฉันว่าเขายังรอฉันอยู่ ในตอนนั้นเอง…ความคิดที่อยากจะแก้แค้นมันก็ได้ริเริ่มขึ้นฉันใช้ปลาทูเป็นเครื่องมือแก้แค้นทางอารมณ์กับน้าสุนีย์…ฉันคิดแต่ว่ายิ่งปลาทูเจ็บปวดเท่าไหร่ น้าสุนีย์ก็จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผล เเต่แล้ววันนึง…ฉันก็ได้พบกับจดหมายที่แม่ฉันเขียน ในจดหมายมันเขียนว่า น้าสุนีย์ไม่ได้เป็นคนทำให้แม่ฉันตาย แต่เป็นโรคร้ายในตัวของเธอต่างหากที่ทำให้ชีวิตของแม่ฉันต้องจบลงและในบรรทัดสุดท้ายของจดหมายนั้นแม่ฉันยังเขียนบอกอีกว่า ปลาทูรักฉันมากและรอเเต่งงานกับฉันเสมอ…ฟังดูปัญญาอ่อนนะแต่มันเป็นสัญญาที่ฉันเคยพูดไว้ในตอนเด็กๆ…สำหรับฉันมันเป็นคำพูดที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่สำหรับปลาทูมันเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันลืม” ไทเกอร์พูดความในใจให้วินฟังในขณะที่ใบหน้าของเขานั้นมันช่างเฉยชาปนกับความเศร้าจนวินดูออกว่า เรื่องนี้ไทเกอร์รู้สึกผิดแค่ไหน เเต่ด้วยความที่รับปากปลาทูเอาไว้..เขาจึงไม่สามารถบอกที่อยู่ของปลาทูได้จริงๆ