สุดยอดนักผจญภัย

    กริมรีปเปอร์ระเบิดไปแล้ว

    พวกไลท์กำลังบินกลับไปที่เมืองฟอลเบิร์ก โดยที่ขากลับได้มีสมาชิกเพิ่มอีกหลายคนซึ่งก็คือเวอร์จิลที่ต้องกลับไปที่เมืองฟอลเบิร์กอยู่แล้ว และยังมีโมลิเซีย อัสลอนและเฟลเลเนียที่ตามมาด้วย 

    โมลิเซียและอัสลอนต้องการที่จะมาส่งพวกไลท์ที่นี้เพราะฉะนั้นทั้งสองจึงขอราชาเดลเฟียสมาที่นี้เพื่อส่งพวกไลท์กลับทวีปมนุษย์ แน่นอนว่าราชาเดลเฟียสย่อมไม่ปฏิเสธ เขาจึงให้เฟลเลเนียมาดูแลความปลอดภัยของโมลิเซียด้วย

    ผ่านไปหลายวัน

    ในที่สุดพวกไลท์ก็กลับมาถึงเมืองฟอลเบิร์กแล้ว

    พวกไลท์ก็พักอยู่ที่เมืองฟอลเบิร์กประมาณสามวันก่อนที่จะบินกลับไปเมืองมิลิทาเลียน

    “ ในที่สุดพวกเราก็กลับมาสู่ทวีปมนุษย์อีกครั้ง ” ไลก้าพูดด้วยความเสียงตื่นเต้น คนอื่นๆเองก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน พวกเขาออกจากทวีปมนุษย์มานานกว่าสองเดือนเลยทีเดียว แม้ว่าการเดินทางสองเดือนนี้จะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและบาดแผลก็ตาม แต่พวกเขาก็รู้สึกว่าการผจญภัยมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเสมอ

    ผ่านไปสามวันในที่สุดพวกไลท์ก็บินมาถึงเมืองมิลิทาเลียนแล้ว

    “ ไม่รู้ว่่ากริมรีปเปอร์จะเป็นอย่างไรบ้างนะ ” ไลท์พูดด้วยความคิดถึง ในช่วงเวลาสองปีกว่าพวกเขาอาศัยอยู่บนกริมรีปเปอร์เกือบตลอดเวลา ทำให้เขารู้สึกผูกพันธ์กับกริมรีปเปอร์อย่างมาก แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็รู้สึกคิดถึงกริมรีปเปอร์ไม่ต่างกัน 

    หลังจากที่บินลงมาจากท้องฟ้าแล้วไลท์ก็บอกให้สาวๆพาเมลิซ่าไปทำบัตรนักผจญภัยก่อน ส่วนทางด้านไลท์จะไปจองร้านอาหารให้

    ในขณะที่พวกไลท์กำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารนั้น จู่ๆเขาก็รู้สึกลางไม่ดีบางอย่าง

    “ ไม่รู้ว่าพวกเดซี่จะเป็นอย่างไรบ้างนะ นี้ก็หายไปนานแล้วด้วย ” ไลก้าพูดขึ้น

    ทันใดนั้นไลท์ก็ขมวดคิ้วและมันก็เป็นอย่างที่ไลก้าบอก พวกเดซี่หายไปนานกว่าชั่วโมงแล้วทั้งๆที่น่าจะใช้เวลาไม่นานก็ทำบัตรนักผจญภัย

    “ งั้นพวกนายลองไปตามพวกเบเรียลหน่อย ” ไลท์บอกให้ไลก้าและคอลรุยไปตามพวกเบเรียลทันที

    ในขณะที่ไลก้าและคอลรุยกำลังยืนขึ้นจู่ๆประตูห้องอาหารก็เปิดออกโดยที่พวกสาวๆพากันเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

    “ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมาช้ากันจัง? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัย ซึ่งไลก้าและคอลรุยเองก็รู้สึกสงสัยด้วยเหมือนกัน

    “ พอดีมีปัญหานิดหน่อยทำให้มาช้า พวกนายไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราได้จัดการปัญหาเหล่านั้นไปแล้ว ” เบเรียลพูดพร้อมกับยิ้มออกมา

    สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากันก่อนที่จะพอเข้าใจอะไรบางอย่าง

    “ พวกเธอไม่ได้ลงมือแรงเกินไปใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ไม่แรงเลยอาจารย์ พี่เบเรียลก็แค่แช่แข็งตึกนักผจญภัยไปทั้งตึก….อ่อไม่ต้องห่วงพี่เบเรียลได้สลายเวทย์ไปแล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ” เดซี่พูดขึ้นอย่างสบายๆจนทำให้ไลก้าและคอลรุยที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับพ่นน้ำออกมาทันที

    ยัยบ้าเอ้ยอะไรที่บอกว่าไม่แรง เล่นแช่แข็งตึกนักผจญภัยทั้งตึกเลยเนี้ยนะ 

    สามหนุ่มได้แต่มองไปที่สาวๆด้วยแววตาสับสน

    ทางด้านสาวๆเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆและเป็นเบเรียลที่พูดขึ้นมาด้วยท่าทีไม่พอใจ “ แล้วใครใช้ให้มันต้องการที่จะมาสัมผัสตัวฉันกันล่ะ ” 

    ทันทีที่ไลท์ได้ยินคิ้วของเขาก็กระตุกและพูดขึ้นว่า “ เจ้าหมอนั้นตายไปหรือยัง? ” 

    ทุกๆคนในห้องมองไปที่ไลท์จากนั้นก็หัวเราะออกมา

    “ นั้นไงฉันว่าแล้วอาจารย์จะต้องพูดแบบนี้ ” เดซี่หัวเราะออกมเป็นคนแรก ทันใดนั้นสาวๆคนอื่นๆก็พากันหัวเราะตามมาด้วยเช่นกัน

    ทุกๆคนในกลุ่มต่างก็รู้ดีว่าไลท์เป็นคนที่หวงเบเรียลมาก เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่ไลท์จะกลายเป็นคนละคนถ้าหากเรื่องนั้นมีเบเรียลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    “ ไม่ต้องห่วงหรอกไลท์ เจ้าหมอนั้นถูกฉันแช่แข็งนานกว่าสิบนาทีแล้ว ตอนนี้เจ้าหมอนั้นน่าจะเข็ดแล้วล่ะ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา

    “ งั้นก็ดีแล้ว ” ไลท์ถอนหายใจออกมา

    “ แล้วเมลิซ่าได้บัตรนักผจญภัยระดับอะไรงั้นหรอ ฉันเดาว่าต้องเป็นระดับSใช่ไหม? ” ไลก้าถามขึ้น

    “ ใช่แล้วล่ะ บัตรนักผจญภัยของเมลิซ่าคือระดับS ” เดซี่พยักหน้าตอบ

    “ นอกจากนี้กลุ่มนักผจญภัยของพวกเราก็นับว่าเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเผ่ามนุษย์แล้ว ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    “ นั้นก็เป็นเพราะหัวหน้ายังไงล่ะ ” คอลรุยตอบก่อนที่จะมองไปที่ไลท์ด้วยความชื่นชม ทุกๆคนเองก็รู้ว่ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แข็งแกร่งขึ้นได้ก็เพราะไลท์ ถ้าหากไม่มีไลท์ก็ไม่มีกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ถึงตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าวิถีชีวิตของทุกๆคนจะเป็นอย่างไงบ้าง

    เดซี่อาจจะกลายเป็นขอทานหรือไม่ก็ถูกจับตัวไปขาย

    เวโรนิก้าก็คงเป็นทาสให้กับคนอื่น

    ไลก้าก็คงจะยังคงเป็นนักผจญภัยระดับAอยู่

    เบเรียลก็ยังคงเป็นเจ้าเมืองทะเลสาบ

    คอลรุยก็คงจะเข้าร่วมกับกลุ่มนักผจญภัยไหนสักกลุ่ม

    เฮลเฟลชก็คงยังถูกผนึกอยู่เกาะลอยฟ้า

    เมลิซ่าก็คงตายด้วยพิธีบูชายัน 

    เพราะฉะนั้นไลท์คือเสาหลักของกลุ่มเดธปาร์ตี้เลยก็ว่าได้ ในช่วงสองปีมานี้ไลท์ได้คอยสอนทักษะต่างๆให้กับสมาชิกคนอื่นๆจนทำให้สมาชิกทุกๆคนค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นจนมาถึงในระดับนี้

    “ เอาน่าไปไม่ต้องไปคิดมาก คิดซะว่านี้คือโชคชะตาของแต่ละคนที่ทำให้พวกเรามารวมกันแบบนี้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มและมองไปที่สมาชิกทีมด้วยความอบอุ่น

    หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จแล้วพวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปที่กริมรีปเปอร์

    เมื่อพวกเขาไปถึงก็พบว่ากริมรีปเปอร์ของพวกเขาได้หายไปแล้ว

    “ เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี้ย? ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะให้ไลก้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมกริมรีปเปอร์ถึงได้หายไปจากที่จอดเรือยนต์แบบนี้ 

    ไม่นานไลก้าก็กลับมาพร้อมกับคำตอบ

    ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้พวกไลท์พากันใบ้กิน

    “ ลูกพี่ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลท่าเรือยนต์เขาบอกว่า ในช่วงที่พวกเราเดธปาร์ตี้มีชื่อเสียงจากสงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจ ที่ท่าเรือยนต์แห่งนี้ก็มีบางคนที่จำกริมรีปเปอร์ของพวกเราได้ จากนั้นก็มีบางคนที่พยายามขโมยกริมรีปเปอร์ของพวกเราไป เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือไว้หลายครั้งแล้วแต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวขโมย ซึ่งในจังหวะที่หัวขโมยกำลังเอากริมรีปเปอร์หนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ขับเรือยนต์ตามไปด้วยเหมือนกัน แต่พอเจ้าหัวขโมยเห็นว่าตัวเองไม่น่าจะหนีไปได้แล้วจึงได้ระเบิดกริมรีปเปอร์ทิ้งทันที ซึ่งนี้ก็เป็นสาเหตุที่กริมรีปเปอร์หายไปครับ ” ไลก้าเล่าเหตุการณ์ให้ทุกคนฟัง

    สุดท้ายคือกริมรีปเปอร์ได้ระเบิดไปแล้วนั้นเอง

    “ อย่าให้ฉันเจอตัวการนะฉันจะฆ่ามันแล้วสับเป็นหมื่นๆชิ้นเลยคอยดู!! ” เดซี่กัดฟันตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

    “ เธอคงจะอดทำแบบนั้นแล้วล่ะเดซี่ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าคนร้ายที่ขโมยกริมรีปเปอร์ของพวกเราก็ตายพร้อมกับระเบิดกริมรีปเปอร์ไปด้วย ” ไลก้าส่ายหน้า

    “ เอ่อ…แล้วทีนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะ? ” คอลรุยยกมือถามด้วยความสงสัย

    “ อันดับแรกเลยก็ต้องไปซื้อเรือยนต์ลำใหม่สินะ ” เวโรนิก้าพึมพำออกมา

    ไลท์ได้แต่ถอนหายใจ จากนั้นเขาก็คิดว่านี้ก็เป็นการดีที่เขาจะได้เรือยนต์ลำใหม่ เพราะกริมรีปเปอร์เองก็เล็กลงแล้วเพราะจำนวนสมาชิกในทีมที่มากขึ้น 

    “ งั้นก็คงต้องซื้อลำใหม่แล้วล่ะ ”ไลท์พูดขึ้น

    “ แล้วมีใครพอรู้บ้างว่าเมืองไหนมีช่างต่อเรือยนต์ที่เก่งๆบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น

    เบเรียลและคนอื่นๆพากันส่ายหน้าเพราะพวกเขาไม่รู้จักพื้นที่แถวนี้ดี

    “ งั้นเดี๋ยวฉันไปถามเจ้าหน้าที่แปปนึง ” ไลก้าพูดจบเขาก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่คนหนึ่งทันที

    หลังจากที่ผ่านไปกว่าสิบนาทีกไลก้าก็กลับมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชายวัยกลางคน

    “ ท่านไลท์ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่สามารถรักษาเรือยนต์ของท่านได้ ” เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

    ไลท์โบกมือเบาๆ “ ไม่เป็นไรๆ แล้วพอจะรู้ไหมว่าเมืองไหนที่มีอู่ต่อเรือยนต์บ้าง? ” 

    “ เป็นเมืองเบียร์ทาวน์ครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนอาสาขับเรือยนต์ไปส่งพวกท่านไลท์ที่เมืองเบียร์ทาวน์เองครับ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการซื้อเรือยนต์เดี๋ยวจะเป็นทางเราที่ออกให้ด้วยครับ ” เจ้าหน้าที่พูดขึ้น

    “ งั้นก็เอาตามนั้นแล้วกัน ” ไลท์พยักหน้า

    “ ครับ งั้นเชิญตามมาทางนี้เลยครับ ” เจ้าหน้าที่พูดพร้อมกับผายมือเชิญพวกไลท์ไปยังเรือยนต์ลำหนึ่ง

    บนเรือยนต์มีเจ้าหน้าที่ของเมืองมิลิทาเลียนอยู่กว่าสามสิบคน เมื่อทุกคนเห็นพวกไลท์เดินดวงตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจานั้นทั้งหมดก็รีบวิ่งมาทำความเคารพทันที 

    ทุกคนต่างก็รู้ว่ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แข็งแกร่งแค่ไหน โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มที่สามารถต่อสู้และเอาชนะราชาปีศาจได้ถึงสองตัวในสงครามครั้งนี้ 

    แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าราชาปีศาจนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ทุกคนรู้ดีว่าราชาปีศาจนั้นเหนือกว่าแม่ทัพปีศาจไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่ไลท์สามารถเอาชนะตัวตนระดับนั้นได้ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ไปแล้ว และเวลานี้ตัวตนระดับนั้นกำลังจะนั่งเรือยนต์ไปกับพวกเขา แล้วแบบนี้จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นได้อย่างไร 

    หัวหน้าเจ้าหน้าที่มีชื่อว่า กาลู และยังเป็นหัวหน้าผู้ดูแลท่าจอดเรือยนต์อีกด้วย 

    “ ท่านไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่าน ผมต้องขอโทษจริงๆครับที่ไม่สามารถรักษาเรือยนต์ของพวกท่านได้ ” กาลูพูดพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์อย่างสำนึกผิด

    “ ไม่เป็นไรหรอกครับ อีกอย่างที่กริมรีปเปอร์ก็ไม่ได้มีของล้ำค่าอะไรอยู่แล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องขอโทษไปครับคุณกาลู อีกอย่างคุณไม่ต้องสำนึกผิดหรอกครับเพราะพวกเราเองก็มีความคิดที่จะเปลื่ยนเรือยนต์อยู่แล้ว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มและให้กำลังใจ 

    กาลูที่ได้ฟังคำพูดของไลท์ก็รู้สึกดีขึ้นมามาก 

    “ ถึงอย่างไรเงินในการซื้อเรือยนต์ของท่านไลท์พวกเราจะเป็นคนออกให้เองครับ ไม่ต้องห่วงว่ามันจะแพงสักแค่ไหนก็ตาม ” กาลูพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาได้งบในการซื้อเรือยนต์ให้กับท่านไลท์มากถึงสองร้อยล้านจีเซลเลยทีเดียว

    การเดินทางจากเมืองมิลิทาเลียนไปยังเมืองเบียร์ทาวน์ใช้เวลากว่าสิบวัน 

    โชคดีที่ตลอดสิบวันนี้ไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น จึงทำให้การเดินทางนั้นสะดวกและราบรื่น

    เมืองเบียร์ทาวน์เป็นเมืองขนาดกลางมีประชาชนอยู่ไม่ต่ำกว่าสามแสนคน ช่างฝีมือในการต่อเรือยนต์แม้ว่าจะไม่ใช่ช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยมแต่ก็นับว่าดูดีกว่าร้านขายเรือยนต์ตามเมืองต่างๆ หรือเรียกสั้นๆก็คือช่างในเมืองเบียร์ทาวน์ดีที่สุดในพื้นที่แถวนี้นั่นเอง 

    นอกจากเรือยนต์ที่มีชื่อเสียงในแถบนี้แล้วเบียร์ของที่เมืองนี้ก็นับว่าอร่อยอย่างมาก แม้กระทั้งคนแคระก็ยังยอมรับเลยว่าเบียร์ของที่เมืองเบียร์ทาวน์อร่อยจริงๆ 

    ไม่นานพวกไลท์ก็มาถึงเมืองเบียร์ทาวน์ 

    พวกไลท์เดินตามกาลูไปยังอู่ต่อเรือยนต์สโคบาร์ 

    จากนั้นเจ้าของอู่ก็นำตัวพวกไลท์ไปที่ห้องส่วนตัว 

    เจ้าของอู่ต่อเรือยนต์สโคบาร์ชื่อว่า เทเวอร์ เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี ใบหน้าดูสบายๆ คุยง่ายและยิ้มเก่ง เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี

    “ ท่านไลท์ครับนี้คือเรือยนต์ที่พวกเราต่อเสร็จแล้วครับ ” เทเวอร์พูดจบเขาก็นำหนังสือเรือยนต์ให้กับไลท์

    ไลท์และคนอื่นๆดูเรือยนต์ในหนังสือด้วยความสนใจ

    หลังจากที่คัดเลือกอยู่นานก็ยังหารูปแบบที่ถูกใจไม่ได้ไลท์จึงถามขึ้นว่า “ ถ้าหากว่าฉันต้องการออกแบบเรือยนต์เองจะเป็นไปได้ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น 

    “ ได้ครับแต่มันต้องใช้เวลาในการสร้างนานอย่างน้อยหนึ่งเดือนเลยนะครับ ” กาลูพูดขึ้น 

    “ งั้นก็ฉันจะเป็นคนออกแบบเองแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับ อย่างนั้นผมจะไปเรียกพนักงานออกแบบมาวาดแบบเรือตามที่ท่านไลท์ต้องการ ” เทเวอร์พูดจบเขาก็เดินออกไป 

    ไม่ถึงห้านาทีเทเวอร์ก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปลายๆ 

    พนักงานออกแบบสาวถือแผ่นกระดาษจำนวนมากก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โต๊ะ 

    “ ท่านไลท์ต้องการเรือยนต์แบบไหนค่ะ? ” พนักงานสาวถามขึ้นพร้อมกับรอวาดแบบเรือยนต์ไปด้วย 

    ไลท์และคนอื่นๆช่วยกันออกความคิดกัน

    ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงในที่สุดก็ออกแบบเรือยนต์เสร็จ 

    “ ส่วนเรื่องวัสดุในการต่อเรือก็ใช้วัสดุที่ดีที่สุดเลยได้เทเวอร์ ” กาลูพูดขึ้น

    “ นายเป็นคนจ่ายงั้นหรอกาลู? ” เทเวอร์มองไปที่กาลูด้วยความประหลาดใจ

     “ อื้มเรือยนต์ของท่านไลท์ฉันจะเป็นคนจ่ายให้เอง ” กาลูพยักหน้ารับ

    “ งั้นเดี๋ยวฉันไปคิดค่าวัสดุก่อนแล้วกัน ” เทเวอร์พูดจบเขาก็นำแบบเรือยนต์ของไลท์จากพนักงานออกแบบไปให้กับช่างใหญ่ดู

    ไม่นานเทเวอร์ก็กลับมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ โดยรวมๆแล้วเรือยนต์ลำนี้มีราคาประมาณหนึ่งร้อยหกสิบล้านจีเซล ” 

    กาลูพยักหน้าก่อนที่จะนำเงินจำนวนหนึ่งร้อยหกสิบล้านให้กับเทเวอร์

    “ ในเมื่อผมเสร็จธุระแล้วผมของตัวก่อนนะครับท่านไลท์ ” กาลูพูดขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป 

    พวกไลท์เองหลังจากที่เสร็จธุระที่อู่ต่อเรือแล้วพวกเขาก็ได้รับใบจองเรือยนต์พร้อมทั้งข้อมูลที่เขียนว่าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว 

    “ งั้นพวกเราก็ไปหาที่นอนกันก่อน ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเดินไปที่โรงแรมดูเทเนียตามที่เทเวอร์บอก 

    โรงแรมดูเทเนียเป็นโรงแรมที่หรูที่สุดในเมืองเบียร์ทาวน์และยังเป็นโรงแรมที่สวยและน่าพักที่สุดอีกด้วย